ประเด็น

กฎหมายเฟ้อ/ล้าสมัย

มี 10 คำสัญญา จาก

*ฐานข้อมูลมีทั้งหมด 13 พรรค โดยเลือกเฉพาะพรรคที่มีข้อมูลนโยบายในเว็บไซต์ทางการ อ่านเกณฑ์การคัดเลือกพรรคการเมือง

คำชี้แจง

  • ข้อมูลในหน้านี้มาจากข้อความบนเว็บไซต์ทางการของพรรคการเมือง ซึ่งถูกจัดลงตารางตามหัวข้อต่างๆ ด้วยระบบปัญญาประดิษฐ์ (LLM) โดยพยายามคงข้อความตามต้นฉบับให้มากที่สุด
  • หากจำเป็นต้องเพิ่มข้อความเพื่อให้ได้ใจความที่สมบูรณ์ จะถูกแสดงด้วยตัวอักษรสีเทา
  • แม้มีการตรวจสอบโดยทีมงานในระดับหนึ่ง แต่อาจมีความคลาดเคลื่อนเกิดขึ้นได้
  • ผู้ใช้สามารถตรวจสอบเพิ่มเติมกับข้อความต้นฉบับตามลิงก์ด้านล่าง
อ่านที่มาและข้อจำกัดข้อมูล
ไทยสร้างไทย

ปัญหาคืออะไร (Problem)

  • กฎหมายจำนวนมากเป็นเครื่องมือในการรับใช้รัฐราชการและระบบอำนาจนิยม
  • กลไกการอนุมัติ/อนุญาตที่เป็นอุปสรรคต่อการประกอบธุรกิจและการทำมาหากินของประชาชน
  • ช่องทางให้คนสุจริตถูกเจ้าหน้าที่ของรัฐใช้เป็นช่องทางในการรีดไถและหาประโยชน์คอร์รัปชัน

จะทำอะไร (Action)

  • พักการอนุมัติ/อนุญาตที่เป็นอุปสรรคต่อการประกอบธุรกิจ 1,400 ฉบับ ไว้ชั่วคราว 3-5 ปี
  • กระบวนการแขวนกฎหมายจะต้องเริ่มต้นด้วยการออก พรก. เพียง 1 ฉบับ
  • ทำการแขวนการบังคับใช้กฎหมายในเรื่องการอนุมัติ/อนุญาต และการลงโทษทั้งทางอาญาและทางปกครอง ออกไปประมาณ 3-5 ปี
  • เปิดโอกาสให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐ และเอกชน ซึ่งรวมถึงผู้ประกอบการและผู้บริโภค มาร่วมกันแก้ไขปรับปรุงกฎหมายที่เกี่ยวกับกระบวนการอนุมัติ/อนุญาต ให้แล้วเสร็จภายใน 3-5
  • ลดจำนวนลงให้เหลือเฉพาะกฎหมายที่จำเป็น 100-200 ฉบับ เท่านั้น
  • ยกเลิกกฎหมายที่ขวางกั้นโอกาสของประชาชนในการประกอบอาชีพ

ผลลัพธ์คืออะไร (Outcome)

  • ลดจำนวนกฎหมายลงให้เหลือเฉพาะกฎหมายที่จำเป็น 100-200 ฉบับ
  • เปิดโอกาสให้ประชาชนทำมาหากินได้ทันที
  • ทำให้ประชาชนลุกขึ้นมาทำมาหากินได้สะดวกรวดเร็ว
  • ขจัดการถูกรีดไถ

ใครได้ประโยชน์ (Target)

  • ประชาชน

ภายในเมื่อไหร่ (Timeframe)

  • พักการอนุมัติ/อนุญาตไว้ชั่วคราว 3-5 ปี
  • แก้ไขปรับปรุงกฎหมายที่เกี่ยวกับกระบวนการอนุมัติ/อนุญาต ภายใน 3-5 ปี
  • แขวนการบังคับใช้กฎหมายในเรื่องการอนุมัติ/อนุญาต และการลงโทษทั้งทางอาญาและทางปกครอง ออกไปประมาณ 3-5 ปี

ใช้งบเท่าไหร่ (Budget)

ไม่ระบุ

งบมาจากไหน (Budget Source)

ไม่ระบุ

ประชาชน

ปัญหาคืออะไร (Problem)

  • โครงสร้างกฎหมายไทยเปรียบเสมือน "สนิม" ที่เกาะกินกลไกเศรษฐกิจ
  • ปัญหาของกฎระเบียบไทย คือ "โซ่ตรวน" ที่ฉุดรั้งประเทศไว้ด้วย 4 สาเหตุหลัก
  • ระเบียบล้าสมัยขัดขวางโลกยุคใหม่
  • กฎหมายและระเบียบจำนวนมาก หลายฉบับใช้มานานกว่า 30–60 ปี เขียนขึ้นในยุคที่ยังไม่มีอินเทอร์เน็ต ซึ่งไม่สอดคล้องกับยุคปัจจุบัน
  • ทำให้ต้นทุนเริ่มต้นธุรกิจสูงเกินจริง สร้างความไม่แน่นอนให้นักลงทุน และเป็นภาระหนักอึ้งของ SMEs
  • ระบบ "ต้องขออนุญาตก่อนทำ" (Positive Licensing) ทำให้กระบวนการล่าช้าและเปิดช่องให้ใช้ดุลพินิจ
  • เราขาดระบบทบทวนกฎหมาย (Mandatory Review) ทำให้กฎที่ไม่จำเป็น ซ้ำซ้อน และล้าสมัย ยังคงบังคับใช้ต่อไปเรื่อยๆ กลายเป็นขยะทางกฎหมายที่ผู้ประกอบการต้องแบกรับ
  • กฎที่ซับซ้อนทำร้ายประชาชนรายย่อย เช่น เกษตรกรและผู้ค้าตัวเล็กที่เข้าถึงโอกาสได้ยาก หรือผู้ประกอบการท้องถิ่นที่ไม่สามารถขยายธุรกิจ (Scale) ออกนอกพื้นที่ได้ นำไปสู่การกระจุกตัวของการลงทุน
  • การทำ RIA มักทำโดยหน่วยงานเจ้าของกฎหมายเอง อาจขาดความเป็นกลางทางวิชาการ
  • กฎหมายที่ยื่นโดยส.ส. และภาคประชาชน ที่ปัจจุบันไม่มีเจ้าภาพชัดเจน ใช้วิธีเวียนถามความเห็นจากหน่วยงานต่างๆ
  • กลไกการทำงานไม่ดี ภายใต้โครงสร้างราชการปัจจุบัน

จะทำอะไร (Action)

  • ปฏิรูปกฎระเบียบภาครัฐ (Regulatory Reform)
  • เปลี่ยน “รัฐอุปสรรค” เป็น “รัฐสนับสนุน”
  • ทลายกำแพงกฎหมายที่ล้าสมัย
  • หากได้เป็นรัฐบาล เราจะผลักดัน 5 เรื่องสำคัญทันที
  • มุ่งเน้นการทบทวนกฎระเบียบภายใต้โครงสร้างที่มีอยู่เดิม
  • ให้แต่ละกระทรวงสำรวจและจัดหมวดหมู่กฎหมาย เพื่อระบุรายการที่ล้าสมัยหรือซ้ำซ้อน
  • ดำเนินการยกเลิกหรือควบรวมกฎหมายเหล่านั้นและปรับปรุงให้ทันสมัย
  • รัฐบาลพรรคประชาชนจะเปลี่ยนรูปแบบการกำกับดูแลโดยจำแนกตามระดับความเสี่ยงของธุรกิจ
  • สำหรับ ความเสี่ยงต่ำ (Low Risk): เปลี่ยนเป็นระบบ "แจ้งแล้วทำได้เลย" โดยไม่ต้องรอขออนุญาต
  • สำหรับ ความเสี่ยงปานกลาง (Medium Risk): ใช้ระบบอนุญาตแบบอัตโนมัติ ถ้าคำขอและเอกสารทั้งหมดของผู้ประกอบการ ตรงตามเงื่อนไขทางกฎหมายและกฎเกณฑ์ที่กำหนดไว้ชัดเจนทุกประการ ระบบจะสามารถอนุมัติหรือออกใบอนุญาตได้ทันที โดยไม่ต้องส่งเรื่องให้เจ้าหน้าที่พิจารณา
  • สำหรับ ความเสี่ยงสูง (High Risk): ยังคงไว้ซึ่งการตรวจสอบตามมาตรฐานความปลอดภัยที่ชัดเจน
  • ทำเรื่องยากให้เป็นเรื่องง่ายด้วยเทคโนโลยี
  • ให้ทุกคำขออนุญาตใช้แอปพลิเคชัน "ทางรัฐ" เป็นประตูเดียวเพื่อยื่นคำขอออนไลน์
  • ติดตามสถานะได้แบบ Real-time
  • เชื่อมโยงข้อมูล API ระหว่างหน่วยงาน
  • กฎหมายใหม่ทุกฉบับต้องผ่านกระบวนการ RIA ที่ได้มาตรฐาน เพื่อประเมินต้นทุนและผลประโยชน์ต่อสังคมอย่างแท้จริง รวมถึงผลกระทบต่อการแข่งขัน นวัตกรรม และ SMEs
  • วางระบบการทำงานแบบใหม่
  • กำหนดให้มี 1 รัฐมนตรี + เจ้าภาพรายประเด็น รับผิดชอบการแก้กฎหมายในแต่ละเรื่องโดยตรง
  • กำหนดให้กฎหมายทุกฉบับต้องถูกทบทวนภายใน 3–5 ปี
  • ข้อเสนอในการทบทวนกฎหมายควรมาจากภาคประชาชนและภาคเอกชน ไม่ควรปล่อยให้หน่วยงานรัฐเป็นผู้เสนอหรือตัดสินใจเองฝ่ายเดียว
  • มุ่งสู่การออกแบบกฎระเบียบใหม่ที่ "เข้าใจง่าย" และ "ปฏิบัติตามได้ง่าย" ในทุกขั้นตอน
  • ปรับเปลี่ยนทัศนคติ (Mindset) ของข้าราชการ ให้มุ่งเน้นการให้บริการ (Service) มากกว่าการเป็นเพียงผู้กำกับดูแล (Regulator) เพียงอย่างเดียว

ผลลัพธ์คืออะไร (Outcome)

  • ยกระดับเศรษฐกิจไทย
  • เกิด โอกาสทางเศรษฐกิจของประชาชน
  • ลดต้นทุนแฝง
  • เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน
  • ลดความเหลื่อมล้ำ
  • เปิดทางให้ SMEs และคนตัวเล็กได้เติบโต
  • ลดจำนวนใบอนุญาตสำหรับกิจการความเสี่ยงต่ำอย่างน้อย 20–30%
  • ปรับปรุงกฎระเบียบที่เป็นอุปสรรคอย่างน้อย 100 ฉบับ
  • กระบวนการ คล่องตัวกว่ามาก
  • ลดการใช้กระดาษและการเดินทาง
  • กฎหมายนั้นสิ้นผลบังคับใช้โดยอัตโนมัติ (หากไม่ทบทวนหรือไม่มีเหตุผลรองรับ)

ใครได้ประโยชน์ (Target)

  • ประชาชน
  • SMEs
  • นักลงทุน
  • ผู้ประกอบการตัวเล็ก
  • ผู้ประกอบการท้องถิ่น
  • ผู้ประกอบการ
  • สังคม
  • ข้าราชการ
  • ภาคประชาชนและภาคเอกชน

ภายในเมื่อไหร่ (Timeframe)

  • ภายใน 3 ปีแรก ต้องลดจำนวนใบอนุญาตสำหรับกิจการความเสี่ยงต่ำอย่างน้อย 20–30% และปรับปรุงกฎระเบียบที่เป็นอุปสรรคอย่างน้อย 100 ฉบับ

ใช้งบเท่าไหร่ (Budget)

ไม่ระบุ

งบมาจากไหน (Budget Source)

ไม่ระบุ

ประชาชน

ปัญหาคืออะไร (Problem)

  • ภัยคุกคามในปัจจุบันเปลี่ยนแปลงไปสู่รูปแบบ สงครามลูกผสม (Hybrid Warfare) ที่ผสมผสานทั้งอาชญากรรมไซเบอร์ ยาเสพติด และเศรษฐกิจใต้ดิน แต่เครื่องมือทางกฎหมายของรัฐไทยยังคงยึดติดกับบริบทเก่าที่เน้นการให้อำนาจล้นพ้นแก่กองทัพ
  • กฎหมายล้าสมัยขาดการถ่วงดุล: กฎหมายหลักอย่าง พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) กฎอัยการศึก พ.ศ. 2457 ถูกตราขึ้นก่อนระบอบประชาธิปไตย และ พระราชกำหนด (พ.ร.ก.) การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 ให้อำนาจพิเศษแก่เจ้าหน้าที่รัฐโดยขาดการกำกับตรวจสอบที่มีน้ำหนักจากรัฐสภา
  • มีการประกาศกฎอัยการศึกต่อเนื่องในพื้นที่ชายแดนฝั่งเมียนมาและลาว ทั้งที่ไม่มีภาวะสงครามจริง ซึ่งนอกจากจะผิดวัตถุประสงค์แล้ว ยังไม่สามารถจัดการภัยคุกคามรูปแบบใหม่ เช่น ขบวนการต้มตุ๋นออนไลน์ (Scammer) หรือการค้ามนุษย์ได้อย่างตรงจุด
  • กฎหมายเหล่านี้มักถูกใช้เป็นเครื่องมือทางการเมืองเพื่อควบคุมประชาชน ขัดต่อหลักการ รัฐบาลพลเรือนอยู่เหนือกองทัพ (Civilian Control of the Military) ส่งผลให้รัฐมีอำนาจมากขึ้น แต่กลับรับมือภัยคุกคามได้แย่ลง

จะทำอะไร (Action)

  • ยกเครื่องกฎหมายความมั่นคงที่ล้าสมัย
  • ตรากฎหมายที่สภาตรวจสอบได้
  • ยกเครื่องกฎหมายความมั่นคงทั้งระบบ
  • ใช้กฎหมายพิเศษเฉพาะเมื่อจำเป็นจริง ไม่ใช่ใช้แทนการทำงานของรัฐในยามปกติ
  • การประกาศใช้อำนาจพิเศษต้องยึดโยงกับรัฐบาลที่มาจากประชาชน และต้องถูกตรวจสอบโดยฝ่ายนิติบัญญัติ
  • แยกเครื่องมือทางกฎหมายให้ชัดเจนระหว่างสงคราม ภัยพิบัติ และอาชญากรรมข้ามชาติ เพื่อให้เหมาะสมกับลักษณะภัย
  • ยุติกฎอัยการศึกในพื้นที่ไร้การสู้รบ
  • ยกเลิกการประกาศกฎอัยการศึกในพื้นที่ที่ไม่มีภาวะสงครามจริง (เช่น ชายแดนเมียนมาและลาว)
  • เปลี่ยนไปใช้การบังคับใช้กฎหมายปกติ
  • ตราพระราชบัญญัติกฎอัยการศึกฉบับใหม่
  • โอนอำนาจการประกาศจากฝ่ายทหารมาเป็นอำนาจของรัฐบาลพลเรือน
  • จำกัดเงื่อนไขการใช้เฉพาะสภาวะสงครามหรือการสู้รบเท่านั้น
  • วางกรอบการใช้อำนาจให้ชั่วคราวและตรวจสอบได้
  • ตราพระราชบัญญัติการบริหารราชการแผ่นดินในสถานการณ์ฉุกเฉินฉบับใหม่
  • ให้อำนาจการประกาศอยู่ที่รัฐบาลพลเรือน
  • ต้องขอความเห็นชอบจาก รัฐสภา
  • กำหนดให้มีการรายงานผลกระทบและความจำเป็นต่อรัฐสภาสม่ำเสมอ
  • วางหลักประกันคุ้มครองสิทธิประชาชนตามหลัก สัดส่วนและความจำเป็น
  • ปรับกรอบกฎหมายรับมือภัยคุกคามใหม่
  • จัดตั้งคณะทำงานเฉพาะกิจเพื่อยกร่างหรือปรับปรุงกฎหมายให้รองรับภัยคุกคามเฉพาะด้าน เช่น ภัยพิบัติและโรคระบาด, ยาเสพติดและอาชญากรรมข้ามชาติ, อาชญากรรมไซเบอร์และเศรษฐกิจใต้ดิน, ปฏิบัติการแบบ Hybrid Warfare
  • แยกเครื่องมือทางกฎหมายให้เหมาะสมกับลักษณะภัยคุกคาม
  • ใช้เครื่องมือทางกฎหมายพลเรือนแทนกฎหมายทหาร
  • เชื่อมโยงสู่รัฐธรรมนูญใหม่
  • ปรับปรุงนิยามใน รัฐธรรมนูญของ “ความมั่นคง” และ “ภัยคุกคาม” ในรัฐธรรมนูญฉบับใหม่

ผลลัพธ์คืออะไร (Outcome)

  • เพื่อคุ้มครองสิทธิประชาชน
  • พร้อมรับมือกับภัยคุกคามยุคใหม่
  • ไม่ใช้กฎหมายทหารแก้ทุกปัญหา
  • ลดผลกระทบต่อสิทธิประชาชนและการพัฒนาพื้นที่
  • ยืนยันหลักการว่า “ความมั่นคงของรัฐต้องตั้งอยู่บนความมั่นคงของประชาชน และอยู่ภายใต้รัฐบาลพลเรือนที่ตรวจสอบได้”

ใครได้ประโยชน์ (Target)

  • ประชาชน

ภายในเมื่อไหร่ (Timeframe)

ไม่ระบุ

ใช้งบเท่าไหร่ (Budget)

ไม่ระบุ

งบมาจากไหน (Budget Source)

ไม่ระบุ

ประชาชาติ

ปัญหาคืออะไร (Problem)

  • กฎหมายที่ไม่จําเป็น ไม่สอดคล้องกับสภาพการณ์ หรือเป็นอุปสรรคต่อการดำรงชีวิตและการประกอบอาชีพของประชาชน
  • กฎหมายที่บัญญัติขึ้นในขณะที่ประเทศไม่ได้ปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตย
  • ระบบที่ให้อำนาจคณะกรรมการในการใช้ดุลพินิจพิจารณาอนุญาต อนุมัติ หรือสั่งการ ซึ่งเป็นต้นเหตุหนึ่งของความไม่เป็นธรรมและเป็นช่องทางในการทุจริต
  • ประชาชน ที่ได้รับความเดือดร้อนจากการที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมในทางอาญา
  • การแทรกแซงที่ไม่เป็นธรรม (ในการสั่งฟ้องหรือไม่ฟ้อง)
  • การตายที่เกิดจากการวิสามัญฆาตกรรม หรือ การตายที่เกิดจากการกระทำของเจ้าหน้าที่รัฐ (ซึ่งยังขาดกระบวนการสอบสวนที่เป็นกลางและรวดเร็ว)
  • ผู้ต้องขังแออัดและสุขอนามัยขัดหลักสิทธิมนุษยชน
  • ปฏิบัติต่อผู้ต้องหาหรือจำเลยก่อนคำพิพากษาคดีถึงที่สุด...เหมือนนักโทษเด็ดขาด (ซึ่งถือว่ายังไม่ใช่ผู้กระทำผิด)

จะทำอะไร (Action)

  • ผลักดันให้มีการยกเลิกและปรับปรุงแก้ไขกฎหมายที่ไม่จําเป็น ไม่สอดคล้องกับสภาพการณ์ หรือเป็นอุปสรรคต่อการดำรงชีวิตและการประกอบอาชีพของประชาชน
  • มีการบัญญัติหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวกับระบบอนุญาตไว้ในกฎหมาย
  • ยกเลิกระบบที่ให้อำนาจคณะกรรมการในการใช้ดุลพินิจพิจารณาอนุญาต อนุมัติ หรือสั่งการ
  • ส่งเสริมให้ทนายความ นักกฎหมาย และนักวิชาการ รวมทั้งสถาบันการศึกษา ให้ความช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชนอย่างทั่วถึง
  • การร่างกฎหมายขึ้นมาใหม่ต้องให้ประชาชนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย มีส่วนร่วม
  • มีการรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนและให้นำผลการรับฟังความคิดเห็นมาแสดงให้สาธารณะ ได้ทราบและมีสิทธิโต้แย้งคัดค้านได้ด้วย
  • จัดตั้งองค์กรเพื่อการปฏิรูปกฎหมายทั้งในส่วนกลางและภูมิภาคที่เป็นอิสระในจำนวนที่เหมาะสม ซึ่งมาจากการเลือกกันเองของบุคคลที่มีความรู้ ความเชี่ยวชาญ ประสบการณ์ และหลากหลายอาชีพ
  • ส่งเสริมให้มีหน่วยงานคณะกรรมการกฤษฎีกาประจำจังหวัดหรือท้องถิ่นบางแห่งที่มีความจำเป็น
  • ปฏิรูปองค์กรอิสระและศาลรัฐธรรมนูญ (ให้มีที่มาจากตัวแทนสหวิชาชีพและมีความยึดโยงกับประชาชน ตลอดจนมีกลไกในการตรวจสอบและถ่วงดุลคำสั่งหรือคำพิพากษา)
  • ปรับปรุงและพัฒนากระบวนการยุติธรรม ได้แก่ งานตำรวจ อัยการ ศาล ราชทัณฑ์ กรมบังคับคดี และกระทรวงยุติธรรม รวมถึงหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายอื่นๆ โดยให้ประชาชนมีส่วนร่วมและมีการตรวจสอบถ่วงดุล
  • มีการช่วยเหลือประชาชน ที่ได้รับความเดือดร้อนจากการที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมในทางอาญาเพื่อให้ได้มาซึ่งสิทธิพื้นฐานในกระบวนพิจารณา เช่น สิทธิในการปล่อยตัวชั่วคราว
  • ขั้นตอนการสั่งฟ้องหรือไม่ฟ้องของพนักงานสอบสวน พนักงานอัยการ หรือองค์กรที่มีหน้าที่สอบสวนในทางอาญา ต้องเป็นไปตามพยานหลักฐานและมาตรฐานการสอบสวน
  • กระทำ (การสั่งฟ้องหรือไม่ฟ้อง) ในรูปขององค์คณะเพื่อป้องกันการแทรกแซงที่ไม่เป็นธรรมและให้ถือมติเสียงข้างมากในการ มีความเห็นทางคดี
  • มีการแก้ไขกฎหมายเพื่อให้ศาลเป็นผู้แต่งตั้งคณะกรรมการที่เป็นกลางและต้องไม่ใช่หน่วยงานของเจ้าหน้าที่รัฐที่ทำให้ตาย ร่วมเป็นผู้สอบสวนสาเหตุการตายที่เกิดจากการวิสามัญฆาตกรรม หรือ การตายที่เกิดจากการกระทำของเจ้าหน้าที่รัฐ
  • ดำเนินการไต่สวนอย่างรวดเร็วและเป็นธรรม (สำหรับสาเหตุการตายที่เกิดจากการวิสามัญฆาตกรรม หรือ การตายที่เกิดจากการกระทำของเจ้าหน้าที่รัฐ)
  • ปฏิรูประบบราชทัณฑ์
  • ปฏิบัติต่อผู้ต้องหาหรือจำเลยก่อนคำพิพากษาคดีถึงที่สุดตามรัฐธรรมนูญซึ่งถือว่ายังไม่ใช่ผู้กระทำผิด จะปฏิบัติเหมือนนักโทษเด็ดขาดไม่ได้
  • ส่งเสริมการนำเทคโนโลยีด้านการจัดการข้อมูล ได้แก่ ระบบข้อมูลขนาดใหญ่ อินเทอร์เน็ตของสรรพสิ่ง ระบบคลาวด์ และปัญญาประดิษฐ์ มาใช้ในงานด้านกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม
  • ตรวจสอบทบทวนสัญญา รวบรวม คัดกรองข้อมูลเกี่ยวกับคดี รวมถึงการใช้คลังข้อมูลที่จัดเก็บในรูปแบบที่สามารถนำไปวิเคราะห์ช่วยเหลือประชาชนด้านกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม

ผลลัพธ์คืออะไร (Outcome)

  • ไม่ให้กฎหมายที่ไม่จําเป็นเป็นภาระแก่ประชาชน
  • ประชาชนได้รับ ความช่วยเหลือทางกฎหมายอย่างทั่วถึง
  • ประชาชนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย มีส่วนร่วม (ในการร่างกฎหมาย)
  • สาธารณะ ได้ทราบและมีสิทธิโต้แย้งคัดค้านได้ด้วย (ผลการรับฟังความคิดเห็น)
  • มีองค์กรเพื่อการปฏิรูปกฎหมายทั้งในส่วนกลางและภูมิภาคที่เป็นอิสระ
  • มีหน่วยงานคณะกรรมการกฤษฎีกาประจำจังหวัดหรือท้องถิ่นบางแห่งที่มีความจำเป็น
  • องค์กรอิสระและศาลรัฐธรรมนูญ มีที่มาจากตัวแทนสหวิชาชีพและมีความยึดโยงกับประชาชน
  • มีกลไกในการตรวจสอบและถ่วงดุลคำสั่งหรือคำพิพากษา (จากองค์กรอิสระและศาลรัฐธรรมนูญ)
  • เป็นหลักประกันในการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพ (จากการพัฒนากระบวนการยุติธรรม)
  • ประชาชน ได้มาซึ่งสิทธิพื้นฐานในกระบวนพิจารณา เช่น สิทธิในการปล่อยตัวชั่วคราว
  • ป้องกันการแทรกแซงที่ไม่เป็นธรรม (ในกระบวนการสั่งฟ้องหรือไม่ฟ้อง)
  • ศาลเป็นผู้แต่งตั้งคณะกรรมการที่เป็นกลางและต้องไม่ใช่หน่วยงานของเจ้าหน้าที่รัฐที่ทำให้ตาย ร่วมเป็นผู้สอบสวนสาเหตุการตาย
  • ปฏิบัติต่อผู้ต้องหาหรือจำเลยก่อนคำพิพากษาคดีถึงที่สุดตามรัฐธรรมนูญซึ่งถือว่ายังไม่ใช่ผู้กระทำผิด
  • อำนวยความยุติธรรมให้กับประชาชน (โดยใช้เทคโนโลยี)
  • ป้องกันการละเมิดสิทธิเสรีภาพของบุคคล (โดยใช้เทคโนโลยี)
  • สนับสนุนการดำเนินการ การตรวจสอบถ่วงดุลเจ้าพนักงานในกระบวนการยุติธรรม และผู้บังคับใช้กฎหมายอื่น (โดยใช้เทคโนโลยี)
  • ประชาชนได้รับบริการด้านกฎหมายอย่างถูกต้อง รวดเร็ว และเป็นธรรม (โดยใช้เทคโนโลยีและคลังข้อมูล)

ใครได้ประโยชน์ (Target)

  • ประชาชน
  • ผู้ต้องขัง
  • ผู้ต้องหาหรือจำเลยก่อนคำพิพากษาคดีถึงที่สุด

ภายในเมื่อไหร่ (Timeframe)

ไม่ระบุ

ใช้งบเท่าไหร่ (Budget)

ไม่ระบุ

งบมาจากไหน (Budget Source)

ไม่ระบุ

ประชาชาติ

ปัญหาคืออะไร (Problem)

  • บทบัญญัติที่ไม่สอดคล้องกับความจำเป็นทางเศรษฐกิจ
  • สัมปทานการผูกขาด ควบรวม ครอบงำ หรือซื้อกิจการของกลุ่มทุน
  • การทุ่มตลาดจากสินค้าข้ามชาติ
  • สถาบันการเงินทั้งรัฐและเอกชนที่มุ่งหารายได้และกำไรที่มากเกินควรจากค่าธรรมเนียม ดอกเบี้ย หรือค่าบริการที่เรียกเป็นอย่างอื่น
  • ความเหลื่อมล้ำ
  • ขาดแคลนสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานอันจำเป็นต่อการดำรงชีวิตของประชาชน
  • ขาดโอกาสในการประกอบอาชีพ
  • ขาดศักยภาพโครงสร้างพื้นฐานในการคมนาคม
  • ขาดแคลนรายได้ ในท้องถิ่น
  • ขาดการปรับโครงสร้างอุตสาหกรรมตามศักยภาพบุคคลในท้องถิ่น
  • ขาดขีดความสามารถในการแข่งขันทางการค้าและการลงทุนระหว่างประเทศ
  • ขาดการค้าชายแดนครบวงจร
  • ขาดความเชื่อมั่นและแรงจูงใจในการลงทุน
  • ขาดโครงสร้างพื้นฐาน ในการเชื่อมโยงระบบโลจิสติกส์
  • ประชาชนที่ยากจนในพื้นที่
  • ขาดแคลนแหล่งงานในประเทศเพื่อนบ้าน
  • ขาดเศรษฐกิจทางเลือก
  • ขาดการสนับสนุนประชาชนในการประกอบกิจการอิสระ
  • ขาดการสนับสนุนนักธุรกิจรุ่นใหม่และผู้ประกอบการรุ่นเยาว์
  • ขาดการพัฒนาธุรกิจครบวงจรและธุรกิจเครือข่าย
  • ขาดการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา
  • ขาดการคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของประชาชนที่จำเป็นต้องประกอบอาชีพในภาคเศรษฐกิจแบบไม่เป็นทางการ เช่น หาบเร่แผงลอย คนทำงานภาคกลางคืน
  • ขาดมาตรการการคุ้มครองผู้บริโภคตามกฎหมาย
  • ขาดระบบเศรษฐกิจฐานคุณธรรม
  • ขาดสถาบันทางการเงิน สหกรณ์ หรือกองทุน ที่เปิดช่องให้ดำเนินธุรกรรมทางการเงินที่สอดคล้องกับหลักการทางศาสนา
  • ขาดการพัฒนาอย่างเสมอภาคและสอดคล้องกับวิถีชีวิต อัตลักษณ์ ศาสนา ภาษา และวัฒนธรรม ในระดับหมู่บ้านและชุมชน
  • มีคุณภาพชีวิตไม่ดี ทั้งด้านร่างกายและจิตใจ
  • ขาดแคลนงาน และอาชีพ
  • ขาดสวัสดิการสังคมอย่างทั่วถึง
  • OTOP และวิสาหกิจชุมชน ยังไม่ได้ยกระดับเป็น ผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม

จะทำอะไร (Action)

  • ยกเลิกและละเว้นการตรากฎหมายและกฎเกณฑ์ซึ่งมีบทบัญญัติที่ไม่สอดคล้องกับความจำเป็นทางเศรษฐกิจ
  • ให้การประกอบกิจการมีการแข่งขันอย่างเสรีและเป็นธรรม
  • ป้องกันและขจัดสัมปทานการผูกขาด ควบรวม ครอบงำ หรือซื้อกิจการของกลุ่มทุน
  • สนับสนุนสินค้าไทยที่ได้มาตรฐานอย่างเหมาะสมเพื่อป้องกันการทุ่มตลาดจากสินค้าข้ามชาติ
  • ปฏิรูปสถาบันการเงินทั้งรัฐและเอกชนที่มุ่งหารายได้และกำไรที่มากเกินควรจากค่าธรรมเนียม ดอกเบี้ย หรือค่าบริการที่เรียกเป็นอย่างอื่น
  • ให้สถาบันการเงินของรัฐให้ยึดนโยบายหลักด้านการช่วยเหลือทางสังคมและเศรษฐกิจแก่ประชาชนผู้มีรายได้น้อย
  • จัดให้มีสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานอันจำเป็นต่อการดำรงชีวิตของประชาชน
  • ส่งเสริมและขยายโอกาสในการประกอบอาชีพ
  • พัฒนาศักยภาพโครงสร้างพื้นฐานในการคมนาคม ทั้งในส่วนของรถไฟและสนามบินในภูมิภาค
  • พัฒนาเศรษฐกิจเชิงนิเวศวัฒนธรรมของท้องถิ่นต่างๆ
  • ให้ประชาชนมีส่วนร่วมและได้รับประโยชน์ จากเศรษฐกิจเชิงนิเวศวัฒนธรรม
  • ทำให้เกิดการปรับโครงสร้างอุตสาหกรรมตามศักยภาพบุคคลในท้องถิ่นที่มีความชำนาญและโดดเด่นในแต่ละสาขาการผลิต
  • ส่งเสริมขีดความสามารถในการแข่งขันทางการค้าและการลงทุนระหว่างประเทศ
  • มุ่งสร้างหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจที่เข้มแข็งภายใต้กรอบความร่วมมือต่างๆ ที่ไทยเป็นสมาชิก
  • พัฒนาความเป็นหุ้นส่วนกับประเทศยุทธศาสตร์ที่สำคัญในภูมิภาคและนอกภูมิภาค
  • ส่งเสริมการค้าชายแดนครบวงจร
  • สร้างความเชื่อมั่นและแรงจูงใจในการลงทุน
  • พัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อเชื่อมโยงระบบโลจิสติกส์
  • สนับสนุนการเชื่อมโยงระบบโลจิสติกส์กับประเทศเพื่อนบ้าน อาทิ จังหวัดชายแดนภาคใต้จะมีการเชื่อมโยงกับประเทศ มาเลเซีย สิงคโปร์ และบรูไน โดยใช้ศักยภาพทางภาษาและวัฒนธรรม
  • ร่วมมือกับประเทศมาเลเซียอย่างใกล้ชิดทั้งในระดับรัฐบาลกลางและรัฐบาลท้องถิ่น
  • ส่งเสริมธุรกิจที่สร้างรายได้ให้กับประชาชนที่ยากจนในพื้นที่ ได้แก่ ธุรกิจร้านอาหารไทยหรือร้าน “ต้มยำ”
  • ยกระดับแรงงานท้องถิ่น
  • เร่งจัดหาแหล่งงานในประเทศเพื่อนบ้าน
  • ส่งเสริมเศรษฐกิจทางเลือกที่สอดคล้องกับศักยภาพ องค์ความรู้ ความคิดสร้างสรรค์ รวมถึง ความถนัดของประชาชนและท้องถิ่น
  • ส่งเสริมประชาชนในการประกอบกิจการอิสระผ่านการทำธุรกิจออนไลน์
  • ส่งเสริมสนับสนุนนักธุรกิจรุ่นใหม่และผู้ประกอบการรุ่นเยาว์ผ่านการตั้งกองทุนและวิธีการอื่นๆ
  • ส่งเสริมและพัฒนาธุรกิจครบวงจรและธุรกิจเครือข่าย
  • ส่งเสริมการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา
  • คุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของประชาชนที่จำเป็นต้องประกอบอาชีพในภาคเศรษฐกิจแบบไม่เป็นทางการ เช่น หาบเร่แผงลอย คนทำงานภาคกลางคืน
  • ให้ความสำคัญกับมาตรการการคุ้มครองผู้บริโภคตามกฎหมาย
  • พัฒนาระบบเศรษฐกิจฐานคุณธรรม
  • ส่งเสริมการจัดตั้งกองทุนกิจการเพื่อสังคม
  • สนับสนุนการจัดตั้งสถาบันทางการเงิน สหกรณ์ หรือกองทุน ที่เปิดช่องให้ดำเนินธุรกรรมทางการเงินที่สอดคล้องกับหลักการทางศาสนา เช่น สถานธนานุบาลปลอดดอกเบี้ย
  • ดำเนินการพัฒนาอย่างเสมอภาคและสอดคล้องกับวิถีชีวิต อัตลักษณ์ ศาสนา ภาษา และวัฒนธรรม ตามความต้องการของประชาชนในพื้นที่ ในระดับหมู่บ้านและชุมชน
  • พัฒนาประชาชนให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีทั้งด้านร่างกายและจิตใจ
  • ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน โดยเฉพาะผู้ด้อยโอกาส
  • สร้างงานสร้างอาชีพ
  • จัดสวัสดิการสังคมอย่างทั่วถึง
  • สนับสนุนครัวเรือนที่มีความพร้อมเป็นผู้ประกอบการ
  • ยกระดับ OTOP และวิสาหกิจชุมชนเป็นผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม
  • ส่งเสริมให้เกิด “หนึ่งอำเภอหนึ่งอุตสาหกรรม”

ผลลัพธ์คืออะไร (Outcome)

  • การประกอบกิจการมีการแข่งขันอย่างเสรีและเป็นธรรม
  • ลดความเหลื่อมล้ำ
  • เพิ่มพูนรายได้ ในท้องถิ่น
  • เกิดการปรับโครงสร้างอุตสาหกรรมตามศักยภาพบุคคลในท้องถิ่นที่มีความชำนาญและโดดเด่นในแต่ละสาขาการผลิต
  • มีขีดความสามารถในการแข่งขันทางการค้าและการลงทุนระหว่างประเทศ
  • มีหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจที่เข้มแข็ง
  • มีการค้าชายแดนครบวงจร
  • มีความเชื่อมั่นและแรงจูงใจในการลงทุน
  • เพิ่มขีดความสามารถทางเศรษฐกิจ ของจังหวัดชายแดนภาคใต้
  • ประชาชนที่ยากจนมีรายได้
  • มีเศรษฐกิจทางเลือกที่สอดคล้องกับศักยภาพ องค์ความรู้ ความคิดสร้างสรรค์ รวมถึง ความถนัดของประชาชนและท้องถิ่น
  • ประชาชนประกอบกิจการอิสระผ่านการทำธุรกิจออนไลน์
  • มีธุรกิจครบวงจรและธุรกิจเครือข่ายที่เป็นประโยชน์ต่อคนส่วนใหญ่
  • มีระบบเศรษฐกิจฐานคุณธรรม
  • สามารถช่วยเหลือดูแลผู้เดือดร้อนในรูปแบบต่างๆ
  • ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีทั้งด้านร่างกายและจิตใจ
  • มีงาน
  • มีอาชีพ
  • มีสวัสดิการสังคมอย่างทั่วถึง
  • OTOP และวิสาหกิจชุมชนเป็นผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม
  • เกิด “หนึ่งอำเภอหนึ่งอุตสาหกรรม”

ใครได้ประโยชน์ (Target)

  • กิจการ
  • สินค้าไทย
  • สถาบันการเงินทั้งรัฐและเอกชน
  • ประชาชนผู้มีรายได้น้อย
  • ท้องถิ่นต่างๆ
  • บุคคลในท้องถิ่น
  • จังหวัดชายแดนภาคใต้
  • ประชาชนที่ยากจนในพื้นที่
  • แรงงานท้องถิ่น
  • นักธุรกิจรุ่นใหม่
  • ผู้ประกอบการรุ่นเยาว์
  • คนส่วนใหญ่
  • ประชาชนที่จำเป็นต้องประกอบอาชีพในภาคเศรษฐกิจแบบไม่เป็นทางการ เช่น หาบเร่แผงลอย คนทำงานภาคกลางคืน
  • ผู้บริโภค
  • ประชาชนในพื้นที่ (ระดับหมู่บ้านและชุมชน)
  • ผู้ด้อยโอกาส
  • ครัวเรือนที่มีความพร้อม
  • OTOP
  • วิสาหกิจชุมชน

ภายในเมื่อไหร่ (Timeframe)

ไม่ระบุ

ใช้งบเท่าไหร่ (Budget)

ไม่ระบุ

งบมาจากไหน (Budget Source)

ไม่ระบุ

ประชาธิปัตย์

ปัญหาคืออะไร (Problem)

  • กฎหมายล้าหลังและซ้ำซ้อน: ประชาชนและธุรกิจต้องเผชิญกฎหมาย กฎ ระเบียบ และข้อบังคับจำนวนมากที่หมดความจำเป็น ไม่สอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจและสังคมปัจจุบัน
  • อุปสรรคต่อการดำรงชีวิตและการทำมาหากิน: กฎหมายบางฉบับสร้างภาระขั้นตอน ต้นทุน และเวลา ทำให้การเริ่มธุรกิจ การทำงาน และการใช้ชีวิตประจำวันยุ่งยากโดยไม่จำเป็น
  • ช่องโหว่การทุจริตจากกติกาที่ไม่ทันสมัย: กฎหมายที่คลุมเครือและล้าสมัยเปิดช่องให้เกิดการใช้ดุลพินิจเกินจำเป็นและการทุจริตในหน่วยงานรัฐ

จะทำอะไร (Action)

  • ใช้กฎหมายแม่บทฉบับเดียวเป็นเครื่องมือ “ตัดตอน” กฎหมายล้าสมัยทั้งระบบ
  • ให้อำนาจทบทวนและยกเลิกกฎหมาย/กฎ/ระเบียบที่ล้าหลังหรือเป็นอุปสรรค โดยไม่ต้องแก้ทีละฉบับ
  • ปรับโครงสร้างกฎหมายให้หน่วยงานรัฐขับเคลื่อนตามพันธกิจที่ชัดเจน
  • ตัดกติกาที่เปิดช่องดุลพินิจเกินจำเป็น
  • เปิดทางกำหนดมาตรฐานด้านคุณภาพชีวิต สิทธิมนุษยชน สิ่งแวดล้อม และการประกอบธุรกิจ
  • ใช้ Super Act เป็นจุดเริ่มต้นปฏิรูปกฎหมายทั้งระบบ

ผลลัพธ์คืออะไร (Outcome)

  • ลดภาระประชาชน
  • ปิดช่องทุจริต
  • ยกระดับการทำงานภาครัฐ
  • ไม่ต้องแก้ กฎหมาย ทีละฉบับ
  • ลดงานซ้ำซ้อน
  • ยกระดับบริการแบบ One-Stop Service
  • เพิ่มความโปร่งใสและตรวจสอบได้
  • มาตรฐาน สอดคล้องบริบทไทยและมาตรฐานสากล
  • กฎหมาย ทันโลกและรองรับฉากทัศน์ใหม่ของประเทศ

ใครได้ประโยชน์ (Target)

  • ประชาชน
  • ธุรกิจ

ภายในเมื่อไหร่ (Timeframe)

ไม่ระบุ

ใช้งบเท่าไหร่ (Budget)

ไม่ระบุ

งบมาจากไหน (Budget Source)

ไม่ระบุ

เพื่อไทย

ปัญหาคืออะไร (Problem)

  • ไทยมีกฎหมายและระเบียบการขออนุญาตประกอบธุรกิจจำนวนมากที่ล้าสมัย
  • ระบบอนุญาต (permit) ซ้ำซ้อนหลายหน่วยงาน
  • รัฐเป็นภาระใหญ่ต่อธุรกิจ โดยเฉพาะ SME
  • นักลงทุนต่างชาติมองว่าระบบกฎหมายไทยไม่แน่นอน
  • คู่มือกฎหมายไม่ชัด ภาคประชาชน–เอกชนไม่เข้าใจว่าต้องทำอะไร ส่งเอกสารอะไร ใช้เวลานานเท่าไหร่
  • ระบบราชการส่วนใหญ่ยังใช้กระดาษ ไม่เชื่อมโยงข้อมูล ทำให้ขั้นตอนช้ากว่าประเทศคู่แข่งในภูมิภาค

จะทำอะไร (Action)

  • สร้างแพลตฟอร์ม One Stop Service เพื่อบริการประชาชนในที่เดียว
  • แปลงใบอนุญาตบางประเภทเป็น “ใบแจ้ง (notification)” แทนการ “ขออนุญาต (permission)” เพื่อเพิ่มความเร็วในการทำธุรกิจ
  • ใช้ข้อมูลจริงจากภาคเอกชน–ประชาชนเป็นตัวตัดสินว่าอะไรควรอยู่ อะไรควรถูกลบ
  • ยกเลิกใบอนุญาตซ้ำซ้อน เช่น ใบอนุญาตที่มีลักษณะใกล้เคียงกันแต่ต้องขอหลายหน่วยงาน
  • ยุบรวมขั้นตอนที่ซ้ำกัน ลดการใช้เอกสารเดิมซ้ำหลายครั้ง ดึงข้อมูลข้ามหน่วยงานได้
  • ปรับทุกบริการเป็นดิจิทัล (Digital by Default) ทุกใบอนุญาตต้องสามารถขอออนไลน์ได้ 100% ระบบติดตามสถานะ (tracking) โปร่งใส ลดโอกาสเจ้าหน้าที่เรียกผลประโยชน์
  • เชื่อมฐานข้อมูลต่าง ๆ (company register, tax, land, identity) เพื่อไม่ให้ประชาชนต้องยื่นข้อมูลซ้ำ
  • ทำ “คู่มือกฎหมายฉบับประชาชน” ที่เข้าใจง่าย สรุปว่าต้องทำอะไร ส่งเอกสารอะไร ใช้เวลานานเท่าไหร่ เพื่อลดการตีความของเจ้าหน้าที่ ซึ่งเป็นต้นตอของความล่าช้าและทุจริต

ผลลัพธ์คืออะไร (Outcome)

  • ออกใบอนุญาตภายใน 1 วัน
  • เพิ่มความเร็วในการทำธุรกิจ
  • ลดการใช้เอกสารเดิมซ้ำหลายครั้ง
  • ระบบติดตามสถานะ (tracking) โปร่งใส
  • ลดโอกาสเจ้าหน้าที่เรียกผลประโยชน์

ใครได้ประโยชน์ (Target)

  • ประชาชน
  • ธุรกิจ
  • SME
  • นักลงทุนต่างชาติ

ภายในเมื่อไหร่ (Timeframe)

ไม่ระบุ

ใช้งบเท่าไหร่ (Budget)

ไม่ระบุ

งบมาจากไหน (Budget Source)

ไม่ระบุ

เพื่อไทย

ปัญหาคืออะไร (Problem)

  • ไทยมีกฎหมายและระเบียบการขออนุญาตประกอบธุรกิจจำนวนมากที่ล้าสมัย บางฉบับออกตั้งแต่ 30–50 ปีก่อน ไม่สอดคล้องเศรษฐกิจยุคดิจิทัล
  • ระบบอนุญาต (permit) ซ้ำซ้อนหลายหน่วยงาน ต้องใช้เอกสารเดิมซ้ำหลายครั้ง ทำให้รัฐเป็นภาระใหญ่ต่อธุรกิจ โดยเฉพาะ SME ที่ไม่มีต้นทุนด้านกฎหมายหรือบุคลากรมากพอ ทำให้มีความเสี่ยงต่อการเลือกปฏิบัติหรือเรียกรับผลประโยชน์จากกระบวนการไม่โปร่งใสและตีความได้หลายแบบ
  • คู่มือกฎหมายไม่ชัด ภาคประชาชน–เอกชนไม่เข้าใจว่าต้องทำอะไร ส่งเอกสารอะไร ใช้เวลานานเท่าไหร่
  • ระบบราชการส่วนใหญ่ยังใช้กระดาษ ไม่เชื่อมโยงข้อมูล ทำให้ขั้นตอนช้ากว่าประเทศคู่แข่งในภูมิภาค
  • นักลงทุนต่างชาติมองว่าระบบกฎหมายไทยไม่แน่นอน ทำให้ตัดสินใจลงทุนยาก ภาครัฐต้องเสียทรัพยากรคนดูแลกฎเดิมที่ไม่จำเป็น ทั้งที่ควรทุ่มเวลาไปกับงานที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชน

จะทำอะไร (Action)

  • ปฏิรูปกฎหมายทั้งระบบในคราวเดียว — ออกกฎหมายฉบับใหญ่ (Omnibus Law) ตัดกฎหมายเก่า ลดกฎเกณฑ์ที่ซ้ำซ้อน
  • แปลงใบอนุญาตบางประเภทเป็น “ใบแจ้ง (notification)” แทนการ “ขออนุญาต (permission)” เพื่อเพิ่มความเร็วในการทำธุรกิจ
  • ใช้ข้อมูลจริงจากภาคเอกชน–ประชาชนเป็นตัวตัดสินว่าอะไรควรอยู่ อะไรควรถูกลบ
  • ยกเลิกใบอนุญาตซ้ำซ้อน เช่น ใบอนุญาตที่มีลักษณะใกล้เคียงกันแต่ต้องขอหลายหน่วยงาน
  • ยุบรวมขั้นตอนที่ซ้ำกัน ลดการใช้เอกสารเดิมซ้ำหลายครั้ง ดึงข้อมูลข้ามหน่วยงานได้
  • ปรับทุกบริการเป็นดิจิทัล (Digital by Default) ทุกใบอนุญาตต้องสามารถขอออนไลน์ได้ 100% ระบบติดตามสถานะ (tracking) โปร่งใส
  • เชื่อมฐานข้อมูลต่าง ๆ (company register, tax, land, identity) เพื่อไม่ให้ประชาชนต้องยื่นข้อมูลซ้ำ
  • ทำ “คู่มือกฎหมายฉบับประชาชน” ที่เข้าใจง่าย สรุปว่าต้องทำอะไร ส่งเอกสารอะไร ใช้เวลานานเท่าไหร่

ผลลัพธ์คืออะไร (Outcome)

  • ทำให้ธุรกิจเดินหน้าเร็วขึ้น
  • ลดการใช้เอกสารเดิมซ้ำหลายครั้ง
  • ลดโอกาสเจ้าหน้าที่เรียกผลประโยชน์
  • ลดการตีความของเจ้าหน้าที่ ซึ่งเป็นต้นตอของความล่าช้าและทุจริต
  • ภาครัฐทำงานมีประสิทธิภาพขึ้น เพราะไม่ต้องดูแลกฎหมายและใบอนุญาตที่เกินความจำเป็น

ใครได้ประโยชน์ (Target)

  • ประชาชน
  • ธุรกิจ
  • SME
  • นักลงทุนต่างชาติ
  • ภาครัฐ

ภายในเมื่อไหร่ (Timeframe)

ไม่ระบุ

ใช้งบเท่าไหร่ (Budget)

ไม่ระบุ

งบมาจากไหน (Budget Source)

ไม่ระบุ

เพื่อไทย

ปัญหาคืออะไร (Problem)

  • ประชาชนทั่วไป แบกภาระต้นทุนทางกฎหมายต่างๆ มีรายได้ไม่เพียงพอในการจ้างทนาย
  • กฎหมายในประเทศไทยมีจำนวนมากกว่า 70,000 ฉบับ มีใบอนุญาต กฎระเบียบ ข้อบังคับที่ธุรกิจต้องปฏิบัติตามมากมาย ทำให้ SME ต้องแบกรับต้นทุนในการปฏิบัติตามกฎหมายที่สูงและซับซ้อน

จะทำอะไร (Action)

  • สร้าง “Thai Law LLM” ต่อยอดข้อมูลกฎหมายไทยกว่า 70,000 ฉบับเพื่อเป็นแกนหลักในการขับเคลื่อนนโยบาย AI เพื่อความยุติธรรมทั้งหมด
  • พัฒนา “ทนาย AI เพื่อคนไทย” ให้บริการปรึกษากฎหมายฟรี ร่างและตรวจสอบเอกสารสัญญาที่ไม่ซับซ้อน

ผลลัพธ์คืออะไร (Outcome)

  • ประชาชนสามารถเข้าถึงความยุติธรรมได้อย่างรวดเร็วโดยไม่มีต้นทุนทางกฎหมายสำหรับการบริการที่ไม่ซับซ้อน
  • ลดต้นทุนการเข้าถึงกฎหมาย

ใครได้ประโยชน์ (Target)

  • ประชาชน
  • SME

ภายในเมื่อไหร่ (Timeframe)

ไม่ระบุ

ใช้งบเท่าไหร่ (Budget)

ไม่ระบุ

งบมาจากไหน (Budget Source)

ไม่ระบุ

โอกาสใหม่

ปัญหาคืออะไร (Problem)

  • กฎหมายที่ไม่สอดคล้องกับภาวะการณ์ปัจจุบัน
  • กฎหมายที่เป็นอุปสรรคต่อการลงทุน
  • กฎหมายที่เป็นอุปสรรคต่อการประกอบอาชีพของภาคเอกชน, ประชาชน โดยเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับการอนุญาต การอนุมัติ และวิถีชีวิต ต้องสอดคล้องกับหลักนิติธรรม และหลักประชาธิปไตย

จะทำอะไร (Action)

  • จัดให้มีการทบทวน กฎหมาย
  • ปรับปรุง กฎหมาย
  • ยกเลิกกฎหมาย ที่ล้าหลัง

ผลลัพธ์คืออะไร (Outcome)

  • กฎหมาย ต้องสอดคล้องกับหลักนิติธรรม
  • กฎหมาย ต้องสอดคล้องกับหลักประชาธิปไตย

ใครได้ประโยชน์ (Target)

  • ประชาชน

ภายในเมื่อไหร่ (Timeframe)

ไม่ระบุ

ใช้งบเท่าไหร่ (Budget)

ไม่ระบุ

งบมาจากไหน (Budget Source)

ไม่ระบุ

แชร์หน้านี้เกี่ยวกับโครงการ