ประเด็น

ขนส่งสาธารณะ

มี 12 คำสัญญา จาก

*ฐานข้อมูลมีทั้งหมด 13 พรรค โดยเลือกเฉพาะพรรคที่มีข้อมูลนโยบายในเว็บไซต์ทางการ อ่านเกณฑ์การคัดเลือกพรรคการเมือง

คำชี้แจง

  • ข้อมูลในหน้านี้มาจากข้อความบนเว็บไซต์ทางการของพรรคการเมือง ซึ่งถูกจัดลงตารางตามหัวข้อต่างๆ ด้วยระบบปัญญาประดิษฐ์ (LLM) โดยพยายามคงข้อความตามต้นฉบับให้มากที่สุด
  • หากจำเป็นต้องเพิ่มข้อความเพื่อให้ได้ใจความที่สมบูรณ์ จะถูกแสดงด้วยตัวอักษรสีเทา
  • แม้มีการตรวจสอบโดยทีมงานในระดับหนึ่ง แต่อาจมีความคลาดเคลื่อนเกิดขึ้นได้
  • ผู้ใช้สามารถตรวจสอบเพิ่มเติมกับข้อความต้นฉบับตามลิงก์ด้านล่าง
อ่านที่มาและข้อจำกัดข้อมูล
ไทยสร้างไทย

ปัญหาคืออะไร (Problem)

  • ปัญหาฝุ่น PM 2.5
  • การเผาป่าเผาไร่
  • การปล่อยก๊าซเรือนกระจก
  • การใช้พลังงานที่ไม่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
  • การจราจร การขนส่งสาธารณะ และการเดินทาง สร้างมลพิษ

จะทำอะไร (Action)

  • เอาผิดกับคนเผาป่าเผาไร่อย่างจริงจัง
  • สร้าง Mobile Application – เครือข่ายปราบการเผาไร่ เพื่อบูรณาการการทำงานร่วมกันของหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน และเครือข่ายอาสาป้องกันการเผาไร่
  • ปรับเปลี่ยนวิธีการเพาะปลูกเพื่อลดการเผา
  • ส่งเสริมการไถกลบตอซังเพื่อเพิ่มอินทรียวัตถุ และผลิตเป็นปุ๋ยอินทรีย์
  • ส่งเสริมการปลูกข้าวแบบเปียกสลับแห้ง (Wet & Dry)
  • ส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกไม้ยืนต้น ไม้ป่า ไม้หายาก เพื่อทดแทนการเกษตรที่ต้องเผาตอซัง
  • จัดตั้งเขตส่งเสริมพิเศษ บนเนื้อที่ไม่น้อยกว่า 40,000 ไร่ ในเขตปฏิรูปที่ดิน เพื่อเป็นพื้นที่ปลูกป่า สร้างรายได้ ให้เกษตรกร ครอบคลุมพื้นที่มากกว่า 60 จังหวัด
  • สร้างรายได้จากการแปรรูปวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรให้มีมูลค่าขายเป็นเงินได้
  • หาช่องทางการจัดจำหน่ายและหาคนมารับซื้อกับเกษตรกรโดยตรง
  • ใช้กองทุน SMEs และกองทุน Startup เป็นแหล่งทุนดอกเบี้ยต่ำ เพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการที่เป็นโรงงานผลิตรถโดยสารและรถยนต์ไฟฟ้า ดอกเบี้ยไม่เกิน 3%-4%
  • ใช้กองทุนวิสาหกิจชุมชนเป็นแหล่งเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ สนับสนุนเกษตรกรรวมตัวกันร่วมกันใช้เครื่องจักรสมัยใหม่เพิ่มประสิทธิภาพการเพาะปลูก และผลิตปุ๋ยอินทรีย์ใช้เอง
  • ลดการใช้พลังงานที่ไม่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
  • สนับสนุนให้ติดตั้ง Solar Rooftop หรือ Solar Cell บนพื้นที่ว่าง อย่างน้อย 5 KW จำนวน 2 ล้านครอบครัว โดยรัฐเป็นผู้ลงทุน
  • ออกมาตรการทางภาษีให้สิทธิลดหย่อนภาษี และการหักค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น สำหรับผู้ประกอบการที่สนับสนุนนโยบาย "สลับ-เหลื่อมเวลาการทำงานและเวลาเรียน" และนโยบาย "Work from home หรือ Learn from home"
  • ออก “โครงการสร้างไทยมอเตอร์ไซด์ไฟฟ้า” ให้คนไทยที่ทำมาหากินด้วยมอเตอร์ไซด์คู่ใจ สามารถกู้เงินดอกเบี้ยต่ำไม่เกิน 5% ต่อปี ซื้อมอเตอร์ไซด์ไฟฟ้าได้ จำนวน 1 ล้านคัน
  • ให้สิทธิหักลดหย่อนภาษีที่ดินแก่เจ้าของที่ดินที่สมัครใจเข้าร่วม "โครงการสวนสีเขียวที่เที่ยวชุมชน (Volk Green Park)" ที่เน้นการขับเคลื่อนประเทศไทย ให้เต็มไปด้วยพื้นที่สีเขียว

ผลลัพธ์คืออะไร (Outcome)

  • ลดปัญหาฝุ่น PM 2.5
  • เพิ่มโอกาสการสร้างรายได้ให้ชาวนาจากการขายคาร์บอนเครดิต
  • สร้างรายได้จากการแปรรูปวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร
  • ลดการเผาในแปลงเพาะปลูก
  • ลดค่าไฟฟ้ารายเดือน
  • ลดก๊าซมีเทนในดิน และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
  • มีพื้นที่สีเขียวเพิ่มขึ้น

ใครได้ประโยชน์ (Target)

  • เกษตรกร
  • ประชาชน
  • ผู้ประกอบการ
  • เจ้าของที่ดิน

ภายในเมื่อไหร่ (Timeframe)

ไม่ระบุ

ใช้งบเท่าไหร่ (Budget)

ไม่ระบุ

งบมาจากไหน (Budget Source)

ไม่ระบุ

ไทยสร้างไทย

ปัญหาคืออะไร (Problem)

ไม่ระบุ

จะทำอะไร (Action)

  • สร้างศูนย์กลาง Digital Economy ผลักดันการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลมาเพิ่มรายได้ในเรื่องเทคโนโลยีด้านสุขภาพ (Health Tech)
  • ผลักดันการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลมาเพิ่มรายได้ในเรื่องเทคโนโลยีด้านสุขภาพ (Health Tech) และเทคโนโลยีด้านการศึกษา (EdTech)
  • ผลักดันการนำเทคโนโลยีหรือนวัตกรรมใหม่ๆ
  • สนับสนุนการถ่ายทอดแนวคิดเศรษฐกิจสร้างสรรค์ให้กับคนในชุมชน โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีอัตลักษณ์เป็นของตนเอง เพื่อเพิ่มการกระจายรายได้สู่ชุมชน
  • เชื่อมโยงระเบียงการคมนาคมและการขนส่ง ทั้งทางบก/ทางเรือ/และทางอากาศ ด้วยรถไฟความเร็วสูง/รถไฟรางคู่ และเส้นทางเดินเรือใหม่

ผลลัพธ์คืออะไร (Outcome)

  • ประเทศไทยเป็นศูนย์กลาง Digital Economy
  • ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (Creative and Green Economy)
  • ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางจุดเชื่อมต่อการคมนาคมและการขนส่งของภูมิภาค และของโลกแห่งใหม่
  • เพิ่มรายได้จากเทคโนโลยีด้านสุขภาพ
  • เพิ่มรายได้จากเทคโนโลยีด้านการศึกษา
  • เพิ่มการกระจายรายได้สู่ชุมชน
  • สร้างโอกาสให้ประเทศไทยเกิดรายได้ใหม่เป็นจำนวนมาก เมื่อเปลี่ยนระเบียงการคมนาคมและการขนส่งของไทยให้เป็นระเบียงเศรษฐกิจ

ใครได้ประโยชน์ (Target)

  • ประชาชน
  • ผู้ประกอบการ
  • นักลงทุน

ภายในเมื่อไหร่ (Timeframe)

ไม่ระบุ

ใช้งบเท่าไหร่ (Budget)

ไม่ระบุ

งบมาจากไหน (Budget Source)

ไม่ระบุ

ประชาชน

ปัญหาคืออะไร (Problem)

  • รัฐไทยยังให้ความสำคัญกับระบบขนส่งสาธารณะน้อยเกินไป
  • ค่าใช้จ่ายเพื่อการเดินทางของครัวเรือนไทยสูงถึง 20% ของรายจ่ายทั้งหมด เมื่อเทียบกับกลุ่มประเทศพัฒนาแล้ว (OECD) ที่มีค่าเฉลี่ยเพียง 13%
  • ภาคการขนส่งปล่อยก๊าซเรือนกระจกสูงถึง 29% ของปริมาณทั้งหมด (อันดับ 2 รองจากภาคพลังงาน) โดยเฉพาะในกรุงเทพมหานคร รถยนต์สันดาปปล่อยฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) สูงถึง 65% ของปริมาณฝุ่นทั้งหมด
  • ความสูญเสียทางเศรษฐกิจจากปัญหาจราจรติดขัด
  • เส้นทางเดินรถในปัจจุบันไม่ตรงเวลา ไม่ทั่วถึง และไม่เชื่อมโยงระหว่างตำบลต่อตำบล หรืออำเภอต่ออำเภอ ทำให้ประชาชนขาดทางเลือกและต้องพึ่งพารถส่วนตัวเป็นหลัก

จะทำอะไร (Action)

  • ปฏิรูปโครงสร้างอำนาจตาม พระราชบัญญัติกำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ให้ท้องถิ่นบริหารขนส่งสาธารณะเอง
  • จัดสรรงบประมาณอุดหนุนเฉพาะกิจ เพื่อศึกษาและพัฒนาระบบขนส่งเชิงพื้นที่
  • ถ่ายโอนบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญาจากส่วนกลางสู่ท้องถิ่น และลงทุนในเครื่องมือวิเคราะห์ข้อมูล เช่น ข้อมูลสถิติการเดินทางผ่านสัญญาณโทรศัพท์เคลื่อนที่ (Mobile Network Data Analytics) เพื่อออกแบบเส้นทางให้แม่นยำ
  • สนับสนุนการร่วมมือกับเอกชน ให้เกิดผู้ประกอบการขนส่งรายใหม่ในพื้นที่ สร้างการจ้างงานและดึงศักยภาพการบริหารจัดการของเอกชนมาใช้พัฒนาท้องถิ่น
  • สร้างอุตสาหกรรมไทยด้วยรถเมล์ไฟฟ้า อุดหนุนงบสร้างระบบรถเมล์ไฟฟ้าของคนไทยทั่วประเทศ
  • บูรณาการความร่วมมือข้ามกระทรวง ได้แก่ กระทรวงคมนาคม, กระทรวงมหาดไทย, กระทรวงอุตสาหกรรม, กระทรวงแรงงาน และ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เพื่อยกระดับขีดความสามารถทางการแข่งขัน

ผลลัพธ์คืออะไร (Outcome)

  • ลดค่าครองชีพ
  • สร้างอุตสาหกรรมใหม่ที่ยั่งยืนเพื่อทุกคน
  • ท้องถิ่นมีอิสระในการเลือกรูปแบบการให้บริการที่เหมาะสมกับพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็น รถสองแถว, รถเมล์, หรือรถตู้ และเลือกวิธีดำเนินงานได้ทั้งแบบ ท้องถิ่นทำเอง, ให้สัมปทานเอกชน, หรือจ้างเอกชนวิ่งรถ
  • สร้างการจ้างงานและดึงศักยภาพการบริหารจัดการของเอกชนมาใช้พัฒนาท้องถิ่น

ใครได้ประโยชน์ (Target)

  • ประชาชน
  • ท้องถิ่น
  • ผู้ประกอบการขนส่งรายใหม่

ภายในเมื่อไหร่ (Timeframe)

ไม่ระบุ

ใช้งบเท่าไหร่ (Budget)

  • ประมาณ 37,000 ล้านบาท ต่อปี

งบมาจากไหน (Budget Source)

  • งบประมาณอุดหนุนเฉพาะกิจ
ประชาชน

ปัญหาคืออะไร (Problem)

  • ประเทศไทยติดหล่มการพัฒนาที่เน้นการ "ขายฝัน" ด้วย โครงการขนาดใหญ่ (Mega Project) ที่เกินจริงและขาดการคำนึงถึงทรัพยากรที่มีจำกัด
  • ความเจริญกระจุกตัว: โครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่กระจุกตัวอยู่ในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ขณะที่จังหวัดอื่นขาดงบประมาณในการสร้าง หัวเมือง (Regional Hub)
  • รัฐราชการรวมศูนย์: ส่วนกลางมีอำนาจตัดสินใจเหนือท้องถิ่น นำไปสู่การสร้าง "เส้นเลือดใหญ่" ระหว่างเมืองที่ซ้ำซ้อนกันเอง
  • การลงทุนที่ไม่คุ้มค่า: หลายโครงการเน้นขนาดใหญ่เกินความจำเป็นแต่ใช้งานจริงไม่คุ้มค่า ทำให้ไม่เหลืองบประมาณไปขยายโครงข่ายเส้นเลือดฝอยหรือพัฒนาขนส่งสาธารณะในตัวเมืองภูมิภาค

จะทำอะไร (Action)

  • สร้างหัวเมืองใหม่ 15 เมือง ได้แก่: เชียงราย, เชียงใหม่, พิษณุโลก, นครสวรรค์, พระนครศรีอยุธยา, พัทยา, ระยอง/มาบตาพุด, นครราชสีมา, อุดรธานี, ขอนแก่น, อุบลราชธานี, หัวหิน, สุราษฎร์ธานี, ภูเก็ต และหาดใหญ่
  • จัดตั้งแผนแม่บทการคมนาคมแห่งชาติเป็นแผนหลักระดับประเทศเพื่อเชื่อมโยงหัวเมืองเข้าด้วยกัน
  • จัดทำ แผนบูรณาการการพัฒนาเมืองและระบบคมนาคมสำหรับ 15 หัวเมือง เพื่อพัฒนาขนส่งสาธารณะภายในเมืองและขยายการเชื่อมต่อไปยังเมืองรอง
  • กลั่นกรองโครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่และจัดทำบัญชีโครงการที่จะ “ชะลอ/ปรับขนาด/ยกเลิก” และโครงการในหัวเมืองที่จะ “เร่งให้เร็วขึ้น”
  • ทบทวนความซ้ำซ้อน รถไฟความเร็วสูง (High-Speed Rail) และ ทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง (Motorway)
  • มุ่งเน้นการลงทุนใน รถไฟทางคู่แบบมิเตอร์เกจ (Meter Gauge) เพราะสามารถขนส่งได้ทั้งผู้โดยสารและสินค้าและช่วยเปลี่ยนรูปแบบการเดินทางจากถนนสู่รางได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยขยายโครงข่ายรถไฟทางคู่ให้กระจายไปยังจังหวัดที่ยังไม่มีระบบราง
  • เร่งจัดหาหัวรถจักรและขบวนรถใหม่เพื่อทดแทนของเดิมที่หมดสภาพ
  • ประยุกต์ใช้ พระราชบัญญัติการขนส่งทางราง (Railway Act) เพื่อเปิดโอกาสให้เอกชนเข้ามามีส่วนร่วมในการให้บริการ เพื่อความรวดเร็วและทั่วถึง
  • ปั้น 15 หัวเมือง กระจายความเจริญ พัฒนาให้เป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจเสมือน "กรุงเทพฯ อีก 15 แห่ง"

ผลลัพธ์คืออะไร (Outcome)

  • สร้าง 15 เมืองให้เป็นหัวเมือง เป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจเสมือน "กรุงเทพฯ
  • ขยาย รถไฟทางคู่แบบมิเตอร์เกจ
  • ขยายโครงข่ายรถไฟทางคู่ให้กระจายไปยังจังหวัดที่ยังไม่มีระบบราง

ใครได้ประโยชน์ (Target)

  • ประชาชนใน 15 หัวเมือง

ภายในเมื่อไหร่ (Timeframe)

  • ภายใน 100 วัน (ทบทวนความซ้ำซ้อน)
  • ภายใน 8 ปีข้างหน้า (การกระจายความเจริญและเชื่อมโยงเมืองรอง)

ใช้งบเท่าไหร่ (Budget)

ไม่ระบุ

งบมาจากไหน (Budget Source)

ไม่ระบุ

ประชาชน

ปัญหาคืออะไร (Problem)

  • ประเทศไทยเผชิญปัญหาความเหลื่อมล้ำด้านการเดินทางอย่างรุนแรง เนื่องจากงบประมาณส่วนใหญ่ถูกทุ่มไปกับการสร้างถนน แต่ละเลยการพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะ
  • ต้องพึ่งพารถส่วนตัวสูง ต่างจังหวัดแทบไม่มีระบบขนส่งสาธารณะที่มีคุณภาพ
  • รัฐราชการรวมศูนย์ อำนาจการตัดสินใจเรื่องเส้นทางและใบอนุญาตเดินรถถูกผูกขาดโดยส่วนกลาง ซึ่งไม่เข้าใจสภาพปัญหาและความต้องการจริงในแต่ละพื้นที่
  • ขาดการอุดหนุนจากภาครัฐ ผู้ประกอบการรถโดยสารประจำทาง (รถเมล์) รายย่อยขาดงบประมาณสนับสนุนจากรัฐ ทำให้บริการเสื่อมโทรมและทยอยยกเลิกกิจการไปในหลายเมือง

จะทำอะไร (Action)

  • ให้ท้องถิ่นมี “อำนาจ” และ “งบ” จัดการ “ขนส่งสาธารณะ”
  • จัดสรรงบประมาณอุดหนุน เปลี่ยนงบสร้างถนนบางส่วนมาเป็นงบสนับสนุนการเดินรถในท้องถิ่น เพื่อให้บริการครอบคลุมและยั่งยืน
  • ปรับปรุง พระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ. 2522 เพื่อโอนอำนาจการบริหารจัดการ อัตราค่าโดยสาร และการอุดหนุนงบประมาณไปสู่ อปท. โดยตรง
  • ปรับบทบาทสำนักงานขนส่งจังหวัดให้เป็นเพียงผู้กำกับดูแลมาตรฐานความปลอดภัย (Safety Standard) และคุณภาพการให้บริการเท่านั้น
  • ปฏิรูปเส้นทางและรูปแบบการเดินรถใน 15 หัวเมือง นำแนวคิด การเชื่อมต่อไปถึงจุดเริ่มต้นและจุดหมายปลายทาง (First Mile / Last Mile) มาใช้ เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงระบบขนส่งสาธารณะได้สะดวกที่สุด
  • จัดตั้งงบประมาณอุดหนุนการเดินรถท้องถิ่น
  • จัดสรรงบประมาณให้ อปท. เพื่อนำไปสนับสนุนผู้ประกอบการหรือวิสาหกิจชุมชน และชดเชยการขาดทุนในเส้นทางที่จำเป็นต่อคุณภาพชีวิตประชาชน (นำร่องใน 15 หัวเมือง)
  • ส่งเสริมการใช้รถโดยสารที่ทันสมัย ปลอดภัย และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม โดยยึดหลัก การออกแบบเพื่อทุกคน (Universal Design)
  • ท้องถิ่นบริหารจัดการด้วยตนเองอย่างเบ็ดเสร็จ อปท. สามารถบริหารจัดการระบบรถโดยสารประจำทางในพื้นที่ได้เอ

ผลลัพธ์คืออะไร (Outcome)

  • ท้องถิ่นจัดบริการรถเมล์คุณภาพดี ราคาถูก
  • ลดการใช้รถส่วนบุคคล
  • ประชาชนเข้าถึงระบบขนส่งสาธารณะได้สะดวกที่สุด
  • การปรับเปลี่ยนเส้นทางมีความคล่องตัวสูง

ใครได้ประโยชน์ (Target)

  • ประชาชน
  • องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.)
  • ผู้ประกอบการรถโดยสารประจำทาง
  • วิสาหกิจชุมชน

ภายในเมื่อไหร่ (Timeframe)

ไม่ระบุ

ใช้งบเท่าไหร่ (Budget)

ไม่ระบุ

งบมาจากไหน (Budget Source)

ไม่ระบุ

ประชาชน

ปัญหาคืออะไร (Problem)

  • ความเสื่อมโทรมของรถโดยสาร: ปัจจุบันประเทศไทยมีรถโดยสารสาธารณะประมาณ 47,212 คัน โดยกว่า ร้อยละ 68 เป็นรถสองแถวและรถตู้ ที่มีสภาพเก่าและขาดมาตรฐานความปลอดภัย
  • ข้อจำกัดทางกายภาพของเมือง: ถนนในไทยจำนวนมากมีลักษณะเป็นตรอก ซอก ซอยขนาดเล็ก ซึ่งรถเมล์ขนาดใหญ่เข้าไม่ถึง
  • ปัญหาเรื่องความสะดวกในการขึ้น-ลง และความปลอดภัยต่อผู้โดยสาร
  • ประเทศไทยมีศักยภาพด้านแรงงานและเทคโนโลยีที่พร้อมต่อการวิจัยและพัฒนารถโดยสารไฟฟ้า แต่ขาดตลาดรองรับที่ใหญ่พอในการผลักดันเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) ระดับสากล

จะทำอะไร (Action)

  • สร้างตลาดใหม่สำหรับอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าไทย เน้นการผลิต “รถเมล์ไฟฟ้านาโนบัส (Nano Bus) ขนาดเล็กที่ออกแบบมาเพื่อสัญจรในซอยโดยเฉพาะ มีความปลอดภัยสูง ขึ้น-ลงง่าย และช่วยลดปัญหารถติดจากการกีดขวางจราจรขณะรับส่งผู้โดยสาร
  • ผลักดันการผลิตแบบใกล้เคียง 100% ภายในประเทศ
  • มุ่งเป้าส่งออก Nano Bus ไปยังตลาดเอเชียใต้และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
  • จัดทำแผนจัดซื้อรถเมล์ไฟฟ้าใหม่ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมทดแทนรถที่หมดอายุการใช้งานหรือหมดใบอนุญาต ในกรุงเทพมหานคร ปริมณฑล และ 15 หัวเมืองหลัก
  • จัดประกวดออกแบบรถ Nano Bus ต้นแบบ เปิดทางให้หน่วยงานรัฐและ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) สามารถจัดซื้อจัดจ้างได้โดยตรงพร้อมรับสิทธิประโยชน์ทางภาษี
  • ตั้งแต่ปีที่ 3 เป็นต้นไป อปท. จะเป็นผู้เลือกจัดซื้อรถเมล์ไฟฟ้า โดยมีรัฐบาลส่วนกลางสนับสนุนงบประมาณอุดหนุน

ผลลัพธ์คืออะไร (Outcome)

  • ลดปัญหารถติดจากการกีดขวางจราจรขณะรับส่งผู้โดยสาร
  • มีรถเมล์ไฟฟ้าประเภท Nano Bus อย่างน้อย 3,000 คัน รวมทั้งมินิบัสไฟฟ้าและรถเมล์ไฟฟ้าขนาดอื่นอีก 2,600 คัน เข้าสู่ระบบขนส่งทั่วประเทศ
  • สร้างงานและรายได้จากการผลิตและนวัตกรรมใหม่ๆ

ใครได้ประโยชน์ (Target)

  • ประชาชน
  • ผู้ใช้บริการขนส่งสาธารณะ
  • หน่วยงานรัฐ
  • องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.)

ภายในเมื่อไหร่ (Timeframe)

  • ภายใน 2 ปี จัดประกวดออกแบบรถ Nano Bus ต้นแบบ
  • ภายใน 4 ปี การผลิตและการเปลี่ยนผ่าน

ใช้งบเท่าไหร่ (Budget)

ไม่ระบุ

งบมาจากไหน (Budget Source)

ไม่ระบุ

ประชาชน

ปัญหาคืออะไร (Problem)

  • ระบบขนส่งสาธารณะในกรุงเทพฯ และปริมณฑลบริหารจัดการแยกส่วนและไม่เห็นหัวอกผู้ใช้บริการ
  • ค่าแรกเข้าซ้ำซ้อน การเจรจาสัมปทานรถไฟฟ้าแบบรายสาย ทำให้ผู้ที่ต้องเดินทางเชื่อมต่อหลายสายต้องจ่ายค่าแรกเข้าใหม่ทุกครั้ง ส่งผลให้ค่าโดยสารรวมแพงเกินกว่าค่าครองชีพ
  • รถเมล์ถูกละเลย รัฐมักมองรถไฟฟ้าและรถเมล์เป็นโลกคู่ขนาน โดยทุ่มอุดหนุนแต่รถไฟฟ้าแต่ปล่อยให้ระบบรถเมล์เสื่อมโทรม ทั้งที่เป็น "เส้นเลือดฝอย" สำคัญในการนำคนเข้าสู่ระบบ
  • ความไม่เป็นธรรมในการจัดสรรงบประมาณ การอุดหนุนที่เอื้อนายทุนรถไฟฟ้าฝ่ายเดียว ถือเป็นการนำภาษีของประชาชน (รวมถึงคนต่างจังหวัดที่ไม่มีรถเมล์ใช้) ไปอุ้มโครงการที่ผู้มีรายได้น้อยเข้าไม่ถึง
  • ขาดการบูรณาการ ขาดการเชื่อมโยงโครงข่ายและระบบตั๋วร่วมที่ใช้งานได้จริงทุกรูปแบบการเดินทาง

จะทำอะไร (Action)

  • สร้างระบบขนส่งสาธารณะเพื่อทุกคน โดยกำหนดอัตราค่าโดยสารร่วมที่เชื่อมโยงทั้งรถเมล์และรถไฟฟ้าเข้าด้วยกัน ในราคา 8-45 บาทตลอดการเดินทาง
  • พัฒนาแอปพลิเคชันรวมข้อมูลรถเมล์ รถไฟฟ้า และเรือแบบ เวลาจริง (Real-Time) พร้อมเก็บข้อมูลจุดต้นทาง-ปลายทาง (Origin-Destination) เพื่อนำมาปรับปรุงความถี่และเส้นทางเดินรถให้สอดคล้องกับการใช้งานจริง
  • บังคับใช้ระบบตั๋วร่วมแบบ EMV ให้ใช้ได้ทุกสาย
  • กำหนดอัตราค่าโดยสารร่วมรถไฟฟ้า
  • จัดสรรรายได้ระหว่างผู้ประกอบการอย่างเป็นธรรม โดยไม่อุดหนุนเอื้อประโยชน์ให้นายทุน แต่เน้นอุดหนุนเพื่อยกระดับคุณภาพบริการรถเมล์
  • ทยอยนำรถเมล์ร้อนออกจากระบบ และปรับค่าโดยสารรถปรับอากาศเริ่มต้นที่ 8 บาท
  • ปรับปรุงเส้นทางรถเมล์ใหม่ให้สั้นลงแต่ถี่ขึ้น
  • กำหนดส่วนลดเพิ่มเติมสำหรับกลุ่มเป้าหมายเฉพาะ เช่น เด็ก นักเรียน นักศึกษา และผู้สูงอายุ เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายในการเข้าถึงโอกาสต่างๆ
  • ขับเคลื่อนการพัฒนาพื้นที่โดยรอบสถานี เพื่อให้สถานีเป็นศูนย์กลางการใช้ชีวิตที่มีประสิทธิภาพ

ผลลัพธ์คืออะไร (Outcome)

  • ค่าโดยสารรวมทั้งหมดต้องไม่เกิน 45 บาทต่อเที่ยว ไม่ว่าจะต่อรถเมล์กี่สายหรือขึ้นรถไฟฟ้ากี่สี
  • เฉพาะรถเมล์: ค่าแรกเข้า 8 บาท + ระยะทาง 1 บาท/กม. (สูงสุดไม่เกิน 25 บาท)
  • เฉพาะรถไฟฟ้า: ค่าแรกเข้า 15 บาท + ระยะทาง 2 บาท/กม. (สูงสุดไม่เกิน 45 บาท)
  • โดยสาร โดยใช้ระบบตั๋วร่วมแบบ EMV
  • เส้นทางรถเมล์ใหม่สั้นลงแต่ถี่ขึ้น

ใครได้ประโยชน์ (Target)

  • ประชาชน

ภายในเมื่อไหร่ (Timeframe)

  • ภายในปีแรก (ใช้ระบบตั๋วร่วมแบบ EMV, อัตราค่าโดยสารร่วมรถไฟฟ้า)
  • ภายในปีที่ 2 (อัตราค่าโดยสารครอบคลุมทั้งรถเมล์และรถไฟฟ้า)
  • ภายใน 1 ปี (นำรถเมล์ร้อนออกจากระบบ และปรับค่าโดยสารรถปรับอากาศเริ่มต้นที่ 8 บาท)

ใช้งบเท่าไหร่ (Budget)

ไม่ระบุ

งบมาจากไหน (Budget Source)

ไม่ระบุ

ประชาธิปัตย์

ปัญหาคืออะไร (Problem)

  • ค่าเดินทางแพงและไม่เป็นธรรม: ประชาชน โดยเฉพาะผู้มีรายได้น้อย ต้องแบกรับค่าเดินทางสูงเมื่อเดินทางไกลหรือข้ามหลายระบบ ทำให้ค่าใช้จ่ายประจำเดือนเพิ่มขึ้น
  • ระบบตั๋วไม่เชื่อมกัน: การไม่มีตั๋วร่วมทำให้ผู้โดยสารต้องจ่ายซ้ำเมื่อเปลี่ยนระบบรถไฟฟ้าหรือรถเมล์ เพิ่มภาระทั้งเวลาและค่าใช้จ่าย
  • คนเดินทางประจำขาดทางเลือกที่คุ้มค่า: ผู้ใช้ระบบขนส่งสาธารณะทุกวันไม่มีโครงสร้างราคาที่สะท้อนการใช้งานจริงอย่างต่อเนื่อง

จะทำอะไร (Action)

  • ระบบตั๋วร่วมทุกระบบ: ผลักดันกฎหมายให้มีตั๋วร่วมสำหรับรถไฟฟ้าและรถเมล์ทั้งหมด ลดการจ่ายซ้ำเมื่อเปลี่ยนเส้นทางหรือเปลี่ยนระบบ
  • คิดค่าโดยสารแบบเขตพื้นที่ (Zoning): ปรับวิธีคำนวณค่าโดยสารตามเขตการเดินทาง กำหนดเพดานสูงสุดไม่เกิน 30 บาทต่อเที่ยว และต่ำสุดได้ถึง 5 บาท
  • ลดภาระผู้เดินทางระยะไกล: ผู้โดยสารที่เดินทางไกลจะจ่ายค่าโดยสารต่อเที่ยวลดลง สะท้อนการใช้งานจริงอย่างเป็นธรรม
  • รัฐรับภาระค่าใช้จ่ายแทนประชาชน: ให้รัฐเป็นผู้ชดเชยค่าเดินทาง เพื่อไม่ให้ต้นทุนตกกับผู้ใช้บริการ
  • ตั๋วเดือนสำหรับผู้เดินทางประจำ: จัดให้มีตั๋วเดือนราคา 990 บาท สำหรับผู้ใช้ขนส่งสาธารณะเป็นประจำ เพิ่มความคุ้มค่าและช่วยควบคุมค่าใช้จ่ายรายเดือน

ผลลัพธ์คืออะไร (Outcome)

  • การเดินทางสาธารณะเป็นบริการพื้นฐานที่เข้าถึงได้ ในราคาที่เป็นธรรมและคาดการณ์ได้
  • เพดานสูงสุดไม่เกิน 30 บาทต่อเที่ยว และต่ำสุดได้ถึง 5 บาท
  • ผู้โดยสารที่เดินทางไกลจะจ่ายค่าโดยสารต่อเที่ยวลดลง
  • ตั๋วเดือนราคา 990 บาท สำหรับผู้ใช้ขนส่งสาธารณะเป็นประจำ

ใครได้ประโยชน์ (Target)

  • ผู้ใช้บริการรถไฟฟ้าหรือรถเมล์

ภายในเมื่อไหร่ (Timeframe)

ไม่ระบุ

ใช้งบเท่าไหร่ (Budget)

ไม่ระบุ

งบมาจากไหน (Budget Source)

ไม่ระบุ

เพื่อไทย

ปัญหาคืออะไร (Problem)

  • ครอบครัวแรงงานเฉลี่ยมีภาระค่าเดินทางมากกว่า 30% ของค่าแรงขั้นต่ำที่ได้ต่อวัน
  • ค่าโดยสารรถไฟฟ้าแพง ทำให้ประชาชนจำนวนมากเข้าไม่ถึง
  • โครงสร้างสัญญาและระบบสัมปทานที่มีคู่สัญญาหลายเจ้า ทำให้ค่าต้นทุนรวมสูง
  • ประชาชนต้องจ่ายเพิ่มทุกครั้งที่เปลี่ยนสาย
  • ระบบตั๋วร่วมไม่สมบูรณ์ ทำให้ค่าเดินทางจริงสูงเกิน
  • ความเชื่อมโยงระหว่างระบบรถไฟฟ้า–รถเมล์-- ระบบ feeder –การเดินเท้าไม่ดี

จะทำอะไร (Action)

  • ค่าเดินทาง 20 บาทตลอดสายถือบัตร 1 ใบ ไปได้ทุกสถานี
  • ยุติปัญหาจ่ายซ้ำเมื่อเปลี่ยนสาย
  • ลดความยุ่งยาก เพิ่มความสะดวกสะบาย
  • ครอบคลุมเส้นทางรถไฟฟ้า 8 สายหลัก 13 เส้นทาง ได้แก่สีแดงเข้ม (ธานีรัถยา) สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ – รังสิตสีแดงอ่อน (นครวิถี)สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ – ตลิ่งชันแอร์พอร์ตลิงก์สถานีพญาไท – สุวรรณภูมิสีน้ำเงิน (เฉลิมรัชมงคล) บางซื่อ – หัวลำโพงสีน้ำเงิน (ส่วนต่อขยาย 1) หัวลำโพง – บางแค (หลักสอง)สีน้ำเงิน (ส่วนต่อขยาย 2) บางซื่อ – ท่าพระสีม่วง (ฉลองรัชธรรม) คลองบางไผ่ – เตาปูนสีเหลือง (ลาดพร้าว – สำโรง) ลาดพร้าว – สำโรงสีชมพู (แคราย – มีนบุรี) แคราย – มีนบุรีสีเขียว (สุขุมวิท) หมอชิต – สมุทรปราการสีเขียว (ส่วนต่อขยายเหนือ) หมอชิต – สะพานใหม่ – คูคตสีเขียว (สีลม) สนามกีฬาแห่งชาติ – บางหว้าสีทอง กรุงธนบุรี – คลองสาน

ผลลัพธ์คืออะไร (Outcome)

  • ลดภาระค่าใช้จ่ายรายวัน
  • คุณภาพชีวิตของคนเมืองดีขึ้น
  • ทำให้เมืองเป็นที่คนทุกกลุ่มสามารถเข้าถึงโอกาสทางเศรษฐกิจ การศึกษา และบริการสาธารณะได้อย่างเท่าเทียม
  • ลดปัญหารถติด มลพิษ
  • ลด เวลาที่เสียไปบนท้องถนน

ใครได้ประโยชน์ (Target)

  • ประชาชน
  • แรงงาน
  • นักเรียน
  • ผู้สูงอายุ
  • คนทำงานออฟฟิศ

ภายในเมื่อไหร่ (Timeframe)

ไม่ระบุ

ใช้งบเท่าไหร่ (Budget)

ไม่ระบุ

งบมาจากไหน (Budget Source)

ไม่ระบุ

เพื่อไทย

ปัญหาคืออะไร (Problem)

  • คนกรุงเทพฯ และปริมณฑลเดินทางได้ไม่สะดวก
  • ระบบขนส่งสาธารณะยังเข้าไม่ถึงหลายชุมชน
  • สถานีรถไฟฟ้าไม่มีรถสาธารณะวิ่งต่อ
  • ต้องเสียเงินกว่า 1 ใน 4 เพื่อใช้จ่ายกับการเดินทาง
  • การจราจรในกรุงเทพฯ ยังคงแออัด
  • รถหมวด 4 ที่เคยให้บริการในพื้นที่ชุมชนมีจำนวนน้อยลง

จะทำอะไร (Action)

  • สร้างระบบ Feeder และรถเมล์ติดแอร์ โดยคิดค่าโดยสาร 10 บาท
  • พัฒนาระบบรถเมล์ ยกเครื่องระบบขนส่งสาธารณะ
  • ยกระดับรถเมล์ให้เป็นรถไฟฟ้าติดแอร์
  • สนับสนุนค่าตั๋วรถเมล์

ผลลัพธ์คืออะไร (Outcome)

  • ลดค่าใช้จ่ายในการเดินทางลงได้กว่า 40%
  • ประหยัดเวลาการเดินทางมากขึ้น
  • ช่วยลดความแออัดจราจรจากการใช้รถยนต์ส่วนตัว

ใครได้ประโยชน์ (Target)

  • ประชาชนคนกรุงเทพฯ

ภายในเมื่อไหร่ (Timeframe)

ไม่ระบุ

ใช้งบเท่าไหร่ (Budget)

ไม่ระบุ

งบมาจากไหน (Budget Source)

ไม่ระบุ

ภูมิใจไทย

ปัญหาคืออะไร (Problem)

  • ประชาชน มีรายจ่ายในการเดินทางสูง

จะทำอะไร (Action)

  • นำเสนอ “โครงการรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า”
  • ให้ประชาชนผ่อนเพียงเดือนละ 300 บาท 60 งวด

ผลลัพธ์คืออะไร (Outcome)

  • ประชาชนได้รับประโยชน์
  • ซื้อรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าในราคาไม่แพง
  • ลดรายจ่ายในการเดินทางให้กับประชาชน

ใครได้ประโยชน์ (Target)

  • ประชาชน

ภายในเมื่อไหร่ (Timeframe)

ไม่ระบุ

ใช้งบเท่าไหร่ (Budget)

ไม่ระบุ

งบมาจากไหน (Budget Source)

ไม่ระบุ

รักชาติ

ปัญหาคืออะไร (Problem)

ไม่ระบุ

จะทำอะไร (Action)

ไม่ระบุ

ผลลัพธ์คืออะไร (Outcome)

  • การเดินทางเป็นเรื่องง่าย ขนส่งสบาย ราคาเข้าถึงได้ เชื่อมทุกเส้นทางแบบไร้รอยต่อ

ใครได้ประโยชน์ (Target)

ไม่ระบุ

ภายในเมื่อไหร่ (Timeframe)

ไม่ระบุ

ใช้งบเท่าไหร่ (Budget)

ไม่ระบุ

งบมาจากไหน (Budget Source)

ไม่ระบุ

แชร์หน้านี้เกี่ยวกับโครงการ