ประเด็น

การปราบปรามการทุจริต

มี 24 คำสัญญา จาก

*ฐานข้อมูลมีทั้งหมด 13 พรรค โดยเลือกเฉพาะพรรคที่มีข้อมูลนโยบายในเว็บไซต์ทางการ อ่านเกณฑ์การคัดเลือกพรรคการเมือง

คำชี้แจง

  • ข้อมูลในหน้านี้มาจากข้อความบนเว็บไซต์ทางการของพรรคการเมือง ซึ่งถูกจัดลงตารางตามหัวข้อต่างๆ ด้วยระบบปัญญาประดิษฐ์ (LLM) โดยพยายามคงข้อความตามต้นฉบับให้มากที่สุด
  • หากจำเป็นต้องเพิ่มข้อความเพื่อให้ได้ใจความที่สมบูรณ์ จะถูกแสดงด้วยตัวอักษรสีเทา
  • แม้มีการตรวจสอบโดยทีมงานในระดับหนึ่ง แต่อาจมีความคลาดเคลื่อนเกิดขึ้นได้
  • ผู้ใช้สามารถตรวจสอบเพิ่มเติมกับข้อความต้นฉบับตามลิงก์ด้านล่าง
อ่านที่มาและข้อจำกัดข้อมูล
ไทยภักดี

ปัญหาคืออะไร (Problem)

นักการเมืองทุจริต

จะทำอะไร (Action)

  • เพิ่มอำนาจประชาชน ตรวจสอบนักการเมืองทุจริตได้โดยตรง
  • เพิ่มโทษประหารชีวิต คดีทุจริตของนักการเมือง
  • ห้ามขออภัยโทษคดีทุจริต

ผลลัพธ์คืออะไร (Outcome)

ไม่ระบุ

ใครได้ประโยชน์ (Target)

ไม่ระบุ

ภายในเมื่อไหร่ (Timeframe)

ไม่ระบุ

ใช้งบเท่าไหร่ (Budget)

ไม่ระบุ

งบมาจากไหน (Budget Source)

ไม่ระบุ

ไทยสร้างไทย

ปัญหาคืออะไร (Problem)

  • ดัชนีภาพลักษณ์คอร์รัปชัน (CPI) ของประเทศไทย ได้คะแนนเพียงแค่ 33 คะแนน
  • ประเทศไทยอยู่อันดับที่ 110 จาก 180 ประเทศ ต่ำที่สุดในประวัติศาสตร์ของประเทศไทย

จะทำอะไร (Action)

  • ประกาศสงครามกับการทุจริตคอร์รัปชัน ซึ่งเป็นมะเร็งร้ายของประเทศ ด้วยโมเดลปราบโกง
  • จัดตั้งสำนักงานปราบโกง (สปก.) หรือ Corruption Eradication Commission (CEO)
  • มุ่งเน้นการปราบปรามคอร์รัปชันตั้งแต่รากฐาน ด้วยการรณรงค์การสร้างรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน เสนอให้มีการเลือกตั้ง สสร.
  • เปิดโปงเบาะแสการทุจริตของนักการเมืองและข้าราชการผู้มีอำนาจ ใช้หลักการในการปราบดังนี้
  1. ปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม – องค์กรอิสระ/ตำรวจ/อัยการ/ศาล ทุกองค์กรต้องถูกตรวจสอบได้
  2. เน้นที่การปราบมากกว่าการปราม
  3. มีเส้นตายในการสืบสวน สอบสวน และการพิจารณา
  4. ลงโทษหนักทั้งผู้ให้และผู้รับ
  • ประชาชนมีอำนาจเลื่อน ลด ปลด ย้ายข้าราชการได้ ด้วยระบบการโหวตให้คะแนน
  • ให้อำนาจประชาชนกำหนดการใช้งบประมาณ และตรวจสอบการใช้งบประมาณ โดย "สภาชุมชน" โดยออกกฎหมายยกระดับกรรมการหมู่บ้าน
  • "ปฏิวัติระบบการจัดทำงบประมาณ" ที่ปัจจุบันจัดทำจากบนลงล่าง
  • ให้อำนาจประชาชนในการจัดงบประมาณจากความต้องการของประชาชนโดยตรงจากล่างขึ้นบน เริ่มตั้งแต่หน่วยเล็กที่สุดคือหมู่บ้าน และมีอำนาจร่วมตรวจรับงาน

ผลลัพธ์คืออะไร (Outcome)

  • ขจัดการคอร์รัปชัน
  • แก้ไขความเดือดร้อนของประชาชน
  • งบประมาณถูกนำมาใช้อย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด
  • งบประมาณที่มาจากภาษีของประชาชนและเงินกู้ตอบโจทย์ในการดูแลประชาชน "ตั้งแต่เกิดจนแก่"

ใครได้ประโยชน์ (Target)

  • ประชาชน
  • ชุมชน

ภายในเมื่อไหร่ (Timeframe)

ไม่ระบุ

ใช้งบเท่าไหร่ (Budget)

ไม่ระบุ

งบมาจากไหน (Budget Source)

ไม่ระบุ

ประชาชน

ปัญหาคืออะไร (Problem)

  • ระบบปัจจุบันมีความเสี่ยงสูงต่อการทุจริตและการผูกขาด
  • งบประมาณรั่วไหลไปกับราคาสินค้าที่แพงเกินจริงหรือโครงการที่ไม่ได้มาตรฐาน
  • ต้นทุนค่าเสียโอกาสจากช่องโหว่ทางกฎหมาย
  • กฎระเบียบที่อนุญาตให้หน่วยงานรัฐจัดซื้อโดยวิธีนี้สำหรับสินค้ามูลค่าต่ำกว่า 500,000 บาท และการให้สิทธิพิเศษซื้อตรงจากรัฐวิสาหกิจโดยไม่ต้องแข่งขัน ถือเป็นช่องโหว่ขนาดใหญ่ที่บั่นทอนกลไกตลาดและเปิดโอกาสให้เกิดการใช้จ่ายที่สูงเกินจริง ซึ่งคิดเป็นมูลค่าการใช้จ่ายที่ไม่ผ่านการแข่งขันสูงถึง 444,000 ล้านบาทต่อปี
  • กฎระเบียบที่บังคับให้เอกชนต้องวางเงินสดหรือหลักทรัพย์เพื่อค้ำประกันซองประมูล (Bid Bond) ทำให้เงินทุนหมุนเวียนของภาคธุรกิจหายไปจากระบบเศรษฐกิจถึงปีละ 85,000 ล้านบาท
  • การทุจริตในงานก่อสร้างมักเกิดขึ้น "หลังเซ็นสัญญา" เช่น การแอบแก้ไขสัญญา การใช้วัสดุที่ไม่ได้มาตรฐาน หรือการเบิกเงินแต่งานไม่คืบหน้า เนื่องจากข้อมูลในระยะนี้ไม่ได้ถูกเปิดเผยต่อสาธารณะเพื่อการตรวจสอบ
  • โครงการขนาดใหญ่ที่มีมูลค่าเกิน 100 ล้านบาท ซึ่งเสี่ยงต่อการล็อกสเปกหรือการทุจริตเชิงนโยบาย แต่ปัจจุบันยังขาดกลไกการตรวจสอบจากผู้เชี่ยวชาญภายนอกที่เป็นกลาง เนื่องจากระบบการใช้ "ข้อตกลงคุณธรรม" (Integrity Pact) ยังคงเป็นแบบสมัครใจ

จะทำอะไร (Action)

  • ปฏิรูปการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ
  • อุดรูรั่ว
  • ปิดช่องโหว่ทุจริต
  • ลดวิธีเจาะจง
  • บังคับเปิดข้อมูลหลังเซ็นสัญญา
  • ใช้ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบโครงการใหญ่
  • ปิดช่องโหว่
  • ลดต้นทุนแฝง
  • ลดการจัดซื้อแบบเจาะจงและขจัดสิทธิพิเศษรัฐวิสาหกิจ
  • ยกเลิกหลักประกันซอง
  • เปิดข้อมูลต่อหลังเซ็นสัญญาแล้ว
  • โครงการ 100 ล้านบาทขึ้นไปต้องตรวจสอบจากคนนอก
  • เปลี่ยนกฎระเบียบให้สินค้าทั่วไปต้องใช้วิธีเชิญชวนให้ยื่นซองเสนอราคาหรือการแข่งขันราคา (e-bidding) แทนวิธีเฉพาะเจาะจง
  • ปรับปรุงกฎกระทรวง กําหนดวงเงินการจัดซื้อจัดจ้างพัสดุโดยวิธีเฉพาะเจาะจง วงเงินการจัดซื้อจัดจ้างที่ไม่ทําข้อตกลง เป็นหนังสือ และวงเงินการจัดซื้อจัดจ้างในการแต่งตั้งผู้ตรวจรับพัสดุ พ.ศ. 2560
  • ยกเลิกกฎกระทรวงที่ให้สิทธิหน่วยงานรัฐซื้อของจากรัฐวิสาหกิจได้โดยไม่ต้องประมูล
  • ปรับปรุงกฎกระทรวงกำหนดกรณีการจัดซื้อจัดจ้างพัสดุโดยวิธีเฉพาะเจาะจงพ.ศ. 2561 และทบทวนกฎกระทรวงกําหนดพัสดุและวิธีการจัดซื้อจัดจ้างพัสดุที่รัฐต้องการส่งเสริมหรือสนับสนุน พ.ศ. 2563
  • เร่งพัฒนาระบบตลาดอิเล็กทรอนิกส์ (e-shopping) และกรอบข้อตกลงการจัดซื้อรวม (Framework Agreement)
  • แก้ไขระเบียบกระทรวงการคลัง (พ.ศ. 2560) ข้อ 166 เพื่อยกเลิกการวางหลักประกันซอง
  • เปลี่ยนมาใช้มาตรการลงโทษที่เด็ดขาดแทน เช่น การขึ้นบัญชีดำ (Blacklist) ผู้ทิ้งงานไม่ให้เข้าประมูลงานรัฐอีก
  • บังคับให้โครงการก่อสร้างมูลค่า 10 - 100 ล้านบาท ต้องเปิดเผยข้อมูลตามมาตรฐานความโปร่งใสในการก่อสร้างภาครัฐ (Construction Transparency Initiative: CoST)
  • ข้อมูลที่ต้องเปิดเผยผ่านระบบจัดซื้อจัดจ้างอิเล็กทรอนิกส์ (e-GP) ต้องครอบคลุมถึงข้อมูลสำคัญตลอดวงจรของโครงการ ตั้งแต่ก่อนทำสัญญา ระหว่างทำสัญญา และหลังทำสัญญา รวมถึงรายงานความคืบหน้า การแก้ไขสัญญา และการเบิกจ่ายเงิน
  • กำหนดให้โครงการมูลค่าเกิน 100 ล้านบาท ต้อง เข้าร่วมข้อตกลงคุณธรรม (จากเดิมที่เป็นระบบสมัครใจ)
  • ส่งผู้เชี่ยวชาญอิสระเข้าไปสังเกตการณ์ตั้งแต่ขั้นตอนการร่างขอบเขตงาน (TOR) จนถึงการตรวจรับงาน

ผลลัพธ์คืออะไร (Outcome)

  • ประหยัดภาษีหมื่นล้าน
  • สร้างประโยชน์กลับคืนสู่สังคมได้อย่างมหาศาล
  • ดึงทรัพยากรที่สูญเสียไปจากความไร้ประสิทธิภาพกลับคืนมา
  • ใช้ ทรัพยากรที่ดึงกลับมา ในการพัฒนาประเทศและยกระดับธรรมาภิบาลทางการคลังมากกว่าแค่การปราบทุจริตเพียงอย่างเดียว
  • คาดว่าจะประหยัดงบประมาณจากการลดต้นทุนของผู้ประกอบการได้ ปีละเกือบ 40,000 ล้านบาท ต่อปี
  • รัฐวิสาหกิจต้องแข่งขันด้านราคาและคุณภาพกับเอกชน
  • เพิ่มประสิทธิภาพและลดภาระงานธุรการ
  • คาดว่าจะประหยัดงบประมาณจากการลดต้นทุนแฝงของผู้ประกอบการได้ประมาณ 5,700 ล้านบาท ต่อปี
  • จากการทดลองใช้แนวทาง CoST ในประเทศไทย พบว่าสามารถประหยัดงบประมาณได้ถึงร้อยละ 7.4
  • หากบังคับใช้ CoST กับทุกโครงการที่เข้าข่าย จะสามารถประหยัดงบประมาณได้ถึง 22,843 ล้านบาท ต่อปี
  • โครงการที่เข้าร่วมข้อตกลงคุณธรรม สามารถลดงบประมาณลงได้เฉลี่ยร้อยละ 8.2
  • การบังคับใช้มาตรการข้อตกลงคุณธรรม จะช่วยประหยัดงบประมาณได้ถึง 30,311 ล้านบาท ต่อปี
  • ป้องปรามการล็อกสเปกและการฮั้วประมูล

ใครได้ประโยชน์ (Target)

  • ภาครัฐ
  • สังคม
  • ประเทศ
  • หน่วยงานรัฐ
  • รัฐวิสาหกิจ
  • เอกชน
  • ภาคธุรกิจ
  • ผู้ประกอบการ
  • สาธารณะ

ภายในเมื่อไหร่ (Timeframe)

ไม่ระบุ

ใช้งบเท่าไหร่ (Budget)

ไม่ระบุ

งบมาจากไหน (Budget Source)

ไม่ระบุ

ประชาชน

ปัญหาคืออะไร (Problem)

  • สถานการณ์คอร์รัปชันของไทยอยู่ในระดับที่น่าเป็นห่วงมาก
  • คะแนนของประเทศไทยลดลงเรื่อย ๆ และอันดับโลกก็แย่ลงตามไปด้วย
  • สถานการณ์การทุจริตในภาครัฐของไทยกลับย่ำแย่กว่าอินโดนีเซียและเวียดนามไปแล้ว
  • ผลลัพธ์ล่าสุดในปี 2567 ประเทศไทยกลับได้คะแนนเพียง 34 คะแนน และอยู่ในอันดับที่ 107 ของโลก
  • ปัญหาคอร์รัปชันในประเทศไม่เพียงแต่ไม่ได้รับการแก้ไข แต่ยังคงแย่ลงและฝังรากลึกมากขึ้นเรื่อย ๆ
  • การทุจริตจะเกิดขึ้นได้เมื่อมีการ ผูกขาดอำนาจ
  • การทุจริตจะเกิดขึ้นได้เมื่อมีการใช้ ดุลยพินิจ ของเจ้าหน้าที่อย่างอิสระ
  • การทุจริตจะเกิดขึ้นได้โดยที่ขาด กลไกการตรวจสอบ ที่ดี
  • กฎหมายเก่าที่ทำให้ประชาชนทำถูกกฎหมายได้ยากและเป็นช่องทางให้เจ้าหน้าที่เรียกรับสินบนได้ (เช่น กฎหมายโรงแรม, กฎหมายสถานบริการ)

จะทำอะไร (Action)

  • ปิดทุกช่องโหว่
  • แก้โกงให้ถึงราก
  • สร้างระบบที่คนโกงไม่ได้ โดยเปิดเผยข้อมูลรัฐเป็นหลัก
  • ใช้เทคโนโลยีลดการใช้ดุลพินิจเจ้าหน้าที่
  • สร้างกลไกตรวจสอบที่เข้มแข็งเพื่อลดโอกาสการทุจริต
  • ปฏิรูประบบราชการให้เปลี่ยนจาก "ระบบที่พึ่งพาคนดีไม่ให้โกง" เป็น "ระบบที่ออกแบบมาให้คนไม่ดีก็โกงไม่ได้"
  • เปิดทุกข้อมูลโดยอัตโนมัติ: ให้ข้อมูลของภาครัฐทั้งหมดถูกเปิดเผยต่อสาธารณะ
  • ใช้เทคโนโลยีลดอำนาจคน: นำเทคโนโลยีและปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ามาลดการใช้ดุลยพินิจของเจ้าหน้าที่รัฐ เพื่ออุดช่องโหว่การทุจริต
  • ใช้ AI Red Flag หรือ การใช้ AI มาเรียนรู้รูปแบบของการทุจริต ฮั้วประมูลในอดีต เพื่อมาช่วยจับพิรุธในการใช้งบประมาณหรือการฮั้วประมูล และแจ้งเตือน “ธงแดง” โครงการที่มีความเสี่ยง
  • ใช้ เทคโนโลยีช่วยในการขอใบอนุญาตและการบังคับใช้กฎหมาย เช่น จากกล้องวงจรปิด
  • สร้างกลไกตรวจสอบและคุ้มครอง: ปรับปรุงกฎหมายเพื่อส่งเสริมการแข่งขันที่เป็นธรรม
  • สร้างกลไกตรวจสอบและคุ้มครอง: ลด การผูกขาด
  • สร้างกลไกตรวจสอบและคุ้มครอง: สร้าง มาตรการคุ้มครองผู้แจ้งเบาะแส (Whistleblower) ให้ได้รับรางวัลและปลอดภัยจริง
  • สร้างกลไกตรวจสอบและคุ้มครอง: ใช้ มาตรการ "คนโกงวงแตก" เพื่อให้ผู้ร่วมทุจริตหวาดระแวงกันเอง
  • เปลี่ยนกฎหมายข้อมูลข่าวสาร: เปลี่ยน พ.ร.บ. ข้อมูลข่าวสารของราชการ เป็น "พ.ร.บ. ข้อมูลข่าวสารของสาธารณะ" เพื่อวางหลักการ "เปิดเผยเป็นหลัก ปกปิดเป็นข้อยกเว้น" โดยเฉพาะฐานข้อมูลสำคัญของรัฐ (เช่น งบประมาณ การจัดซื้อจัดจ้าง) ต้องเปิดเผยในรูปแบบดิจิทัลที่ใครก็สามารถนำไปตรวจสอบได้ง่าย
  • พัฒนาระบบบริการภาครัฐช่องทางเดียว: พัฒนาระบบออนไลน์ของรัฐให้เชื่อมโยงกัน และสามารถใช้บริการได้ในช่องทางเดียว เช่น ผ่านแอปพลิเคชัน "ทางรัฐ" และ "BizPortal"
  • ใช้เทคโนโลยีช่วยตรวจสอบอัตโนมัติ: พัฒนาระบบที่ใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยลดดุลยพินิจของเจ้าหน้าที่ และเพิ่มการตรวจสอบความถูกต้องของขั้นตอนการขออนุญาตต่าง ๆ โดยอัตโนมัติ
  • ออกระเบียบสำนักนายกฯที่จำเป็น: ออกระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีเพื่อป้องกันการใช้เงินหลวงโปรโมตตัวเองทางการเมือง
  • ออกระเบียบสำนักนายกฯที่จำเป็น: บังคับ ให้นำเงินนอกงบประมาณทั้งหมดเข้าสู่ระบบ GFMIS (ระบบบริหารการเงินการคลังภาครัฐ) เพื่อให้ตรวจสอบได้ทุกบาททุกสตางค์
  • ออกระเบียบสำนักนายกฯที่จำเป็น: ขยาย การตรวจสอบทางจริยธรรม (Integrity Pact) ในโครงการจัดซื้อจัดจ้างขนาดใหญ่ (ตั้งแต่ 100 ล้านบาทขึ้นไป)
  • ทบทวนกฎหมายที่ล้าสมัย (Regulatory Guillotine): ยกเลิกหรือปรับปรุงกฎหมายเก่า
  • ปรับปรุงกฎหมายให้ใช้เทคโนโลยีบังคับใช้ได้: แก้ไขกฎหมายต่าง ๆ (เช่น พ.ร.บ. จราจรทางบก) เพื่อเพิ่มการใช้เทคโนโลยี (กล้องวงจรปิด, ภาพถ่าย) เข้ามาช่วยบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง แทนการใช้ดุลยพินิจของเจ้าหน้าที่
  • เสริมกลไก "แฉโกง ปลอดภัย ได้เงิน": ปรับปรุงกฎระเบียบเพื่อคุ้มครองและให้รางวัลแก่ผู้แจ้งเบาะแส (Whistleblower) ให้ได้รับเงินรางวัลจริงจากกองทุน ป.ป.ช. อย่างเป็นธรรม
  • ผลักดันกฎหมาย "คนโกงวงแตก" (Leniency Law): ออกกฎหมายนี้เพื่อให้ผู้ที่ร่วมทุจริตแล้วตัดสินใจให้ข้อมูลแก่รัฐเป็นคนแรก ได้รับการพิจารณาลดโทษหรือกันเป็นพยาน

ผลลัพธ์คืออะไร (Outcome)

  • ลดโอกาสการทุจริต
  • สร้างสังคมปลอดคอร์รัปชัน
  • จะ หยุดยั้งคอร์รัปชัน
  • ระบบ เปลี่ยนจาก "ระบบที่พึ่งพาคนดีไม่ให้โกง" เป็น "ระบบที่ออกแบบมาให้คนไม่ดีก็โกงไม่ได้"
  • ข้อมูลของภาครัฐทั้งหมดถูก เปิดเผยต่อสาธารณะ
  • อุด ช่องโหว่การทุจริต
  • มาช่วยจับ พิรุธในการใช้งบประมาณหรือการฮั้วประมูล และแจ้งเตือน “ธงแดง” โครงการที่มีความเสี่ยง
  • ส่งเสริม การแข่งขันที่เป็นธรรม
  • ผู้แจ้งเบาะแส ได้รับรางวัลและปลอดภัยจริง
  • ผู้ร่วมทุจริต หวาดระแวงกันเอง
  • ฐานข้อมูลสำคัญของรัฐ เปิดเผยในรูปแบบดิจิทัลที่ใครก็สามารถนำไปตรวจสอบได้ง่าย
  • ลดดุลยพินิจของเจ้าหน้าที่
  • เพิ่มการตรวจสอบความถูกต้องของขั้นตอนการขออนุญาตต่าง ๆ โดยอัตโนมัติ
  • ป้องกันการใช้เงินหลวงโปรโมตตัวเองทางการเมือง
  • กฎหมายเก่าที่ทำให้ประชาชนทำถูกกฎหมายได้ยากและเป็นช่องทางให้เจ้าหน้าที่เรียกรับสินบนได้ ถูกยกเลิกหรือปรับปรุง
  • เพิ่ม การใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง แทนการใช้ดุลยพินิจของเจ้าหน้าที่
  • ผู้แจ้งเบาะแส ได้รับเงินรางวัลจริงจากกองทุน ป.ป.ช. อย่างเป็นธรรม
  • ผู้ที่ร่วมทุจริตแล้วตัดสินใจให้ข้อมูลแก่รัฐเป็นคนแรก ได้รับการพิจารณาลดโทษหรือกันเป็นพยาน
  • ขบวนการทุจริต ขาดความเชื่อใจกันและเดินต่อได้ยาก

ใครได้ประโยชน์ (Target)

  • คนโกง
  • เจ้าหน้าที่
  • สาธารณะ
  • ผู้แจ้งเบาะแส (Whistleblower)
  • ผู้ร่วมทุจริต
  • ประชาชน

ภายในเมื่อไหร่ (Timeframe)

ไม่ระบุ

ใช้งบเท่าไหร่ (Budget)

ไม่ระบุ

งบมาจากไหน (Budget Source)

  • เงินรางวัลผู้แจ้งเบาะแส จากกองทุน ป.ป.ช.
ประชาชน

ปัญหาคืออะไร (Problem)

  • ประเทศไทยตกเป็น "เหยื่อ–ทางผ่าน–แหล่งฟอกเงิน" ไปพร้อมกัน: ประเทศไทยเผชิญความเสียหายทางเศรษฐกิจจากแก๊งสแกมเมอร์ปีละนับแสนล้านบาท โดยขบวนการอาชญากรใช้ไทยเป็นทั้งตลาดหลอกลวงเหยื่อ ทางผ่านเงินผิดกฎหมาย และจุดฟอกเงินผ่านระบบธนาคาร สินทรัพย์ดิจิทัล และบริษัทบังหน้า ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อเสถียรภาพทางเศรษฐกิจและความปลอดภัยของประชาชน
  • "สงครามลูกผสม" (Hybrid Warfare) ต่อความมั่นคงชาติ: นี่ไม่ใช่เพียงคดีฉ้อโกงทั่วไป แต่เป็นสงครามที่เครือข่ายทุนสีเทาใช้เทคโนโลยีการเงินสมัยใหม่ การบิดเบือนข้อมูล และการคอร์รัปชันเจ้าหน้าที่รัฐ เข้ากดทับอธิปไตยทางเศรษฐกิจและระบบยุติธรรมของไทย โดยใช้ทรัพยากรเงินและข้อมูลเป็นอาวุธแทนการใช้กำลังทหาร
  • ชายแดนลุ่มน้ำโขงคือ "ศูนย์กลางโรงงานสแกม" ของโลก: พื้นที่ชายแดนไทยและประเทศเพื่อนบ้าน (กัมพูชา เมียนมา ลาว) กลายเป็นฐานปฏิบัติการขนาดใหญ่ที่แก๊งสแกมเมอร์ใช้แรงงานบังคับและการค้ามนุษย์ สร้างรายได้มหาศาลจนมีสัดส่วนสำคัญต่อ GDP ของบางประเทศในภูมิภาค ส่งผลให้เกิดภัยคุกคามข้ามพรมแดนที่ทำลายเสถียรภาพของภูมิภาคโดยตรง
  • ทุนสีเทาแทรกซึมและ "กินรวบรัฐ" (State Capture): เงินผิดกฎหมายถูกนำมาฟอกผ่านการกว้านซื้ออสังหาริมทรัพย์และกิจการต่างๆ ทำลายการแข่งขันที่เสรี และเปิดช่องให้เจ้าหน้าที่รัฐหรือนักการเมืองบางกลุ่ม "ขายอำนาจ" เพื่อคุ้มครองเครือข่ายผิดกฎหมาย จนเกิดปัญหาการกินรวบรัฐที่กลุ่มทุนนอกกฎหมายสามารถกำหนดทิศทางประเทศได้ในระยะยาว
  • ระบบกฎหมายและกลไกบังคับใช้ "ตามไม่ทัน" อาชญากรรม: กฎหมายฟอกเงิน ค้ามนุษย์ และอาชญากรรมคอมพิวเตอร์ ยังไม่รองรับรูปแบบการทำผิดผ่านคริปโตและแพลตฟอร์มออนไลน์ อีกทั้งการยึดอายัดทรัพย์ข้ามแดนมีข้อจำกัดสูง และหน่วยงานรัฐทำงานแบบแยกส่วน ทำให้ขาดประสิทธิภาพในการปราบปรามอย่างจริงจัง

จะทำอะไร (Action)

  • ประกาศให้การปราบปรามแก๊งสแกมเมอร์ การฟอกเงิน และการค้ามนุษย์ เป็นภารกิจเร่งด่วนสูงสุดระดับชาติ
  • ระดมสรรพกำลังจากทุกหน่วยงานมาจัดการปัญหาอย่างจริงจัง
  • ยกระดับการมองปัญหาจากเดิมที่เป็นเพียง "คดีฉ้อโกงออนไลน์รายบุคคล" ให้เป็นการรับมือกับ "องค์กรอาชญากรรมข้ามชาติและเครือข่ายทุนสีเทา" ที่เป็นภัยต่อความมั่นคงในระดับโครงสร้าง
  • กำหนดยุทธศาสตร์ 3 ชั้น เพื่อถอนรากถอนโคนทุนสีเทา
  • ตั้งศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านสแกมแห่งชาติ (National Anti-Scam War Room)
  • บูรณาการการทำงานแบบเรียลไทม์ระหว่าง ตำรวจไซเบอร์, DSI, ปปง., ธปท., ก.ล.ต., กสทช., และอัยการ ร่วมกับหน่วยงานต่างประเทศ
  • บังคับใช้กฎหมาย (พ.ร.ก. ไซเบอร์ฯ มาตรา 8/10) ให้สถาบันการเงิน ผู้ให้บริการเครือข่ายมือถือ ผู้ให้บริการหลักทรัพย์ ที่ไม่ได้ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ของ ธปท., กสทช., ก.ล.ต. ร่วมรับผิดชอบต่อผู้เสียหาย
  • เสริมมาตรการยืนยันตัวตน (KYC) และการตรวจสอบเส้นทางเงิน (AML) ให้เข้มข้น
  • ใช้ระบบ “ตีตรวนบัญชีม้า” (เช่น การระงับสิทธิ์ทำธุรกรรมทุกธนาคาร)
  • ใช้แนวคิด “ยึดทรัพย์ก่อน สอบสวนทีหลัง” ในกรณีที่มีหลักฐานชัดเจน
  • จัดตั้ง กองทุนชดเชยเหยื่อ
  • นำเงินและทรัพย์สินที่ยึดได้จากกลุ่มอาชญากรมาคืนให้แก่ผู้เสียหาย
  • เอาผิดเจ้าหน้าที่รัฐและนักการเมืองที่พัวพันกับทุนสีเทาอย่างเด็ดขาด
  • มีมาตรการคุ้มครอง ผู้แจ้งเบาะแส (Whistleblower) อย่างจริงจัง
  • ตั้งชุดปฏิบัติการร่วมกับประเทศเพื่อนบ้านเพื่อทลายฐานที่มั่นในจุดยุทธศาสตร์ เช่น ปอยเปต, สีหนุวิลล์ และสามเหลี่ยมทองคำ
  • ตั้ง ศูนย์ข่าวกรองอนุภูมิภาคแม่โขง เพื่อแชร์ข้อมูลบัญชีต้องสงสัย เส้นทางเงิน และพิกัดค่ายสแกมแบบทันเหตุการณ์
  • ปรับนโยบายบริหารจัดการชายแดนให้เน้นการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติเป็นลำดับต้นๆ
  • ผลักดัน แผนปฏิบัติการร่วมอาเซียน ด้านอาชญากรรมไซเบอร์และสแกม
  • ตั้งศูนย์ประสานงานกลางเพื่อเชื่อมต่อกับกลุ่มประเทศเทคโนโลยีสูง เช่น สหรัฐฯ, จีน, ญี่ปุ่น และยุโรป
  • จัดตั้ง ชุดสืบสวนร่วม (Joint Investigation Teams - JITs) กับประเทศคู่ค้า
  • ใช้กลไกตรวจจับการฟอกเงินระดับโลก เช่น FATF, FinCEN และ FIU เพื่อติดตามเงินผิดกฎหมายที่ไหลออกนอกประเทศ
  • ผลักดันข้อตกลงในการเฉลี่ยทรัพย์เพื่อนำสินทรัพย์หรือคริปโตที่รัฐบาลต่างประเทศยึดได้ กลับมาคืนให้แก่เหยื่อชาวไทย
  • เร่งแก้ไขและบังคับใช้กฎหมายสำคัญ 4 ฉบับ ได้แก่ พ.ร.บ. ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน, พ.ร.บ. ป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์, พ.ร.บ. ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ และ พ.ร.บ. ส่งผู้ร้ายข้ามแดน
  • ตรากฎหมายคุมการเงินดิจิทัล: ร่าง พ.ร.บ. กำกับบริการการเงินดิจิทัล
  • จัดตั้ง หน่วยอัยการพิเศษ และ แผนกคดีพิเศษในศาล เพื่อพิจารณาคดีฟอกเงินและอาชญากรรมข้ามชาติโดยเฉพาะ
  • สร้างศูนย์สั่งการเชื่อมข้อมูลเรียลไทม์ระหว่าง ตำรวจไซเบอร์, DSI, ปปง., ธปท., ก.ล.ต., กสทช., กระทรวงต่างประเทศ (MFA) และอัยการ
  • ส่งชุดปฏิบัติการลงพื้นที่จังหวัดชายแดนสำคัญเพื่อจบปัญหาการทำงานล่าช้าหรือการโยนเรื่องระหว่างหน่วยงาน
  • ยกระดับเทคโนโลยีปราบอาชญากรรม
  • ใช้เครื่องมือวิเคราะห์ธุรกรรมบล็อกเชน (Blockchain Analytics) เพื่อตามสืบและอายัดคริปโตเคอร์เรนซีที่ถูกโกงไป
  • บังคับให้สถาบันการเงินและผู้ให้บริการสินทรัพย์ดิจิทัล (VASP) รายงานธุรกรรมต้องสงสัยอย่างเข้มงวด
  • ประสานธนาคารและค่ายมือถือ เพิ่มความเข้มงวดในการเปิดบัญชีหรือซิมใหม่
  • ใช้ระบบอายัดและแจ้งเตือนบัญชีต้องสงสัยแบบเกือบเรียลไทม์ เมื่อพบพฤติกรรมเงินไหลออกต่างประเทศผิดปกติ
  • ตั้งทีมเฉพาะกิจช่วยคนไทยที่ถูกหลอกไปทำงานค่ายสแกมในประเทศเพื่อนบ้าน พร้อมสายด่วนติดตามเคสข้ามพรมแดน
  • เอาผิดเจ้าหน้าที่รัฐ–นักการเมืองที่เกี่ยวข้อง
  • ผนึกกำลัง ป.ป.ช., ป.ป.ท. และ ปปง. สืบเส้นทางเงินเอาผิดนักการเมืองและเจ้าหน้าที่รัฐที่พัวพันทุนสีเทา พร้อมคุ้มครองผู้แจ้งเบาะแส (Whistleblower)
  • อัปเกรดกฎหมายให้เท่าทันโลก
  • เพิ่มกฎระเบียบการส่งข้อมูลธุรกรรม (Travel Rule) และขยายคำนิยาม "องค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ" ให้ครอบคลุมการหลอกลวงออนไลน์
  • แก้ไขกฎหมายค้ามนุษย์ให้ระบุความผิดเรื่อง "การบังคับทำสแกม" ไว้อย่างชัดเจน
  • ยึดทรัพย์เชิงรุกเพื่อเยียวยา
  • ตั้งทีมผสม (ปปง. + ตำรวจ + สรรพากร + อัยการ) และเพิ่มช่องทางให้ศาลสั่งยึดทรัพย์ชั่วคราวได้รวดเร็วขึ้นก่อนเงินถูกโยกย้าย
  • นำทรัพย์สินที่ยึดมาได้เข้าสู่ "กองทุนชดเชยเหยื่อ" เพื่อคืนเงินให้ผู้เสียหาย
  • สร้างเครือข่ายความมั่นคงระดับภูมิภาค
  • บริหารจัดการศูนย์ข่าวกรองลุ่มน้ำโขงเพื่อแชร์ข้อมูลเส้นทางเงินและพิกัดค่ายสแกมร่วมกับประเทศเพื่อนบ้าน
  • สร้างภูมิคุ้มกันดิจิทัล
  • ทำแคมเปญ “รู้ทันสแกม” ร่วมกับแพลตฟอร์มเอกชน
  • บรรจุวิชาความฉลาดทางดิจิทัลและการเงิน (Digital & Financial Literacy) ในหลักสูตรการศึกษาและการฝึกอบรมแรงงาน
  • ผลักดันแผนปฏิบัติการอาเซียนและตั้งศูนย์ประสานงานอาชญากรรมไซเบอร์อาเซียนพร้อมฐานข้อมูลอาชญากรร่วมกัน
  • ทำ MOU จัดตั้งชุดสืบสวนร่วม (Joint Investigation Teams) กับประเทศมหาอำนาจด้านเทคโนโลยี ในคดีใหญ่
  • ปฏิรูประบบการเงินและยุติธรรม
  • ตรา พ.ร.บ. บริการการเงินดิจิทัล เพื่อคุมเข้มแพลตฟอร์มการเงินออนไลน์ทุกประเภท
  • พัฒนาระบบ KYC แบบเชื่อมโยงฐานข้อมูลรัฐและธนาคารแบบเรียลไทม์
  • ตั้งแผนกคดีพิเศษในศาลและหน่วยอัยการพิเศษสำหรับคดีฟอกเงิน-สแกม-ค้ามนุษย์ข้ามชาติ
  • ปรับระเบียบการรับรองพยานหลักฐานดิจิทัลให้รวดเร็วขึ้น
  • ตั้ง “คณะกรรมการนโยบายการปราบปรามแก๊งสแกมและอาชญากรรมข้ามชาติ” โดยมีนายกฯ หรือรองนายกฯ ฝ่ายความมั่นคง เป็นประธาน
  • กำหนดให้มีการรายงานความคืบหน้าต่อรัฐสภาสม่ำเสมอ

ผลลัพธ์คืออะไร (Outcome)

  • คืนเงินและทรัพย์สินที่ยึดได้จากกลุ่มอาชญากรให้แก่ผู้เสียหาย
  • นำสินทรัพย์หรือคริปโตที่รัฐบาลต่างประเทศยึดได้ กลับมาคืนให้แก่เหยื่อชาวไทย
  • กฎหมายสำคัญ 4 ฉบับ รองรับการปราบปรามอาชญากรรมยุคใหม่
  • รองรับการใช้พยานหลักฐานอิเล็กทรอนิกส์ในชั้นศาล
  • จบปัญหาการทำงานล่าช้าหรือการโยนเรื่องระหว่างหน่วยงาน
  • อายัดและแจ้งเตือนบัญชีต้องสงสัยแบบเกือบเรียลไทม์
  • ช่วยคนไทยที่ถูกหลอกไปทำงานค่ายสแกมในประเทศเพื่อนบ้าน
  • เอาผิดนักการเมืองและเจ้าหน้าที่รัฐที่พัวพันทุนสีเทา
  • กฎหมายค้ามนุษย์ระบุความผิดเรื่อง "การบังคับทำสแกม" ไว้อย่างชัดเจน
  • การปราบทุนสีเทาเป็นวาระแห่งชาติที่ไม่ขึ้นอยู่กับวาระของรัฐบาลใดรัฐบาลหนึ่ง

ใครได้ประโยชน์ (Target)

  • ประชาชน
  • ผู้เสียหาย
  • ผู้แจ้งเบาะแส (Whistleblower)
  • คนไทยที่ถูกหลอกไปทำงานค่ายสแกมในประเทศเพื่อนบ้าน

ภายในเมื่อไหร่ (Timeframe)

  • ระยะสั้น (ภายใน 1 ปี): “หยุดเลือดไหล – ปิดรูรั่วหลัก”
  • ระยะกลาง (1–3 ปี): “ปรับโครงสร้างกฎหมาย – เครื่องมือรัฐ”
  • ระยะยาว (มากกว่า 3 ปี): “ออกแบบสถาปัตยกรรมความมั่นคงใหม่”

ใช้งบเท่าไหร่ (Budget)

ไม่ระบุ

งบมาจากไหน (Budget Source)

นำทรัพย์สินที่ยึดมาได้เข้าสู่ "กองทุนชดเชยเหยื่อ" เพื่อคืนเงินให้ผู้เสียหาย

ประชาชน

ปัญหาคืออะไร (Problem)

  • วิกฤตในประเทศเมียนมาส่งผลกระทบโดยตรงต่อความมั่นคง เศรษฐกิจ และสิทธิมนุษยชนของประเทศไทย
  • ภัยคุกคามข้ามชาติและเศรษฐกิจสีเทา: พื้นที่ชายแดนถูกครอบงำด้วยระบบ "เงินเร็ว–โตเร็ว" ที่เชื่อมโยงกับการฟอกเงิน อาชญากรรมไซเบอร์ สแกมเมอร์ ยาเสพติด และการค้ามนุษย์ ซึ่งกระทบต่อความมั่นคงของพลเมืองไทยโดยตรง
  • ปัญหาคอร์รัปชันตามแนวชายแดน: การทุจริตของเจ้าหน้าที่รัฐบางส่วนกลายเป็น "คอขวด" ที่เอื้อให้ไทยกลายเป็นทางผ่านและโครงสร้างสนับสนุนเครือข่ายอาชญากรรม
  • วิกฤตด้านมนุษยธรรม: การสู้รบที่ยืดเยื้อสร้างภาระมนุษยธรรมในการดูแลผู้ลี้ภัยและผลักดันให้กลุ่มเปราะบางเข้าสู่วงจรเศรษฐกิจผิดกฎหมายและความรุนแรงมากขึ้น

จะทำอะไร (Action)

  • จัดตั้งสำนักงานผู้แทนพิเศษด้านเมียนมา
  • พัฒนาเครือข่ายความร่วมมือและข่าวกรองกับกลุ่มชาติพันธุ์ เพื่อปราบปรามยาเสพติดและอาชญากรรมข้ามชาติ
  • ใช้ตำแหน่งทางภูมิศาสตร์และยุทธศาสตร์แร่หายาก (Rare Earths) เป็นเครื่องมือเพิ่มอำนาจต่อรองกับมหาอำนาจ
  • ใช้เศรษฐกิจชายแดนและระบบโลจิสติกส์ เป็นเครื่องมือเพิ่มอำนาจต่อรอง
  • ยึดหลัก “ประเทศเมียนมานำโดยคนเมียนมา” (Myanmar-led) โดยไม่เลือกข้างทางการเมือง โดยเน้นความร่วมมือกับทุกฝ่ายเฉพาะในมิติมนุษยธรรม การคุ้มครองพลเรือน และการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติอย่างจริงจัง
  • ไม่ยอมให้ประเทศไทยถูกใช้เป็นฐานกำลังในการต่อสู้ หรือเป็นช่องทางสนับสนุนการฟอกเงินและการละเมิดสิทธิมนุษยชนทุกรูปแบบ
  • ผลักดันการหยุดยิงและเปิดช่องทางความช่วยเหลือทางมนุษยธรรมอย่างปลอดภัย
  • ลงโทษเจ้าหน้าที่รัฐที่เอื้อประโยชน์ธุรกิจสีเทาอย่างเด็ดขาด ทั้งทางวินัยและอาญา พร้อมระบบยึดทรัพย์
  • นำเทคโนโลยีเครื่องสแกน, ภาพถ่ายดาวเทียม และโดรน มาใช้สกัดกั้นการลักลอบขนส่งสิ่งผิดกฎหมาย
  • จัดตั้งระบบรับเรื่องร้องเรียนที่คุ้มครองผู้ให้ข้อมูลและมาตรการหมุนเวียนตัวบุคคลที่ปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งที่เสี่ยงต่อการคอร์รัปชัน
  • ไทยต้องเป็นแกนนำในการริเริ่ม ทำงานร่วมกับอาเซียน
  • ดำเนินนโยบายทวิภาคีเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของไทย

ผลลัพธ์คืออะไร (Outcome)

  • บรรลุ ความมั่นคงและเศรษฐกิจที่ยั่งยืน
  • ทำให้ไทย ไม่เป็นช่องทางของเงิน อาวุธ วัสดุหรือบริการที่เอื้อการทำสงคราม และเครือข่ายฟอกเงินที่เกี่ยวข้องกับการละเมิดสิทธิร้ายแรง
  • ไทยกลับมาเป็นผู้เล่นหลักในเวทีระหว่างประเทศและไม่ตกเป็นเพียงผู้รับผลกระทบจากความขัดแย้ง
  • ตัดวงจรความยากจนที่ผลักดันพลเรือนเข้าสู่เศรษฐกิจผิดกฎหมาย

ใครได้ประโยชน์ (Target)

  • คนเมียนมา
  • ผู้ลี้ภัย
  • กลุ่มเปราะบาง

ภายในเมื่อไหร่ (Timeframe)

ไม่ระบุ

ใช้งบเท่าไหร่ (Budget)

ไม่ระบุ

งบมาจากไหน (Budget Source)

ไม่ระบุ

ประชาชน

ปัญหาคืออะไร (Problem)

  • ปัญหาเรื่องการบริหารจัดการทรัพย์สินและความโปร่งใสในวัดยังคงเป็นประเด็นท้าทายที่ต้องได้รับการแก้ไข
  • โครงสร้างอำนาจแบบรวมศูนย์: เจ้าอาวาสเป็นผู้มีอำนาจกระทำการแทนวัดในฐานะนิติบุคคลเพียงผู้เดียว
  • ขาดระเบียบรองรับเรื่องคุณสมบัติหรือขอบเขตอำนาจที่ชัดเจน ทำให้ระบบตรวจสอบภายในขาดประสิทธิภาพ
  • มาตรการปัจจุบันยังไม่สัมฤทธิ์ผล: สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ยอมรับว่ายังมีปัญหาด้านประสิทธิภาพ ไม่สามารถผลักดันให้ทุกวัดเข้าสู่ระบบบริจาคอิเล็กทรอนิกส์ (e-donation) หรือจัดทำบัญชีตามมาตรฐานได้ครบถ้วน
  • การจัดสรรงบประมาณที่ขาดเป้าหมายเชิงธรรมาภิบาล: การสนับสนุนจากสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ มักมุ่งเน้นการปรับปรุงกายภาพ (สิ่งปลูกสร้าง) มากกว่าการสร้างระบบความโปร่งใส ซึ่งการจัดสรรงบประมาณลักษณะนี้มักเกิดข้อกังขาเรื่องความไม่ทั่วถึงและความเหมาะสม นำไปสู่ข่าวอื้อฉาวเกี่ยวกับเงินทอนวัดหรือการจัดการศาสนสมบัติที่ไม่โปร่งใส สร้างความเสียหายต่อศรัทธาของประชาชน

จะทำอะไร (Action)

  • แก้ไขโครงสร้างให้ทุกวัดต้องมี "คณะกรรมการวัด" ทำหน้าที่บริหารจัดการศาสนสมบัติและทรัพย์สิน
  • กำหนดให้ "ไวยาวัจกร" เป็นผู้มีอำนาจกระทำการแทนวัดในฐานะนิติบุคคล (ในเรื่องทรัพย์สิน) แทนเจ้าอาวาส
  • กำหนดคุณสมบัติของคณะกรรมการวัดและไวยาวัจกรให้ชัดเจน โดยเน้นที่มาที่หลากหลายและการมีส่วนร่วมจากชุมชนและท้องถิ่น
  • ผลักดันให้ทุกวัดเข้าสู่ระบบ e-donation อย่างสมบูรณ์และได้มาตรฐาน
  • สร้างระบบบัญชีมาตรฐานสำหรับวัด
  • สร้างกลไก "พี่ช่วยน้อง" ให้วัดที่มีทรัพยากรเพียงพอช่วยเหลือวัดขนาดเล็กในด้านการทำบัญชี
  • วางระบบการตรวจสอบบัญชีที่มีประสิทธิภาพ
  • เสนอแก้ไข พ.ร.บ. คณะสงฆ์ โดยเฉพาะมาตรา 31 (และมาตราที่เกี่ยวข้องกับอำนาจเจ้าอาวาส) เพื่อกระจายอำนาจการกระทำการแทนวัดในฐานะนิติบุคคลด้านทรัพย์สิน ไปสู่ไวยาวัจกรหรือคณะกรรมการวัด
  • ปรับปรุงกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง เช่น ระเบียบกรมการศาสนา ว่าด้วยการจ่ายเงินผลประโยชน์ของวัด พ.ศ. 2498 ให้สอดคล้องกับโครงสร้างใหม่
  • ปรึกษาหารือร่วมกับ มหาเถรสมาคม เพื่อเสนอแก้ไขกฎระเบียบภายในของคณะสงฆ์
  • เสนอแก้ไข กฎมหาเถรสมาคม ฉบับที่ 18 (พ.ศ. 2536) ว่าด้วยการแต่งตั้งถอดถอนไวยาวัจกร โดยระบุคำจำกัดความ คุณสมบัติ กระบวนการแต่งตั้ง และการถอดถอนให้รัดกุมและตรวจสอบได้
  • เสนอแก้ไข ระเบียบมหาเถรสมาคม ว่าด้วยการจัดงานวัด พ.ศ. 2537 เพื่อให้การจัดหารายได้ของวัดมีความโปร่งใส

ผลลัพธ์คืออะไร (Outcome)

  • วัดโปร่งใส
  • ความยั่งยืนของพุทธศาสนา
  • วัด มีมาตรฐานนิติบุคคลยุคใหม่
  • คุ้มครองพระพุทธศาสนาให้มั่นคงและสง่างามในสายตาประชาชน
  • สร้างธรรมาภิบาลให้เกิดขึ้นจริง
  • พระภิกษุสามารถปฏิบัติกิจของสงฆ์และปกครองสงฆ์ได้อย่างเต็มที่โดยไม่ต้องกังวลเรื่องการบริหารเงิน
  • จำนวน กรรมการต้องสอดคล้องกับขนาดของวัด
  • ทุกวัดเข้าสู่ระบบ e-donation อย่างสมบูรณ์และได้มาตรฐาน
  • วัดขนาดเล็ก สามารถทำบัญชีได้
  • มี ระบบการตรวจสอบบัญชีที่มีประสิทธิภาพ
  • อำนาจการกระทำการแทนวัดในฐานะนิติบุคคลด้านทรัพย์สิน กระจาย ไปสู่ไวยาวัจกรหรือคณะกรรมการวัด
  • กฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง สอดคล้องกับโครงสร้างใหม่
  • การแต่งตั้งถอดถอนไวยาวัจกร รัดกุมและตรวจสอบได้
  • การจัดหารายได้ของวัดมีความโปร่งใส

ใครได้ประโยชน์ (Target)

  • พุทธศาสนา
  • วัด
  • ประชาชน
  • พระภิกษุ
  • คณะกรรมการวัด
  • ไวยาวัจกร
  • ชุมชนและท้องถิ่น

ภายในเมื่อไหร่ (Timeframe)

ไม่ระบุ

ใช้งบเท่าไหร่ (Budget)

ไม่ระบุ

งบมาจากไหน (Budget Source)

ไม่ระบุ

ประชาชน

ปัญหาคืออะไร (Problem)

  • ตลาดทุนถดถอยและขาดประสิทธิภาพ: ดัชนีตลาดหลักทรัพย์ไทย (SET Index) ลดลงถึง 15.24% ในช่วง 5 ปีล่าสุด และถือเป็นตลาดที่มีประสิทธิภาพแย่เป็นอันดับต้นๆ ของโลก ซึ่งสวนทางกับตลาดโลกที่ฟื้นตัวหลังยุค COVID-19
  • วิกฤตความเชื่อมั่นจากการฉ้อโกง: ปัญหาการทุจริตที่เกิดขึ้นต่อเนื่องทำให้นักลงทุนขาดความเชื่อมั่นในความยุติธรรมของตลาดทุนไทย และหันไปลงทุนในสินทรัพย์อื่น เช่น หุ้นต่างประเทศ หรือสินทรัพย์ดิจิทัล (Digital Assets)
  • ดัชนีตลาดหลักทรัพย์ไทย (SET Index) มีผลตอบแทนที่ต่ำกว่าคู่แข่งในภูมิภาค ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา
  • อันดับธรรมาภิบาลในรายงาน CG Watch ของไทยลดลงเนื่องจากการแทรกแทงจากอำนาจการเมืองที่บดบังการปฏิรูปธรรมาภิบาล
  • การตรวจสอบและลงโทษผู้กระทำผิดในอดีตมักมีความล่าช้า ทำให้ผู้กระทำผิดมีโอกาสหลบหนีหรือยักย้ายถ่ายเททรัพย์สิน ซึ่งซ้ำเติมความเสียหายให้แก่ตลาดทุน
  • เกิดการทำรายการระหว่างกัน (Related Party Transactions - RPTs) ที่ไม่เป็นธรรมกับนักลงทุนรายย่อย

จะทำอะไร (Action)

  • ปรับปรุง ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (Stock Exchange of Thailand - SET)
  • แก้ไขปัญหาการบังคับใช้กฎหมายที่ล่าช้า
  • ปรับปรุงโครงสร้างธรรมาภิบาล ของ ก.ล.ต. ตั้งแต่คณะกรรมการ และผู้บริหารสำนักงาน ให้เป็นอิสระจากการแทรกแซงทางการเมือง
  • ตั้งคณะทำงานอิสระตรวจสอบคดีสำคัญ ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา โดยมีการแถลงความคืบหน้าต่อสาธารณะ
  • เชื่อมโยงการทำงานระหว่าง ก.ล.ต., ปปง., DSI, บก.ปอศ. และอัยการ
  • ให้รางวัลจูงใจเป็นส่วนแบ่งจากค่าปรับและมีกฎหมายคุ้มครองผู้ที่แจ้งความผิดปกติจากภายในองค์กร สำนักงาน ก.ล.ต. (SEC)
  • ปฏิรูปโครงสร้าง สำนักงาน ก.ล.ต. (SEC) จัดตั้งศูนย์คุ้มครองผู้ลงทุน: เป็นหน่วยงานอิสระที่ทำหน้าที่เป็นตัวแทนผู้ลงทุนในการฟ้องร้องแบบกลุ่ม (Class Action)
  • เพิ่มโทษต่อตัวบุคคล (CEO และ CFO) หากพบการจัดทำบัญชีเท็จหรือข้อมูลการเงินผิดพลาด ตามมาตรฐานกฎหมาย Sarbanes-Oxley Act (SOX) ของสหรัฐอเมริกา
  • ปรับการทำงาน ต.ล.ท. (SET) ให้ได้มาตรฐานสากล ปรับเกณฑ์การซื้อขายให้เป็นสากล: เช่น ปรับปรุงนโยบายการทำ ขายชอร์ต (Short Sales), การกำหนดขั้นราคาเสนอซื้อขาย (Tick Size) และค่าธรรมเนียม
  • เปลี่ยน ต.ล.ท. จากนิติบุคคลพิเศษตาม พระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 ให้เป็นรูปแบบบริษัทจำกัด
  • แก้ไข พ.ร.บ. หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535

ผลลัพธ์คืออะไร (Outcome)

  • ดึงดูดเม็ดเงินลงทุนต่างชาติให้กลับคืนมา
  • ก.ล.ต. ทำงานโปร่งใส รวดเร็ว และลงโทษผู้กระทำผิดคดีฉ้อโกงได้อย่างเด็ดขาด พิสูจน์ว่าคดีในอดีตจะไม่ถูกปล่อยผ่าน
  • ลดความซ้ำซ้อนของสำนวนคดี
  • เพิ่มความแข็งแรงในชั้นศาล*
  • ลดระยะเวลาดำเนินคดีภาพรวม
  • ต.ล.ท. สร้างมาตรฐานที่ดีแก่นักลงทุนในไทย
  • ลดภาระส่วนบุคคล (สำหรับ ผู้ลงทุนใน Class Action)
  • เพิ่มโทษต่อตัวบุคคล (CEO และ CFO)
  • เกณฑ์การซื้อขาย เทียบเท่าตลาดระดับโลกอย่าง NYSE, NASDAQ หรือ SGX
  • ลดการผูกขาด (ของ ต.ล.ท. หลังเปลี่ยนสถานะองค์กรสู่บริษัทจำกัด (Demutualization))
  • เพิ่มประสิทธิภาพการบริหาร (ของ ต.ล.ท. หลังเปลี่ยนสถานะองค์กรสู่บริษัทจำกัด (Demutualization))
  • ปูทางสู่การเปิดเสรีธุรกิจตลาดหลักทรัพย์ ในอนาคต
  • เพิ่มการแข่งขันให้ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยทำงานได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

ใครได้ประโยชน์ (Target)

  • นักลงทุน
  • นักลงทุนต่างชาติ

ภายในเมื่อไหร่ (Timeframe)

ไม่ระบุ

ใช้งบเท่าไหร่ (Budget)

ไม่ระบุ

งบมาจากไหน (Budget Source)

ไม่ระบุ

ประชาชน

ปัญหาคืออะไร (Problem)

  • ศาลทหาร ถูกวิพากษ์วิจารณ์มายาวนานว่าเป็นเครื่องมือทางการเมืองและแหล่งฟอกขาวความผิดสำหรับนายทหารระดับสูง โดยมีปัญหาเชิงโครงสร้างที่ขัดต่อหลักนิติธรรมสากล
  • เครื่องมือทางการเมือง: ในช่วงรัฐประหาร ศาลทหารมักถูกใช้เพื่อดำเนินคดีกับพลเรือนและผู้เห็นต่างทางการเมือง แทนที่จะทำหน้าที่พิจารณาคดีวินัยทหารตามปกติ
  • การฟอกขาวและวัฒนธรรมลอยนวลพ้นผิด: คดีทุจริตสำคัญในกองทัพ เช่น คดีเครื่องตรวจจับวัตถุระเบิด GT200 และ คดี Alpha 6 มักไม่มีความคืบหน้าเมื่อเข้าสู่กระบวนการของศาลทหาร รวมถึงคดีซ้อมทรมานพลทหารจนเสียชีวิต และเหตุการณ์ใช้อาวุธสงครามสลายการชุมนุม (เช่น กรณีวัดปทุมวนาราม) ที่ผู้กระทำผิดมักรอดพ้นการตรวจสอบ
  • โครงสร้างไม่เป็นอิสระ: ศาลทหารสังกัด กรมพระธรรมนูญซึ่งอยู่ภายใต้ สำนักปลัดกระทรวงกลาโหมทำให้ขาดการถ่วงดุลอำนาจเพราะเป็นการ "ตรวจสอบกันเอง" ภายในสายบังคับบัญชา เปิดช่องให้ระบบอุปถัมภ์ช่วยเหลือพวกพ้อง

จะทำอะไร (Action)

  • ปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมของกองทัพ (ศาลทหาร)
  • เลิกศาลทหารสำหรับพลเรือนและคดีทุจริต
  • โอนอำนาจสู่ศาลยุติธรรม
  • ปฏิรูปเขตอำนาจศาลทหารผ่านการแก้ไขกฎหมายระดับพระราชบัญญัติ 3 ฉบับ ได้แก่ พ.ร.บ.ธรรมนูญศาลทหาร พ.ศ. 2498, พ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ พ.ศ. 2559, พ.ร.ป.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561
  • ปรับปรุง พ.ร.บ. ธรรมนูญศาลทหาร พ.ศ. 2498
    • แยกคดีออกจากศาลทหาร: คดีทุจริต: ให้ขึ้นศาลอาญาคดีทุจริตฯ เหมือนข้าราชการอื่น
    • แยกคดีออกจากศาลทหาร: คดีซ้อมทรมาน/อุ้มหาย: ให้ขึ้นศาลอาญาคดีทุจริตฯ
    • แยกคดีออกจากศาลทหาร: คดีอาญาต่อพลเรือน: (เช่น ทำร้ายร่างกาย ฆ่าผู้อื่น) ให้ขึ้นศาลยุติธรรม
    • แยกคดีออกจากศาลทหาร: คดีชำนาญพิเศษ: ให้ขึ้นศาลเฉพาะทาง เช่น ศาลเยาวชนและครอบครัว, ศาลแรงงาน ฯลฯ
    • ปฏิรูปโครงสร้างศาล: ตั้งคณะกรรมการตุลาการทหาร (กตท.): ดึงผู้เชี่ยวชาญ หรือนักวิชาการนิติศาสตร์ภายนอกเข้าร่วม
    • ปฏิรูปโครงสร้างศาล: เปลี่ยนประธานพิจารณาคดี: ต้องเป็นตุลาการพระธรรมนูญผู้มีอาวุโสสูงสุด
    • คุ้มครองสิทธิ: กำหนดให้ผู้เสียหาย ที่มิได้เป็นบุคคลที่อยู่ในอำนาจศาลทหาร มีอำนาจเป็นโจทก์ฟ้องคดีอาญาเองได้ทั้งในเวลาปกติและไม่ปกติ
    • คุ้มครองสิทธิ: กำหนดให้ห้ามอุทธรณ์ฎีกาคำพิพากษา หรือคำสั่งของศาลทหารในเวลาไม่ปกติ เฉพาะในเวลาที่มีการรบ หรือสถานะสงคราม และศาลอาญาศึกเท่านั้น
    • คุ้มครองสิทธิ: แก้ไขให้การพิจารณา และการสืบพยานในศาลทหาร จะต้องดำเนินการอย่างเปิดเผยต่อหน้าจำเลย
  • ปรับปรุง พ.ร.บ. วิธีพิจารณาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ พ.ศ. 2559
    • กำหนดให้คดีทุจริตและประพฤติมิชอบภายในกองทัพ ที่แต่เดิมอยู่ในอำนาจของศาลทหาร ให้มาอยู่ในอำนาจของศาลคดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ
    • โอนบรรดาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ ซึ่งค้างพิจารณาอยู่ที่ศาลทหาร หากล่วงเลยจากระยะเวลาที่กำหนด ให้โอนไปพิจารณาคดีที่ศาลคดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบแทน
  • ปรับปรุง พ.ร.ป. ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561
    • ยกเลิกมาตรา 96 ที่ให้อำนาจ อัยการทหาร เป็นผู้ฟ้องคดีทุจริตแทนอัยการสูงสุด

ผลลัพธ์คืออะไร (Outcome)

  • ยุติวัฒนธรรมลอยนวลพ้นผิด
  • สร้างกองทัพที่มีเกียรติภูมิ
  • คดีที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับวินัยทหารโดยตรง ต้องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมปกติที่เป็นกลาง
  • ความโปร่งใสและคุ้มค่าของงบประมาณ ในการพิจารณาคดีทุจริต
  • ป้องกันการประวิงเวลาผ่านคณะกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล ในคดีซ้อมทรมาน/อุ้มหาย
  • ยกระดับมาตรฐาน ของคณะกรรมการตุลาการทหาร ให้เท่าเทียมมาตรฐานศาลยุติธรรม
  • การพิจารณา และการสืบพยานในศาลทหาร ดำเนินการอย่างเปิดเผยต่อหน้าจำเลย สอดคล้องกับการพิจารณา และการสืบพยานในศาลยุติธรรม
  • ขั้นตอนการฟ้องร้องทหารทุจริตเป็นมาตรฐานเดียวกับข้าราชการอื่นทั่วประเทศ

ใครได้ประโยชน์ (Target)

  • พลเรือน
  • ผู้เห็นต่างทางการเมือง
  • พลทหาร
  • ประชาชน
  • ข้าราชการอื่น
  • ผู้เสียหาย ที่มิได้เป็นบุคคลที่อยู่ในอำนาจศาลทหาร
  • จำเลย

ภายในเมื่อไหร่ (Timeframe)

  • ระยะสั้น: แก้ไขกฎหมายวิธีพิจารณาความและธรรมนูญศาล
  • ระยะกลาง: แก้ไขกฎหมาย ป.ป.ช.

ใช้งบเท่าไหร่ (Budget)

ไม่ระบุ

งบมาจากไหน (Budget Source)

ไม่ระบุ

ประชาชน

ปัญหาคืออะไร (Problem)

  • เงินนอกงบประมาณประเภทที่ 2 เป็น "แดนสนธยา" ที่มืดดำที่สุดของกองทัพและระบบงบประมาณไทย
  • ขาดการตรวจสอบจากภายนอก
  • กองทัพบก ปกปิดข้อมูลต่อสภา: ททบ.5 ไม่เคยเปิดเผยงบการเงิน แม้ว่า คณะกรรมาธิการวิสามัญงบประมาณรายจ่ายประจำปี ได้ร้องขอข้อมูลต่อเนื่องตั้งแต่ปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 ถึง 2568 แต่กองทัพบกเพิกเฉยและไม่เคยนำส่ง
  • ความผิดปกติของผลประกอบการ: กิจการ ททบ.5 มีรายได้จากการให้เช่าโครงข่ายทีวีดิจิทัล (MUX5 และ MUX7) ซึ่งควรเป็นรายได้แบบ "เสือนอนกิน" เฉลี่ยปีละ 700-800 ล้านบาท แต่ผู้แทน ททบ.5 กลับชี้แจงว่ากิจการขาดทุนต่อเนื่อง
  • ไร้ความโปร่งใสยาวนาน: ททบ.5 ดำเนินกิจการมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2500 แต่ไม่เคยมีรายงานผลประกอบการที่ตรวจสอบได้ต่อสาธารณะเลยตลอดระยะเวลากว่า 60 ปี
  • ช่องโหว่ทางกฎหมายที่เอื้อให้กองทัพสร้าง "ระบบเศรษฐกิจอิสระ" และเป็นแหล่งผลประโยชน์ทับซ้อนของนายพลระดับสูง
  • กระทรวงกลาโหม เป็นหน่วยงานเดียวในประเทศไทยที่มีอภิสิทธิ์ในการแบ่งเงินนอกงบประมาณออกเป็น 2 ประเภท
  • กิจการหลักในกลุ่มเงินนอกงบประมาณประเภทที่ 2 (สถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบก (ททบ.5), กิจการคลื่นวิทยุกองทัพ, รายได้จากการให้เช่าโครงข่ายโทรทัศน์ภาคพื้นดินในระบบดิจิทัล (MUX)) อยู่ภายใต้อำนาจตาม ข้อบังคับกระทรวงกลาโหมว่าด้วยการเงิน พ.ศ. 2554 (ฉบับแก้ไขปรับปรุง) ที่ อนุญาตให้กองทัพออกกฎระเบียบบริหารจัดการและตรวจสอบกันเอง โดยไม่อยู่ภายใต้การกำกับของหน่วยงานภายนอก

จะทำอะไร (Action)

  • พรรคประชาชนเสนอให้ ยกเลิกเงินนอกงบประมาณประเภทที่ 2 ทั้งหมด
  • รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ใช้อำนาจตามกฎหมายดำเนินการแก้ไข “ข้อบังคับกระทรวงกลาโหม ว่าด้วยการเงิน” เพื่อยกเลิกบทบัญญัติที่ให้อำนาจจัดตั้งและบริหารเงินนอกงบประมาณประเภทที่ 2
  • กำหนดให้รายได้ทั้งหมดที่เกิดขึ้นจากกิจการที่เคยเป็นเงินนอกงบประมาณประเภทที่ 2 (เช่น รายได้จาก ททบ.5, ค่าเช่า MUX, ค่าโฆษณา, ค่าเช่าคลื่นวิทยุ) ต้องถูกจัดเก็บและนำส่งเป็น รายได้แผ่นดิน เข้ากระทรวงการคลังอย่างถูกต้องครบถ้วน

ผลลัพธ์คืออะไร (Outcome)

  • ทำให้ “ททบ.5 วิทยุ คลื่นความถี่กองทัพ” ตรวจสอบได้
  • นำรายได้ ททบ.5 วิทยุ และคลื่นความถี่ที่กองทัพถือส่งเข้าคลัง เพื่อสร้างความโปร่งใสตรวจสอบได้
  • ยุติแดนสนธยา
  • ปิดช่องโหว่ทางกฎหมาย
  • สร้างธรรมาภิบาล
  • ดึงกิจการพาณิชย์ของกองทัพกลับมาอยู่ภายใต้การควบคุมของรัฐบาลและระบบการคลังปกติ ตามหลักการรัฐบาลพลเรือนอยู่เหนือกองทัพ
  • ความโปร่งใส: ทำให้รายได้และรายจ่ายทุกบาททุกสตางค์ของกองทัพ ต้องถูกตรวจสอบได้โดยสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) และสภาผู้แทนราษฎร เช่นเดียวกับหน่วยงานรัฐอื่น

ใครได้ประโยชน์ (Target)

  • ประชาชน (ผู้ได้รับผลประโยชน์จากความโปร่งใส)
  • สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.)
  • สภาผู้แทนราษฎร
  • รัฐบาล

ภายในเมื่อไหร่ (Timeframe)

ไม่ระบุ

ใช้งบเท่าไหร่ (Budget)

ไม่ระบุ

งบมาจากไหน (Budget Source)

ไม่ระบุ

ประชาชน

ปัญหาคืออะไร (Problem)

  • ประสิทธิภาพการทำงาน: พลทหารสมัครใจมีระเบียบวินัยสูงกว่า มีสถิติปัญหาการใช้ยาเสพติดต่ำกว่า และปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากกว่าในฐานะ "ทหารอาชีพ"
  • ขจัดต้นตอการทุจริต: การบังคับเกณฑ์ทหารเป็นบ่อเกิดของการเรียกรับผลประโยชน์ เพื่อแลกกับการหลบเลี่ยงการเกณฑ์ทหาร รวมถึงปัญหา "ทหารผี" ที่ผู้บังคับบัญชาโอนเงินเดือนพลทหารเข้ากระเป๋าตนเองแลกกับการปล่อยตัวกลับบ้าน
  • ปกป้องเกียรติภูมิ: ยุติการนำพลทหารไปเป็น "พลทหารรับใช้" หรือใช้แรงงานในกิจการส่วนตัวของผู้บังคับบัญชา ซึ่งบั่นทอนศักดิ์ศรีและเกียรติภูมิของกองทัพ

จะทำอะไร (Action)

เปลี่ยนระบบบังคับสู่ความสมัครใจ 100% โดยมีมาตรการเบื้องต้นดังนี้:

  • ใช้ระบบทหารอาสา: อาศัยอำนาจตาม ประกาศกระทรวงกลาโหม เรื่อง การรับบุคคลเข้าทำหน้าที่ทหารเป็นการชั่วคราว (ทหารอาสา) พ.ศ. 2565 เพื่อรับสมัครพลทหารมาทดแทนการตรวจเลือก (เกณฑ์ทหาร) แบบเดิม
  • ปรับรูปแบบการทำงานแบบมืออาชีพ: พลทหารที่ผ่านการฝึกพื้นฐานแล้ว สามารถปฏิบัติงานแบบ “เช้าไป-เย็นกลับ” หรือมีวันหยุดที่ถี่ขึ้น มีวิถีชีวิตไม่ต่างจากลูกจ้างส่วนราชการอื่น เพื่อสร้างสมดุลระหว่างหน้าที่และการดูแลครอบครัว
  • คุ้มครองสวัสดิภาพขั้นสูงสุด: บังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวดเพื่อประกันความปลอดภัยของพลทหารจากการถูกลงโทษที่ผิดกฎหมาย และห้ามนำพลทหารไปใช้งานนอกเหนือภารกิจทางการทหารอย่างเด็ดขาด
  1. ระยะสั้น: ปฏิรูประบบการรับสมัครและสวัสดิการ
  • เปิดรับสมัครทหารอาสา: ใช้สัญญาจ้าง 4-8 ปี แทนการเกณฑ์ทหาร พร้อมจัดทำระบบ Clearing House เพื่อจัดสรรผู้สมัครไปยังค่ายทหารต่างๆ ตามความประสงค์และตามความต้องการของหน่วย
  • สร้างแรงจูงใจด้านค่าตอบแทน: ออกคำสั่งเพิ่มค่าตอบแทนให้พลทหารที่สมัครใจเลื่อนปลดประจำการเดือนละ 500 บาท เพื่อรักษาผู้มีประสบการณ์ไว้ในกองทัพ
  • ยกระดับหลักสูตรการฝึก: ทบทวนหลักสูตรการฝึกทหารอาสาให้เหมาะสมต่อภัยคุกคามปัจจุบัน
  • ปฏิบัติงานแบบ “เช้าไป-เย็นกลับ”: ปรับรูปแบบการปฏิบัติงานให้พลทหารที่ผ่านการฝึก และปรับตัวกับภารกิจได้แล้วให้เป็นแบบ “เช้าไป-เย็นกลับ” หรือมีการจัดกะการทำงานให้มีวันหยุด สอดคล้องกับโครงการพลทหารออนไลน์ ซึ่งเปิดโอกาสให้ผู้สมัครเลือกค่ายทหารใกล้บ้าน
  • ยกระดับความปลอดภัย: ปรับปรุงคำสั่งกระทรวงกลาโหมให้สอดคล้องกับ พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. 2565 และ พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ พ.ศ. 2551
  • ดูแลสวัสดิการตลอดชีวิต: ปรับปรุงสิทธิประโยชน์ให้พลทหารที่บาดเจ็บหรือทุพพลภาพจากการปฏิบัติหน้าที่ได้รับสิทธิในฐานะ “ทหารผ่านศึก” เทียบเท่านายทหารชั้นยศ โดยได้รับการดูแลต่อเนื่องตลอดชีวิตแทนการจ่ายเงินก้อนครั้งเดียว
  1. ระยะกลาง: ปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม
  • แก้ไขกฎหมาย 3 ฉบับ ได้แก่ พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561, พระราชบัญญัติธรรมนูญศาลทหาร พ.ศ. 2498 และ พระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ พ.ศ. 2559 เพื่อให้คดีทุจริตในกองทัพขึ้นศาลพลเรือน สร้างความมั่นใจในความปลอดภัยและหลักความเสมอภาค
  1. ระยะยาว: สร้างระบบความมั่นคงที่ยั่งยืน
  • ปรับบทบาทหน่วยบัญชาการรักษาดินแดน: เน้นการฝึกทักษะใหม่ที่จำเป็นต่อความมั่นคงให้แก่กำลังพลสำรองตาม พระราชบัญญัติกำลังพลสำรอง พ.ศ. 2558 เพื่อสนับสนุนภารกิจป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย
  • สิทธิมนุษยชนสากล: ลงสัตยาบรรณใน พิธีสารเลือกรับของอนุสัญญาว่าด้วยการต่อต้านการทรมาน (Optional Protocol to the Convention Against Torture - OPCAT) เพื่อให้ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เข้าตรวจสอบค่ายทหารได้โดยไม่ต้องแจ้งล่วงหน้า
  • บูรณาการระดับชาติ: มอบหมายให้ สภาความมั่นคงแห่งชาติ บรรจุหลักการพลทหารสมัครใจ 100% ลงในแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติและแผนความมั่นคงแห่งชาติ
  • แก้ไขกฎหมายหลัก: แก้ไข พระราชบัญญัติรับราชการทหาร พ.ศ. 2497 กำหนดให้การเรียกบุคคลเข้าเป็นทหารกองประจำการในยามปกติ ต้องมาจากการสมัครใจเท่านั้น

ผลลัพธ์คืออะไร (Outcome)

  • ยกเลิกบังคับเกณฑ์ทหาร เปลี่ยนเป็นระบบสมัครใจ 100%
  • พลทหาร มี สมดุลระหว่างหน้าที่และการดูแลครอบครัว
  • ความปลอดภัยของพลทหารจากการถูกลงโทษที่ผิดกฎหมาย ได้รับการ ประกัน
  • พลทหาร ไม่ถูก นำไปใช้งานนอกเหนือภารกิจทางการทหารอย่างเด็ดขาด
  • ค่าตอบแทนพลทหารที่สมัครใจเลื่อนปลดประจำการ เพิ่มขึ้น เดือนละ 500 บาท
  • หลักสูตรการฝึกทหารอาสา มีความ เหมาะสมต่อภัยคุกคามปัจจุบัน
  • พลทหารที่บาดเจ็บหรือทุพพลภาพจากการปฏิบัติหน้าที่ได้รับสิทธิในฐานะ “ทหารผ่านศึก” เทียบเท่านายทหารชั้นยศ โดยได้รับการดูแลต่อเนื่องตลอดชีวิตแทนการจ่ายเงินก้อนครั้งเดียว
  • คดีทุจริตในกองทัพขึ้นศาลพลเรือน
  • ความมั่นใจในความปลอดภัยและหลักความเสมอภาค เพิ่มขึ้น
  • คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เข้าตรวจสอบค่ายทหารได้โดยไม่ต้องแจ้งล่วงหน้า
  • หลักการพลทหารสมัครใจ 100% ถูกบรรจุ ลงในแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติและแผนความมั่นคงแห่งชาติ

ใครได้ประโยชน์ (Target)

  • ทหาร
  • ผู้สมัครทหารอาสา
  • พลทหารที่บาดเจ็บหรือทุพพลภาพจากการปฏิบัติหน้าที่
  • บุคคล ที่อาจถูกบังคับให้เป็นทหาร

ภายในเมื่อไหร่ (Timeframe)

ไม่ระบุ

ใช้งบเท่าไหร่ (Budget)

ไม่ระบุ

งบมาจากไหน (Budget Source)

ไม่ระบุ

ประชาชน

ปัญหาคืออะไร (Problem)

  • ขาดความโปร่งใสและการตรวจสอบ: ธุรกิจจำนวนมากดำเนินงานภายใต้ "กิจการสวัสดิการ" และเงินนอกงบประมาณประเภทที่ 2 ซึ่งมีรายได้อย่างน้อย 5,000 ล้านบาทต่อปี (จากการสืบค้นเบื้องต้น) เงินเหล่านี้เป็น "พื้นที่บัญชีพิเศษ" ที่กองทัพบริหารจัดการและตรวจสอบเอง ทำให้ไม่อยู่ในระบบงบประมาณแผ่นดินและไม่เปิดเผยต่อสาธารณะ
  • อยู่นอกเหนือภารกิจหลัก: ภารกิจทหารคือการป้องกันประเทศไม่ใช่การทำธุรกิจ การใช้กำลังพลไปบริหารสนามกอล์ฟหรือโรงแรมถือเป็นการใช้ทรัพยากรรัฐผิดวัตถุประสงค์และสิ้นเปลือง
  • การใช้ทรัพยากรรัฐไม่คุ้มค่า: กองทัพครอบครองที่ราชพัสดุมูลค่าสูงในพื้นที่เศรษฐกิจ เช่น สนามกอล์ฟธูปะเตมีย์ (กว่า 880 ไร่) ซึ่งไม่เกิดประโยชน์สาธารณะ นอกจากนี้บางกิจการ เช่น ไฟฟ้าสัตหีบ ก่อปัญหาไฟตกดับสร้างความเสียหายต่อทรัพย์สินประชาชน และชาวบ้านต้องจ่ายค่าไฟสูงกว่าปกติเพราะติดมิเตอร์ถาวรไม่ได้
  • ซ้ำซ้อนกับหน่วยงานพลเรือน: หลายกิจการซ้ำซ้อนกับผู้เชี่ยวชาญโดยตรง เช่น โรงงานเภสัชกรรมทหารซ้ำซ้อนกับองค์การเภสัชกรรม เมื่อขาดความเชี่ยวชาญจึงต้องใช้งบประมาณแผ่นดินไปอุดหนุนกิจการที่ขาดทุน
  • สวัสดิการกำลังพลไม่เป็นธรรม: ปัจจุบันสวัสดิการขึ้นอยู่กับผลประกอบการของธุรกิจทั้งในระดับเหล่าทัพและระดับหน่วยขึ้นตรงนั้นๆ ทำให้กำลังพลได้รับสวัสดิการไม่เท่าเทียมกัน สวัสดิการจึงกลายเป็น "โชคของหน่วย" แทนที่จะเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานที่รัฐรับประกัน
  • สถานีโทรทัศน์ ททบ.5 ... ขาดทุนต่อเนื่องและไม่เปิดเผยงบการเงินมาตั้งแต่ พ.ศ. 2500

จะทำอะไร (Action)

  • โอนถ่าย ยุบเลิก ปรับปรุง ธุรกิจกองทัพ
  • ยุบธุรกิจกองทัพที่ไม่จำเป็น
  • โอนกิจการเชิงพาณิชย์ให้มืออาชีพดูแล
  • นำรายได้ส่งคลังเพื่อสร้างสวัสดิการทหารที่เท่าเทียม และทำให้กิจการสวัสดิการโปร่งใสตรวจสอบได้
  • นำการบริหารธุรกิจทั้งหมดเข้าสู่กรอบธรรมาภิบาลเดียวกับหน่วยงานรัฐอื่น
  • เปิดเผยงบการเงินต่อสาธารณะและรายงานต่อรัฐสภาตามมาตรฐานบัญชีสากล
  • ถ่ายโอนธุรกิจที่ไม่ใช่ภารกิจหลัก
  • โอนกิจการเชิงพาณิชย์ให้หน่วยงานที่มีความเชี่ยวชาญ เช่น โอนโรงงานยาให้องค์การเภสัชกรรม คืนสัมปทานบ่อน้ำมันฝางให้รัฐเพื่อเปิดประมูล และโอนโรงแรมคืนกรมธนารักษ์เพื่อเปิดสัมปทานให้เอกชนบริหาร
  • ปรับปรุงพื้นที่สนามกอล์ฟกานตรัตน์ (กลางรันเวย์ดอนเมือง) เป็นทางขับคู่ขนาน
  • ทบทวนบทบาทสถานีโทรทัศน์ ททบ.5 ในฐานะทีวีดิจิทัลเพื่อความมั่นคงที่ขาดทุนต่อเนื่องและไม่เปิดเผยงบการเงินมาตั้งแต่ พ.ศ. 2500
  • สร้างสวัสดิการกำลังพลที่มั่นคง: เปลี่ยนจาก "รายได้ธุรกิจ" เป็น "สิทธิที่ได้รับจากรัฐโดยตรง"
  • รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม แก้ไข "ข้อบังคับกระทรวงกลาโหมว่าด้วยการเงิน พ.ศ. 2554" เพื่อ ยกเลิกเงินนอกงบประมาณประเภทที่ 2
  • ออกมติคณะรัฐมนตรียกเลิกการจัดสรรรายได้โครงการเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EECa) ให้กองทัพเรือ
  • นำรายได้ทั้งหมดเข้าคลังแผ่นดิน
  • เร่งรัดให้ทุกเหล่าทัพดำเนินกิจการสวัสดิการตามกฎหมาย ทั้งการทำสัญญากับกรมธนารักษ์ และการทำงบการเงินตามมาตรฐานสากล
  • ยกระดับ "ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการจัดสวัสดิการฯ พ.ศ. 2547" ให้เป็น พระราชบัญญัติ
  • แก้ไขพระราชบัญญัติวินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ. 2561 บังคับรายงานเงินนอกงบประมาณทุกประเภทของกองทัพต่อสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) และรัฐสภา
  • ตั้งคณะกรรมการเพื่อดำเนินการตามเป้าหมาย
  • โอนถ่าย กิจการไฟฟ้าสัตหีบให้การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค
  • โอนถ่าย องค์การเภสัชกรรมทหารให้องค์การเภสัชกรรม
  • คืนสิทธิสัมปทาน ศูนย์พัฒนาปิโตรเลียมภาคเหนือ(บ่อน้ำมันฝาง)รัฐเพื่อเปิดประมูล
  • โอน ปั๊มน้ำมันนอกค่ายและโรงแรมสวัสดิการบางแห่ง (สวนสนประดิพัทธ์, โรงแรมสิรินพลา) ให้กรมธนารักษ์เปิดประมูลสัมปทานเอกชน
  • ยุบเลิก สนามกอล์ฟธูปะเตมีย์ให้องค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ปทุมธานี พัฒนาเป็นสวนสาธารณะ
  • คืนพื้นที่ สนามกอล์ฟกานตรัตน์ให้การท่าอากาศยานดอนเมืองสร้างทางขับคู่ขนาน
  • ยกเลิก ททบ.5 และคืนโครงข่ายให้ สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.)
  • บังคับกองทุนสวัสดิการทำบัญชีมาตรฐานสากลและให้หน่วยงานภายนอกตรวจสอบ
  • รายงานผลการดำเนินงานประจำปีต่อสภาผู้แทนราษฎร
  • ทบทวนการถือครองคลื่นวิทยุให้เหลือเฉพาะที่จำเป็นต่อภารกิจหลัก
  • กรมธนารักษ์ ร่วมกับหน่วยงานอื่นๆ เช่น การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค องค์การเภสัชกรรม หรือการกีฬาแห่งประเทศไทย ดำเนินการรับถ่ายโอนกิจการ และกำหนดเงื่อนไข ในกรณีที่อาจมีการประมูลสัมปทานสำหรับที่ดินมูลค่าสูงและกิจการที่ต้องถ่ายโอน
  • สำนักงาน กสทช. ต้องวางแผนนำคลื่นความถี่ของ ททบ.5 และวิทยุทหารกลับมาจัดสรรใหม่
  • กองทัพบกต้องเร่งรัดดำเนินการทางกฎหมายเพื่อ บังคับการชำระหนี้สงสัยจะสูญกว่า 1,000 ล้านบาท ระหว่าง ททบ.5 กับ บริษัท RTA Enterprise

ผลลัพธ์คืออะไร (Outcome)

  • เกิด สวัสดิการทหารที่เท่าเทียม
  • ทำให้ กิจการสวัสดิการโปร่งใสตรวจสอบได้
  • เกิด ประสิทธิภาพสูงสุด
  • การบริหาร ธุรกิจทั้งหมดเข้าสู่กรอบธรรมาภิบาลเดียวกับหน่วยงานรัฐอื่น
  • งบการเงินเปิดเผยต่อสาธารณะและรายงานต่อรัฐสภาตามมาตรฐานบัญชีสากล
  • กิจการ เชิงพาณิชย์ ถูกดูแลโดย หน่วยงานที่มีความเชี่ยวชาญ
  • สัมปทาน บ่อน้ำมันฝาง ถูกคืน รัฐเพื่อเปิดประมูล
  • โรงแรมถูกโอนคืน กรมธนารักษ์เพื่อเปิดสัมปทานให้เอกชนบริหาร
  • พื้นที่สนามกอล์ฟกานตรัตน์ (กลางรันเวย์ดอนเมือง) เป็น ทางขับคู่ขนาน
  • เพิ่ม ความปลอดภัยและดำรงขีดความสามารถในการรองรับเที่ยวบิน
  • เกิด สวัสดิการกำลังพลที่มั่นคง
  • เกิด คุณภาพชีวิตที่มั่นคงของกำลังพลทุกระดับ
  • เงินนอกงบประมาณประเภทที่ 2 ถูกยกเลิก
  • รายได้ทั้งหมดเข้าคลังแผ่นดิน
  • กิจการ สวัสดิการดำเนินงานตามกฎหมาย ทั้งการทำสัญญากับกรมธนารักษ์ และการทำงบการเงินตามมาตรฐานสากล
  • "ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการจัดสวัสดิการฯ พ.ศ. 2547" เป็น พระราชบัญญัติ
  • การจัดสวัสดิการ อยู่ภายใต้อำนาจตรวจสอบของรัฐสภาและมีบทลงโทษ
  • เงินนอกงบประมาณทุกประเภทของกองทัพถูกรายงานต่อสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) และรัฐสภา
  • กิจการไฟฟ้าสัตหีบ ถูกโอน ให้การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค
  • องค์การเภสัชกรรมทหาร ถูกโอน ให้องค์การเภสัชกรรม
  • ศูนย์พัฒนาปิโตรเลียมภาคเหนือ(บ่อน้ำมันฝาง) ถูกคืน สิทธิสัมปทานรัฐเพื่อเปิดประมูล
  • ปั๊มน้ำมันนอกค่ายและโรงแรมสวัสดิการบางแห่ง ถูกโอน ให้กรมธนารักษ์เปิดประมูลสัมปทานเอกชน
  • สนามกอล์ฟธูปะเตมีย์ ถูกพัฒนา เป็นสวนสาธารณะ
  • สนามกอล์ฟกานตรัตน์ ถูกใช้เป็น ทางขับคู่ขนาน
  • ททบ.5 ถูกยกเลิก และโครงข่าย ถูกคืน ให้ กสทช.
  • กองทุนสวัสดิการทำบัญชีมาตรฐานสากลและให้หน่วยงานภายนอกตรวจสอบ
  • ผลการดำเนินงานประจำปี ถูกรายงาน ต่อสภาผู้แทนราษฎร
  • การถือครองคลื่นวิทยุ เหลือเฉพาะที่จำเป็น ต่อภารกิจหลัก
  • คลื่นความถี่ของ ททบ.5 และวิทยุทหาร ถูกจัดสรรใหม่
  • หนี้สงสัยจะสูญกว่า 1,000 ล้านบาท ถูกชำระ

ใครได้ประโยชน์ (Target)

  • ธุรกิจกองทัพ
  • มืออาชีพ
  • คลัง แผ่นดิน
  • ทหาร
  • กำลังพลทุกระดับ
  • ประชาชน
  • สาธารณะ
  • หน่วยงานรัฐอื่น
  • รัฐสภา
  • หน่วยงานที่มีความเชี่ยวชาญ
  • องค์การเภสัชกรรม
  • กรมธนารักษ์
  • เอกชน
  • การท่าอากาศยานดอนเมือง
  • สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.)
  • คณะกรรมการ
  • การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค
  • องค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ปทุมธานี
  • สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.)
  • สภาผู้แทนราษฎร
  • การกีฬาแห่งประเทศไทย
  • กองทัพบก

ภายในเมื่อไหร่ (Timeframe)

ไม่ระบุ

ใช้งบเท่าไหร่ (Budget)

ไม่ระบุ

งบมาจากไหน (Budget Source)

ไม่ระบุ

ประชาชน

ปัญหาคืออะไร (Problem)

  • ระบบ “ตั๋ว” ตำรวจ
  • การซื้อขายตำแหน่ง
  • อำนาจในการจัดสรรบัญชีแต่งตั้งโยกย้ายถูกรวมศูนย์อยู่ที่ ผบ.ตร. เพียงผู้เดียว ทำให้ขาดกลไกการถ่วงดุลอำนาจ
  • ระบบตรวจสอบขาดความเป็นอิสระ มักขึ้นอยู่กับผู้บังคับบัญชาโดยตรง
  • กลไกที่มีอยู่ (กร.ตร., ก.พ.ค.ตร.) มีอำนาจหน้าที่ไม่ชัดเจน และขาดหน่วยงานกำกับดูแลจากภายนอก ทำให้ขาดความโปร่งใส
  • วัฒนธรรมอุปถัมภ์และการขาดจิตสำนึกต่อหน้าที่ ทำให้การตรวจสอบการทุจริตเป็นไปได้ยาก
  • สวัสดิการย่ำแย่ (เช่น ที่พักอาศัยไม่เพียงพอหรือไม่ได้รับการสำรวจจริง ระบบสวัสดิการการรักษาพยาบาลมีข้อจำกัด)
  • ขาดแคลนงบประมาณจัดซื้อวัสดุครุภัณฑ์ และอาวุธยุทโธปกรณ์/เทคโนโลยีที่ไม่ทันสมัย
  • ทั้งหมดนี้ส่งผลต่อขวัญกำลังใจและประสิทธิภาพการทำงาน ที่ลดลง

จะทำอะไร (Action)

  • ใช้อำนาจนายกฯ ออกระเบียบภายในสกัดการซื้อขายตำแหน่ง
  • สร้างระบบประเมินผลงานที่วัดผลได้จริง
  • ดำเนินการปฏิรูปตำรวจอย่างเป็นระบบใน 3 ด้านหลัก
  • สร้างระบบ ประเมิน 360 องศา ที่เน้นผลสัมฤทธิ์ของงาน (KPIs)
  • ลดการประเมินเชิงพฤติกรรมหรือความเห็นส่วนตัว
  • สร้างระบบ รับเรื่องร้องเรียน ที่ครอบคลุมทั้งช่องทางออนไลน์และออฟไลน์
  • ปรับโครงสร้างเงินเดือน
  • จัดสรรงบประมาณสำหรับเทคโนโลยีที่ทันสมัย
  • จัดสรรงบประมาณพื้นฐานที่จำเป็นในสถานีตำรวจ (เช่น อุปกรณ์สำนักงาน ฯลฯ)
  • จัดระบบบ้านพักอาศัยอย่างเป็นธรรม
  • ให้เบิกค่าเช่าบ้านได้ตามจริง
  • ขยายสิทธิ รักษาพยาบาล
  • นายกรัฐมนตรี ในฐานะประธาน ก.ต.ช. และ ก.ตร. ใช้อำนาจในการออก ระเบียบภายใน เพื่อบังคับใช้มาตรการแก้ไขปัญหาการทุจริตคอร์รัปชันและการซื้อขายตำแหน่งบางส่วน
  • สร้าง แอปพลิเคชันหรือแพลตฟอร์มออนไลน์ สำหรับการร้องเรียนและรับฟังความเห็น

ผลลัพธ์คืออะไร (Outcome)

  • กระจายอำนาจและลดการใช้ดุลพินิจส่วนบุคคล
  • สร้างความเป็นธรรม (ในการปฏิรูปตำรวจ)
  • เพิ่มประสิทธิภาพ (ในการปฏิรูปตำรวจ)
  • ยกระดับคุณภาพชีวิตของเจ้าหน้าที่
  • การก่ออาชญากรรมลดลง
  • จำนวนคดีที่ทำสำเร็จ เพิ่มขึ้น
  • คุณภาพของสำนวน ดีขึ้น
  • ผลงานด้านบริการประชาชน ดีขึ้น
  • ลดการใช้ดุลพินิจของผู้บังคับบัญชา
  • ประชาชนสามารถร้องเรียนและส่งความเห็นเกี่ยวกับการทำงานของตำรวจได้อย่างรวดเร็วและสะดวกสบาย
  • เงินเดือน ให้เหมาะสม
  • เบิกจ่ายตรงกับโรงพยาบาลในพื้นที่ได้ (จากสิทธิรักษาพยาบาล)
  • สิทธิประโยชน์ครอบคลุมทุกโรค รวมถึงบริการด้านสุขภาพจิตและทันตกรรม (จากสิทธิรักษาพยาบาล)
  • ได้ผลเร็วที่สุด (ในการแก้ไขปัญหาการทุจริตคอร์รัปชันและการซื้อขายตำแหน่ง)
  • มีระบบการติดตามความคืบหน้าในการดำเนินการที่รวดเร็วและตรวจสอบได้โดยสาธารณะ

ใครได้ประโยชน์ (Target)

  • ตำรวจ (เจ้าหน้าที่)
  • ประชาชน
  • สาธารณะ

ภายในเมื่อไหร่ (Timeframe)

  • ทันที (สำหรับสกัดการซื้อขายตำแหน่ง)
  • เร็วที่สุด (สำหรับบังคับใช้มาตรการแก้ไขปัญหาการทุจริตคอร์รัปชันและการซื้อขายตำแหน่ง โดยไม่ต้องรอการแก้ไข พ.ร.บ.)

ใช้งบเท่าไหร่ (Budget)

ไม่ระบุ

งบมาจากไหน (Budget Source)

ไม่ระบุ

ประชาชน

ปัญหาคืออะไร (Problem)

  • ความเสียหายทางเศรษฐกิจ: วิกฤตการณ์นอมินี (Nominee) และทุนสีเทา คือหายนะต่อเศรษฐกิจที่ทำลายโครงสร้างการแข่งขันอย่างรุนแรง
  • เครือข่ายไทยเทา: ปัญหานี้ดำรงอยู่ได้เพราะมีกลุ่มทุน ข้าราชการ และนักการเมืองไทยที่สนับสนุนให้เกิดนอมินี เพื่อหลบเลี่ยงความรับผิดชอบและเลี่ยงภาษี
  • บทลงโทษต่ำเกินไป: ปัจจุบันบทลงโทษตาม พระราชบัญญัติการบัญชี พ.ศ. 2543 และ พระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 ต่ำเกินไป ทำให้กลุ่มทุนไม่เกรงกลัว และมองว่าเป็นเพียงต้นทุนทางธุรกิจที่ยอมจ่ายได้
  • หน่วยงานรัฐยังทำงานแบบแยกส่วน ทำให้การดำเนินคดีล่าช้าใช้เวลานานนับปี

จะทำอะไร (Action)

  • มาตรการคัดกรองเชิงรุก: เพิ่มความเข้มงวดในการจดทะเบียนนิติบุคคล เชื่อมโยงฐานข้อมูลของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เข้ากับฐานข้อมูลของหน่วยงานสำคัญแบบอัตโนมัติ เช่น กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง, กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI), สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.), และกรมสรรพากร เพื่อระบบแจ้งเตือนความผิดปกติของโครงสร้างถือหุ้น
  • กลไกตรวจสอบโดยประชาชน: สร้างระบบร้องเรียนที่โปร่งใส ตรวจสอบได้ มีกลไกที่รัฐต้องตอบสนองอย่างชัดเจน
  • ปฏิรูปบทลงโทษ: เพิ่มบทลงโทษให้สูงขึ้นและลดระยะเวลาการดำเนินคดีให้สั้นลง
  • เปิดเผยข้อมูลนิติบุคคลให้สาธารณะเข้าถึงได้
  • เปิดเผยรายชื่อบริษัทที่ถูกปรับ ตักเตือน หรือเพิกถอนใบอนุญาต
  • พัฒนาโมเดลวิเคราะห์กลุ่มเสี่ยงผ่านระบบวิเคราะห์ธุรกิจเชิงบูรณาการ (Integrated Business Analysis System - IBAS)
  • รณรงค์ให้ประชาชนทั่วประเทศแจ้งเบาะแส
  • พัฒนา Dashboard รับเรื่องร้องเรียนให้ตรวจสอบได้ ยกระดับระบบ ทราฟฟี่ ฟองดูว์ (Traffy Fondue) ให้เป็นศูนย์กลางการจัดการเรื่องร้องเรียนที่โปร่งใส ติดตามผลได้ตามเวลาจริง (Real-time)
  • สร้างแรงจูงใจและสวัสดิการคุ้มครองสำหรับผู้แจ้งเบาะแส
  • ตรวจสอบบริษัทบัญชีและสำนักงานกฎหมายที่รับจ้างถือหุ้นแทนทุนนอมินี
  • ร่วมกับกรมที่ดินและ ปปง. ตรวจสอบการฟอกเงินผ่านบ้านหรูและที่ดิน ยึดคืนทรัพยากรที่นอมินีถือครองโดยมิชอบ
  • แก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้องเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการปราบนอมินี เช่น พระราชบัญญัติ ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 หรือ พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542
  • สนับสนุนธุรกิจต่างชาติที่ถูกกฎหมาย
  • สร้างร่วมมือกับสากล ยกระดับ ไทย เป็นศูนย์กลางการปราบปรามทุนเทา / นอมินี

ผลลัพธ์คืออะไร (Outcome)

  • บทลงโทษสูงขึ้นและลดระยะเวลาการดำเนินคดีสั้นลง
  • ความเข้มงวดในการจดทะเบียนนิติบุคคล เพิ่มขึ้น
  • ตรวจสอบบริษัทบัญชีและสำนักงานกฎหมายที่รับจ้างถือหุ้นแทนทุนนอมินีเพิ่มขึ้น 50%
  • ยึดคืนทรัพยากรที่นอมินีถือครองโดยมิชอบให้ได้มากขึ้น 10%

ใครได้ประโยชน์ (Target)

  • ผู้ประกอบการไทย
  • ประชาชน
  • ภาคประชาสังคม

ภายในเมื่อไหร่ (Timeframe)

  • ภายใน 3 เดือน (ข้อมูลเปิด, ประกาศวาระแห่งชาติ, พัฒนา Dashboard, เพิ่มรางวัลนำจับ, ตรวจสอบผู้ให้การสนับสนุน นอมินี , ตรวจสอบทรัพย์สินและอสังหาริมทรัพย์)
  • ภายใน 6 เดือน (เปิดเผยประวัติผู้กระทำผิด, พัฒนา Machine Learning, ปรับปรุงแก้ไขกฎหมาย)

ใช้งบเท่าไหร่ (Budget)

ไม่ระบุ

งบมาจากไหน (Budget Source)

ไม่ระบุ

ประชาชน

ปัญหาคืออะไร (Problem)

  • สำนักงานประกันสังคมมีสถานะเป็นส่วนราชการ ทำให้การบริหารจัดการถูกแทรกแซงจากการเมือง
  • การกำหนดนโยบายระยะสั้นของรัฐบาล เช่น การลดอัตราเงินสมทบเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ขัดต่อหลักคณิตศาสตร์ประกันภัย
  • ความเสี่ยงที่กองทุนจะขาดเสถียรภาพและความยั่งยืนในระยะยาว
  • ผู้ประกันตนในฐานะเจ้าของเงินขาดกลไกตรวจสอบการใช้อำนาจและงบประมาณ
  • เกิดปัญหาความไม่โปร่งใส เช่น การลงทุนที่น่าสงสัย และการจัดซื้อจัดจ้างระบบไอทีราคาสูงเกินจริง
  • ความพยายามลิดรอนอำนาจผู้ประกันตนผ่านการแก้ไขระเบียบเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม
  • โครงสร้างระบบราชการทำให้การบริหารกองทุนขาดความคล่องตัว
  • ไม่สามารถดึงดูดผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุนมืออาชีพได้เทียบเท่ากองทุนขนาดใหญ่ เช่น กบข. หรือกองทุนความมั่งคั่งในต่างประเทศ

จะทำอะไร (Action)

  • แก้ไขพระราชบัญญัติประกันสังคม เพื่อยกระดับธรรมาภิบาลของกองทุน
  • ปรับโครงสร้างการบริหารให้มีความเป็นมืออาชีพตามมาตรฐานสากล
  • ทำให้การบริหารกองทุนมีความโปร่งใส ตรวจสอบได้ และยึดโยงกับผลประโยชน์ของผู้ประกันตนเป็นหลัก
  • ลดการแทรกแซงจากการเมืองและระบบราชการในการบริหารกองทุน

ผลลัพธ์คืออะไร (Outcome)

  • กองทุนประกันสังคมมีความโปร่งใส
  • มีธรรมาภิบาล
  • ลดการแทรกแซงจากฝ่ายข้าราชการและการเมือง

ใครได้ประโยชน์ (Target)

  • ผู้ประกันตน
  • นายจ้าง

ภายในเมื่อไหร่ (Timeframe)

ไม่ระบุ

ใช้งบเท่าไหร่ (Budget)

ไม่ระบุ

งบมาจากไหน (Budget Source)

ไม่ระบุ

ประชาชาติ

ปัญหาคืออะไร (Problem)

  • ความเหลื่อมล้ำทางด้านสิทธิ โอกาส อำนาจ และศักดิ์ศรี
  • การจราจร
  • ขยะและสิ่งปฏิกูล
  • ความแออัด
  • ความเหลื่อมล้ำ
  • การใช้ดุลยพินิจตามอำเภอใจของเจ้าพนักงานในการจัดเก็บภาษี
  • การกระทำทุจริตต่อหน้าที่

จะทำอะไร (Action)

  • มุ่งเน้นการกระจายอำนาจหน่วยราชการจากส่วนกลางสู่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ท้องที่องค์กรเอกชน องค์กรวิชาชีพ หรือตามสาขาอาชีพที่หลากหลาย
  • ใช้ฐานของท้องถิ่นที่อยู่ใกล้ชิดกับประชาชนในการตอบสนองความความต้องการของประชาชน และ แก้ไขปัญหา
  • ขจัดความเหลื่อมล้ำทางด้านสิทธิ โอกาส อำนาจ และศักดิ์ศรี
  • ส่งเสริมให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการกำหนดนโยบาย การวางแผน การตัดสินใจ และการพัฒนา
  • ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นหน่วยงานหลักในการจัดทำบริการสาธารณะและตัดสินใจแก้ไขปัญหาในพื้นที่
  • จัดการปกครองส่วนท้องถิ่นตามหลักแห่งการปกครองตนเอง
  • ส่งเสริมให้มีการปกครองในรูปแบบพิเศษตามหลักแห่งการปกครองตนเอง
  • จัดให้มีการเลือกตั้งผู้บริหารตั้งแต่ระดับเขตจนถึงผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร
  • แก้ปัญหาการจราจร
  • กำจัดขยะและสิ่งปฏิกูล
  • ทบทวนและย้ายหน่วยงานหรือองค์กรของรัฐออกจากศูนย์กลางเมือง
  • ปรับโครงสร้างทางการบริหารที่เปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมโดยยึดหลักธรรมาภิบาล
  • ปฏิรูประบบการจัดทำงบประมาณแผ่นดิน
  • จัดสรรงบประมาณเพื่อลดความเหลื่อมล้ำ
  • จัดตั้ง”สถาบันอิสระ” อิสระในสังกัดสภาผู้แทนราษฎรเพื่อตรวจสอบ วิเคราะห์ ติดตามผลระบบงบประมาณแผ่นดิน
  • ส่งเสริมให้ประชาชนมีส่วนร่วมในกระบวนการจัดทำงบประมาณทุกขั้นตอน
  • สร้างความเป็นธรรมและเพิ่มประสิทธิภาพในระบบภาษีอากร
  • จัดเก็บภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาให้ครอบคลุมรายได้จากทรัพย์สินมรดกและทรัพย์สินทุกประเภทอย่างทั่วถึงและเป็นธรรม
  • ปฏิรูปหลักเกณฑ์การให้สิทธิประโยชน์
  • มีหลักเกณฑ์ที่ชัดเจนเพื่อป้องกันการใช้ดุลยพินิจตามอำเภอใจของเจ้าพนักงานในการจัดเก็บภาษี
  • ขจัดและป้องกันการกระทำทุจริตต่อหน้าที่
  • ปรับโครงสร้างและปฏิรูประบบราชการด้วยการแก้ไขกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง
  • ลดขนาดกำลังคน
  • ถ่ายโอนบางภารกิจของภาครัฐให้ภาคเอกชนและภาคประชาสังคมดำเนินการแทน
  • ปรับปรุงกฎหมายความมั่นคงภายใน
  • ส่งเสริมความยุติธรรมในอาชีพข้าราชการทุกประเภทตามหลักธรรมาภิบาล
  • คัดเลือก สรรหา หรือเลือกตั้งจากบุคคลที่มีความรู้ ความสามารถ ความเชี่ยวชาญ หรือมีคุณสมบัติเหมาะสม

ผลลัพธ์คืออะไร (Outcome)

  • การปกครองส่วนท้องถิ่นสามารถมีรูปแบบที่หลากหลายเพื่อให้สอดคล้องกับสภาพพื้นที่
  • รักษาผลประโยชน์ของชาติและประชาชน
  • การบริหารจัดการมีประสิทธิภาพ กระชับและคล่องตัวในการให้บริการสาธารณะและตอบสนองความต้องการของประชาชนในท้องถิ่นได้อย่างแท้จริง
  • ลดความแออัด
  • พัฒนารูปแบบตลอดจนโครงสร้างของเมืองและบริการสาธารณะสู่การเป็นเมืองอัจฉริยะ (smart city)
  • ระบบการจัดทำงบประมาณแผ่นดิน มีความสมดุลกับการจัดเก็บรายได้และสอดคล้องกับภาวะเศรษฐกิจของประเทศ
  • ลดความเหลื่อมล้ำ
  • เกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผล
  • เพิ่มประสิทธิภาพในระบบภาษีอากร
  • ป้องกันการใช้ดุลยพินิจตามอำเภอใจของเจ้าพนักงานในการจัดเก็บภาษี
  • ข้าราชการ บุคลากรของรัฐ และองค์กรต่างๆ สามารถปฏิบัติหน้าที่ตามภารกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตรงเป้าหมาย และสอดคล้องกับการพัฒนา
  • เพิ่มประสิทธิภาพและความโปร่งใส
  • ระบบราชการสามารถตรวจสอบได้ในวงกว้างและเชื่อมโยงกับทุกฝ่าย
  • กฎหมายความมั่นคงภายในมีความสมดุลกับการพัฒนาด้านเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม และความมั่นคง
  • การปรับปรุงกฎหมายความมั่นคงภายในคำนึงถึงความผาสุกของประชาชนเป็นหลัก

ใครได้ประโยชน์ (Target)

  • องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
  • ท้องที่องค์กรเอกชน
  • องค์กรวิชาชีพ
  • ประชาชน
  • เมืองใหญ่ เช่น เชียงใหม่ นครราชสีมา ขอนแก่น ภูเก็ต จังหวัดชายแดนภาคใต้ รวมทั้งท้องถิ่นอื่นๆ ที่มีลักษณะเฉพาะ
  • กรุงเทพมหานคร
  • บุคคลธรรมดา
  • นิติบุคคล
  • เจ้าพนักงาน
  • ข้าราชการ
  • บุคลากรของรัฐ
  • องค์กรต่างๆ
  • ภาคเอกชน
  • ภาคประชาสังคม
  • บุคคลที่มีความรู้ ความสามารถ ความเชี่ยวชาญ หรือมีคุณสมบัติเหมาะสม

ภายในเมื่อไหร่ (Timeframe)

ไม่ระบุ

ใช้งบเท่าไหร่ (Budget)

ไม่ระบุ

งบมาจากไหน (Budget Source)

ไม่ระบุ

ประชาธิปัตย์

ปัญหาคืออะไร (Problem)

  • กฎหมายล้าหลังและซ้ำซ้อน: ประชาชนและธุรกิจต้องเผชิญกฎหมาย กฎ ระเบียบ และข้อบังคับจำนวนมากที่หมดความจำเป็น ไม่สอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจและสังคมปัจจุบัน
  • อุปสรรคต่อการดำรงชีวิตและการทำมาหากิน: กฎหมายบางฉบับสร้างภาระขั้นตอน ต้นทุน และเวลา ทำให้การเริ่มธุรกิจ การทำงาน และการใช้ชีวิตประจำวันยุ่งยากโดยไม่จำเป็น
  • ช่องโหว่การทุจริตจากกติกาที่ไม่ทันสมัย: กฎหมายที่คลุมเครือและล้าสมัยเปิดช่องให้เกิดการใช้ดุลพินิจเกินจำเป็นและการทุจริตในหน่วยงานรัฐ

จะทำอะไร (Action)

  • ใช้กฎหมายแม่บทฉบับเดียวเป็นเครื่องมือ “ตัดตอน” กฎหมายล้าสมัยทั้งระบบ
  • ให้อำนาจทบทวนและยกเลิกกฎหมาย/กฎ/ระเบียบที่ล้าหลังหรือเป็นอุปสรรค โดยไม่ต้องแก้ทีละฉบับ
  • ปรับโครงสร้างกฎหมายให้หน่วยงานรัฐขับเคลื่อนตามพันธกิจที่ชัดเจน
  • ตัดกติกาที่เปิดช่องดุลพินิจเกินจำเป็น
  • เปิดทางกำหนดมาตรฐานด้านคุณภาพชีวิต สิทธิมนุษยชน สิ่งแวดล้อม และการประกอบธุรกิจ
  • ใช้ Super Act เป็นจุดเริ่มต้นปฏิรูปกฎหมายทั้งระบบ

ผลลัพธ์คืออะไร (Outcome)

  • ลดภาระประชาชน
  • ปิดช่องทุจริต
  • ยกระดับการทำงานภาครัฐ
  • ไม่ต้องแก้ กฎหมาย ทีละฉบับ
  • ลดงานซ้ำซ้อน
  • ยกระดับบริการแบบ One-Stop Service
  • เพิ่มความโปร่งใสและตรวจสอบได้
  • มาตรฐาน สอดคล้องบริบทไทยและมาตรฐานสากล
  • กฎหมาย ทันโลกและรองรับฉากทัศน์ใหม่ของประเทศ

ใครได้ประโยชน์ (Target)

  • ประชาชน
  • ธุรกิจ

ภายในเมื่อไหร่ (Timeframe)

ไม่ระบุ

ใช้งบเท่าไหร่ (Budget)

ไม่ระบุ

งบมาจากไหน (Budget Source)

ไม่ระบุ

ประชาธิปัตย์

ปัญหาคืออะไร (Problem)

  • งบประมาณรัฐตรวจสอบยาก: ประชาชนไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลการใช้งบประมาณและการจัดซื้อจัดจ้างของรัฐได้ครบถ้วน เข้าใจยาก และกระจัดกระจาย ทำให้ไม่รู้ว่าเงินภาษีถูกใช้ไปอย่างไร
  • ทุจริตเชิงโครงสร้างตรวจจับช้า: การเอื้อประโยชน์ในการจัดซื้อจัดจ้าง การตั้งราคากลางผิดปกติ หรือโครงการล่าช้า มักถูกตรวจพบเมื่อสายเกินไป หลังงบประมาณถูกใช้ไปแล้ว
  • ประชาชนไม่มีบทบาทในการติดตามโครงการในพื้นที่: แม้โครงการรัฐส่งผลโดยตรงต่อชีวิตประจำวัน แต่ประชาชนไม่สามารถติดตามความคืบหน้า การเปลี่ยนแปลงสัญญา หรือการจ่ายเงินได้อย่างเป็นระบบ

จะทำอะไร (Action)

  • ยกระดับความโปร่งใสของงบประมาณรัฐด้วยข้อมูลเปิด เทคโนโลยี และการมีส่วนร่วมของประชาชน
  • เปิดเผยข้อมูลงบประมาณ การจัดซื้อจัดจ้าง และโครงการรัฐแบบรวมศูนย์ ด้วย แพลตฟอร์ม “ส่องรัฐ” (Thailand Government Watch) ให้ประชาชนเข้าดู ค้นหา และร่วมตรวจสอบได้ง่าย
  • กำหนดให้ทุกสัญญาจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐเผยแพร่ข้อมูลตลอดทุกขั้นตอนในรูปแบบ Machine-Readable ตามมาตรฐานข้อมูลเปิดการจัดซื้อจัดจ้าง (OCDS) ตั้งแต่ราคากลาง ผู้เข้าประมูล ความสัมพันธ์บริษัท เงื่อนไขสัญญา การจ่ายเงิน จนถึงผลงานหลังส่งมอบ
  • นำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์มาวิเคราะห์ความเสี่ยง เช่น TOR เอื้อรายเดียว ราคาผิดปกติ สินค้าไม่ตรงสเปก หรือรูปแบบการประมูลที่เข้าข่ายฮั้ว
  • เปิดให้ประชาชนกดติดตามโครงการรัฐในพื้นที่ พร้อมระบบแจ้งเตือนเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงสถานะ เช่น การขยายสัญญา การส่งมอบงาน หรือการเบิกจ่าย
  • จัดทำรายงานสาธารณะ เช่น บริษัทที่ได้งานรัฐซ้ำซ้อน โครงการล่าช้าผิดปกติ โดยกำหนดให้ทุกหน่วยงานส่งข้อมูลไปยังสำนักงานงบประมาณของรัฐสภาเพื่อวิเคราะห์และเผยแพร่

ผลลัพธ์คืออะไร (Outcome)

  • งบประมาณโปร่งใส ตรวจสอบได้
  • ประชาชนเข้าดู ค้นหา และร่วมตรวจสอบ ข้อมูล ได้ง่าย
  • ข้อมูล การจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐเผยแพร่ตลอดทุกขั้นตอนในรูปแบบ Machine-Readable
  • ความผิดปกติ เช่น TOR เอื้อรายเดียว ราคาผิดปกติ สินค้าไม่ตรงสเปก หรือรูปแบบการประมูลที่เข้าข่ายฮั้ว ถูก ตรวจจับ
  • ประชาชน รับ การแจ้งเตือนเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงสถานะ ของโครงการรัฐ
  • มี รายงานสาธารณะ เช่น บริษัทที่ได้งานรัฐซ้ำซ้อน โครงการล่าช้าผิดปกติ

ใครได้ประโยชน์ (Target)

  • ประชาชน
  • สำนักงานงบประมาณของรัฐสภา

ภายในเมื่อไหร่ (Timeframe)

ไม่ระบุ

ใช้งบเท่าไหร่ (Budget)

ไม่ระบุ

งบมาจากไหน (Budget Source)

ไม่ระบุ

ประชาธิปัตย์

ปัญหาคืออะไร (Problem)

  • ขั้นตอนซ้ำซ้อนหลายหน่วยงาน: ผู้ประกอบการต้องขอใบอนุญาตจากหลายหน่วยงานที่ทับซ้อนกัน ใช้เอกสารและการพิจารณาซ้ำ ทำให้กระบวนการยืดเยื้อ
  • ต้นทุนเวลาและค่าใช้จ่ายสูง: การรออนุมัติยาวนานทำให้เสียโอกาสทางธุรกิจ เพิ่มต้นทุนการเริ่มต้นและการขยายกิจการ โดยเฉพาะ SME และผู้ประกอบการรายใหม่
  • ความไม่ชัดเจนเปิดช่องทุจริต: กติกาและลำดับขั้นตอนที่ไม่โปร่งใสสร้างดุลพินิจสูง เสี่ยงต่อการเรียกรับผลประโยชน์และความไม่เป็นธรรม

จะทำอะไร (Action)

ปรับระบบการขออนุญาตของรัฐให้เป็นจุดเดียว ใบเดียว เพื่อลดขั้นตอน ลดต้นทุน และเพิ่มความโปร่งใสในการทำธุรกิจ

  • ใบอนุญาตเดียว ครอบคลุมทุกหน่วยงาน: รวมการขออนุญาตประกอบกิจการ การผลิต สิ่งแวดล้อม ความปลอดภัย แรงงาน ฯลฯ ไว้ในกระบวนการเดียว ลดการยื่นซ้ำหลายที่
  • ตั้งศูนย์กลาง Super Licensing Center: ทำหน้าที่เป็นจุดติดต่อเดียว (Single Point of Contact) ผู้ประกอบการยื่นข้อมูลและเอกสารครั้งเดียว ศูนย์จะกระจายข้อมูลไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแทน
  • บูรณาการการตรวจสอบภาคสนาม: ศูนย์ทำหน้าที่ประสานการนัดหมายและการตรวจสถานประกอบการร่วมกัน ลดการตรวจซ้ำหลายรอบ และยึดมาตรฐานเดียวด้านความปลอดภัยและคุณภาพ
  • มาตรฐานเดียว โปร่งใส ตรวจสอบได้: ใช้ระบบเดียวในการกำกับ ตรวจสอบ และประเมินความปลอดภัยและมาตรฐานกิจการ ลดดุลยพินิจ และลดโอกาสคอร์รัปชัน
  • ลดต้นทุนธุรกิจ ส่งเสริมการลงทุน: เมื่อขั้นตอนและเวลาในการขออนุญาตลดลง จะช่วยจูงใจให้เกิดธุรกิจใหม่ การลงทุนเพิ่มขึ้น และการขยายกิจการในประเทศ

ผลลัพธ์คืออะไร (Outcome)

  • ลดขั้นตอน ลดต้นทุน และเพิ่มความโปร่งใสในการทำธุรกิจ
  • ลดโอกาสคอร์รัปชัน
  • เกิดธุรกิจใหม่ การลงทุนเพิ่มขึ้น และการขยายกิจการในประเทศ

ใครได้ประโยชน์ (Target)

ผู้ประกอบการขนาดกลางและเล็ก SMEs

ภายในเมื่อไหร่ (Timeframe)

ไม่ระบุ

ใช้งบเท่าไหร่ (Budget)

ไม่ระบุ

งบมาจากไหน (Budget Source)

ไม่ระบุ

เพื่อบ้านเมือง

ปัญหาคืออะไร (Problem)

ไม่ระบุ

จะทำอะไร (Action)

  • ส่งเสริมและสนับสนุน ในหน้าที่ของปวงชนชาวไทยให้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญบัญญัติ
  • (ส่งเสริมและสนับสนุน ในหน้าที่) การพิทักษ์รักษาไว้ซึ่งชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ การปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
  • (ส่งเสริมและสนับสนุน ในหน้าที่) การป้องกันประเทศ
  • (ส่งเสริมและสนับสนุน ในหน้าที่) การพิทักษ์รักษาเกียรติภูมิผลประโยชน์ของชาติและสาธารณสมบัติของแผ่นดิน
  • (ส่งเสริมและสนับสนุน ในหน้าที่) การป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย
  • (ส่งเสริมและสนับสนุน ในหน้าที่) ปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด
  • (ส่งเสริมและสนับสนุน ในหน้าที่) เข้ารับการศึกษาอบรมในการศึกษาภาคบังคับ
  • (ส่งเสริมและสนับสนุน ในหน้าที่) รับราชการทหาร
  • (ส่งเสริมและสนับสนุน ในหน้าที่) เคารพและไม่ละเมิดสิทธิและเสรีภาพของบุคคลอื่น
  • (ส่งเสริมและสนับสนุน ในหน้าที่) ไปใช้สิทธิเลือกตั้งและลงประชามติ
  • (ส่งเสริมและสนับสนุน ในหน้าที่) ร่วมมือและสนับสนุนการอนุรักษ์และคุ้มครองสิ่งแวดล้อมทรัพยากรธรรมชาติ ความหลากหลายทางชีวภาพ และมรดกทางวัฒนธรรม
  • (ส่งเสริมและสนับสนุน ในหน้าที่) การเสียภาษีอากร
  • (ส่งเสริมและสนับสนุน ในหน้าที่) ป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ

ผลลัพธ์คืออะไร (Outcome)

ไม่ระบุ

ใครได้ประโยชน์ (Target)

ไม่ระบุ

ภายในเมื่อไหร่ (Timeframe)

ไม่ระบุ

ใช้งบเท่าไหร่ (Budget)

ไม่ระบุ

งบมาจากไหน (Budget Source)

ไม่ระบุ

เพื่อบ้านเมือง

ปัญหาคืออะไร (Problem)

ไม่ระบุ

จะทำอะไร (Action)

  • ส่งเสริมและสนับสนุนการดำเนินการของรัฐ
  • (ในการ) แก้ไขรัฐธรรมนูญ
  • (ในการ) ปฏิรูปประเทศ
  • ภายใต้ยุทธศาสตร์ ประเทศชาติมั่นคง ประชาชนมั่งคั่ง หยุดยั้งการทุจริต สร้างเศรษฐกิจทันสมัย กระจายรายได้อย่างเป็นธรรม ลดเหลื่อมล้ำทางสังคม สร้างอุดมคติรัฐสวัสดิการ พัฒนาฐานรากประชาธิปไตย
  • ส่งเสริมการตีความกฎหมายและการบังคับใช้กฎหมาย ตามหลักของกฎหมายมีความเสมอภาคเท่าเทียมกัน
  • ให้มีการพัฒนากฎหมายเพื่อแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน

ผลลัพธ์คืออะไร (Outcome)

  • ประโยชน์ของปวงชนชาวไทย
  • ความเสมอภาคเท่าเทียมกัน

ใครได้ประโยชน์ (Target)

ไม่ระบุ

ภายในเมื่อไหร่ (Timeframe)

ไม่ระบุ

ใช้งบเท่าไหร่ (Budget)

ไม่ระบุ

งบมาจากไหน (Budget Source)

ไม่ระบุ

รวมไทยสร้างชาติ

ปัญหาคืออะไร (Problem)

คนโกงชาติ

จะทำอะไร (Action)

ประหารชีวิตคนโกงชาติ

ผลลัพธ์คืออะไร (Outcome)

ไม่ระบุ

ใครได้ประโยชน์ (Target)

ไม่ระบุ

ภายในเมื่อไหร่ (Timeframe)

ไม่ระบุ

ใช้งบเท่าไหร่ (Budget)

ไม่ระบุ

งบมาจากไหน (Budget Source)

ไม่ระบุ

เศรษฐกิจ

ปัญหาคืออะไร (Problem)

ไม่ระบุ

จะทำอะไร (Action)

  • เสนอออกกฎหมายปราบโกงฉบับใหม่
  • ยกระดับความโปร่งใสในการบริการ

ผลลัพธ์คืออะไร (Outcome)

  • กฎหมายปราบโกงฉบับใหม่ โทษสูงสุดถึงประหารชีวิต
  • บริการโปร่งใส

ใครได้ประโยชน์ (Target)

  • ประชาชน
  • หน่วยงานภาครัฐ

ภายในเมื่อไหร่ (Timeframe)

  • บังคับคดี ภายใน* 1 ปี หลังคำพิพากษาศาลฎีกา

ใช้งบเท่าไหร่ (Budget)

ไม่ระบุ

งบมาจากไหน (Budget Source)

ไม่ระบุ

โอกาสใหม่

ปัญหาคืออะไร (Problem)

ไม่ระบุ

จะทำอะไร (Action)

  • ทำให้ ประชาชนเข้าถึงข้อมูลทางการบริหาร
  • ให้ สิทธิในการตรวจสอบ
  • สร้างความโปร่งใส
  • ประกันประสิทธิภาพในการใช้งบประมาณ
  • ประกันประสิทธิภาพในการบริหารราชการ

ผลลัพธ์คืออะไร (Outcome)

  • ประชาชนเข้าถึงข้อมูลทางการบริหาร
  • ประชาชนมีสิทธิในการตรวจสอบ
  • ความโปร่งใส
  • ประสิทธิภาพในการใช้งบประมาณ
  • ประสิทธิภาพในการบริหารราชการ

ใครได้ประโยชน์ (Target)

  • ประชาชน

ภายในเมื่อไหร่ (Timeframe)

ไม่ระบุ

ใช้งบเท่าไหร่ (Budget)

ไม่ระบุ

งบมาจากไหน (Budget Source)

ไม่ระบุ

แชร์หน้านี้เกี่ยวกับโครงการ