ประเด็น

การกระจายอำนาจ

มี 21 คำสัญญา จาก

*ฐานข้อมูลมีทั้งหมด 13 พรรค โดยเลือกเฉพาะพรรคที่มีข้อมูลนโยบายในเว็บไซต์ทางการ อ่านเกณฑ์การคัดเลือกพรรคการเมือง

คำชี้แจง

  • ข้อมูลในหน้านี้มาจากข้อความบนเว็บไซต์ทางการของพรรคการเมือง ซึ่งถูกจัดลงตารางตามหัวข้อต่างๆ ด้วยระบบปัญญาประดิษฐ์ (LLM) โดยพยายามคงข้อความตามต้นฉบับให้มากที่สุด
  • หากจำเป็นต้องเพิ่มข้อความเพื่อให้ได้ใจความที่สมบูรณ์ จะถูกแสดงด้วยตัวอักษรสีเทา
  • แม้มีการตรวจสอบโดยทีมงานในระดับหนึ่ง แต่อาจมีความคลาดเคลื่อนเกิดขึ้นได้
  • ผู้ใช้สามารถตรวจสอบเพิ่มเติมกับข้อความต้นฉบับตามลิงก์ด้านล่าง
อ่านที่มาและข้อจำกัดข้อมูล
ไทยภักดี

ปัญหาคืออะไร (Problem)

ไม่ระบุ

จะทำอะไร (Action)

  • จัดตั้ง ก.พัฒนาท้องถิ่น บริหารตรงไปที่ อบจ.
  • นายกอบจ. มีบทบาทเป็น CEO จังหวัด
  • ยกเลิก! เทศบาล และ อบต.

ผลลัพธ์คืออะไร (Outcome)

ไม่ระบุ

ใครได้ประโยชน์ (Target)

ไม่ระบุ

ภายในเมื่อไหร่ (Timeframe)

ไม่ระบุ

ใช้งบเท่าไหร่ (Budget)

ไม่ระบุ

งบมาจากไหน (Budget Source)

ไม่ระบุ

ไทยสร้างไทย

ปัญหาคืออะไร (Problem)

  • ดัชนีภาพลักษณ์คอร์รัปชัน (CPI) ของประเทศไทย ได้คะแนนเพียงแค่ 33 คะแนน
  • ประเทศไทยอยู่อันดับที่ 110 จาก 180 ประเทศ ต่ำที่สุดในประวัติศาสตร์ของประเทศไทย

จะทำอะไร (Action)

  • ประกาศสงครามกับการทุจริตคอร์รัปชัน ซึ่งเป็นมะเร็งร้ายของประเทศ ด้วยโมเดลปราบโกง
  • จัดตั้งสำนักงานปราบโกง (สปก.) หรือ Corruption Eradication Commission (CEO)
  • มุ่งเน้นการปราบปรามคอร์รัปชันตั้งแต่รากฐาน ด้วยการรณรงค์การสร้างรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน เสนอให้มีการเลือกตั้ง สสร.
  • เปิดโปงเบาะแสการทุจริตของนักการเมืองและข้าราชการผู้มีอำนาจ ใช้หลักการในการปราบดังนี้
  1. ปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม – องค์กรอิสระ/ตำรวจ/อัยการ/ศาล ทุกองค์กรต้องถูกตรวจสอบได้
  2. เน้นที่การปราบมากกว่าการปราม
  3. มีเส้นตายในการสืบสวน สอบสวน และการพิจารณา
  4. ลงโทษหนักทั้งผู้ให้และผู้รับ
  • ประชาชนมีอำนาจเลื่อน ลด ปลด ย้ายข้าราชการได้ ด้วยระบบการโหวตให้คะแนน
  • ให้อำนาจประชาชนกำหนดการใช้งบประมาณ และตรวจสอบการใช้งบประมาณ โดย "สภาชุมชน" โดยออกกฎหมายยกระดับกรรมการหมู่บ้าน
  • "ปฏิวัติระบบการจัดทำงบประมาณ" ที่ปัจจุบันจัดทำจากบนลงล่าง
  • ให้อำนาจประชาชนในการจัดงบประมาณจากความต้องการของประชาชนโดยตรงจากล่างขึ้นบน เริ่มตั้งแต่หน่วยเล็กที่สุดคือหมู่บ้าน และมีอำนาจร่วมตรวจรับงาน

ผลลัพธ์คืออะไร (Outcome)

  • ขจัดการคอร์รัปชัน
  • แก้ไขความเดือดร้อนของประชาชน
  • งบประมาณถูกนำมาใช้อย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด
  • งบประมาณที่มาจากภาษีของประชาชนและเงินกู้ตอบโจทย์ในการดูแลประชาชน "ตั้งแต่เกิดจนแก่"

ใครได้ประโยชน์ (Target)

  • ประชาชน
  • ชุมชน

ภายในเมื่อไหร่ (Timeframe)

ไม่ระบุ

ใช้งบเท่าไหร่ (Budget)

ไม่ระบุ

งบมาจากไหน (Budget Source)

ไม่ระบุ

ประชาชน

ปัญหาคืออะไร (Problem)

  • ปัญหาหลักของการบริหารกรุงเทพฯ คือการเป็น "องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นชั้นเดียว"
  • อำนาจการตัดสินใจรวมศูนย์: ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครในฐานะผู้บริหารสูงสุด ต้องกำกับดูแลหน่วยงานในสังกัดถึง 70 หน่วยงาน (20 สำนัก และ 50 สำนักงานเขต)
  • อำนาจในการกำหนดนโยบาย การจัดสรรงบประมาณ และบุคลากรทั้งหมดถูกรวมไว้ที่ฝ่ายบริหารส่วนกลางของ กทม. ทั้งหมด
  • ให้บริการประชาชนไม่ตรงจุด: สำนักงานเขตทั้ง 50 แห่ง มีบริบทและปัญหาในพื้นที่ที่แตกต่างกันอย่างมาก แต่กลับต้องรอการกำหนดนโยบายและการจัดสรรงบประมาณจากส่วนกลางเพียงจุดเดียว
  • ทำให้การบริหารจัดการของแต่ละเขตไม่มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ และไม่สามารถตอบสนองความต้องการของประชาชนในพื้นที่ได้อย่างตรงจุด
  • ปัญหาเหล่านี้ส่งผลให้การบริหารจัดการเมืองขาดประสิทธิภาพ ไม่มีความยืดหยุ่น และไม่สามารถแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าของแต่ละเขตได้อย่างทันท่วงที

จะทำอะไร (Action)

  • พรรคประชาชนจะยกระดับการบริหารราชการกรุงเทพมหานคร โดยเปลี่ยนจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นชั้นเดียว เป็น "องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นสองชั้น"
  • จะเพิ่มการบริหารระดับย่อยลงมาจาก กทม. โดยมี "นคร" เป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นระดับล่าง
  • จะให้ ผู้บริหารและสภาของ “นคร” มาจากการ เลือกตั้งของประชาชนโดยตรง
  • จะให้ นคร มีหน้าที่จัดทำบริการสาธารณะที่ไม่ซับซ้อนและอยู่ใกล้ชิดประชาชน เช่น โรงเรียน, ศูนย์เด็กเล็ก, ถนนและไฟส่องสว่างภายในซอย
  • กรุงเทพมหานคร (กทม.) จะถูกยกฐานะเป็นท้องถิ่นส่วนบน
  • จะให้ กทม. ทำหน้าที่จัดทำบริการสาธารณะขนาดใหญ่ที่ส่งผลต่อ กทม. โดยรวม ไม่ได้เจาะจงนครใดนครหนึ่ง เช่น ระบบขนส่งมวลชน หรือโรงกำจัดขยะมูลฝอย
  • จะให้ กทม. เป็นหน่วยงานหลักในการกำหนดแผนและทิศทางการพัฒนาเมือง เช่น การวางผังเมือง
  • จะให้ กทม. ทำหน้าที่กำกับดูแลการบริหารงานของนคร
  • จะดำเนินการปฏิรูปโครงสร้างนี้ผ่านการแก้ไขกฎหมายหลัก คือ พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2528 และที่แก้ไขเพิ่มเติมใหม่ทั้งฉบับ
  • จะกำหนดโครงสร้างการบริหารเป็นแบบสองชั้น
  • จะจัดตั้ง "นคร" โดยกำหนดให้มี นคร เป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นระดับล่าง
  • จะให้ "นคร" มีฝ่ายบริหารและสภาที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชนโดยตรง
  • จะขยายอำนาจ กทม. (ระดับบน) โดยเพิ่มเติมอำนาจและหน้าที่ให้กรุงเทพมหานคร ในฐานะองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นระดับบน
  • จะดำเนินการโดย ยกเลิกถ้อยคำ "ภายใต้บังคับของกฎหมาย"
  • จะแบ่งแยกการเงินอย่างชัดเจน โดยแบ่งแยกรายได้และการบริหารงบประมาณของ “กรุงเทพมหานคร” และ “นคร” อย่างชัดเจน
  • จะให้ กรุงเทพมหานครสามารถสนับสนุนงบประมาณในรูปแบบของเงินอุดหนุนให้กับ “นคร” ได้
  • จะกำหนดกลไกแก้ไขข้อพิพาท โดยกำหนดกลไกการประสานงานและวินิจฉัยข้อพิพาทระหว่าง “กรุงเทพมหานคร” และ “นคร”
  • จะให้กลไกแก้ไขข้อพิพาท ประกอบด้วยตัวแทนจากรัฐบาลกลาง กรุงเทพมหานคร และนคร

ผลลัพธ์คืออะไร (Outcome)

  • จะเกิดการแบ่งแยกอำนาจ งบประมาณ และบริการที่ชัดเจน
  • นครจะรับผิดชอบต่อประชาชนในพื้นที่นั้น ๆ
  • กทม. จะไม่ติดข้อจำกัดของกฎหมายของราชการส่วนกลาง และสามารถจัดทำบริการสาธารณะได้อย่างกว้างขวาง
  • จะมีผลให้ “ทำได้ทุกอย่าง ยกเว้นบางเรื่องที่ห้าม” (Negative List) จากเดิมที่กำหนดให้ทำได้เฉพาะที่กฎหมายกำหนด (Positive List)
  • การจัดทำบริการสาธารณะของแต่ละ “นคร” จะมีมาตรฐานเดียวกัน และสอดคล้องกับการพัฒนาเมืองในภาพรวม
  • การบริหารราชการกรุงเทพมหานครจะเป็นไปอย่างมีเอกภาพและแก้ไขความขัดแย้งระหว่างกันได้

ใครได้ประโยชน์ (Target)

  • ประชาชน
  • กทม.
  • ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร

ภายในเมื่อไหร่ (Timeframe)

ไม่ระบุ

ใช้งบเท่าไหร่ (Budget)

ไม่ระบุ

งบมาจากไหน (Budget Source)

ไม่ระบุ

ประชาชน

ปัญหาคืออะไร (Problem)

  • การมีส่วนร่วมต่ำ: ประชาชนออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งท้องถิ่นน้อยกว่าการเลือกตั้งระดับชาติอย่างมีนัยสำคัญ
  • ขาดการแข่งขัน: การแข่งขันทางการเมืองมักขาดความยึดโยงกับนโยบาย และบ่อยครั้งผู้บริหารท้องถิ่นใช้วิธีลาออกก่อนครบวาระเพื่อสร้างความได้เปรียบทางการเมือง ทำให้การแข่งขันไม่เป็นไปตามครรลองปกติ
  • ขาดความโปร่งใส: การจัดการเลือกตั้งยังถูกตั้งคำถามเรื่องประสิทธิภาพและความเป็นกลาง เช่น สัดส่วนบัตรเสียที่สูง ข้อจำกัดในการสังเกตการณ์ หรือความกังวลเรื่องความเป็นกลางของเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นที่ทำหน้าที่จัดการเลือกตั้งเอง

จะทำอะไร (Action)

  • กำหนดให้ทุก 4 ปี มี "วันมหกรรมเลือกตั้งท้องถิ่น" 1 วัน ที่ประชาชนจะได้เลือกตั้งท้องถิ่นพร้อมกัน ทุกฝ่าย (นายกและสมาชิกสภา) ทุกพื้นที่ (ทั่วประเทศ) และ ทุกระดับ (อบจ., เทศบาล, อบต., กทม., พัทยา)
  • หากผู้บริหารพ้นจากตำแหน่งก่อนครบวาระ ให้จัดการเลือกตั้งซ่อมเฉพาะวาระที่เหลืออยู่
  • ใช้วิธีให้นายกสำรอง (จากบัญชีรายชื่อที่เสนอตอนหาเสียง) ขึ้นดำรงตำแหน่งแทน
  • ให้สิทธิประชากรแฝง (ผู้ที่ทำงานหรืออาศัยในพื้นที่ต่างจากทะเบียนบ้าน) กว่า 9 ล้านคน สามารถลงทะเบียนเลือกตั้งในพื้นที่ที่ตนใช้ชีวิตจริงได้
  • เปิดระบบเลือกตั้งล่วงหน้า (ในเขต, นอกเขต, นอกราชอาณาจักร)
  • ขยายช่องทางอื่น สำหรับการเลือกตั้ง เช่น ทางไปรษณีย์หรือออนไลน์
  • ปรับลดระยะเวลาการย้ายทะเบียนบ้านเพื่อมีสิทธิเลือกตั้งจาก 1 ปี เหลือ 90 วัน
  • หากย้ายไม่ถึง 90 วัน ยังคงสิทธิเลือกตั้งในเขตเดิมได้
  • เข้มงวดมาตรฐานหน่วยเลือกตั้งเพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้สูงอายุและคนพิการ
  • อบรมกรรมการประจำหน่วยเรื่องการอำนวยความสะดวก
  • ปรับลดอายุขั้นต่ำสำหรับผู้มีสิทธิรับสมัครเป็นสมาชิกสภาท้องถิ่นและผู้บริหารท้องถิ่น (ปัจจุบันกำหนดไว้ที่ 25 ปีและ 35 ปีตามลำดับ)
  • ทบทวนไม่ให้การไม่ไปใช้สิทธิออกเสียงเลือกตั้ง นำไปสู่การสูญเสียสิทธิด้านอื่น ๆ เกินจำเป็น
  • ปรับให้การจำกัดสิทธิหายทันทีที่บุคคลดังกล่าวได้ไปใช้สิทธิในการเลือกตั้งครั้งถัดไป
  • ออกแบบและกำหนดรูปแบบบัตรเลือกตั้งให้ชัดเจน: เช่น กำหนดให้สีบัตรเลือกตั้งเป็นคู่สีตรงข้าม บังคับใช้เหมือนกันทั้งประเทศ และกำหนดให้ข้อมูลบนบัตรเลือกตั้งมีความครอบคลุมมากขึ้น (เช่น ชื่อผู้สมัคร รูปผู้สมัคร ชื่อพรรคการเมืองหรือกลุ่มการเมือง)
  • วางมาตรฐานการจำแนกบัตรดี-บัตรเสีย ให้ชัดเจนและคงเส้นคงวาสำหรับทุกหน่วย
  • เพิ่มช่องทางออนไลน์ในการยื่นบัญชีรายรับรายจ่ายของผู้รับสมัครเลือกตั้ง
  • กำหนดเกณฑ์และขอบเขตการมีส่วนร่วม ของนักการเมือง (ระดับชาติ) ในการช่วยผู้สมัครรับเลือกตั้ง (ท้องถิ่น) ให้ชัดเจน
  • กำหนดให้มีการรายงานและเผยแพร่ผลการนับคะแนน รายหน่วยเลือกตั้ง อย่างรวดเร็ว ผ่านระบบออนไลน์ที่ประชาชนเข้าถึงได้โดยทั่วไปตลอดเวลา และในรูปแบบที่นำไปวิเคราะห์ประมวลผลต่อได้
  • เพิ่มการคุ้มครองสิทธิในการสังเกตการณ์เลือกตั้ง เช่น สิทธิในการสังเกตการณ์การนับคะแนนเลือกตั้งได้อย่างสะดวกและใกล้ชิด รวมถึงสิทธิในการถ่ายภาพนิ่งและภาพเคลื่อนไหว
  • เปลี่ยนผู้รับผิดชอบหลักในการจัดการเลือกตั้งท้องถิ่น จากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เป็น คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)
  • ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีหน้าที่เพียงการสนับสนุนงานเท่านั้น
  • กำหนดให้ กกต. เป็นผู้รับผิดชอบเรื่องงบประมาณและบุคลากรในการจัดการเลือกตั้งท้องถิ่น
  • จัดสรรงบประมาณประจำปีสำหรับการเลือกตั้งท้องถิ่นที่สามารถวางแผนล่วงหน้าได้อย่างชัดเจน
  • ผลักดัน ร่างแก้ไข พ.ร.บ. เลือกตั้งท้องถิ่น (สำหรับข้อเสนอ 1-6)
  • ผลักดัน ร่างแก้ไข พ.ร.บ. จัดตั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 5 ฉบับ (อบจ. / เทศบาล / อบต. / กทม. / เมืองพัทยา)
  • กำหนดวันสำหรับการ รีเซ็ต (reset) การเลือกตั้งท้องถิ่น เพื่อให้เกิด "วันมหกรรมเลือกตั้งท้องถิ่น" (Super Local Election Day)

ผลลัพธ์คืออะไร (Outcome)

  • มีประสิทธิภาพ โปร่งใส และเปิดกว้างสำหรับการมีส่วนร่วมของประชาชน ของระบบการเลือกตั้งท้องถิ่น
  • สร้างความตื่นตัว ในการเลือกตั้ง
  • ประหยัดงบประมาณ
  • ทำให้แผนพัฒนาท้องถิ่นสอดรับกัน
  • รักษาวงรอบการเลือกตั้งใหญ่ให้ตรงกัน
  • ลดความสับสน ในบัตรเลือกตั้ง
  • เพิ่มหลักประกันเรื่องความเป็นกลางและประสิทธิภาพในการจัดการเลือกตั้ง

ใครได้ประโยชน์ (Target)

  • ประชาชน
  • นายกและสมาชิกสภา
  • ผู้บริหาร ท้องถิ่น
  • นายกสำรอง
  • ประชากรแฝง (ผู้ที่ทำงานหรืออาศัยในพื้นที่ต่างจากทะเบียนบ้าน) กว่า 9 ล้านคน
  • ผู้สูงอายุ
  • คนพิการ
  • กรรมการประจำหน่วย
  • คนรุ่นใหม่
  • ผู้มีสิทธิรับสมัครเป็นสมาชิกสภาท้องถิ่นและผู้บริหารท้องถิ่น
  • ผู้รับสมัครเลือกตั้ง
  • บุคคล ที่ไม่ได้ไปใช้สิทธิออกเสียงเลือกตั้ง
  • นักการเมือง (ระดับชาติ)
  • ผู้สมัครรับเลือกตั้ง (ท้องถิ่น)
  • องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
  • คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)

ภายในเมื่อไหร่ (Timeframe)

ไม่ระบุ

ใช้งบเท่าไหร่ (Budget)

ไม่ระบุ

งบมาจากไหน (Budget Source)

ไม่ระบุ

ประชาชน

ปัญหาคืออะไร (Problem)

  • การทำงานขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นประสบปัญหาเชิงโครงสร้างที่สำคัญ 3 ประการ ซึ่งกลายเป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาเมือง:
  • กฎหมายล้าสมัยและจำกัดอำนาจ: กฎหมายปัจจุบันกำหนดอำนาจหน้าที่ของท้องถิ่นไว้อย่างจำกัดและตายตัว ทำให้ท้องถิ่นทำได้เฉพาะสิ่งที่กฎหมายเขียนไว้เท่านั้น (Positive List) หากริเริ่มทำสิ่งใหม่นอกเหนือจากนั้นมักจะถูกตีความอย่างแคบโดยองค์กรตรวจสอบ (เช่น สตง.) ว่าไม่มีอำนาจ ทำให้ผู้บริหารท้องถิ่นเกิดความกลัวและยึดติดกับการทำตามระเบียบเดิม ๆ มากกว่าการสร้างสรรค์บริการใหม่ ๆ
  • การควบคุมจากส่วนกลางที่เข้มงวดเกินไป: กฎหมายยังกำหนดให้กระทรวงมหาดไทยมีอำนาจออกระเบียบควบคุมการทำงานของท้องถิ่นทั่วประเทศแบบ "ตัดเสื้อโหล" โดยไม่คำนึงถึงบริบทที่แตกต่างกันของแต่ละพื้นที่ ทำให้เกิดกฎระเบียบหยุมหยิมที่เป็นอุปสรรค เช่น ขั้นตอนการขออนุมัติเดินทางออกนอกจังหวัด หรือระเบียบการเบิกจ่ายงบประมาณที่จำกัดความคล่องตัว
  • มีภารกิจแต่ขาดเครื่องมือ: ประชาชนคาดหวังให้ท้องถิ่นแก้ปัญหาที่ซับซ้อน เช่น การจราจร มลพิษ หรือการจัดการขยะ แต่ท้องถิ่นกลับไม่มีอำนาจทางกฎหมายและงบประมาณที่เพียงพอในการจัดการเรื่องเหล่านี้ด้วยตนเอง

จะทำอะไร (Action)

  • "ปลดล็อก" ทุกข้อจำกัดขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
  • เปลี่ยนหลักการกำหนดอำนาจหน้าที่ของ อปท. จากรูปแบบที่กำหนดว่า ทำอะไรได้บ้าง (Positive List) เป็นรูปแบบที่กำหนดเพียง ภารกิจที่ห้าม อปท. จัดทำ (Negative List)
  • ปรับปรุงกฎระเบียบของกระทรวงมหาดไทยที่ล้าสมัยและเป็นอุปสรรคต่อการทำงานของ อปท. (เช่น การรายงานผู้ว่าฯ กรณีเดินทางออกนอกจังหวัด)
  • ปลดล็อกให้ อปท. สามารถออกข้อบัญญัติระเบียบเบิกจ่ายของตนเองได้ แทนที่การใช้ระเบียบเบิกจ่ายของกระทรวงมหาดไทยเพียงอย่างเดียว
  • มอบอำนาจและถ่ายโอนภารกิจที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับการบริหารจัดการเมือง ตามแผนปฏิบัติการกระจายอำนาจฯ ที่ยังไม่ได้ถ่ายโอน หรือถ่ายโอนยังไม่สำเร็จ (เช่น ภารกิจจราจร, การควบคุมมลพิษ, การอนุญาตโรงแรม, สถานบริการ, โรงงาน เป็นต้น) โดยยึดหลัก "งาน เงิน คน" คือ โอนภารกิจ งบประมาณ และบุคลากรพร้อมกัน
  • มอบอำนาจหรือถ่ายโอนการใช้ประโยชน์ในพื้นที่จากทรัพย์สินของรัฐ (เช่น ถนน, การเคหะฯ, อาคารร้างของหน่วยงานราชการ) ให้ท้องถิ่นบริหารจัดการและใช้ประโยชน์ได้เต็มที่ (พร้อมงบประมาณเงินอุดหนุนเฉพาะกิจในการซ่อมแซมปรับปรุงก่อนถ่ายโอน)
  • ปรับปรุงกฎหมายเพื่อเพิ่มอำนาจให้ท้องถิ่นสามารถพัฒนาเมืองตามโอกาสและศักยภาพได้ดีขึ้น เช่น
  • เพิ่มอำนาจให้ท้องถิ่นสามารถ จัดรูปที่ดินเองได้
  • เพิ่มอำนาจให้ท้องถิ่นสามารถ ริเริ่มกระบวนการสำรวจและเจรจาเพื่อเวนคืนที่ดินได้เอง
  • เพิ่มอำนาจให้ท้องถิ่นสามารถกำหนดวิธีบริหารจัดการ การจัดเก็บขยะและการให้แยกขยะครัวเรือน
  • เพิ่มอำนาจให้ท้องถิ่นสามารถกำหนดวิธีบริหารจัดการเพื่อ บำบัดน้ำเสีย ได้
  • ยกฐานะองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) เป็นเทศบาลตำบลทั้งหมด
  • กำหนดกลไกและมาตรการจูงใจให้เกิดการควบรวมท้องถิ่นขนาดเล็ก
  • แก้ไขกฎหมายจัดตั้งท้องถิ่น:
  • ปรับปรุง พ.ร.บ. จัดตั้งท้องถิ่น (เทศบาล, อบต., อบจ.) เพื่อปลดล็อกให้ อปท. ออกข้อบัญญัติระเบียบเบิกจ่ายของตนเองได้ ยกฐานะ อบต. เป็นเทศบาล และกำหนดกลไกให้เกิดการควบรวมท้องถิ่นขนาดเล็กได้จริง
  • ปรับปรุงกฎหมายกระจายอำนาจ:
  • ปรับปรุง พ.ร.บ. กำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจฯ เพื่อเปลี่ยนหลักการกำหนดอำนาจหน้าที่ของ อปท. ให้เป็นรูปแบบ Negative List
  • ปรับปรุงกฎหมายเฉพาะภารกิจ:
  • ปรับปรุงกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการถ่ายโอนภารกิจให้ท้องถิ่น เช่น พ.ร.บ. จราจรทางบก, พ.ร.บ. โรงแรม, พ.ร.บ. สถานบริการ, พ.ร.บ. โรงงาน ฯลฯ
  • มอบอำนาจให้ท้องถิ่นที่พร้อม ในระหว่างปรับปรุงกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการถ่ายโอนภารกิจให้ท้องถิ่น
  • ใช้อำนาจบริหารถ่ายโอนทรัพย์สิน:
  • ออกประกาศคณะกรรมการการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น มอบอำนาจ หรือ ถ่ายโอนการใช้ประโยชน์ในพื้นที่ให้ท้องถิ่น
  • การสร้างเครื่องมือใหม่ผ่านกฎหมายใหม่ๆ:
  • ปรับปรุงและออกกฎหมายใหม่เพื่อเพิ่มอำนาจให้ท้องถิ่นสามารถพัฒนาเมืองได้ดีขึ้น เช่น พ.ร.บ. จัดรูปที่ดิน, พ.ร.บ. เวนคืนที่ดิน, ร่าง พ.ร.บ. การบริหารจัดการขยะและการหมุนเวียนทรัพยากร เป็นต้น

ผลลัพธ์คืออะไร (Outcome)

  • ปลดล็อกให้ท้องถิ่นสามารถจัดทำบริการสาธารณะเพื่อประชาชนได้ทุกประเภทที่กฎหมายไม่ได้ห้ามไว้
  • ลดข้อจำกัดในการตรวจสอบว่ามีระเบียบส่วนกลางรองรับหรือไม่
  • ท้องถิ่นบริหารจัดการและใช้ประโยชน์จากทรัพย์สินของรัฐได้เต็มที่
  • อบต. ที่ได้รับการยกฐานะสามารถจัดทำบริการสาธารณะได้มากขึ้น (เช่น ภารกิจงานทะเบียนราษฎร์)
  • เกิดการประหยัดจากขนาด (Economies of Scale) ในการบริหารและจัดทำบริการสาธารณะ
  • ท้องถิ่นพัฒนาเมืองตามโอกาสและศักยภาพได้ดีขึ้น
  • ช่วยลดข้อกังวลในการทำงานของท้องถิ่น

ใครได้ประโยชน์ (Target)

  • องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.)
  • องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.)

ภายในเมื่อไหร่ (Timeframe)

ไม่ระบุ

ใช้งบเท่าไหร่ (Budget)

ไม่ระบุ

งบมาจากไหน (Budget Source)

ไม่ระบุ

ประชาชน

ปัญหาคืออะไร (Problem)

  • ความเหลื่อมล้ำทางการคลังระหว่างท้องถิ่นที่รุนแรง ตัวอย่างเช่น อปท. ในจังหวัดที่มีรายได้ต่อหัวประชากรต่ำ อาจมีงบประมาณเพียง 8,000 – 11,000 บาทต่อประชากร ในขณะที่จังหวัดที่รวยอาจมีรายได้สูงกว่า 14,000 บาทต่อประชากร
  • ขาดการคำนวณต้นทุนที่แท้จริง: ระบบงบประมาณและการจัดสรรเงินอุดหนุนยังไม่มีการกำหนด สูตรคำนวณงบประมาณขั้นต่ำ ที่เหมาะสมกับต้นทุนที่ท้องถิ่นต้องใช้ในการจัดทำบริการสาธารณะที่มีคุณภาพ
  • ท้องถิ่นขาดงบพื้นฐาน: ปัญหาดังกล่าวส่งผลให้ อปท. โดยเฉพาะขนาดเล็ก ขาดแคลนงบประมาณในการจัดทำบริการสาธารณะพื้นฐาน ทำให้ประชาชนเสียประโยชน์และไม่ได้รับบริการที่มีมาตรฐาน

จะทำอะไร (Action)

  • ปฏิรูปงบอุดหนุนท้องถิ่น จัดสรรงบอุดหนุนท้องถิ่นให้เป็นวิทยาศาสตร์
  • เปลี่ยนวิธีการจัดสรรงบประมาณ โดยใช้หลักการ "งบประมาณขั้นต่ำตามภารกิจ"
  • ใช้ "เงินอุดหนุนทั่วไป" เป็นกลไกหลักในการชดเชยงบประมาณที่ขาดหายไป
  • กำหนด 3 สมการหลักในการคำนวณ:
  • สูตรการคำนวณ "งบประมาณขั้นต่ำ" (Minimum Budget) เพื่อกำหนดเงินขั้นต่ำที่ อปท. ต้องมี
  • สูตรการคำนวณ "รายได้พึงมี" (Potential Revenue) เพื่อจูงใจและแนะนำให้ อปท. ที่มีศักยภาพทางการคลัง สามารถจัดเก็บรายได้ของตนเอง (เช่น ค่าธรรมเนียม, ค่าบริการ) ให้สอดคล้องกับมาตรฐานบริการที่รัฐสนับสนุน
  • สูตรการคำนวณ "เงินอุดหนุนทั่วไป" (General Grant) เพื่อชดเชยส่วนต่าง
  • กำหนด มาตรฐานบริการสาธารณะ โดย กรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น (สถ.) หรือ หน่วยงานรัฐที่กำกับดูแลบริการสาธารณะโดยตรง
  • กำหนดข้อมูลที่ต้องวัดผลและรายงานต่อสาธารณะ โดย กรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น (สถ.) หรือ หน่วยงานรัฐที่กำกับดูแลบริการสาธารณะโดยตรง
  • กำหนด สูตรคำนวณต้นทุนต่อหน่วย (Unit Cost) และ ราคาค่าบริการแนะนำ สำหรับแต่ละบริการสาธารณะที่ต้องการสนับสนุนให้ท้องถิ่นจัดทำตามมาตรฐานที่กำหนด โดย สำนักงบประมาณ
  • ประกาศกำหนดรายการเงินอุดหนุนทั่วไปสำหรับแต่ละบริการสาธารณะที่ต้องการสนับสนุนให้ท้องถิ่นจัดทำ โดย คณะกรรมการการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (ก.ก.ถ.)
  • วัดผลบริการสาธารณะที่ อปท. จัดทำ เปรียบเทียบกับมาตรฐานที่กำหนด โดย กรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น (สถ.) หรือ หน่วยงานกำกับดูแลบริการสาธารณะ
  • เปิดเผยผลการวัดผลให้สาธารณะรับทราบและตรวจสอบได้ โดย กรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น (สถ.) หรือ หน่วยงานกำกับดูแลบริการสาธารณะ

ผลลัพธ์คืออะไร (Outcome)

  • อปท. ทุกแห่งมีเงินทุนที่เพียงพอในการจัดทำบริการสาธารณะตามมาตรฐานขั้นต่ำที่รัฐต้องการสนับสนุน
  • อปท. พัฒนาบริการให้มีคุณภาพสูงขึ้น
  • อปท. ที่มีศักยภาพทางการคลัง สามารถจัดเก็บรายได้ของตนเอง (เช่น ค่าธรรมเนียม, ค่าบริการ) ให้สอดคล้องกับมาตรฐานบริการที่รัฐสนับสนุน
  • อปท. มีงบประมาณรวมขั้นต่ำที่เพียงพอในการให้บริการประชาชนได้ตามมาตรฐาน

ใครได้ประโยชน์ (Target)

  • องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.)

ภายในเมื่อไหร่ (Timeframe)

ไม่ระบุ

ใช้งบเท่าไหร่ (Budget)

ไม่ระบุ

งบมาจากไหน (Budget Source)

  • เงินอุดหนุนทั่วไปจากส่วนกลาง
ประชาชน

ปัญหาคืออะไร (Problem)

  • ระบบรัฐราชการรวมศูนย์จำกัดอำนาจและเครื่องมือทางการเงินการคลังขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) อย่างรุนแรง ทำให้สัดส่วนรายได้ที่ อปท. จัดเก็บเองได้จึงน้อยมาก
  • อปท. มีรายได้ที่จัดเก็บเองเพียง 11% ขณะที่อีก 89% เป็นรายได้จากรัฐส่วนกลางที่จัดสรรและอุดหนุนให้
  • กฎหมายไม่ได้ให้อำนาจ อปท. ในการจัดเก็บค่าธรรมเนียมหรือริเริ่มเครื่องมือทางการคลังใด ๆ ได้เอง
  • การจะร่วมลงทุนกับเอกชนหรือขอกู้เงินก็ต้องผ่านขั้นตอนที่ซับซ้อนและต้องขออนุญาตจากส่วนกลาง
  • องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นขาดอิสระทางการคลัง
  • ปัญหาความเป็นอิสระขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการใช้จ่ายงบประมาณเพื่อจัดทำบริการสาธารณะตามความต้องการของท้องถิ่น เนื่องจากต้องพึ่งพาเงินอุดหนุนจากรัฐบาลที่มีอย่างจำกัดและมีกำหนดโครงการตามนโยบายของรัฐบาล

จะทำอะไร (Action)

  • โอนอำนาจการจัดเก็บค่าธรรมเนียมบางประเภทให้ท้องถิ่น เช่น ค่าธรรมเนียมแรงงานต่างชาติ, ค่าธรรมเนียมใบอนุญาตโรงแรม, สถานบริการ, โรงงาน ฯลฯ
  • เพิ่มอำนาจให้ท้องถิ่นสามารถกำหนดค่าธรรมเนียมต่าง ๆ ภายในพื้นที่เพิ่มเองได้โดยการออกเป็นข้อบัญญัติท้องถิ่น เช่น ค่าธรรมเนียมบำบัดน้ำเสีย, ค่าธรรมเนียมเขตจราจรหนาแน่น ฯลฯ
  • อนุญาตให้ท้องถิ่นร่วมมือจัดเก็บรายได้กับรัฐวิสาหกิจ เช่น การประปาภูมิภาค, การประปานครหลวง, กรมขนส่งทางบก
  • เพิ่มประสิทธิภาพการจัดเก็บรายได้เดิม
  • สนับสนุนให้ อปท. ใช้เทคโนโลยี เช่น โดรนสำรวจและกล้อง LiDAR เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความแม่นยำในการจัดเก็บภาษีป้าย และ ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง
  • เชื่อมโยงและแลกเปลี่ยนข้อมูลกับกรมสรรพากร เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการจัดเก็บรายได้ท้องถิ่น เช่น ค่าธรรมเนียมผู้พักในโรงแรม หรือค่าบำรุง อบจ. จากปั๊มน้ำมัน
  • เพิ่มอำนาจให้ท้องถิ่นสามารถจัดตั้งหรือลงทุน วิสาหกิจท้องถิ่น หรือ บริษัท ได้เอง หรือร่วมมือกันจัดตั้ง สหการ ร่วมกับท้องถิ่นหรือหน่วยงานรัฐที่ท้องถิ่นต้องการ
  • ลดขั้นตอนและกฎระเบียบกระบวนการร่วมลงทุนกับเอกชน (Private Public Partnership - PPP)
  • ลดขั้นตอนและกฎระเบียบกระบวนการกู้เงินของ อปท.
  • เพิ่มอำนาจให้ท้องถิ่นสามารถจัดตั้ง วิสาหกิจเฉพาะกิจ (SPV, Special Purpose Vehicle) และระดมทุนจากสาธารณะ (Public Fundraising) เพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่เองได้
  • ปรับปรุง พ.ร.บ. กำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจฯ เพื่อเพิ่มอำนาจและเครื่องมือการเงินการคลังให้ท้องถิ่นสามารถออกค่าธรรมเนียมเพิ่มเติมเองได้, จัดตั้งหรือลงทุนวิสาหกิจท้องถิ่น/สหการ และจัดตั้งวิสาหกิจเฉพาะกิจเองได้
  • ปรับปรุงกฎหมายลูกตาม พ.ร.บ. การร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน และ พ.ร.บ. บริหารหนี้สาธารณะ เพื่อลดขั้นตอนกระบวนการร่วมลงทุนกับเอกชนและการกู้เงินของ อปท.
  • ปรับปรุงกฎหมายเพื่อเพิ่มรายได้ใหม่ ๆ ให้กับท้องถิ่น เช่น ร่าง พ.ร.บ. คนต่างชาติ, พ.ร.บ. โรงแรม, พ.ร.บ. สถานบริการ, พ.ร.บ. โรงงาน ฯลฯ เพื่อโอนอำนาจการจัดเก็บค่าธรรมเนียมให้ท้องถิ่น
  • สนับสนุนเทคโนโลยี: ให้ท้องถิ่นสามารถเลือกใช้บริการโดรนสำรวจ/กล้องหน้ารถ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการจัดเก็บรายได้ภาษีป้ายและภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง
  • เชื่อมโยงข้อมูล: เชื่อมโยงข้อมูลจากหน่วยงานรัฐ เช่น ข้อมูลรายได้โรงแรมและสถานีปั๊มน้ำมันจากกรมสรรพากร เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการจัดเก็บรายได้ของ อปท.

ผลลัพธ์คืออะไร (Outcome)

  • อปท. มีงบประมาณเพิ่มขึ้นในการพัฒนาท้องถิ่นตามโอกาสและศักยภาพของตนเอง
  • เพิ่มประสิทธิภาพการจัดเก็บรายได้ของ อปท.
  • เพิ่มประสิทธิภาพและความแม่นยำในการจัดเก็บภาษีป้าย และ ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง
  • อปท. สามารถดำเนินการร่วมลงทุนเพื่อพัฒนาบริการสาธารณะที่กำหนดได้เร็วขึ้น
  • ท้องถิ่นสามารถกู้เงินลงทุนพัฒนาบริการสาธารณะภายใต้วินัยการคลังที่รัดกุมได้

ใครได้ประโยชน์ (Target)

  • องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.)

ภายในเมื่อไหร่ (Timeframe)

ไม่ระบุ

ใช้งบเท่าไหร่ (Budget)

ไม่ระบุ

งบมาจากไหน (Budget Source)

ไม่ระบุ

ประชาชน

ปัญหาคืออะไร (Problem)

  • ระบบการศึกษาไทยกำลังเผชิญกับภาวะ "คอขวด" จากการบริหารจัดการที่รวมศูนย์ไว้ที่ส่วนกลาง
  • การจัดสรรงบประมาณถูกกำหนดวัตถุประสงค์จากส่วนกลางและมีปริมาณไม่เพียงพอ
  • โรงเรียนขาดอำนาจในการบริหารจัดการทรัพยากร ทำให้ไม่สามารถปรับเปลี่ยนงบประมาณเพื่อแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าหรือวิกฤตที่เกิดขึ้นในพื้นที่ได้
  • ระบบการสรรหาและบรรจุครูถูกกำหนดโดยส่วนกลาง ทำให้โรงเรียนไม่มีส่วนร่วมในการคัดเลือกบุคลากรที่ตรงกับความต้องการจริง นำไปสู่ปัญหาครูสอนไม่ตรงสาขาวิชา อัตราการโยกย้ายที่สูง และขาดความต่อเนื่องในการพัฒนาผู้เรียน
  • หลักสูตรและการรายงานผลถูกควบคุมอย่างเข้มงวดจากส่วนกลาง บั่นทอนเวลาของครูในการพัฒนาการสอน จำกัดพื้นที่ในการออกแบบการเรียนรู้ที่สอดคล้องกับศักยภาพและบริบทชีวิตของผู้เรียน

จะทำอะไร (Action)

  • ปรับปรุงหลักเกณฑ์และกฎหมายเพื่อสร้าง "อิสระ" ให้กับโรงเรียน
  • ปรับรูปแบบการจัดสรรเงินอุดหนุนให้เป็นวงเงินก้อนเดียวที่โรงเรียนสามารถบริหารจัดการและ "ถัวจ่าย" ได้ทุกรายการ (รวมถึงค่าหนังสือ อุปกรณ์ เครื่องแต่งกาย และงบฉุกเฉิน)
  • ปรับสูตรการคำนวณรายหัวโดยใช้ อัตราก้าวหน้า (โรงเรียนขนาดเล็กได้รับเงินอุดหนุนต่อหัวสูงกว่า)
  • กำหนดจำนวนบุคลากรสายผู้สอนขั้นต่ำที่จำเป็นต้องมีในแต่ละขนาดโรงเรียน
  • เปิดโอกาสให้สถานศึกษามีส่วนร่วมมากขึ้นในการคัดเลือกและบรรจุบุคลากรให้เหมาะสมกับบริบทของโรงเรียนตนเอง
  • แก้ไขกฎหมายที่เป็นอุปสรรคต่อการจัดการทรัพยากร โดยเฉพาะในโรงเรียนขนาดเล็ก
  • ปรับปรุงระเบียบและข้อบังคับของกระทรวงศึกษาธิการ เกี่ยวกับการจัดสรรงบประมาณรายหัว ให้อิสระแก่โรงเรียนในการถัวจ่ายงบประมาณได้ทันที
  • ผลักดันการแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้อง (เช่น พ.ร.บ. การศึกษาแห่งชาติ) เพื่อยกระดับสถานศึกษาให้มีฐานะเป็น "นิติบุคคล" อย่างเต็มรูปแบบ

ผลลัพธ์คืออะไร (Outcome)

  • งบประมาณถูกใช้อย่างตรงจุด
  • คุณภาพการเรียนรู้ที่ดีขึ้น
  • เพิ่ม ความคล่องตัวให้โรงเรียน บริหารจัดการงบประมาณ
  • โรงเรียนทุกขนาดมีทรัพยากรขั้นต้นเพียงพอต่อการจัดการศึกษาที่มีคุณภาพ
  • โรงเรียนสามารถ เลือกและบรรจุบุคลากรให้เหมาะสมกับบริบทของโรงเรียนตนเอง
  • โรงเรียน สามารถบริหารจัดการอาคาร สถานที่ และอุปกรณ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • ลดภาระ โรงเรียน ในการการทำรายงานที่ไม่จำเป็นสู่ส่วนกลาง
  • โรงเรียนมีอิสระในการถัวจ่ายงบประมาณได้ เพิ่มขึ้น
  • ยกระดับสถานศึกษาให้มีฐานะเป็น "นิติบุคคล"

ใครได้ประโยชน์ (Target)

  • โรงเรียน
  • ครู

ภายในเมื่อไหร่ (Timeframe)

ไม่ระบุ

ใช้งบเท่าไหร่ (Budget)

ไม่ระบุ

งบมาจากไหน (Budget Source)

ไม่ระบุ

ประชาชน

ปัญหาคืออะไร (Problem)

  • ประเทศไทยติดหล่มการพัฒนาที่เน้นการ "ขายฝัน" ด้วย โครงการขนาดใหญ่ (Mega Project) ที่เกินจริงและขาดการคำนึงถึงทรัพยากรที่มีจำกัด
  • ความเจริญกระจุกตัว: โครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่กระจุกตัวอยู่ในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ขณะที่จังหวัดอื่นขาดงบประมาณในการสร้าง หัวเมือง (Regional Hub)
  • รัฐราชการรวมศูนย์: ส่วนกลางมีอำนาจตัดสินใจเหนือท้องถิ่น นำไปสู่การสร้าง "เส้นเลือดใหญ่" ระหว่างเมืองที่ซ้ำซ้อนกันเอง
  • การลงทุนที่ไม่คุ้มค่า: หลายโครงการเน้นขนาดใหญ่เกินความจำเป็นแต่ใช้งานจริงไม่คุ้มค่า ทำให้ไม่เหลืองบประมาณไปขยายโครงข่ายเส้นเลือดฝอยหรือพัฒนาขนส่งสาธารณะในตัวเมืองภูมิภาค

จะทำอะไร (Action)

  • สร้างหัวเมืองใหม่ 15 เมือง ได้แก่: เชียงราย, เชียงใหม่, พิษณุโลก, นครสวรรค์, พระนครศรีอยุธยา, พัทยา, ระยอง/มาบตาพุด, นครราชสีมา, อุดรธานี, ขอนแก่น, อุบลราชธานี, หัวหิน, สุราษฎร์ธานี, ภูเก็ต และหาดใหญ่
  • จัดตั้งแผนแม่บทการคมนาคมแห่งชาติเป็นแผนหลักระดับประเทศเพื่อเชื่อมโยงหัวเมืองเข้าด้วยกัน
  • จัดทำ แผนบูรณาการการพัฒนาเมืองและระบบคมนาคมสำหรับ 15 หัวเมือง เพื่อพัฒนาขนส่งสาธารณะภายในเมืองและขยายการเชื่อมต่อไปยังเมืองรอง
  • กลั่นกรองโครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่และจัดทำบัญชีโครงการที่จะ “ชะลอ/ปรับขนาด/ยกเลิก” และโครงการในหัวเมืองที่จะ “เร่งให้เร็วขึ้น”
  • ทบทวนความซ้ำซ้อน รถไฟความเร็วสูง (High-Speed Rail) และ ทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง (Motorway)
  • มุ่งเน้นการลงทุนใน รถไฟทางคู่แบบมิเตอร์เกจ (Meter Gauge) เพราะสามารถขนส่งได้ทั้งผู้โดยสารและสินค้าและช่วยเปลี่ยนรูปแบบการเดินทางจากถนนสู่รางได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยขยายโครงข่ายรถไฟทางคู่ให้กระจายไปยังจังหวัดที่ยังไม่มีระบบราง
  • เร่งจัดหาหัวรถจักรและขบวนรถใหม่เพื่อทดแทนของเดิมที่หมดสภาพ
  • ประยุกต์ใช้ พระราชบัญญัติการขนส่งทางราง (Railway Act) เพื่อเปิดโอกาสให้เอกชนเข้ามามีส่วนร่วมในการให้บริการ เพื่อความรวดเร็วและทั่วถึง
  • ปั้น 15 หัวเมือง กระจายความเจริญ พัฒนาให้เป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจเสมือน "กรุงเทพฯ อีก 15 แห่ง"

ผลลัพธ์คืออะไร (Outcome)

  • สร้าง 15 เมืองให้เป็นหัวเมือง เป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจเสมือน "กรุงเทพฯ
  • ขยาย รถไฟทางคู่แบบมิเตอร์เกจ
  • ขยายโครงข่ายรถไฟทางคู่ให้กระจายไปยังจังหวัดที่ยังไม่มีระบบราง

ใครได้ประโยชน์ (Target)

  • ประชาชนใน 15 หัวเมือง

ภายในเมื่อไหร่ (Timeframe)

  • ภายใน 100 วัน (ทบทวนความซ้ำซ้อน)
  • ภายใน 8 ปีข้างหน้า (การกระจายความเจริญและเชื่อมโยงเมืองรอง)

ใช้งบเท่าไหร่ (Budget)

ไม่ระบุ

งบมาจากไหน (Budget Source)

ไม่ระบุ

ประชาชน

ปัญหาคืออะไร (Problem)

  • ประเทศไทยเผชิญปัญหาความเหลื่อมล้ำด้านการเดินทางอย่างรุนแรง เนื่องจากงบประมาณส่วนใหญ่ถูกทุ่มไปกับการสร้างถนน แต่ละเลยการพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะ
  • ต้องพึ่งพารถส่วนตัวสูง ต่างจังหวัดแทบไม่มีระบบขนส่งสาธารณะที่มีคุณภาพ
  • รัฐราชการรวมศูนย์ อำนาจการตัดสินใจเรื่องเส้นทางและใบอนุญาตเดินรถถูกผูกขาดโดยส่วนกลาง ซึ่งไม่เข้าใจสภาพปัญหาและความต้องการจริงในแต่ละพื้นที่
  • ขาดการอุดหนุนจากภาครัฐ ผู้ประกอบการรถโดยสารประจำทาง (รถเมล์) รายย่อยขาดงบประมาณสนับสนุนจากรัฐ ทำให้บริการเสื่อมโทรมและทยอยยกเลิกกิจการไปในหลายเมือง

จะทำอะไร (Action)

  • ให้ท้องถิ่นมี “อำนาจ” และ “งบ” จัดการ “ขนส่งสาธารณะ”
  • จัดสรรงบประมาณอุดหนุน เปลี่ยนงบสร้างถนนบางส่วนมาเป็นงบสนับสนุนการเดินรถในท้องถิ่น เพื่อให้บริการครอบคลุมและยั่งยืน
  • ปรับปรุง พระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ. 2522 เพื่อโอนอำนาจการบริหารจัดการ อัตราค่าโดยสาร และการอุดหนุนงบประมาณไปสู่ อปท. โดยตรง
  • ปรับบทบาทสำนักงานขนส่งจังหวัดให้เป็นเพียงผู้กำกับดูแลมาตรฐานความปลอดภัย (Safety Standard) และคุณภาพการให้บริการเท่านั้น
  • ปฏิรูปเส้นทางและรูปแบบการเดินรถใน 15 หัวเมือง นำแนวคิด การเชื่อมต่อไปถึงจุดเริ่มต้นและจุดหมายปลายทาง (First Mile / Last Mile) มาใช้ เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงระบบขนส่งสาธารณะได้สะดวกที่สุด
  • จัดตั้งงบประมาณอุดหนุนการเดินรถท้องถิ่น
  • จัดสรรงบประมาณให้ อปท. เพื่อนำไปสนับสนุนผู้ประกอบการหรือวิสาหกิจชุมชน และชดเชยการขาดทุนในเส้นทางที่จำเป็นต่อคุณภาพชีวิตประชาชน (นำร่องใน 15 หัวเมือง)
  • ส่งเสริมการใช้รถโดยสารที่ทันสมัย ปลอดภัย และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม โดยยึดหลัก การออกแบบเพื่อทุกคน (Universal Design)
  • ท้องถิ่นบริหารจัดการด้วยตนเองอย่างเบ็ดเสร็จ อปท. สามารถบริหารจัดการระบบรถโดยสารประจำทางในพื้นที่ได้เอ

ผลลัพธ์คืออะไร (Outcome)

  • ท้องถิ่นจัดบริการรถเมล์คุณภาพดี ราคาถูก
  • ลดการใช้รถส่วนบุคคล
  • ประชาชนเข้าถึงระบบขนส่งสาธารณะได้สะดวกที่สุด
  • การปรับเปลี่ยนเส้นทางมีความคล่องตัวสูง

ใครได้ประโยชน์ (Target)

  • ประชาชน
  • องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.)
  • ผู้ประกอบการรถโดยสารประจำทาง
  • วิสาหกิจชุมชน

ภายในเมื่อไหร่ (Timeframe)

ไม่ระบุ

ใช้งบเท่าไหร่ (Budget)

ไม่ระบุ

งบมาจากไหน (Budget Source)

ไม่ระบุ

ประชาชน

ปัญหาคืออะไร (Problem)

  • ความเสื่อมโทรมของรถโดยสาร: ปัจจุบันประเทศไทยมีรถโดยสารสาธารณะประมาณ 47,212 คัน โดยกว่า ร้อยละ 68 เป็นรถสองแถวและรถตู้ ที่มีสภาพเก่าและขาดมาตรฐานความปลอดภัย
  • ข้อจำกัดทางกายภาพของเมือง: ถนนในไทยจำนวนมากมีลักษณะเป็นตรอก ซอก ซอยขนาดเล็ก ซึ่งรถเมล์ขนาดใหญ่เข้าไม่ถึง
  • ปัญหาเรื่องความสะดวกในการขึ้น-ลง และความปลอดภัยต่อผู้โดยสาร
  • ประเทศไทยมีศักยภาพด้านแรงงานและเทคโนโลยีที่พร้อมต่อการวิจัยและพัฒนารถโดยสารไฟฟ้า แต่ขาดตลาดรองรับที่ใหญ่พอในการผลักดันเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) ระดับสากล

จะทำอะไร (Action)

  • สร้างตลาดใหม่สำหรับอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าไทย เน้นการผลิต “รถเมล์ไฟฟ้านาโนบัส (Nano Bus) ขนาดเล็กที่ออกแบบมาเพื่อสัญจรในซอยโดยเฉพาะ มีความปลอดภัยสูง ขึ้น-ลงง่าย และช่วยลดปัญหารถติดจากการกีดขวางจราจรขณะรับส่งผู้โดยสาร
  • ผลักดันการผลิตแบบใกล้เคียง 100% ภายในประเทศ
  • มุ่งเป้าส่งออก Nano Bus ไปยังตลาดเอเชียใต้และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
  • จัดทำแผนจัดซื้อรถเมล์ไฟฟ้าใหม่ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมทดแทนรถที่หมดอายุการใช้งานหรือหมดใบอนุญาต ในกรุงเทพมหานคร ปริมณฑล และ 15 หัวเมืองหลัก
  • จัดประกวดออกแบบรถ Nano Bus ต้นแบบ เปิดทางให้หน่วยงานรัฐและ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) สามารถจัดซื้อจัดจ้างได้โดยตรงพร้อมรับสิทธิประโยชน์ทางภาษี
  • ตั้งแต่ปีที่ 3 เป็นต้นไป อปท. จะเป็นผู้เลือกจัดซื้อรถเมล์ไฟฟ้า โดยมีรัฐบาลส่วนกลางสนับสนุนงบประมาณอุดหนุน

ผลลัพธ์คืออะไร (Outcome)

  • ลดปัญหารถติดจากการกีดขวางจราจรขณะรับส่งผู้โดยสาร
  • มีรถเมล์ไฟฟ้าประเภท Nano Bus อย่างน้อย 3,000 คัน รวมทั้งมินิบัสไฟฟ้าและรถเมล์ไฟฟ้าขนาดอื่นอีก 2,600 คัน เข้าสู่ระบบขนส่งทั่วประเทศ
  • สร้างงานและรายได้จากการผลิตและนวัตกรรมใหม่ๆ

ใครได้ประโยชน์ (Target)

  • ประชาชน
  • ผู้ใช้บริการขนส่งสาธารณะ
  • หน่วยงานรัฐ
  • องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.)

ภายในเมื่อไหร่ (Timeframe)

  • ภายใน 2 ปี จัดประกวดออกแบบรถ Nano Bus ต้นแบบ
  • ภายใน 4 ปี การผลิตและการเปลี่ยนผ่าน

ใช้งบเท่าไหร่ (Budget)

ไม่ระบุ

งบมาจากไหน (Budget Source)

ไม่ระบุ

ประชาชน

ปัญหาคืออะไร (Problem)

  • การบริหารจัดการถนนในปัจจุบันประสบปัญหาความเหลื่อมล้ำเชิงพื้นที่และความไร้ประสิทธิภาพในการจัดสรรงบประมาณ
  • การกระจายงบประมาณไม่เป็นธรรม บางจังหวัดได้รับงบประมาณสูงกว่าค่าเฉลี่ยทั่วประเทศหลายเท่า ในขณะที่จังหวัดอื่นงบประมาณไม่เพียงพอ
  • การซ่อมบำรุงถนนไม่ถูกเวลา ถนนบางสายสภาพดีแต่กลับมีการซ่อมบำรุงซ้ำซ้อน ขณะที่ถนนที่ทรุดโทรมกลับถูกปล่อยทิ้งไว้จนเสียหายหนัก จนต้องใช้วิธี การรื้อฟื้นโครงสร้างถนนใหม่ซึ่งสิ้นเปลืองงบประมาณ
  • ความเหลื่อมล้ำระหว่างหน่วยงาน ในปี พ.ศ. 2567 กรมทางหลวงได้รับงบซ่อมเฉลี่ย 351,000 บาท/กม. กรมทางหลวงชนบทได้รับ 382,000 บาท/กม. แต่ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) กลับได้รับเพียง 58,000 บาท/กม. ซึ่งไม่เพียงพอแม้แต่จะซ่อมแซมหลุมบ่อเบื้องต้น

จะทำอะไร (Action)

  • เปลี่ยนระบบการจัดการถนน สู่ระบบที่ใช้ข้อมูลและความจำเป็นจริงเป็นตัวตั้ง
  • นำระบบ นการบริหารจัดการงานทาง (PMS) และ การบริหารจัดการงานสะพาน (BMS) มาใช้เพื่อวางแผนซ่อมบำรุงล่วงหน้า
  • ปรับโครงสร้างลำดับชั้นของถนน ห้สอดคล้องกับมาตรฐานสากลและบริบทพื้นที่
  • ปรับปรุงสูตรการจัดสรรงบประมาณเพื่อลดช่องว่างระหว่างส่วนกลางและท้องถิ่น โดยยึดตามสภาพถนนจริงที่ตรวจสอบได้
  • กำหนดหลักเกณฑ์ ลำดับชั้นของถนน (Road Hierarchy) ให้ชัดเจน
  • ผลักดัน ร่างพระราชบัญญัติถนน
  • สำรวจคุณภาพถนนทั่วประเทศเพื่อเก็บข้อมูลความเสียหาย เช่น รอยแตก, หลุมบ่อ, ร่องล้อ และค่าความขรุขระสากล (IRI) เพื่อคำนวณดัชนีสภาพทาง
  • ยกระดับการทำงานสู่ระดับท้องถิ่น เปิดระบบ PMS ขยายระบบไปยัง อบจ. เทศบาล และ อบต. พร้อมฝึกอบรมเจ้าหน้าที่
  • ปรับสูตรการจัดสรรงบประมาณระยะยาวโดยอ้างอิงข้อมูลจากระบบ PMS และมาตรฐานลำดับชั้นถนน ประชาชนสามารถตรวจสอบการใช้งบประมาณผ่านระบบข้อมูลเปิด

ผลลัพธ์คืออะไร (Outcome)

  • ข้อมูลความเสียหายของทถนน ค่าความขรุขระสากล ดัชนีสภาพทาง
  • เปิดใช้งานระบบ PMS
  • ประชาชนสามารถตรวจสอบการใช้งบประมาณผ่านระบบข้อมูลเปิด

ใครได้ประโยชน์ (Target)

  • ประชาชน
  • หน่วยงานท้องถิ่น
  • องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

ภายในเมื่อไหร่ (Timeframe)

  • ภายใน ปีแรก ผลักดันร่างพระราชบัญญัติถนน
  • ในปีที่ 2 บังคับใช้ร่างพระราชบัญญัติถนน
  • ภายใน 2 ปี ระบบ PMS เปิดใช้งานจริงครอบคลุมทางหลวงทั่วประเทศ
  • ภายใน 4 ปี ขยายระบบไปยัง อบจ. เทศบาล และ อบต. พร้อมฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ให้สามารถบันทึกและอัปเดตสภาพถนนแบบเรียลไทม์ผ่านระบบฐานข้อมูลเปิด

ใช้งบเท่าไหร่ (Budget)

ไม่ระบุ

งบมาจากไหน (Budget Source)

ไม่ระบุ

ประชาชาติ

ปัญหาคืออะไร (Problem)

  • ความเหลื่อมล้ำทางด้านสิทธิ โอกาส อำนาจ และศักดิ์ศรี
  • การจราจร
  • ขยะและสิ่งปฏิกูล
  • ความแออัด
  • ความเหลื่อมล้ำ
  • การใช้ดุลยพินิจตามอำเภอใจของเจ้าพนักงานในการจัดเก็บภาษี
  • การกระทำทุจริตต่อหน้าที่

จะทำอะไร (Action)

  • มุ่งเน้นการกระจายอำนาจหน่วยราชการจากส่วนกลางสู่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ท้องที่องค์กรเอกชน องค์กรวิชาชีพ หรือตามสาขาอาชีพที่หลากหลาย
  • ใช้ฐานของท้องถิ่นที่อยู่ใกล้ชิดกับประชาชนในการตอบสนองความความต้องการของประชาชน และ แก้ไขปัญหา
  • ขจัดความเหลื่อมล้ำทางด้านสิทธิ โอกาส อำนาจ และศักดิ์ศรี
  • ส่งเสริมให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการกำหนดนโยบาย การวางแผน การตัดสินใจ และการพัฒนา
  • ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นหน่วยงานหลักในการจัดทำบริการสาธารณะและตัดสินใจแก้ไขปัญหาในพื้นที่
  • จัดการปกครองส่วนท้องถิ่นตามหลักแห่งการปกครองตนเอง
  • ส่งเสริมให้มีการปกครองในรูปแบบพิเศษตามหลักแห่งการปกครองตนเอง
  • จัดให้มีการเลือกตั้งผู้บริหารตั้งแต่ระดับเขตจนถึงผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร
  • แก้ปัญหาการจราจร
  • กำจัดขยะและสิ่งปฏิกูล
  • ทบทวนและย้ายหน่วยงานหรือองค์กรของรัฐออกจากศูนย์กลางเมือง
  • ปรับโครงสร้างทางการบริหารที่เปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมโดยยึดหลักธรรมาภิบาล
  • ปฏิรูประบบการจัดทำงบประมาณแผ่นดิน
  • จัดสรรงบประมาณเพื่อลดความเหลื่อมล้ำ
  • จัดตั้ง”สถาบันอิสระ” อิสระในสังกัดสภาผู้แทนราษฎรเพื่อตรวจสอบ วิเคราะห์ ติดตามผลระบบงบประมาณแผ่นดิน
  • ส่งเสริมให้ประชาชนมีส่วนร่วมในกระบวนการจัดทำงบประมาณทุกขั้นตอน
  • สร้างความเป็นธรรมและเพิ่มประสิทธิภาพในระบบภาษีอากร
  • จัดเก็บภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาให้ครอบคลุมรายได้จากทรัพย์สินมรดกและทรัพย์สินทุกประเภทอย่างทั่วถึงและเป็นธรรม
  • ปฏิรูปหลักเกณฑ์การให้สิทธิประโยชน์
  • มีหลักเกณฑ์ที่ชัดเจนเพื่อป้องกันการใช้ดุลยพินิจตามอำเภอใจของเจ้าพนักงานในการจัดเก็บภาษี
  • ขจัดและป้องกันการกระทำทุจริตต่อหน้าที่
  • ปรับโครงสร้างและปฏิรูประบบราชการด้วยการแก้ไขกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง
  • ลดขนาดกำลังคน
  • ถ่ายโอนบางภารกิจของภาครัฐให้ภาคเอกชนและภาคประชาสังคมดำเนินการแทน
  • ปรับปรุงกฎหมายความมั่นคงภายใน
  • ส่งเสริมความยุติธรรมในอาชีพข้าราชการทุกประเภทตามหลักธรรมาภิบาล
  • คัดเลือก สรรหา หรือเลือกตั้งจากบุคคลที่มีความรู้ ความสามารถ ความเชี่ยวชาญ หรือมีคุณสมบัติเหมาะสม

ผลลัพธ์คืออะไร (Outcome)

  • การปกครองส่วนท้องถิ่นสามารถมีรูปแบบที่หลากหลายเพื่อให้สอดคล้องกับสภาพพื้นที่
  • รักษาผลประโยชน์ของชาติและประชาชน
  • การบริหารจัดการมีประสิทธิภาพ กระชับและคล่องตัวในการให้บริการสาธารณะและตอบสนองความต้องการของประชาชนในท้องถิ่นได้อย่างแท้จริง
  • ลดความแออัด
  • พัฒนารูปแบบตลอดจนโครงสร้างของเมืองและบริการสาธารณะสู่การเป็นเมืองอัจฉริยะ (smart city)
  • ระบบการจัดทำงบประมาณแผ่นดิน มีความสมดุลกับการจัดเก็บรายได้และสอดคล้องกับภาวะเศรษฐกิจของประเทศ
  • ลดความเหลื่อมล้ำ
  • เกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผล
  • เพิ่มประสิทธิภาพในระบบภาษีอากร
  • ป้องกันการใช้ดุลยพินิจตามอำเภอใจของเจ้าพนักงานในการจัดเก็บภาษี
  • ข้าราชการ บุคลากรของรัฐ และองค์กรต่างๆ สามารถปฏิบัติหน้าที่ตามภารกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตรงเป้าหมาย และสอดคล้องกับการพัฒนา
  • เพิ่มประสิทธิภาพและความโปร่งใส
  • ระบบราชการสามารถตรวจสอบได้ในวงกว้างและเชื่อมโยงกับทุกฝ่าย
  • กฎหมายความมั่นคงภายในมีความสมดุลกับการพัฒนาด้านเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม และความมั่นคง
  • การปรับปรุงกฎหมายความมั่นคงภายในคำนึงถึงความผาสุกของประชาชนเป็นหลัก

ใครได้ประโยชน์ (Target)

  • องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
  • ท้องที่องค์กรเอกชน
  • องค์กรวิชาชีพ
  • ประชาชน
  • เมืองใหญ่ เช่น เชียงใหม่ นครราชสีมา ขอนแก่น ภูเก็ต จังหวัดชายแดนภาคใต้ รวมทั้งท้องถิ่นอื่นๆ ที่มีลักษณะเฉพาะ
  • กรุงเทพมหานคร
  • บุคคลธรรมดา
  • นิติบุคคล
  • เจ้าพนักงาน
  • ข้าราชการ
  • บุคลากรของรัฐ
  • องค์กรต่างๆ
  • ภาคเอกชน
  • ภาคประชาสังคม
  • บุคคลที่มีความรู้ ความสามารถ ความเชี่ยวชาญ หรือมีคุณสมบัติเหมาะสม

ภายในเมื่อไหร่ (Timeframe)

ไม่ระบุ

ใช้งบเท่าไหร่ (Budget)

ไม่ระบุ

งบมาจากไหน (Budget Source)

ไม่ระบุ

ประชาชาติ

ปัญหาคืออะไร (Problem)

ไม่ระบุ

จะทำอะไร (Action)

  • สนับสนุนการอบรมเลี้ยงดูและให้การศึกษาปฐมวัย
  • พัฒนาคุณภาพและมาตรฐานการจัดการศึกษาในทุกระดับและ ทุกรูปแบบ
  • พัฒนาความคิด สติปัญญา และศักยภาพของผู้เรียน
  • จัดให้มี หลักสูตรและกิจกรรมที่สร้างความรับผิดชอบ มีคุณธรรม ยึดมั่นในแนวทางสันติวิธี เสียสละ และมีจิตใจที่เป็นมิตรภาพบนความแตกต่างหลากหลาย
  • ส่งเสริมและสนับสนุนการกระจายอำนาจให้สถานศึกษาทุกระดับ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ชุมชน องค์การทางศาสนา ตลอดจน เอกชน
  • พัฒนาครูให้มีคุณภาพและมีความรับผิดชอบ
  • ใช้เทคโนโลยีในการพัฒนาการศึกษา
  • จัดตั้งกองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษาที่เสมอภาคและเป็นธรรม
  • พัฒนาระบบสวัสดิการเพื่อการศึกษาแบบถ้วนหน้าจนถึงระดับปริญญาตรี
  • ส่งเสริมสนับสนุนนักเรียน นักศึกษาที่ศึกษาในต่างประเทศ
  • สนับสนุนการจัดตั้งกองทุนช่วยเหลือการศึกษาที่ท้องถิ่นหรือชุมชนเป็นฝ่ายบริหารและดำเนินการ
  • ยกระดับคุณภาพ มาตรฐาน และอุดหนุนการจัดการศึกษาทุกระดับในโรงเรียนเอกชนสามัญ และโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลาม (ในกรณีจังหวัดชายแดนภาคใต้)
  • ส่งเสริมการเรียนการสอนทางศาสนาของทุกศาสนาในสถาบันการศึกษารูปแบบต่างๆ
  • ส่งเสริมให้มีค่าตอบแทนครูสอนศาสนา
  • ส่งเสริมระบบการศึกษาบนฐานของความแตกต่างทางวัฒนธรรม ศาสนา และชาติพันธุ์
  • พัฒนาความคิด สติปัญญา และศักยภาพของทุกชาติพันธุ์โดยเริ่มต้นจากภาษาแม่ อาทิ ภาษามลายู
  • เพิ่มสิทธิและบทบาทของระบบการศึกษาทางเลือกและการศึกษาด้วยตัวเองของประชาชนในทุกช่วงวัย
  • ส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตและการศึกษาตามอัธยาศัย
  • สนับสนุนสถาบันอุดมศึกษาให้สามารถทำหน้าที่จัดการเรียนการสอน วิจัย และบริการวิชาการแก่สังคมได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • จัดให้มี เสรีภาพทางวิชาการ ในสถาบันอุดมศึกษา
  • สร้างความร่วมมือกับสถาบันอุดมศึกษาทั้งในและต่างประเทศ
  • ส่งเสริมให้มีกองทุนสนับสนุนการวิจัยที่ท้องถิ่น นักวิจัย นักวิชาการ และสถาบันอุดมศึกษาต่างๆ สามารถเข้าถึงทุนการวิจัยได้อย่างเท่าเทียมกัน
  • ส่งเสริมและสนับสนุนระบบการวิจัยของประเทศให้สามารถตอบสนอง ต่อความจำเป็นของสังคม ประชาชน และภาคธุรกิจ
  • จัดให้มี การเผยแพร่ผลการศึกษาวิจัย
  • พัฒนาและจัดให้มีองค์กรด้านเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ในระดับชาติและระดับต่างๆ
  • ประมวลผลข้อมูลจากงานวิจัยมาใช้ให้เกิดประโยชน์กับประเทศในทุกด้าน

ผลลัพธ์คืออะไร (Outcome)

  • การจัดการศึกษา เท่าเทียมกัน
  • การจัดการศึกษา ได้มาตรฐานนานาประเทศ
  • ผู้เรียน มีการบูรณาการทั้งทางสติปัญญา จิตวิญญาณ วุฒิภาวะทางอารมณ์ และความสมบูรณ์ของร่างกาย
  • เป็นประชากรคุณภาพของประเทศและประชาคมโลก
  • ครูมีคุณภาพและมีความรับผิดชอบ
  • มี กองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษาที่เสมอภาคและเป็นธรรม
  • มี ระบบสวัสดิการเพื่อการศึกษาแบบถ้วนหน้าจนถึงระดับปริญญาตรี
  • สร้างโอกาสทางการศึกษาของผู้มีข้อจำกัดด้านเงินทุน
  • การจัดการศึกษาทุกระดับในโรงเรียนเอกชนสามัญ และโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลาม มี คุณภาพ มาตรฐาน สูงขึ้น
  • มีค่าตอบแทนครูสอนศาสนา
  • ความคิด สติปัญญา และศักยภาพของทุกชาติพันธุ์ พัฒนา
  • การเรียนรู้ตลอดชีวิตและการศึกษาตามอัธยาศัย เท่าทันการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีและของโลก
  • สถาบันอุดมศึกษา สามารถทำหน้าที่จัดการเรียนการสอน วิจัย และบริการวิชาการแก่สังคมได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • สถาบันอุดมศึกษา มีเสรีภาพทางวิชาการ
  • ท้องถิ่น นักวิจัย นักวิชาการ และสถาบันอุดมศึกษาต่างๆ สามารถเข้าถึงทุนการวิจัยได้อย่างเท่าเทียมกัน
  • ระบบการวิจัยของประเทศสามารถตอบสนอง ต่อความจำเป็นของสังคม ประชาชน และภาคธุรกิจ
  • ใช้ข้อมูลจากงานวิจัยให้เกิดประโยชน์กับประเทศในทุกด้าน
  • มี องค์กรด้านเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ในระดับชาติและระดับต่างๆ

ใครได้ประโยชน์ (Target)

  • นักเรียน นักศึกษา
  • สถานศึกษา
  • องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
  • ชุมชน
  • องค์การทางศาสนา
  • เอกชน
  • ครู
  • ผู้มีข้อจำกัดด้านเงินทุน
  • จังหวัดชายแดนภาคใต้
  • โรงเรียนเอกชนสามัญ
  • โรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลาม
  • ครูสอนศาสนา
  • นักวิจัย
  • นักวิชาการ

ภายในเมื่อไหร่ (Timeframe)

ไม่ระบุ

ใช้งบเท่าไหร่ (Budget)

ไม่ระบุ

งบมาจากไหน (Budget Source)

ไม่ระบุ

ปวงชนไทย

ปัญหาคืออะไร (Problem)

ไม่ระบุ

จะทำอะไร (Action)

ไม่ระบุ

ผลลัพธ์คืออะไร (Outcome)

  • ส่งเสริม SMEs และสตาร์ทอัพไทย ให้เข้าถึงแหล่งทุน ความรู้ และตลาดใหม่ ๆ
  • ผลักดันเศรษฐกิจสร้างสรรค์ที่เน้นศักยภาพของคนในชุมชน

ใครได้ประโยชน์ (Target)

  • SMEs
  • สตาร์ทอัพไทย
  • ธุรกิจท้องถิ่น

ภายในเมื่อไหร่ (Timeframe)

  • SMEs และสตาร์ทอัพไทย ให้เข้าถึงแหล่งทุน ความรู้ และตลาดใหม่ ๆ

ใช้งบเท่าไหร่ (Budget)

ไม่ระบุ

งบมาจากไหน (Budget Source)

ไม่ระบุ

เพื่อไทย

ปัญหาคืออะไร (Problem)

  • ท้องถิ่นมีรายได้น้อยเกินไป
  • รายได้ของ อปท. มีสัดส่วนเพียง 30 % จากงบประมาณของรัฐบาล
  • ไม่สามารถดูแลถนน ชุมชน การศึกษา สาธารณสุข และสิ่งแวดล้อมได้ดีเท่าที่ควร
  • ภารกิจของท้องถิ่นทับซ้อนกับส่วนกลาง
  • ระบบภาษีไม่สะท้อนพื้นที่จริง
  • ท้องถิ่นไม่ได้รับภาษีตามกิจกรรมทางเศรษฐกิจในพื้นที่

จะทำอะไร (Action)

  • เพิ่มงบประมาณหมวดอุดหนุนทั่วไป เพื่อสร้างอิสระในการบริหารงบประมาณให้ท้องถิ่น
  • ตั้งเป้าทุกปีต้องเพิ่มรายได้ท้องถิ่นแบบขั้นบันได
  • เพิ่มรายได้ด้วยการถ่ายโอนภารกิจพร้อมงบประมาณ เช่น บริการสาธารณสุขระดับปฐมภูมิ (รพ.สต., ศูนย์สุขภาพชุมชน), งานทะเบียนราษฎร์ที่ไม่ซับซ้อนและถ่ายโอนได้ เช่น ทำบัตรประชาชน คัดถ่ายเอกสาร
  • จัดเก็บภาษีท้องถิ่นใหม่ (New Tax Menu) ให้อำนาจท้องถิ่นกำหนดและเก็บภาษีท้องถิ่นใหม่ เช่น
  • เมืองท่องเที่ยวอาจเลือกเก็บภาษีที่พักระยะสั้น เพราะมีนักท่องเที่ยวเยอะ
  • เมืองอุตสาหกรรมอาจเน้นภาษีบางอย่างจากกิจกรรมโรงงาน
  • เมืองเล็กๆ อาจไม่ต้องเก็บภาษีเพิ่ม แต่ดึงดูดคนมาเที่ยวแทน
  • กำหนดสัดส่วนการกระจายภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีเงินได้ และภาษีธุรกิจเฉพาะจากท้องถิ่นให้สะท้อนแหล่งที่มาของรายได้มากยิ่งขึ้น ผ่านการกำหนดสัดส่วนส่งคืนภาษีสู่ท้องถิ่นแบบที่ให้สัดส่วนภาษีคืนแต่ละจังหวัดปรับเปลี่ยนได้ตามผลงานเศรษฐกิจของพื้นที่นั้น (Dynamic Rate)

ผลลัพธ์คืออะไร (Outcome)

  • ท้องถิ่นมีรายได้เพียงพอ
  • ประชาชนรู้สึกได้ว่าพื้นที่ของฉันเปลี่ยนแปลงได้จากมีอำนาจ
  • งบประมาณเป็นของตัวเอง

ใครได้ประโยชน์ (Target)

  • องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
  • ประชาชน

ภายในเมื่อไหร่ (Timeframe)

ไม่ระบุ

ใช้งบเท่าไหร่ (Budget)

ไม่ระบุ

งบมาจากไหน (Budget Source)

ไม่ระบุ

เพื่อไทย

ปัญหาคืออะไร (Problem)

  • รัฐธรรมนูญขาดความยึดโยงกับประชาชน
  • ความเป็นกลางขององค์กรอิสระและศาลรัฐธรรมนูญถูกตั้งคำถาม
  • ระบบพรรคการเมืองอ่อนแอ
  • การรวมศูนย์อำนาจ
  • บทบาทของกองทัพขยายเกินกรอบประชาธิปไตย ทำภารกิจหลายประการนอกเหนือจากการป้องกันประเทศ
  • การเมืองท้องถิ่นยังถูกกำกับจากส่วนกลางอย่างเข้มข้น

จะทำอะไร (Action)

  • เดินหน้าแก้ไขรัฐธรรมนูญ – เพื่อจัดทำฉบับใหม่โดยประชาชนมีส่วนร่วม
  • ผลักดันให้มีประชามติควบคู่กับการเลือกตั้ง เพื่อให้ประชาชนเป็นผู้ตัดสินใจโดยตรง ว่าประเทศควรมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่ และกำหนดทิศทางด้วยตนเอง
  • ปฏิรูปองค์กรอิสระและศาลรัฐธรรมนูญ ปรับที่มาให้ยึดโยงกับประชาชนมากขึ้น เพิ่มกลไกตรวจสอบการใช้อำนาจ สร้างระบบถ่วงดุลที่สมดุล โปร่งใส และได้รับความเชื่อถือจากสังคม
  • คืนอำนาจให้ประชาชนผ่านกลไกการถอดถอน เปิดทางให้ประชาชนสามารถถอดถอน ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง, ผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ, ผู้ดำรงตำแหน่งระดับสูง, เพื่อยืนยันว่าทุกอำนาจต้องรับผิดชอบต่อประชาชน
  • เสริมความเข้มแข็งของพรรคการเมือง ลดข้อจำกัดในการเป็นสมาชิกพรรค ลดเงื่อนไขการยุบพรรค ให้เหลือเฉพาะกรณีล้มล้างการปกครอง ทำให้พรรคการเมืองเป็นสถาบันทางประชาธิปไตยที่แท้จริง
  • เปลี่ยนทหารเกณฑ์สู่สมัครใจ สร้างกองทัพให้ทันสมัย เพิ่มสวัสดิการ-ทักษะใหม่
  • กระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น ส่งเสริมการเลือกตั้งผู้ว่าราชการจังหวัดในพื้นที่ที่พร้อม เพิ่มงบประมาณและอำนาจให้ท้องถิ่น
  • จัดตั้ง “สำนักงานคณะกรรมการท้องถิ่นแห่งชาติ” เพื่อดูแลท้องถิ่นแทนการรวมศูนย์จากส่วนกลาง

ผลลัพธ์คืออะไร (Outcome)

  • ประชาชนมีส่วนร่วมในการจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่
  • มีรัฐธรรมนูญที่มาจากเจตจำนงของประชาชน และสะท้อนความหลากหลายของสังคมไทย
  • ระบบถ่วงดุลที่สมดุล โปร่งใส และได้รับความเชื่อถือจากสังคม
  • พรรคการเมืองเป็นสถาบันทางประชาธิปไตยที่แท้จริง
  • เพิ่มงบประมาณและอำนาจให้ท้องถิ่น
  • อำนาจอธิปไตยเป็นของประชาชนอย่างแท้จริง ไม่ใช่เพียงการเลือกตั้งเป็นครั้งคราว แต่เป็นระบบการเมืองที่ประชาชนมีส่วนร่วม กำกับ ตรวจสอบ และถอดถอนผู้ใช้อำนาจได้

ใครได้ประโยชน์ (Target)

  • ประชาชน
  • พรรคการเมือง
  • ท้องถิ่น

ภายในเมื่อไหร่ (Timeframe)

ไม่ระบุ

ใช้งบเท่าไหร่ (Budget)

ไม่ระบุ

งบมาจากไหน (Budget Source)

ไม่ระบุ

เพื่อบ้านเมือง

ปัญหาคืออะไร (Problem)

ไม่ระบุ

จะทำอะไร (Action)

  • ส่งเสริมและสนับสนุนในอำนาจอธิปไตยเป็นของปวงชนชาวไทยให้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญบัญญัติ อย่างเป็นรูปธรรม ประชาชนสามารถจับต้องรับรู้และใช้อำนาจอธิปไตยนั้นได้อย่างแท้จริง
  • โดยผ่านกระบวนการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขทางอำนาจนิติบัญญัติ อำนาจบริหาร และอำนาจตุลาการ
  • กระจายอำนาจอธิปไตยไปสู่ประชาชนในฐานรากของประเทศหรือระดับหมู่บ้านจับต้องได้อย่างแท้จริง

ผลลัพธ์คืออะไร (Outcome)

  • ประชาชนสามารถจับต้องรับรู้และใช้อำนาจอธิปไตยได้อย่างแท้จริง

ใครได้ประโยชน์ (Target)

ไม่ระบุ

ภายในเมื่อไหร่ (Timeframe)

ไม่ระบุ

ใช้งบเท่าไหร่ (Budget)

ไม่ระบุ

งบมาจากไหน (Budget Source)

ไม่ระบุ

เพื่อบ้านเมือง

ปัญหาคืออะไร (Problem)

  • การบริหารราชการแผ่นดินไม่เป็นไปตามหลักการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี
  • การเลือกตั้งผู้ว่าราชการจังหวัดไม่เป็นไปโดยตรง
  • การจัดทำบริการสาธารณะและการใช้จ่ายเงินงบประมาณไม่มีประสิทธิภาพ

จะทำอะไร (Action)

  • พัฒนาระบบการบริหารราชการแผ่นดินทั้งราชการส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค ส่วนท้องถิ่น และงานของรัฐอย่างอื่น ให้เป็นไปตามหลักการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี
  • ส่งเสริมและสนับสนุนให้มีการเลือกตั้งผู้ว่าราชการจังหวัดโดยตรง และให้ขึ้นตรงต่อสำนักนายกรัฐมนตรี

ผลลัพธ์คืออะไร (Outcome)

  • การบริหารราชการแผ่นดินของจังหวัดมีประสิทธิภาพสูงสุด
  • ประชาชนในจังหวัดได้รับประโยชน์สุขอย่างแท้จริง

ใครได้ประโยชน์ (Target)

ไม่ระบุ

ภายในเมื่อไหร่ (Timeframe)

ไม่ระบุ

ใช้งบเท่าไหร่ (Budget)

ไม่ระบุ

งบมาจากไหน (Budget Source)

ไม่ระบุ

รวมไทยสร้างชาติ

ปัญหาคืออะไร (Problem)

ไม่ระบุ

จะทำอะไร (Action)

จัดงบประมาณให้ตรงจุด 1 แสนล้าน 10 กลุ่มจังหวัด สร้าง "มหานครที่คุณต้องการ"

ผลลัพธ์คืออะไร (Outcome)

งบประมาณ ตอบโจทย์

ใครได้ประโยชน์ (Target)

ไม่ระบุ

ภายในเมื่อไหร่ (Timeframe)

ไม่ระบุ

ใช้งบเท่าไหร่ (Budget)

ไม่ระบุ

งบมาจากไหน (Budget Source)

ไม่ระบุ

โอกาสใหม่

ปัญหาคืออะไร (Problem)

ไม่ระบุ

จะทำอะไร (Action)

  • ส่งเสริมระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
  • ส่งเสริมกระจายงบประมาณ
  • กระจายอำนาจ ให้ท้องถิ่น

ผลลัพธ์คืออะไร (Outcome)

  • คนไทยมีโอกาสกำหนดอนาคตของตนเอง
  • ประชาชนมีส่วนร่วมในการปกครอง และพัฒนาท้องถิ่นของตนเองมากขึ้น

ใครได้ประโยชน์ (Target)

  • ประชาชน
  • ท้องถิ่น

ภายในเมื่อไหร่ (Timeframe)

ไม่ระบุ

ใช้งบเท่าไหร่ (Budget)

ไม่ระบุ

งบมาจากไหน (Budget Source)

ไม่ระบุ

แชร์หน้านี้เกี่ยวกับโครงการ