ประเด็น

ชายแดนไทย-ประเทศเพื่อนบ้าน

มี 13 คำสัญญา จาก

*ฐานข้อมูลมีทั้งหมด 13 พรรค โดยเลือกเฉพาะพรรคที่มีข้อมูลนโยบายในเว็บไซต์ทางการ อ่านเกณฑ์การคัดเลือกพรรคการเมือง

คำชี้แจง

  • ข้อมูลในหน้านี้มาจากข้อความบนเว็บไซต์ทางการของพรรคการเมือง ซึ่งถูกจัดลงตารางตามหัวข้อต่างๆ ด้วยระบบปัญญาประดิษฐ์ (LLM) โดยพยายามคงข้อความตามต้นฉบับให้มากที่สุด
  • หากจำเป็นต้องเพิ่มข้อความเพื่อให้ได้ใจความที่สมบูรณ์ จะถูกแสดงด้วยตัวอักษรสีเทา
  • แม้มีการตรวจสอบโดยทีมงานในระดับหนึ่ง แต่อาจมีความคลาดเคลื่อนเกิดขึ้นได้
  • ผู้ใช้สามารถตรวจสอบเพิ่มเติมกับข้อความต้นฉบับตามลิงก์ด้านล่าง
อ่านที่มาและข้อจำกัดข้อมูล
ไทยภักดี

ปัญหาคืออะไร (Problem)

ไม่ระบุ

จะทำอะไร (Action)

  • เพิ่มงบฯให้เพียงพอพัฒนาและเสริมศักยภาพอาวุธ
  • เพิ่มหลักสูตรการรบ ด้วยเทคโนโลยีให้กับกำลังพล
  • สร้างรั้วชายแดนไทย-กัมพูชา ความยาว ๗๙๘ กม.

ผลลัพธ์คืออะไร (Outcome)

รั้วชายแดนไทย-กัมพูชา ความยาว ๗๙๘ กม.

ใครได้ประโยชน์ (Target)

ไม่ระบุ

ภายในเมื่อไหร่ (Timeframe)

ไม่ระบุ

ใช้งบเท่าไหร่ (Budget)

ไม่ระบุ

งบมาจากไหน (Budget Source)

ไม่ระบุ

ไทยภักดี

ปัญหาคืออะไร (Problem)

ไม่ระบุ

จะทำอะไร (Action)

  • สร้างความสมดุลย์นโยบายต่างประเทศ กับมหาอำนาจทุกฝ่าย
  • ยกเลิก MOU 43 MOU 44

ผลลัพธ์คืออะไร (Outcome)

ไม่ระบุ

ใครได้ประโยชน์ (Target)

ไม่ระบุ

ภายในเมื่อไหร่ (Timeframe)

ไม่ระบุ

ใช้งบเท่าไหร่ (Budget)

ไม่ระบุ

งบมาจากไหน (Budget Source)

ไม่ระบุ

ประชาชน

ปัญหาคืออะไร (Problem)

  • ประเทศไทยตกเป็น "เหยื่อ–ทางผ่าน–แหล่งฟอกเงิน" ไปพร้อมกัน: ประเทศไทยเผชิญความเสียหายทางเศรษฐกิจจากแก๊งสแกมเมอร์ปีละนับแสนล้านบาท โดยขบวนการอาชญากรใช้ไทยเป็นทั้งตลาดหลอกลวงเหยื่อ ทางผ่านเงินผิดกฎหมาย และจุดฟอกเงินผ่านระบบธนาคาร สินทรัพย์ดิจิทัล และบริษัทบังหน้า ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อเสถียรภาพทางเศรษฐกิจและความปลอดภัยของประชาชน
  • "สงครามลูกผสม" (Hybrid Warfare) ต่อความมั่นคงชาติ: นี่ไม่ใช่เพียงคดีฉ้อโกงทั่วไป แต่เป็นสงครามที่เครือข่ายทุนสีเทาใช้เทคโนโลยีการเงินสมัยใหม่ การบิดเบือนข้อมูล และการคอร์รัปชันเจ้าหน้าที่รัฐ เข้ากดทับอธิปไตยทางเศรษฐกิจและระบบยุติธรรมของไทย โดยใช้ทรัพยากรเงินและข้อมูลเป็นอาวุธแทนการใช้กำลังทหาร
  • ชายแดนลุ่มน้ำโขงคือ "ศูนย์กลางโรงงานสแกม" ของโลก: พื้นที่ชายแดนไทยและประเทศเพื่อนบ้าน (กัมพูชา เมียนมา ลาว) กลายเป็นฐานปฏิบัติการขนาดใหญ่ที่แก๊งสแกมเมอร์ใช้แรงงานบังคับและการค้ามนุษย์ สร้างรายได้มหาศาลจนมีสัดส่วนสำคัญต่อ GDP ของบางประเทศในภูมิภาค ส่งผลให้เกิดภัยคุกคามข้ามพรมแดนที่ทำลายเสถียรภาพของภูมิภาคโดยตรง
  • ทุนสีเทาแทรกซึมและ "กินรวบรัฐ" (State Capture): เงินผิดกฎหมายถูกนำมาฟอกผ่านการกว้านซื้ออสังหาริมทรัพย์และกิจการต่างๆ ทำลายการแข่งขันที่เสรี และเปิดช่องให้เจ้าหน้าที่รัฐหรือนักการเมืองบางกลุ่ม "ขายอำนาจ" เพื่อคุ้มครองเครือข่ายผิดกฎหมาย จนเกิดปัญหาการกินรวบรัฐที่กลุ่มทุนนอกกฎหมายสามารถกำหนดทิศทางประเทศได้ในระยะยาว
  • ระบบกฎหมายและกลไกบังคับใช้ "ตามไม่ทัน" อาชญากรรม: กฎหมายฟอกเงิน ค้ามนุษย์ และอาชญากรรมคอมพิวเตอร์ ยังไม่รองรับรูปแบบการทำผิดผ่านคริปโตและแพลตฟอร์มออนไลน์ อีกทั้งการยึดอายัดทรัพย์ข้ามแดนมีข้อจำกัดสูง และหน่วยงานรัฐทำงานแบบแยกส่วน ทำให้ขาดประสิทธิภาพในการปราบปรามอย่างจริงจัง

จะทำอะไร (Action)

  • ประกาศให้การปราบปรามแก๊งสแกมเมอร์ การฟอกเงิน และการค้ามนุษย์ เป็นภารกิจเร่งด่วนสูงสุดระดับชาติ
  • ระดมสรรพกำลังจากทุกหน่วยงานมาจัดการปัญหาอย่างจริงจัง
  • ยกระดับการมองปัญหาจากเดิมที่เป็นเพียง "คดีฉ้อโกงออนไลน์รายบุคคล" ให้เป็นการรับมือกับ "องค์กรอาชญากรรมข้ามชาติและเครือข่ายทุนสีเทา" ที่เป็นภัยต่อความมั่นคงในระดับโครงสร้าง
  • กำหนดยุทธศาสตร์ 3 ชั้น เพื่อถอนรากถอนโคนทุนสีเทา
  • ตั้งศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านสแกมแห่งชาติ (National Anti-Scam War Room)
  • บูรณาการการทำงานแบบเรียลไทม์ระหว่าง ตำรวจไซเบอร์, DSI, ปปง., ธปท., ก.ล.ต., กสทช., และอัยการ ร่วมกับหน่วยงานต่างประเทศ
  • บังคับใช้กฎหมาย (พ.ร.ก. ไซเบอร์ฯ มาตรา 8/10) ให้สถาบันการเงิน ผู้ให้บริการเครือข่ายมือถือ ผู้ให้บริการหลักทรัพย์ ที่ไม่ได้ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ของ ธปท., กสทช., ก.ล.ต. ร่วมรับผิดชอบต่อผู้เสียหาย
  • เสริมมาตรการยืนยันตัวตน (KYC) และการตรวจสอบเส้นทางเงิน (AML) ให้เข้มข้น
  • ใช้ระบบ “ตีตรวนบัญชีม้า” (เช่น การระงับสิทธิ์ทำธุรกรรมทุกธนาคาร)
  • ใช้แนวคิด “ยึดทรัพย์ก่อน สอบสวนทีหลัง” ในกรณีที่มีหลักฐานชัดเจน
  • จัดตั้ง กองทุนชดเชยเหยื่อ
  • นำเงินและทรัพย์สินที่ยึดได้จากกลุ่มอาชญากรมาคืนให้แก่ผู้เสียหาย
  • เอาผิดเจ้าหน้าที่รัฐและนักการเมืองที่พัวพันกับทุนสีเทาอย่างเด็ดขาด
  • มีมาตรการคุ้มครอง ผู้แจ้งเบาะแส (Whistleblower) อย่างจริงจัง
  • ตั้งชุดปฏิบัติการร่วมกับประเทศเพื่อนบ้านเพื่อทลายฐานที่มั่นในจุดยุทธศาสตร์ เช่น ปอยเปต, สีหนุวิลล์ และสามเหลี่ยมทองคำ
  • ตั้ง ศูนย์ข่าวกรองอนุภูมิภาคแม่โขง เพื่อแชร์ข้อมูลบัญชีต้องสงสัย เส้นทางเงิน และพิกัดค่ายสแกมแบบทันเหตุการณ์
  • ปรับนโยบายบริหารจัดการชายแดนให้เน้นการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติเป็นลำดับต้นๆ
  • ผลักดัน แผนปฏิบัติการร่วมอาเซียน ด้านอาชญากรรมไซเบอร์และสแกม
  • ตั้งศูนย์ประสานงานกลางเพื่อเชื่อมต่อกับกลุ่มประเทศเทคโนโลยีสูง เช่น สหรัฐฯ, จีน, ญี่ปุ่น และยุโรป
  • จัดตั้ง ชุดสืบสวนร่วม (Joint Investigation Teams - JITs) กับประเทศคู่ค้า
  • ใช้กลไกตรวจจับการฟอกเงินระดับโลก เช่น FATF, FinCEN และ FIU เพื่อติดตามเงินผิดกฎหมายที่ไหลออกนอกประเทศ
  • ผลักดันข้อตกลงในการเฉลี่ยทรัพย์เพื่อนำสินทรัพย์หรือคริปโตที่รัฐบาลต่างประเทศยึดได้ กลับมาคืนให้แก่เหยื่อชาวไทย
  • เร่งแก้ไขและบังคับใช้กฎหมายสำคัญ 4 ฉบับ ได้แก่ พ.ร.บ. ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน, พ.ร.บ. ป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์, พ.ร.บ. ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ และ พ.ร.บ. ส่งผู้ร้ายข้ามแดน
  • ตรากฎหมายคุมการเงินดิจิทัล: ร่าง พ.ร.บ. กำกับบริการการเงินดิจิทัล
  • จัดตั้ง หน่วยอัยการพิเศษ และ แผนกคดีพิเศษในศาล เพื่อพิจารณาคดีฟอกเงินและอาชญากรรมข้ามชาติโดยเฉพาะ
  • สร้างศูนย์สั่งการเชื่อมข้อมูลเรียลไทม์ระหว่าง ตำรวจไซเบอร์, DSI, ปปง., ธปท., ก.ล.ต., กสทช., กระทรวงต่างประเทศ (MFA) และอัยการ
  • ส่งชุดปฏิบัติการลงพื้นที่จังหวัดชายแดนสำคัญเพื่อจบปัญหาการทำงานล่าช้าหรือการโยนเรื่องระหว่างหน่วยงาน
  • ยกระดับเทคโนโลยีปราบอาชญากรรม
  • ใช้เครื่องมือวิเคราะห์ธุรกรรมบล็อกเชน (Blockchain Analytics) เพื่อตามสืบและอายัดคริปโตเคอร์เรนซีที่ถูกโกงไป
  • บังคับให้สถาบันการเงินและผู้ให้บริการสินทรัพย์ดิจิทัล (VASP) รายงานธุรกรรมต้องสงสัยอย่างเข้มงวด
  • ประสานธนาคารและค่ายมือถือ เพิ่มความเข้มงวดในการเปิดบัญชีหรือซิมใหม่
  • ใช้ระบบอายัดและแจ้งเตือนบัญชีต้องสงสัยแบบเกือบเรียลไทม์ เมื่อพบพฤติกรรมเงินไหลออกต่างประเทศผิดปกติ
  • ตั้งทีมเฉพาะกิจช่วยคนไทยที่ถูกหลอกไปทำงานค่ายสแกมในประเทศเพื่อนบ้าน พร้อมสายด่วนติดตามเคสข้ามพรมแดน
  • เอาผิดเจ้าหน้าที่รัฐ–นักการเมืองที่เกี่ยวข้อง
  • ผนึกกำลัง ป.ป.ช., ป.ป.ท. และ ปปง. สืบเส้นทางเงินเอาผิดนักการเมืองและเจ้าหน้าที่รัฐที่พัวพันทุนสีเทา พร้อมคุ้มครองผู้แจ้งเบาะแส (Whistleblower)
  • อัปเกรดกฎหมายให้เท่าทันโลก
  • เพิ่มกฎระเบียบการส่งข้อมูลธุรกรรม (Travel Rule) และขยายคำนิยาม "องค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ" ให้ครอบคลุมการหลอกลวงออนไลน์
  • แก้ไขกฎหมายค้ามนุษย์ให้ระบุความผิดเรื่อง "การบังคับทำสแกม" ไว้อย่างชัดเจน
  • ยึดทรัพย์เชิงรุกเพื่อเยียวยา
  • ตั้งทีมผสม (ปปง. + ตำรวจ + สรรพากร + อัยการ) และเพิ่มช่องทางให้ศาลสั่งยึดทรัพย์ชั่วคราวได้รวดเร็วขึ้นก่อนเงินถูกโยกย้าย
  • นำทรัพย์สินที่ยึดมาได้เข้าสู่ "กองทุนชดเชยเหยื่อ" เพื่อคืนเงินให้ผู้เสียหาย
  • สร้างเครือข่ายความมั่นคงระดับภูมิภาค
  • บริหารจัดการศูนย์ข่าวกรองลุ่มน้ำโขงเพื่อแชร์ข้อมูลเส้นทางเงินและพิกัดค่ายสแกมร่วมกับประเทศเพื่อนบ้าน
  • สร้างภูมิคุ้มกันดิจิทัล
  • ทำแคมเปญ “รู้ทันสแกม” ร่วมกับแพลตฟอร์มเอกชน
  • บรรจุวิชาความฉลาดทางดิจิทัลและการเงิน (Digital & Financial Literacy) ในหลักสูตรการศึกษาและการฝึกอบรมแรงงาน
  • ผลักดันแผนปฏิบัติการอาเซียนและตั้งศูนย์ประสานงานอาชญากรรมไซเบอร์อาเซียนพร้อมฐานข้อมูลอาชญากรร่วมกัน
  • ทำ MOU จัดตั้งชุดสืบสวนร่วม (Joint Investigation Teams) กับประเทศมหาอำนาจด้านเทคโนโลยี ในคดีใหญ่
  • ปฏิรูประบบการเงินและยุติธรรม
  • ตรา พ.ร.บ. บริการการเงินดิจิทัล เพื่อคุมเข้มแพลตฟอร์มการเงินออนไลน์ทุกประเภท
  • พัฒนาระบบ KYC แบบเชื่อมโยงฐานข้อมูลรัฐและธนาคารแบบเรียลไทม์
  • ตั้งแผนกคดีพิเศษในศาลและหน่วยอัยการพิเศษสำหรับคดีฟอกเงิน-สแกม-ค้ามนุษย์ข้ามชาติ
  • ปรับระเบียบการรับรองพยานหลักฐานดิจิทัลให้รวดเร็วขึ้น
  • ตั้ง “คณะกรรมการนโยบายการปราบปรามแก๊งสแกมและอาชญากรรมข้ามชาติ” โดยมีนายกฯ หรือรองนายกฯ ฝ่ายความมั่นคง เป็นประธาน
  • กำหนดให้มีการรายงานความคืบหน้าต่อรัฐสภาสม่ำเสมอ

ผลลัพธ์คืออะไร (Outcome)

  • คืนเงินและทรัพย์สินที่ยึดได้จากกลุ่มอาชญากรให้แก่ผู้เสียหาย
  • นำสินทรัพย์หรือคริปโตที่รัฐบาลต่างประเทศยึดได้ กลับมาคืนให้แก่เหยื่อชาวไทย
  • กฎหมายสำคัญ 4 ฉบับ รองรับการปราบปรามอาชญากรรมยุคใหม่
  • รองรับการใช้พยานหลักฐานอิเล็กทรอนิกส์ในชั้นศาล
  • จบปัญหาการทำงานล่าช้าหรือการโยนเรื่องระหว่างหน่วยงาน
  • อายัดและแจ้งเตือนบัญชีต้องสงสัยแบบเกือบเรียลไทม์
  • ช่วยคนไทยที่ถูกหลอกไปทำงานค่ายสแกมในประเทศเพื่อนบ้าน
  • เอาผิดนักการเมืองและเจ้าหน้าที่รัฐที่พัวพันทุนสีเทา
  • กฎหมายค้ามนุษย์ระบุความผิดเรื่อง "การบังคับทำสแกม" ไว้อย่างชัดเจน
  • การปราบทุนสีเทาเป็นวาระแห่งชาติที่ไม่ขึ้นอยู่กับวาระของรัฐบาลใดรัฐบาลหนึ่ง

ใครได้ประโยชน์ (Target)

  • ประชาชน
  • ผู้เสียหาย
  • ผู้แจ้งเบาะแส (Whistleblower)
  • คนไทยที่ถูกหลอกไปทำงานค่ายสแกมในประเทศเพื่อนบ้าน

ภายในเมื่อไหร่ (Timeframe)

  • ระยะสั้น (ภายใน 1 ปี): “หยุดเลือดไหล – ปิดรูรั่วหลัก”
  • ระยะกลาง (1–3 ปี): “ปรับโครงสร้างกฎหมาย – เครื่องมือรัฐ”
  • ระยะยาว (มากกว่า 3 ปี): “ออกแบบสถาปัตยกรรมความมั่นคงใหม่”

ใช้งบเท่าไหร่ (Budget)

ไม่ระบุ

งบมาจากไหน (Budget Source)

นำทรัพย์สินที่ยึดมาได้เข้าสู่ "กองทุนชดเชยเหยื่อ" เพื่อคืนเงินให้ผู้เสียหาย

ประชาชน

ปัญหาคืออะไร (Problem)

  • ภัยคุกคามชายแดนซับซ้อนขึ้น แต่โครงสร้างไทยยังแยกส่วน
  • ภารกิจชายแดนไทยกระจายตัวอยู่ภายใต้ความรับผิดชอบของหลายหน่วยงาน
  • การไม่มี "หน่วยงานหลักเพียงหนึ่งเดียว" (Single Lead Agency) ทำให้การประสานงานล่าช้า เกิดช่องว่างทางกฎหมาย และไม่สามารถตอบสนองต่อสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • นโยบายชายแดนมักถูกมองแยกกันระหว่างมิติความมั่นคงและเศรษฐกิจ
  • หากคุมเข้มเกินไป การค้าชายแดนที่มีมูลค่านับล้านล้านบาทต่อปีจะสะดุด
  • หากผ่อนปรนเกินไป กลุ่มมิจฉาชีพจะใช้เป็นช่องทางลักลอบค้ายาเสพติดและค้ามนุษย์
  • หากไทยไม่ปรับปรุงโครงสร้างจะเสียเปรียบและล้าหลังกว่ามาตรฐานภูมิภาคในการจัดการภัยคุกคามสมัยใหม่
  • มีความซ้ำซ้อน (ในงานบริการ)

จะทำอะไร (Action)

  • ปฏิรูปชายแดนด้วยระบบบัญชาการเดียว
  • แยกงานบังคับใช้กฎหมายและบริการ
  • สกัดภัยคุกคามพร้อมอำนวยความสะดวกการค้าชายแดนไทย
  • เสนอการจัดตั้ง One Border Command ภายใต้กระทรวงมหาดไทย
  • แบ่งโครงสร้างเป็น 2 หน่วยงานหลัก เพื่อแยกบทบาท "งานปราบปราม" และ "งานบริการ"
  • จัดตั้ง หน่วยบัญชาการพิทักษ์ชายแดนไทย (Thai Border Guard Command - TBGC) เป็นหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายชายแดนแบบเบ็ดเสร็จ
  • TBGC จะรวมกำลังพล (รับโอนภารกิจจาก 6 กลุ่มหลัก):
  1. ตำรวจตระเวนชายแดน (ตชด.)
  2. สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ตม.): เฉพาะด้านการสืบสวนและบังคับใช้กฎหมาย
  3. กรมศุลกากร: เฉพาะงานด่านศุลกากรและปราบปรามลักลอบ
  4. หน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำน้ำโขง (นรข.):
  5. ทหารพรานตามแนวชายแดน
  6. กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.)
  • TBGC จะแบ่งการทำงานออกเป็น 3 ชั้น ที่สอดประสานกัน ประกอบด้วย:
  1. ชั้นหน้า (Frontline): หน่วยปฏิบัติการแนวหน้า
  2. ชั้นกลาง (Intelligence): หน่วยข่าวกรองและชี้เป้า
  3. ชั้นใน (Interior): หน่วยสืบสวนและบังคับใช้กฎหมาย
  • จัดตั้ง สำนักงานการชายแดนไทย (Thai Border Authority) เป็นหน่วยงานพลเรือนเน้น "งานบริการชายแดน" และ "งานปกครอง"
  • ย้ายงานบริการทั้งหมดจากกรมศุลกากรและ สตม. มาอยู่ภายใต้กระทรวงมหาดไทย
  • กองทัพ: ถอนกำลังจากภารกิจชายแดนในสถานการณ์ปกติ เพื่อกลับไปเน้นภารกิจหลักคือการเตรียมพร้อมรบและป้องกันประเทศ
  • กองทัพ: สนับสนุน TBGC ในด้านข่าวกรอง ยุทโธปกรณ์ และการฝึกอบรม
  • สำนักงานตำรวจแห่งชาติ: ส่งมอบภารกิจ ตชด. และ ตม. (เฉพาะส่วนชายแดน) ให้หน่วยงานใหม่
  • สำนักงานตำรวจแห่งชาติ: เน้นบทบาทตำรวจท้องที่และงานสอบสวนคดีทั่วไปในจังหวัดชายแดน โดยประสานงานใกล้ชิดกับ TBGC ในการรับส่งมอบคดีและปฏิบัติการร่วม
  • ฝ่ายปกครองและท้องถิ่น: ผู้ว่าราชการจังหวัดชายแดนทำหน้าที่เป็น "ตัวกลาง" เชื่อมโยง TBGC และ Thai Border Authority เข้ากับบริบทของพื้นที่ ผ่านกลไกคณะกรรมการความมั่นคงชายแดนระดับจังหวัด
  • หน่วยงานเฉพาะทางอื่น ๆ (เช่น ป.ป.ส., กต., สาธารณสุข, เกษตรฯ): เปลี่ยนจากการทำงานแบบแยกส่วน มาทำงานบน "แพลตฟอร์มข้อมูลร่วม" และขับเคลื่อนผ่านกลไกคณะกรรมการนโยบายชายแดนระดับชาติ
  • ในระยะสั้น (6–12 เดือน): วางฐานกฎหมายและแผนเปลี่ยนผ่าน
  1. ตั้ง คณะกรรมการปฏิรูปการบริหารจัดการชายแดนแห่งชาติ
  2. จัดทำแผนแม่บท
  3. ปฏิรูปกฎหมายชุดใหญ่
  4. ร่าง พ.ร.บ. จัดตั้งสำนักงานบริหารจัดการชายแดนแห่งชาติ
  5. แก้ไขกฎหมายที่ทับซ้อน เช่น พ.ร.บ. คนเข้าเมือง, พ.ร.บ. ศุลกากร และระเบียบ กอ.รมน. เพื่อแบ่งเขตอำนาจให้ชัดเจน
  6. ดำเนินการการสื่อสารองค์กร: รับฟังความคิดเห็นและสร้างความเข้าใจกับเจ้าหน้าที่ที่จะต้องโอนย้าย เรื่องสิทธิประโยชน์ ความก้าวหน้าในสายอาชีพ
  • ในระยะกลาง (1–3 ปี): ตั้งองค์กร ย้ายบุคลากร และพื้นที่นำร่อง
  1. จัดตั้งหน่วยงานจริง: ตั้งศูนย์บัญชาการ One Border Command ภายใต้กระทรวงมหาดไทย
  2. แต่งตั้งผู้บัญชาการหน่วยงาน TBGC และ Thai Border Authority อย่างเป็นทางการ
  3. โอนย้ายบุคลากรแบบเป็นขั้นตอน: ทยอยโอนกำลังพลจาก ตชด., ตม., ศุลกากร, นรข. และทหารพราน
  4. สร้างวัฒนธรรมใหม่: จัดหลักสูตรฝึกอบรมร่วมเพื่อหลอมรวมทักษะ "ทหาร-ตำรวจ-พลเรือน" ให้เป็นหนึ่งเดียว
  5. ดำเนินการพื้นที่นำร่อง: ทดลองใช้ระบบ “ด่านเดียว–บัญชาการเดียว–ฐานข้อมูลเดียว” ในจุดยุทธศาสตร์ เช่น แม่สอด (ตาก), อรัญประเทศ (สระแก้ว) และสามเหลี่ยมทองคำ (เชียงราย)
  • ในระยะยาว (3–5 ปีขึ้นไป): ขยายผลทั่วประเทศและสร้างความยั่งยืน
  1. ครอบคลุมทุกจุดผ่านแดน: ใช้โครงสร้าง TBGC และ Thai Border Authority ในทุกด่านถาวร ท่าเรือ และสนามบินระหว่างประเทศทั่วไทย
  2. ปรับปรุง MOU และสนธิสัญญาชายแดนกับประเทศเพื่อนบ้านให้สอดรับกับโครงสร้างใหม่
  3. ร่วมมือในกรอบอาเซียนเพื่อปราบปรามอาชญากรรมลุ่มน้ำโขง
  4. ประเมินและปรับปรุง: ใช้ดัชนีชี้วัด (KPI)
  5. ผลักดัน One Border Command เข้าสู่ยุทธศาสตร์ความมั่นคงระยะยาว
  6. ให้รัฐสภามีบทบาทกำกับดูแล

ผลลัพธ์คืออะไร (Outcome)

  • อำนวยความสะดวกการค้าชายแดนไทย
  • ลดการประสานงานล่าช้า
  • ลดช่องว่างทางกฎหมาย
  • เพิ่มความสามารถในการตอบสนองต่อสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • สร้างดุลยภาพระหว่าง "ความมั่นคง" และ "การค้าชายแดน"
  • ป้องกันการค้าชายแดนที่มีมูลค่านับล้านล้านบาทต่อปีไม่ให้สะดุด
  • ป้องกันกลุ่มมิจฉาชีพใช้เป็นช่องทางลักลอบค้ายาเสพติดและค้ามนุษย์
  • เกิดการตัดสินใจที่สมดุล
  • ประเทศไทยไม่เสียเปรียบและไม่ล้าหลังกว่ามาตรฐานภูมิภาคในการจัดการภัยคุกคามสมัยใหม่
  • การบริหารจัดการชายแดนมีประสิทธิภาพสูงสุด
  • ลดความซ้ำซ้อน
  • เพิ่มความรวดเร็ว
  • บทบาทของหน่วยงานเดิมเปลี่ยนไปในทิศทางที่ชัดเจนขึ้น
  • กองทัพกลับไปเน้นภารกิจหลักคือการเตรียมพร้อมรบและป้องกันประเทศ
  • สำนักงานตำรวจแห่งชาติเน้นบทบาทตำรวจท้องที่และงานสอบสวนคดีทั่วไปในจังหวัดชายแดน
  • การตัดสินใจเป็นไปในทิศทางเดียวกัน (ของหน่วยงานเฉพาะทางอื่นๆ)
  • รักษาสิทธิประโยชน์/เงินเดือนเดิม (ของบุคลากร)
  • หลอมรวมทักษะ "ทหาร-ตำรวจ-พลเรือน" ให้เป็นหนึ่งเดียว

ใครได้ประโยชน์ (Target)

  • การค้าชายแดนไทย
  • ประชาชน
  • ภาคธุรกิจ

ภายในเมื่อไหร่ (Timeframe)

  • วางฐานกฎหมายและแผนเปลี่ยนผ่าน: ระยะสั้น (6–12 เดือน)
  • ตั้งองค์กร ย้ายบุคลากร และพื้นที่นำร่อง: ระยะกลาง (1–3 ปี)
  • ขยายผลทั่วประเทศและสร้างความยั่งยืน: ระยะยาว (3–5 ปีขึ้นไป)

ใช้งบเท่าไหร่ (Budget)

ไม่ระบุ

งบมาจากไหน (Budget Source)

ไม่ระบุ

ประชาชน

ปัญหาคืออะไร (Problem)

  • ต้นตอปัญหานอกพรมแดนที่รุนแรงขึ้น: ปัจจุบันพื้นที่สามเหลี่ยมทองคำและรัฐว้าในเมียนมา กลายเป็นฐานผลิตยาเสพติดสังเคราะห์ระดับอุตสาหกรรม โดยเฉพาะหลังรัฐประหารในเมียนมาปี 2564 ซึ่งสร้างช่องว่างทางอำนาจให้กลุ่มทุนสีเทาขยายตัว สำนักงานยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ (UNODC) ระบุในรายงานปี 2567 ว่าปริมาณการผลิตและลำเลียงยาเสพติดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เพิ่มสูงขึ้นในระดับที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน
  • อาชญากรรมข้ามชาติและเครือข่ายทุนฟอกเงิน: เครือข่ายยาเสพติดได้พัฒนาเป็น องค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ ที่ใช้บริษัทบังหน้าและการลงทุนในระบบเศรษฐกิจเพื่อฟอกเงิน ปัญหานี้ไม่ได้กระทบแค่ความมั่นคงชายแดน แต่ยังทำลายธรรมาภิบาลของรัฐและระบบเศรษฐกิจในภาพรวม
  • เน้น "จับ-ขัง" แต่ไม่ตัดวงจร: นโยบายที่ผ่านมาเน้นการจับกุมผู้เสพและผู้ค้ารายย่อย ส่งผลให้เรือนจำไทยมีความแออัดอย่างหนัก ข้อมูลจากกรมราชทัณฑ์ระบุว่านักโทษคดียาเสพติดมีสัดส่วนสูงที่สุดในบรรดานักโทษทั้งหมด แต่วงจรการเสพซ้ำยังไม่หมดไป เพราะผู้บงการรายใหญ่ยังลอยนวล
  • ต้นทุนทางสังคมที่มหาศาล: งบประมาณที่เสียไปกับการบังคับใช้กฎหมายและการดูแลผู้ต้องขัง สูงกว่าการลงทุนในระบบบำบัดรักษา หากรัฐไม่ปรับมาลงทุนในระบบการฟื้นฟูเชิงระบบ จะเกิดภาระระยะยาวต่อทั้งครอบครัวและชุมชนอย่างไม่มีที่สิ้นสุด

จะทำอะไร (Action)

  • มิติการทูต: จับมือกับประเทศเพื่อนบ้าน อาเซียน และ UNODC เพื่อผลักดันให้พื้นที่สามเหลี่ยมทองคำปลอดยาเสพติด
  • มิติการทูต: สนับสนุนโครงการพัฒนาทางเลือก เพื่อให้คนในพื้นที่ผลิตมีอาชีพอื่นทดแทนการปลูกพืชยาเสพติด
  • มิติความมั่นคง: อัปเกรดการป้องกันชายแดนด้วยเทคโนโลยี Smart Border เช่น โดรนตรวจการณ์และเซนเซอร์ประสิทธิภาพสูง
  • มิติความมั่นคง: บูรณาการข่าวกรองร่วมกับชุมชนชายแดน ให้ประชาชนเป็นหูเป็นตาและเป็นด่านหน้าในการเฝ้าระวัง
  • มิติเศรษฐกิจ: คุมเข้มการนำเข้า-ส่งออกสารตั้งต้นและเคมีภัณฑ์ ที่จะถูกส่งไปผลิตยาเสพติด
  • มิติเศรษฐกิจ: เน้นการสืบสวนเส้นทางเงิน
  • มิติเศรษฐกิจ: ใช้มาตรการยึดทรัพย์อย่างเด็ดขาด
  • มิติเศรษฐกิจ: นำทรัพย์สินที่ยึดได้จากแก๊งค้ายา กลับมาลงทุนในกองทุนความปลอดภัยชุมชนและระบบบำบัดฟื้นฟู
  • มิติกฎหมาย: ผู้ค้ารายใหญ่: ลงโทษขั้นสูงสุดและใช้กฎหมายจัดการอย่างถึงที่สุด
  • มิติกฎหมาย: ผู้เสพ/รายย่อย: ลดการส่งเข้าคุกเพื่อลดความแออัดในเรือนจำ แต่ใช้ศาลบำบัดยาเสพติด หรือการบังคับบำบัดตามคำสั่งศาล และมาตรการทางเลือกในการรักษาแทน
  • มิติเทคโนโลยี: บูรณาการ Big Data และ AI นิติวิทยาศาสตร์ ร่วมกับข่าวกรองทางการเงินเพื่อแกะรอยการฟอกเงินผ่านสินทรัพย์หลากหลาย ทั้งบัญชีเงินฝาก สินทรัพย์ดิจิทัล รวมไปถึงสินทรัพย์อื่นๆ และมัดตัวเครือข่ายค้ายาออนไลน์และทำลายเส้นทางลำเลียงอย่างแม่นยำ
  • กลไกขับเคลื่อนระดับชาติ: จัดตั้ง คณะกรรมการนโยบายแก้ไขปัญหายาเสพติดแห่งชาติ โดยมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน เพื่อทลายกำแพงระหว่างหน่วยงาน (ความมั่นคง ยุติธรรม สาธารณสุข และต่างประเทศ) ให้ทำงานสอดประสานกัน
  • กลไกขับเคลื่อนระดับชาติ: จัดตั้ง ศูนย์บัญชาการตัดวงจรการเงินและยึดทรัพย์ยาเสพติด เพื่อโฟกัสการสืบสวนเส้นทางการเงินเชิงลึกในทุกคดีสำคัญโดยเฉพาะ
  • แผนปฏิบัติการ ระยะสั้น (ภายใน 1 ปี): เชื่อมข้อมูลข้ามพรมแดน: ทำบันทึกความเข้าใจ (MOU) ด้านข่าวกรองกับประเทศเพื่อนบ้าน
  • แผนปฏิบัติการ ระยะสั้น (ภายใน 1 ปี): ติดตั้งเทคโนโลยีสกัดกั้น: จัดหาโดรนตรวจการณ์และเครื่องเอกซเรย์ประสิทธิภาพสูงประจำจุดเสี่ยง
  • แผนปฏิบัติการ ระยะสั้น (ภายใน 1 ปี): บังคับใช้กฎหมายเชิงรุก: แก้ไขกฎหมายควบคุมสารตั้งต้นของยาเสพติดให้ครอบคลุมสารตั้งต้นตัวใหม่ๆ
  • แผนปฏิบัติการ ระยะสั้น (ภายใน 1 ปี): เริ่มกระบวนการ อายัด-ยึดทรัพย์ รายใหญ่ให้เห็นผลเป็นรูปธรรม
  • แผนปฏิบัติการ ระยะสั้น (ภายใน 1 ปี): เปิดตัวศาลบำบัดยาเสพติดนำร่อง
  • แผนปฏิบัติการ ระยะกลาง (2-5 ปี): พรมแดนอัจฉริยะ: ติดตั้งระบบ Smart Border ครบทุกจุดยุทธศาสตร์ชายแดน
  • แผนปฏิบัติการ ระยะกลาง (2-5 ปี): ศาลบำบัดทั่วไทย: ขยายระบบศาลบำบัดให้ครบทุกจังหวัด
  • แผนปฏิบัติการ ระยะกลาง (2-5 ปี): กองทุนจากทรัพย์คนชั่ว: นำทรัพย์สินที่ยึดได้มาตั้ง กองทุนคืนความปลอดภัยชุมชน เพื่อใช้เยียวยาสังคม
  • แผนปฏิบัติการ ระยะยาว (5-10 ปี): ทลายแหล่งผลิตหลัก: ลดศักยภาพการผลิตยาเสพติดในพื้นที่สามเหลี่ยมทองคำอย่างมีนัยสำคัญผ่านกลไกความร่วมมือระหว่างประเทศ
  • แผนปฏิบัติการ ระยะยาว (5-10 ปี): ทำให้ "ค้ายาไม่คุ้ม": ใช้มาตรการตัดวงจรการเงินและยึดทรัพย์อย่างเด็ดขาด
  • แผนปฏิบัติการ ระยะยาว (5-10 ปี): สร้างกลไกที่ยั่งยืน: วางรากฐานระบบการทำงานและฐานข้อมูลกลางให้เป็นระบบถาวร
  • แผนปฏิบัติการ ระยะยาว (5-10 ปี): ผู้นำระดับภูมิภาค: ผลักดันให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการฝึกอบรมด้านการสืบสวนและการริบทรัพย์สิน (Asset Recovery) ในอนุภูมิภาคแม่โขง
  • ระบบคืนคนสู่สังคม: ปรับทัศนคติ: ยึดหลักการ "ผู้เสพคือผู้ป่วย" ต้องได้รับการบำบัดรักษา
  • ระบบคืนคนสู่สังคม: บำบัดครบวงจร: ตั้งแต่การถอนพิษยา การฟื้นฟูสมรรถภาพ และการติดตามผลอย่างต่อเนื่องในชุมชน

ผลลัพธ์คืออะไร (Outcome)

  • พื้นที่สามเหลี่ยมทองคำปลอดยาเสพติด ลดศักยภาพการผลิตยาเสพติดในพื้นที่สามเหลี่ยมทองคำอย่างมีนัยสำคัญ
  • ทำให้ คนในพื้นที่ผลิตมีอาชีพอื่นทดแทนการปลูกพืชยาเสพติด
  • ลดการส่งเข้าคุกเพื่อลดความแออัดในเรือนจำ
  • มัดตัวเครือข่ายค้ายาออนไลน์และทำลายเส้นทางลำเลียงอย่างแม่นยำ
  • การ อายัด-ยึดทรัพย์ รายใหญ่ให้เห็นผลเป็นรูปธรรม
  • ระบบ Smart Border ครบทุกจุดยุทธศาสตร์ชายแดน
  • ระบบศาลบำบัดครอบคลุมทุกจังหวัด
  • มี กองทุนคืนความปลอดภัยชุมชน เพื่อใช้เยียวยาสังคม
  • มี ระบบการทำงานและฐานข้อมูลกลางเป็นระบบถาวร
  • รัฐบาลในอนาคตสามารถปฏิบัติงานต่อเนื่องได้ทันทีโดยไม่ต้องเริ่มนับหนึ่งใหม่
  • ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการฝึกอบรมด้านการสืบสวนและการริบทรัพย์สิน (Asset Recovery) ในอนุภูมิภาคแม่โขง
  • อัตราการเสพซ้ำที่ลดลง
  • อัตราการมีงานทำ ของผู้ที่ผ่านการบำบัด

ใครได้ประโยชน์ (Target)

  • ผู้เสพยาเสพติด
  • สังคม
  • ประเทศเพื่อนบ้าน
  • คนในพื้นที่ผลิตยาเสพติด
  • ผู้ที่ผ่านการบำบัดยาเสพติด
  • ชุมชน

ภายในเมื่อไหร่ (Timeframe)

  • การดำเนินการ ทำบันทึกความเข้าใจ (MOU) ด้านข่าวกรองกับประเทศเพื่อนบ้านทันที
  • การดำเนินการ (ระยะสั้น "อุดรอยรั่วและกวาดล้างรายใหญ่") ภายใน 1 ปี
  • การดำเนินการ (ระยะกลาง "สร้างระบบป้องกันที่เข้มแข็ง") 2-5 ปี
  • การดำเนินการ (ระยะยาว "ตัดวงจรอย่างยั่งยืน") 5-10 ปี

ใช้งบเท่าไหร่ (Budget)

ไม่ระบุ

งบมาจากไหน (Budget Source)

ไม่ระบุ

ประชาชน

ปัญหาคืออะไร (Problem)

  • ปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา
  • สถานการณ์ความขัดแย้งและความมั่นคงระหว่างไทยและกัมพูชามีปัจจัยที่ซับซ้อนเกินกว่าการตอบโต้ทางการทหารเพียงอย่างเดียว
  • ภัยคุกคามลูกผสม (Hybrid Warfare): ความขัดแย้งในปัจจุบันเป็นการผสานกันระหว่างการทหาร การเงิน อาชญากรรมข้ามชาติ และสงครามข้อมูลข่าวสาร (Information Operations) ซึ่งส่งผลกระทบต่อความสงบสุขของประชาชนในวงกว้าง
  • เครือข่ายสแกมเมอร์ในฐานะท่อน้ำเลี้ยง: เงินจากอาชญากรรมหลอกลวงออนไลน์ถูกนำไปใช้จัดหาอาวุธ ซื้ออิทธิพล และดำเนินปฏิบัติการทางการเมืองที่เป็นปรปักษ์ต่อประเทศไทย การคงอยู่ของธุรกิจสีเทาเหล่านี้จึงเป็นตัวเร่งความรุนแรง
  • ต้นทุนของการทำสงครามกับไทยในปัจจุบัน “ยังไม่แพงพอ”: ตราบใดที่กัมพูชายังสามารถยั่วยุ ใช้กำลัง และสามารถปล่อยให้อาชญากรรมข้ามชาติดำเนินการได้โดยไม่ต้องรับผลกระทบทางการเงิน กฎหมาย และการเมืองระหว่างประเทศ แรงจูงใจในการยุติความขัดแย้งจะไม่มีวันเกิดขึ้น
  • ความอ่อนไหวต่ออธิปไตย: รัฐบาลจำเป็นต้องมีนโยบายที่ยืนยันการปกป้องดินแดนอย่างเด็ดขาด โดยไม่ปล่อยให้การปะทะกลายเป็นสงครามยืดเยื้อที่ทำลายเศรษฐกิจชายแดน

จะทำอะไร (Action)

  • รักษาขีดความสามารถป้องกันประเทศ รวมทั้งการมีกลไกต่างๆเพื่อไม่ให้ความขัดแย้งขยายตัว
  • ใช้คณะกรรมการเขตแดนร่วม (JBC) เป็นกลไกหลักแก้ปัญหาเขตแดน
  • สร้างกลไกทำงานแบบบูรณาการด้านภัยคุกคามลูกผสม (ความมั่นคง–ตำรวจ–การเงิน–ไซเบอร์–การต่างประเทศ)
  • ติดตามและตัดเส้นทางเงินที่มาจากการหลอกลวงประชาชน ด้วยการใช้ฐานข้อมูล Data Bureau สร้างลายแทง สืบต้นตอ จัดการถอนรากถอนโคน
  • อายัดและยึดเงินที่เกี่ยวข้องกับอาชญากรรม
  • ปิดช่องทางฟอกเงิน
  • ดำเนินคดีกับตัวการใหญ่
  • ช่วยเหลือเหยื่อค้ามนุษย์อย่างเป็นระบบ
  • สร้างแนวร่วมระดับภูมิภาคเพื่อแก้ไขปัญหาแก๊งสแกมเมอร์และการค้ามนุษย์
  • เจรจากับประเทศที่อาจขายอาวุธให้กัมพูชา
  • รวบรวมหลักฐานอย่างเป็นระบบ และใช้กลไกระหว่างประเทศ เช่น ศาลอาญาระหว่างประเทศ เป็นเครื่องมือกดดันอย่างรอบคอบ

ผลลัพธ์คืออะไร (Outcome)

  • จบปัญหาชายแดน
  • ตัดท่อน้ำเลี้ยงสงคราม
  • ความสัมพันธ์ที่ดีกับไทยคือทางเลือกเดียวที่คุ้มค่าสำหรับกัมพูชา
  • การยั่วยุทุกครั้งต้องแลกกับผลเสียที่จับต้องได้
  • คุ้มครองชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชน
  • ความขัดแย้ง ไม่ ขยายตัว
  • ชะลอหรือจำกัดการส่งอาวุธให้กัมพูชาที่ทำให้ความรุนแรงเพิ่มขึ้น

ใครได้ประโยชน์ (Target)

  • เหยื่อค้ามนุษย์
  • เหยื่อสแกมเมอร์

ภายในเมื่อไหร่ (Timeframe)

ไม่ระบุ

ใช้งบเท่าไหร่ (Budget)

ไม่ระบุ

งบมาจากไหน (Budget Source)

ไม่ระบุ

ประชาชน

ปัญหาคืออะไร (Problem)

  • วิกฤตในประเทศเมียนมาส่งผลกระทบโดยตรงต่อความมั่นคง เศรษฐกิจ และสิทธิมนุษยชนของประเทศไทย
  • ภัยคุกคามข้ามชาติและเศรษฐกิจสีเทา: พื้นที่ชายแดนถูกครอบงำด้วยระบบ "เงินเร็ว–โตเร็ว" ที่เชื่อมโยงกับการฟอกเงิน อาชญากรรมไซเบอร์ สแกมเมอร์ ยาเสพติด และการค้ามนุษย์ ซึ่งกระทบต่อความมั่นคงของพลเมืองไทยโดยตรง
  • ปัญหาคอร์รัปชันตามแนวชายแดน: การทุจริตของเจ้าหน้าที่รัฐบางส่วนกลายเป็น "คอขวด" ที่เอื้อให้ไทยกลายเป็นทางผ่านและโครงสร้างสนับสนุนเครือข่ายอาชญากรรม
  • วิกฤตด้านมนุษยธรรม: การสู้รบที่ยืดเยื้อสร้างภาระมนุษยธรรมในการดูแลผู้ลี้ภัยและผลักดันให้กลุ่มเปราะบางเข้าสู่วงจรเศรษฐกิจผิดกฎหมายและความรุนแรงมากขึ้น

จะทำอะไร (Action)

  • จัดตั้งสำนักงานผู้แทนพิเศษด้านเมียนมา
  • พัฒนาเครือข่ายความร่วมมือและข่าวกรองกับกลุ่มชาติพันธุ์ เพื่อปราบปรามยาเสพติดและอาชญากรรมข้ามชาติ
  • ใช้ตำแหน่งทางภูมิศาสตร์และยุทธศาสตร์แร่หายาก (Rare Earths) เป็นเครื่องมือเพิ่มอำนาจต่อรองกับมหาอำนาจ
  • ใช้เศรษฐกิจชายแดนและระบบโลจิสติกส์ เป็นเครื่องมือเพิ่มอำนาจต่อรอง
  • ยึดหลัก “ประเทศเมียนมานำโดยคนเมียนมา” (Myanmar-led) โดยไม่เลือกข้างทางการเมือง โดยเน้นความร่วมมือกับทุกฝ่ายเฉพาะในมิติมนุษยธรรม การคุ้มครองพลเรือน และการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติอย่างจริงจัง
  • ไม่ยอมให้ประเทศไทยถูกใช้เป็นฐานกำลังในการต่อสู้ หรือเป็นช่องทางสนับสนุนการฟอกเงินและการละเมิดสิทธิมนุษยชนทุกรูปแบบ
  • ผลักดันการหยุดยิงและเปิดช่องทางความช่วยเหลือทางมนุษยธรรมอย่างปลอดภัย
  • ลงโทษเจ้าหน้าที่รัฐที่เอื้อประโยชน์ธุรกิจสีเทาอย่างเด็ดขาด ทั้งทางวินัยและอาญา พร้อมระบบยึดทรัพย์
  • นำเทคโนโลยีเครื่องสแกน, ภาพถ่ายดาวเทียม และโดรน มาใช้สกัดกั้นการลักลอบขนส่งสิ่งผิดกฎหมาย
  • จัดตั้งระบบรับเรื่องร้องเรียนที่คุ้มครองผู้ให้ข้อมูลและมาตรการหมุนเวียนตัวบุคคลที่ปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งที่เสี่ยงต่อการคอร์รัปชัน
  • ไทยต้องเป็นแกนนำในการริเริ่ม ทำงานร่วมกับอาเซียน
  • ดำเนินนโยบายทวิภาคีเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของไทย

ผลลัพธ์คืออะไร (Outcome)

  • บรรลุ ความมั่นคงและเศรษฐกิจที่ยั่งยืน
  • ทำให้ไทย ไม่เป็นช่องทางของเงิน อาวุธ วัสดุหรือบริการที่เอื้อการทำสงคราม และเครือข่ายฟอกเงินที่เกี่ยวข้องกับการละเมิดสิทธิร้ายแรง
  • ไทยกลับมาเป็นผู้เล่นหลักในเวทีระหว่างประเทศและไม่ตกเป็นเพียงผู้รับผลกระทบจากความขัดแย้ง
  • ตัดวงจรความยากจนที่ผลักดันพลเรือนเข้าสู่เศรษฐกิจผิดกฎหมาย

ใครได้ประโยชน์ (Target)

  • คนเมียนมา
  • ผู้ลี้ภัย
  • กลุ่มเปราะบาง

ภายในเมื่อไหร่ (Timeframe)

ไม่ระบุ

ใช้งบเท่าไหร่ (Budget)

ไม่ระบุ

งบมาจากไหน (Budget Source)

ไม่ระบุ

เพื่อบ้านเมือง

ปัญหาคืออะไร (Problem)

ไม่ระบุ

จะทำอะไร (Action)

  • ส่งเสริมและสนับสนุนภาครัฐดำเนินการตามรัฐธรรมนูญและยุทธศาสตร์ชาติ
  • พิทักษ์รักษาไว้ซึ่งสถาบันพระมหากษัตริย์ เอกราช อธิปไตย บูรณภาพ แห่งอาณาเขตและเขตที่ประเทศไทยมีสิทธิอธิปไตย เกียรติภูมิและผลประโยชน์ของชาติ ความมั่นคงของรัฐและความสงบเรียบร้อยของประชาชน
  • จัดให้มีการทหารและการข่าวกรองที่มีประสิทธิภาพ
  • ส่งเสริมให้มีการใช้กำลังทหารเข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาประเทศ
  • ยกเลิกการเกณฑ์ทหารแต่จะใช้วิธีการสมัครใจเป็นทหารแทน

ผลลัพธ์คืออะไร (Outcome)

  • ลดรายจ่ายของงบประมาณแผ่นดิน (จากการใช้กำลังทหารเข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาประเทศ)
  • (ทหารโดยสมัครใจ) ได้รับค่าตอบแทนตามคุณวุฒิการศึกษา

ใครได้ประโยชน์ (Target)

  • กองกำลังพล

ภายในเมื่อไหร่ (Timeframe)

ไม่ระบุ

ใช้งบเท่าไหร่ (Budget)

ไม่ระบุ

งบมาจากไหน (Budget Source)

ไม่ระบุ

เพื่อบ้านเมือง

ปัญหาคืออะไร (Problem)

ไม่ระบุ

จะทำอะไร (Action)

  • บูรณาการความร่วมมือด้านความมั่นคงกับอาเซียนและนานาชาติ
  • ร่วมมือทางการพัฒนากับประเทศเพื่อนบ้านภูมิภาค, โลก, องค์กรภาครัฐและที่มิใช่ภาครัฐ
  • ถือหลักความเพื่อบ้านเมืองในการปฏิบัติต่อกัน และไม่แทรกแซงกิจการภายในของกันและกัน
  • เสริมสร้างและรักษาดุลยภาพสภาวะแวดล้อมระหว่างประเทศการเสริมสร้างและธำรงไว้ซึ่งสันติภาพและความมั่นคงของภูมิภาค

ผลลัพธ์คืออะไร (Outcome)

  • คุ้มครองผลประโยชน์ของชาติและของคนไทยในต่างประเทศ
  • เสริมสร้างและรักษาสันติภาพและความมั่นคงของภูมิภาค

ใครได้ประโยชน์ (Target)

  • ประชาชน
  • คนไทยในต่างประเทศ

ภายในเมื่อไหร่ (Timeframe)

ไม่ระบุ

ใช้งบเท่าไหร่ (Budget)

ไม่ระบุ

งบมาจากไหน (Budget Source)

ไม่ระบุ

ภูมิใจไทย

ปัญหาคืออะไร (Problem)

  • ปัญหาความมั่นคง ตามแนวชายแดน
  • การบุกรุกดินแดน
  • การลักลอบขนสินค้าเกษตร
  • ลักลอบขนยาเสพติด
  • แรงงานเถื่อน
  • ภัยคุกคามทุกรูปแบบ
  • การลักลอบนำของเถื่อนเข้าประเทศ
  • เครือข่ายสแกมเมอร์
  • การพนัน
  • กาสิโน
  • ทุนสีเทา

จะทำอะไร (Action)

  • สร้างกำแพง

ผลลัพธ์คืออะไร (Outcome)

  • ปกป้องประเทศจากภัยคุกคามทุกรูปแบบ
  • ปกป้องอธิปไตย
  • ปกป้องเศรษฐกิจ
  • ปกป้องคุณภาพชีวิตของประชาชน

ใครได้ประโยชน์ (Target)

  • ประชาชน

ภายในเมื่อไหร่ (Timeframe)

ไม่ระบุ

ใช้งบเท่าไหร่ (Budget)

ไม่ระบุ

งบมาจากไหน (Budget Source)

ไม่ระบุ

รวมไทยสร้างชาติ

ปัญหาคืออะไร (Problem)

กัมพูชาผิดข้อตกลงเกินกว่า 600 ครั้ง

จะทำอะไร (Action)

ยกเลิก MOU 43-44

ผลลัพธ์คืออะไร (Outcome)

ไม่ระบุ

ใครได้ประโยชน์ (Target)

ทหาร

ภายในเมื่อไหร่ (Timeframe)

ไม่ระบุ

ใช้งบเท่าไหร่ (Budget)

ไม่ระบุ

งบมาจากไหน (Budget Source)

ไม่ระบุ

รวมไทยสร้างชาติ

ปัญหาคืออะไร (Problem)

ไม่ระบุ

จะทำอะไร (Action)

สร้างรั้วไทย-กัมพูชา

ผลลัพธ์คืออะไร (Outcome)

ไม่ระบุ

ใครได้ประโยชน์ (Target)

ไม่ระบุ

ภายในเมื่อไหร่ (Timeframe)

ไม่ระบุ

ใช้งบเท่าไหร่ (Budget)

ไม่ระบุ

งบมาจากไหน (Budget Source)

ไม่ระบุ

โอกาสใหม่

ปัญหาคืออะไร (Problem)

ไม่ระบุ

จะทำอะไร (Action)

  • เป็นกลางในความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์และภูมิเศรษฐศาสตร์
  • ทำงานร่วมมือกับทุกฝ่ายตามหลักการสากลที่นานาชาติยอมรับ
  • คำนึงถึงผลประโยชน์ของประเทศเป็นสำคัญ

ผลลัพธ์คืออะไร (Outcome)

ไม่ระบุ

ใครได้ประโยชน์ (Target)

ไม่ระบุ

ภายในเมื่อไหร่ (Timeframe)

ไม่ระบุ

ใช้งบเท่าไหร่ (Budget)

ไม่ระบุ

งบมาจากไหน (Budget Source)

ไม่ระบุ

แชร์หน้านี้เกี่ยวกับโครงการ