ประเด็น

ภาษี

มี 7 คำสัญญา จาก

*ฐานข้อมูลมีทั้งหมด 13 พรรค โดยเลือกเฉพาะพรรคที่มีข้อมูลนโยบายในเว็บไซต์ทางการ อ่านเกณฑ์การคัดเลือกพรรคการเมือง

คำชี้แจง

  • ข้อมูลในหน้านี้มาจากข้อความบนเว็บไซต์ทางการของพรรคการเมือง ซึ่งถูกจัดลงตารางตามหัวข้อต่างๆ ด้วยระบบปัญญาประดิษฐ์ (LLM) โดยพยายามคงข้อความตามต้นฉบับให้มากที่สุด
  • หากจำเป็นต้องเพิ่มข้อความเพื่อให้ได้ใจความที่สมบูรณ์ จะถูกแสดงด้วยตัวอักษรสีเทา
  • แม้มีการตรวจสอบโดยทีมงานในระดับหนึ่ง แต่อาจมีความคลาดเคลื่อนเกิดขึ้นได้
  • ผู้ใช้สามารถตรวจสอบเพิ่มเติมกับข้อความต้นฉบับตามลิงก์ด้านล่าง
อ่านที่มาและข้อจำกัดข้อมูล
ไทยสร้างไทย

ปัญหาคืออะไร (Problem)

  • SMEs ไทย ต้องประสบกับปัญหาจากผลกระทบอย่างหนักของเศรษฐกิจถดถอยอันเป็นผลมาจากโควิด-19

จะทำอะไร (Action)

  • ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล SMEs
  • ออกมาตรการมาช่วยเหลือ SMEs

ผลลัพธ์คืออะไร (Outcome)

  • สร้างขีดความสามารถในการแข่งขันให้ SMEs ไทย

ใครได้ประโยชน์ (Target)

  • SMEs ไทย

ภายในเมื่อไหร่ (Timeframe)

ไม่ระบุ

ใช้งบเท่าไหร่ (Budget)

ไม่ระบุ

งบมาจากไหน (Budget Source)

ไม่ระบุ

ไทยสร้างไทย

ปัญหาคืออะไร (Problem)

  • ภาระค่าใช้จ่ายที่ต้องดูแลตนเองและครอบครัวของคนไทยในวัยหนุ่มสาว
  • ภาระค่าใช้จ่ายที่ต้องดูแลพ่อแม่ของคนไทยในวัยหนุ่มสาว
  • หนี้สินพร้อมดอกเบี้ยที่ใช้คืนเท่าไหร่ก็ไม่หมด
  • คนไทยในวัยหนุ่มสาวที่เพิ่งก้าวเข้าสู่วัยทำงานมีรายได้ยังคงเท่าเดิม
  • ปัจจุบันสำหรับผู้ที่มีเงินได้สุทธิไม่เกิน 150,000 บาท จะได้รับยกเว้นไม่ต้องเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาอยู่แล้ว แต่ยังต้องเสียภาษีจากรายได้ในส่วนที่เกิน 150,000 บาท

จะทำอะไร (Action)

  • เสนอให้มีการออกกฎหมายมาลดภาระภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา
  • ยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา สำหรับเงินได้สุทธิเฉพาะส่วนที่อยู่ในช่วง 150,001 บาท แต่ไม่เกิน 300,000 บาท

ผลลัพธ์คืออะไร (Outcome)

  • ไม่ต้องเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา
  • ลดภาษีในอัตราร้อยละ 5 คิดเป็นเงินภาษีเท่ากับ 7,500 บาท
  • ลดภาระค่าใช้จ่าย
  • มีเงินเหลือมากขึ้นสำหรับการดูแลตนเองและครอบครัว

ใครได้ประโยชน์ (Target)

  • คนไทยในวัยหนุ่มสาวที่เพิ่งก้าวเข้าสู่วัยทำงาน
  • กลุ่มคนไทยประมาณ 2 ล้านคน ที่เพิ่งก่อร่างสร้างตัวมีรายได้ประมาณ 30,000 ถึง 40,000 บาท ต่อเดือน

ภายในเมื่อไหร่ (Timeframe)

ไม่ระบุ

ใช้งบเท่าไหร่ (Budget)

ไม่ระบุ

งบมาจากไหน (Budget Source)

ไม่ระบุ

ประชาชน

ปัญหาคืออะไร (Problem)

  • ประสิทธิภาพการจัดเก็บต่ำกว่าศักยภาพ
  • Tax-to-GDP ของไทยเฉลี่ยอยู่ที่เพียง 14.7% ซึ่งต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของกลุ่มประเทศรายได้ปานกลางระดับสูงที่ทำได้ราว 18%
  • ไทยยังมีประสิทธิภาพในการหารายได้ต่ำกว่าที่ควรจะเป็น ส่งผลให้ขาดงบประมาณในการพัฒนาและต้องพึ่งพาการกู้เงินจนหนี้สาธารณะสูงขึ้น
  • ปัญหาเชิงโครงสร้างและความเหลื่อมล้ำ
  • ฐานภาษีแคบ: จำนวนผู้เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดามีน้อยเมื่อเทียบกับประชากร เพราะรายได้ส่วนใหญ่อยู่ในระบบเศรษฐกิจนอกระบบ
  • ความไม่เป็นธรรม: เงื่อนไขการลดหย่อนภาษียังไม่เอื้อต่อคนส่วนใหญ่ และขั้นตอนการยื่นภาษีมีความยุ่งยากซับซ้อน
  • ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างยังไม่สามารถลดความเหลื่อมล้ำในการถือครองที่ดินได้จริง และจัดเก็บรายได้ได้น้อยกว่าเป้าหมาย

จะทำอะไร (Action)

  • ปฏิรูปภาษีให้มีประสิทธิภาพ โปร่งใส เป็นธรรม
  • ปฏิรูปภาษีใหม่ ดึงทุกคนเข้าสู่ระบบ ขยายฐานรายได้บุคคล ปรับ VAT เป็นขั้นบันไดพร้อมเงินเยียวยา และเก็บภาษีที่ดินรวมแปลง
  • กวดขันให้แรงงานในระบบ (ผู้ประกันตน ม.33 และข้าราชการ) ยื่นแบบภาษีให้ครบ 100%
  • กำหนดให้ทุกคนที่บรรลุนิติภาวะต้องเข้าสู่ระบบภาษี โดยเสียภาษีตั้งแต่บาทแรกที่มีเงินได้หลังหักค่าลดหย่อน
  • ปรับรูปแบบเอกสารภาษีให้เข้าใจง่ายและกรอกได้ง่าย
  • เชื่อมโยงข้อมูล: การขอใบอนุญาตทำงานของคนต่างด้าว ต้องทำพร้อมกับการขอเลขประจำตัวผู้เสียภาษี
  • เพิ่มมาตรการจูงใจในการยื่นแบบ เช่น กรณีโครงการแบบมุ่งเป้าที่ไม่เกี่ยวข้องกับการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อย จะให้ผู้ที่ยื่นแบบฯ มีสิทธิเข้าร่วมโครงการก่อน หรือมีโควตาพิเศษสำหรับผู้ที่ยื่นแบบฯ
  • แก้ไขประมวลรัษฎากรเพื่อกำหนดให้ทุกคนที่บรรลุนิติภาวะแล้วต้องเข้าระบบภาษี และเสียภาษีตั้งแต่มีเงินได้พึงประเมินหลังหักค่าลดหย่อนตั้งแต่บาทแรก
  • ปรับเพิ่มค่าลดหย่อนส่วนตัวเป็น 100,000 บาทต่อปี
  • เปลี่ยนวิธีลดหย่อนการออมต่างๆ เป็นการลดภาษีโดยตรงในสัดส่วนเท่ากันทุกราย ไม่ใช่หักค่าใช้จ่ายจากรายได้พึงประเมิน
  • ถ้าสภาพเศรษฐกิจดีขึ้น และการบริโภคไม่ถดถอย จะปรับขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่มเป็น 8% ภายในปี 2571 และเป็น 10% ภายในปี 2573
  • รัฐจะจ่ายเงินชดเชยให้สำหรับผู้มีรายได้น้อย
  • ปรับปรุงการแจ้งการประเมินภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง โดยกำหนดให้แจ้งผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์เป็นหลัก
  • กำหนดให้ผู้มีหน้าที่เสียภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างคือเจ้าของที่ดินและสิ่งปลูกสร้างนั้น เว้นแต่ในกรณีที่ดินที่เอกชนไม่อาจมีกรรมสิทธิ์ ให้ผู้ครอบครองที่ดินมีหน้าที่ต้องเสียภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง
  • ปรับลดเบี้ยปรับจาก 40% เหลือ 10% และลดลงอีกเหลือ 1% หากชำระเบี้ยปรับก่อนได้รับหนังสือแจ้งเตือน
  • ให้ชำระเฉพาะต้นเงินโดยไม่ต้องชำระเบี้ยปรับ หรือชำระเบี้ยปรับในอัตราใหม่ (มาตรการนิรโทษกรรมภาษีอย่างอ่อน)
  • ปรับลดมูลค่าการยกเว้นภาษีสำหรับการใช้ประโยชน์เพื่อเกษตรกรรมและเพื่อการอยู่อาศัย จาก 50 ล้านบาท เหลือ 5 ล้านบาท
  • กำหนดประเภทการใช้ประโยชน์ที่ดินและสิ่งปลูกสร้างเพิ่มเติม
  • ให้อำนาจองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) กำหนดอัตราภาษีแต่ละประเภทตามความเหมาะสม (เช่น ตามข้อกำหนดผังเมือง หรือในกรณีของที่ดินตาบอด) ภายใต้เพดานอัตราภาษีสูงสุดตามกฎหมาย (ไม่เกิน 3%)
  • จัดเก็บภาษีจากบุคคลธรรมดาที่ถือครองที่ดินตั้งแต่ 50 ไร่ขึ้นไป หรือนิติบุคคลที่ถือครองที่ดินตั้งแต่ 1 ไร่ขึ้นไป
  • เสียภาษีในอัตราไม่เกิน 1.5% ของมูลค่าที่ดิน
  • กรมสรรพากรมีหน้าที่ประเมินภาษี ในช่วงปลายปีของทุกปี
  • กำหนด KPI กรมสรรพากรในการนำคนเข้าสู่ระบบภาษี และเชื่อมโยงข้อมูลกับกรมบัญชีกลางและสำนักงานประกันสังคม
  • มอบหมายกรมสรรพากร ออกแบบ ภ.ง.ด. 90/91 ใหม่ให้เข้าใจง่าย และสร้างแบบฟอร์มใหม่ที่ไม่ซับซ้อนสำหรับผู้มีรายได้น้อย
  • กำหนดให้การขอและต่ออายุใบอนุญาตทำงานคนต่างด้าว ต้องขอเลขประจำตัวผู้เสียภาษี และใช้ประวัติการชำระภาษีเป็นเอกสารประกอบ
  • แก้ไขประมวลรัษฎากร: ให้ข้อมูลการชำระภาษีเป็นไปโดยเปิดเผย กำหนดให้ไม่มีขั้นต่ำของเงินได้ สำหรับผู้มีหน้าที่ยื่นรายการเกี่ยวกับเงินได้พึงประเมิน และเพื่อแก้ไขอัตราค่าลดหย่อนส่วนตัวและคู่สมรส
  • ตราพระราชกฤษฎีกา: ออกกฎหมายเพื่อปรับลดอัตราภาษีเป็น 8% ในระยะแรก และปล่อยให้กลับสู่ 10% ตามประมวลรัษฎากร ในระยะที่สอง
  • จัดสรรงบประมาณเพื่อจ่ายเงินชดเชยให้สำหรับผู้มีรายได้น้อย
  • แก้ไข พ.ร.บ. ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง พ.ศ. 2562 และจัดทำระบบสำหรับการแจ้งภาษีผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์
  • แก้ไข พ.ร.บ. ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง พ.ศ. 2562 มาตรา 68 เพื่อปรับลดอัตราเบี้ยปรับ และให้นิรโทษกรรมภาษีอย่างอ่อน
  • แก้ไข พ.ร.บ. ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง พ.ศ. 2562 มาตรา 40 และมาตรา 41 เพื่อปรับลดมูลค่าการยกเว้นภาษีสำหรับการใช้ประโยชน์เพื่อเกษตรกรรมและเพื่อการอยู่อาศัย
  • แก้ไข พ.ร.บ. ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง พ.ศ. 2562 และกฎหมายลำดับรองที่เกี่ยวข้อง เพื่อเพิ่มอำนาจให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นกำหนดอัตราภาษีตามสีผังเมือง เพื่อใช้ภาษีเป็นเครื่องมือในการพัฒนาเมือง
  • แก้ไขเพิ่มเติม ประมวลรัษฎากร โดยเพิ่มหมวดที่เกี่ยวข้องกับการเก็บภาษีที่ดินรวมแปลง เพื่อเก็บภาษีที่ดินจากเจ้าของที่ดินที่ถือครองที่ดินเกินกว่าจำนวนที่กำหนด
  • กรมสรรพากรมีหน้าที่ประเมินภาษี และเชื่อมโยงข้อมูลภาษีระหว่างกรมที่ดิน กรมสรรพากร และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

ผลลัพธ์คืออะไร (Outcome)

  • มีประสิทธิภาพ โปร่งใส เป็นธรรม (การปฏิรูปภาษี)
  • ลดความเหลื่อมล้ำและเพิ่มงบประมาณรัฐ
  • ขยายฐาน (ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา)
  • ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ง่าย และเป็นธรรม
  • แรงงานในระบบ (ผู้ประกันตน ม.33 และข้าราชการ) ยื่นแบบภาษีให้ครบ 100%
  • เอกสารภาษีเข้าใจง่ายและกรอกได้ง่าย
  • ค่าลดหย่อนส่วนตัวเป็น 100,000 บาทต่อปี
  • ปรับขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่มเป็น 8%
  • ปรับขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่มเป็น 10%
  • ลดผลกระทบในการดำรงชีวิตจากการปรับขึ้นอัตราภาษีมูลค่าเพิ่ม
  • อุดช่องโหว่ ลดความเหลื่อมล้ำ (ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง)
  • ลดอัตราเบี้ยปรับจาก 40% เหลือ 10%
  • ลดอัตราเบี้ยปรับเหลือ 1% หากชำระเบี้ยปรับก่อนได้รับหนังสือแจ้งเตือน
  • ลดมูลค่าการยกเว้นภาษีสำหรับการใช้ประโยชน์เพื่อเกษตรกรรมและเพื่อการอยู่อาศัย จาก 50 ล้านบาท เหลือ 5 ล้านบาท
  • เสียภาษีในอัตราไม่เกิน 1.5% ของมูลค่าที่ดิน (สำหรับภาษีที่ดินรวมแปลง)
  • รัฐมีรายได้เพิ่มขึ้นประมาณ 100,000 ล้านบาท

ใครได้ประโยชน์ (Target)

  • แรงงานในระบบ (ผู้ประกันตน ม.33 และข้าราชการ)
  • ทุกคนที่บรรลุนิติภาวะ
  • คนต่างด้าว
  • ผู้มีรายได้น้อย
  • เจ้าของที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง
  • ผู้ครอบครองที่ดิน
  • บุคคลธรรมดาที่ถือครองที่ดินตั้งแต่ 50 ไร่ขึ้นไป
  • นิติบุคคลที่ถือครองที่ดินตั้งแต่ 1 ไร่ขึ้นไป
  • กรมสรรพากร
  • กรมบัญชีกลาง
  • สำนักงานประกันสังคม
  • องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.)
  • กรมที่ดิน

ภายในเมื่อไหร่ (Timeframe)

  • ภายในปีแรก (สำหรับ Action: กวดขันให้แรงงานในระบบ ยื่นแบบภาษีให้ครบ 100%)
  • ภายในปี 2571 (สำหรับ Outcome: ปรับขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่มเป็น 8%)
  • ภายในปี 2573 (สำหรับ Outcome: ปรับขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่มเป็น 10%)

ใช้งบเท่าไหร่ (Budget)

ไม่ระบุ

งบมาจากไหน (Budget Source)

ไม่ระบุ

ประชาชน

ปัญหาคืออะไร (Problem)

  • ความกังวลหลักของผู้ต้องขังเมื่อพ้นโทษคือการขาดโอกาสทางอาชีพและการเงิน ซึ่งอาจนำไปสู่การกระทำผิดซ้ำและกลับเข้าสู่วงจรเดิม
  • รัฐยังคงต้องแบกรับภาระงบประมาณในการบริหารจัดการเรือนจำต่อไป
  • กฎหมายไม่ครอบคลุมการฝึกอบรม: บทบัญญัติเดิม ยังไม่ครอบคลุมการฝึกอบรมอาชีพแก่ผู้ต้องขังที่ยังอยู่ในเรือนจำ ทำให้ผู้ต้องขังขาดการเตรียมความพร้อมก่อนปล่อยตัว
  • ปัญหาการบังคับใช้จริง: บุคลากรและเจ้าหน้าที่สรรพากรในแต่ละพื้นที่ ขาดความรู้ความเข้าใจในบทบัญญัติของกฎหมายฉบับนี้ ส่งผลให้บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลไม่ได้รับสิทธิประโยชน์จริงตามกฎหมาย
  • ขาดแรงจูงใจทางเศรษฐกิจ: เมื่อนิติบุคคลไม่ได้รับสิทธิประโยชน์ที่ชัดเจนและปฏิบัติได้จริง จึง ขาดแรงจูงใจ ในการเข้ามาฝึกอบรมอาชีพ ฝึกงาน และจ้างงานผู้ต้องขัง/ผู้พ้นโทษอย่างต่อเนื่อง

จะทำอะไร (Action)

  • สร้างแรงจูงใจให้ภาคเอกชนร่วม "คืนคนสู่สังคม" ผ่านมาตรการภาษีและเงินอุดหนุนจ้างงาน
  • พรรคประชาชนจะสร้างแรงจูงใจทางเศรษฐกิจแก่ภาคเอกชน บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล ให้เข้ามาฝึกอบรมอาชีพ ฝึกงาน และจ้างงานผู้ต้องขังและผู้พ้นโทษ
  • ให้สิทธิในการลงรายจ่ายทางภาษีได้ 2 เท่า (สำหรับนิติบุคคล) หากมีการฝึกอบรมอาชีพให้กับ ผู้ต้องขัง (ที่อยู่ในเรือนจำ) ไม่น้อยกว่า 120 ชั่วโมง/ปี
  • รัฐจะอุดหนุนเงินเดือนให้ครึ่งหนึ่ง โดยสูงสุดไม่เกิน 8,000 บาท/เดือน ให้กับการจ้างผู้พ้นโทษ
  • ปรับปรุงพระราชกฤษฎีกา ออกตามความในประมวลรัษฎากรว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ 774) พ.ศ. 2566
  • ขยายขอบเขตสิทธิประโยชน์ทางภาษีสำหรับนิติบุคคลให้ครอบคลุมเงื่อนไขตามกรณีข้างต้น
  • กรมสรรพากรออกหนังสือไปยังสำนักงานสรรพากรในทุกพื้นที่ เพื่อให้ข้อมูลและกำชับเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานให้ปฏิบัติตามพระราชกฤษฎีกาฉบับปรับปรุงใหม่อย่างถูกต้อง
  • กรมราชทัณฑ์จัดทำระบบเก็บข้อมูลชั่วโมงการฝึกอบรมอาชีพของนิติบุคคล ให้แก่ผู้ต้องขัง
  • กรมราชทัณฑ์รับรองเอกสาร สำหรับให้นิติบุคคลสามารถใช้สิทธิประโยชน์มาตรการภาษีกับสำนักงานสรรพากรในแต่ละพื้นที่ได้
  • กรมราชทัณฑ์ จัดทำกฎหมายอนุบัญญัติ เพื่อรับรองสิทธิประโยชน์มาตรการภาษีสำหรับนิติบุคคล
  • กรมราชทัณฑ์ กำหนดหลักเกณฑ์และคุณสมบัติของผู้ต้องขังที่สอดคล้องกับเงื่อนไขข้างต้น
  • กรมราชทัณฑ์ ทำ MOU ร่วมกับภาคเอกชน

ผลลัพธ์คืออะไร (Outcome)

  • ผู้พ้นโทษมีรายได้เลี้ยงชีพ
  • ผู้พ้นโทษ ไม่กลับไปกระทำผิดซ้ำ / ลดอัตราการกระทำผิดซ้ำ
  • รัฐ ไม่ต้องแบกรับภาระงบประมาณในการบริหารจัดการเรือนจำต่อไป
  • บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลจะได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษี
  • ผู้พ้นโทษได้รับการจ้างงาน

ใครได้ประโยชน์ (Target)

  • ผู้พ้นโทษ
  • นายจ้าง
  • บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล
  • ผู้ต้องขัง

ภายในเมื่อไหร่ (Timeframe)

ไม่ระบุ

ใช้งบเท่าไหร่ (Budget)

ไม่ระบุ

งบมาจากไหน (Budget Source)

ไม่ระบุ

ประชาธิปัตย์

ปัญหาคืออะไร (Problem)

  • ภาระภาษีไม่สอดคล้องค่าครองชีพจริง: เกณฑ์เงินได้สุทธิที่ไม่ต้องเสียภาษีปัจจุบันอยู่ที่ 150,000 บาทต่อปี หรือประมาณ 26,583 บาทต่อเดือน ซึ่งไม่ได้ปรับมานาน ไม่ทันกับเงินเฟ้อและค่าครองชีพที่เพิ่มขึ้นทุกปี
  • ผู้เริ่มทำงานและรายได้น้อยถูกบั่นทอนกำลังซื้อ: คนทำงานเงินเดือนระดับต้นต้องเสียภาษีทั้งที่รายได้แท้จริงแทบไม่พอค่าใช้จ่ายพื้นฐาน ส่งผลให้การออมต่ำและคุณภาพชีวิตตึงตัว
  • เศรษฐกิจฐานล่างฟื้นตัวช้า: กำลังซื้อของคนเงินเดือนต่ำหลายล้านคนถูกจำกัด กระทบการหมุนเวียนเศรษฐกิจในชีวิตประจำวัน

จะทำอะไร (Action)

  • ยกเพดานเงินได้สุทธิที่ไม่ต้องเสียภาษี: ปรับจาก 150,000 บาทต่อปี เป็น 320,000 บาทต่อปี หรือประมาณเดือนละ 40,000 บาท

ผลลัพธ์คืออะไร (Outcome)

  • โครงสร้างภาษีเงินได้ให้เป็นธรรมและทันสมัย สะท้อนค่าครองชีพจริงของคนทำงาน
  • ลดภาระผู้เริ่มทำงานและรายได้น้อย: ให้คนเงินเดือนต่ำกว่า 40,000 บาทไม่ต้องเสียภาษีสุทธิ เพิ่มรายได้ใช้จ่ายทันที
  • กระตุ้นเศรษฐกิจจากฐานล่าง: เพิ่มกำลังซื้อของคนทำงานหลายล้านคน ให้เงินหมุนเวียนกลับสู่เศรษฐกิจจริง
  • สร้างความเป็นธรรมทางภาษี: ทำให้ระบบภาษีสะท้อนสภาพเศรษฐกิจและเงินเฟ้อที่เปลี่ยนไป ลดความเหลื่อมล้ำระหว่างรายได้จากแรงงานกับรายได้ประเภทอื่น

ใครได้ประโยชน์ (Target)

  • ประชาชนที่เงินเดือนต่ำกว่า 40,000 บาท

ภายในเมื่อไหร่ (Timeframe)

ไม่ระบุ

ใช้งบเท่าไหร่ (Budget)

ไม่ระบุ

งบมาจากไหน (Budget Source)

ไม่ระบุ

เพื่อบ้านเมือง

ปัญหาคืออะไร (Problem)

ไม่ระบุ

จะทำอะไร (Action)

  • รักษาวินัยทางการเงินการคลังอย่างเคร่งครัด
  • แบ่งสันปันส่วนจากผู้มีรายได้มากสู่ผู้มีรายได้รายน้อยอย่างเป็นระบบ
  • จัดเก็บภาษีจากผู้ใช้ทรัพยากรมากและก่อให้เกิดมลภาวะมาก ผู้มีที่ที่ดินมาก เป็นต้น
  • จัดให้มีมาตรการสวัสดิการช่วยเหลือประชาชน

ผลลัพธ์คืออะไร (Outcome)

  • ฐานะทางการเงินการคลังของรัฐมีเสถียรภาพและมั่นคงอย่างยั่งยืน
  • ลดความเหลื่อมล้ำทางสังคมและทางเศรษฐกิจให้ลดน้อยลงให้ได้มากที่สุด
  • ประชาชน ชุมชน สังคมและประเทศชาติได้รับการกระจายรายได้จากภาษี
  • ประชาชนสามารถดำรงชีวิตอยู่ได้อย่างมีคุณภาพ อย่างยั่งยืนและมีความสุข

ใครได้ประโยชน์ (Target)

  • ประชาชน
  • ผู้มีรายได้น้อย

ภายในเมื่อไหร่ (Timeframe)

ไม่ระบุ

ใช้งบเท่าไหร่ (Budget)

ไม่ระบุ

งบมาจากไหน (Budget Source)

ไม่ระบุ

รวมไทยสร้างชาติ

ปัญหาคืออะไร (Problem)

ไม่ระบุ

จะทำอะไร (Action)

ไม่ระบุ

ผลลัพธ์คืออะไร (Outcome)

คนละครึ่ง ปลอดภาษี

ใครได้ประโยชน์ (Target)

ไม่ระบุ

ภายในเมื่อไหร่ (Timeframe)

ไม่ระบุ

ใช้งบเท่าไหร่ (Budget)

ไม่ระบุ

งบมาจากไหน (Budget Source)

ไม่ระบุ

แชร์หน้านี้เกี่ยวกับโครงการ