ประเด็น

สังคมสูงวัยและผู้พิการ

มี 22 คำสัญญา จาก

*ฐานข้อมูลมีทั้งหมด 13 พรรค โดยเลือกเฉพาะพรรคที่มีข้อมูลนโยบายในเว็บไซต์ทางการ อ่านเกณฑ์การคัดเลือกพรรคการเมือง

คำชี้แจง

  • ข้อมูลในหน้านี้มาจากข้อความบนเว็บไซต์ทางการของพรรคการเมือง ซึ่งถูกจัดลงตารางตามหัวข้อต่างๆ ด้วยระบบปัญญาประดิษฐ์ (LLM) โดยพยายามคงข้อความตามต้นฉบับให้มากที่สุด
  • หากจำเป็นต้องเพิ่มข้อความเพื่อให้ได้ใจความที่สมบูรณ์ จะถูกแสดงด้วยตัวอักษรสีเทา
  • แม้มีการตรวจสอบโดยทีมงานในระดับหนึ่ง แต่อาจมีความคลาดเคลื่อนเกิดขึ้นได้
  • ผู้ใช้สามารถตรวจสอบเพิ่มเติมกับข้อความต้นฉบับตามลิงก์ด้านล่าง
อ่านที่มาและข้อจำกัดข้อมูล
ไทยสร้างไทย

ปัญหาคืออะไร (Problem)

  • คนพิการมีรายได้ต่ำ
  • คนพิการขาดโอกาสในการจ้างงาน
  • คนพิการร่วม 7 แสนคนมีปัญหาในการดูแลตนเอง
  • ขาดแคลนล่ามภาษามือ
  • ขาดอุปกรณ์และเครื่องมือช่วยคนพิการ

จะทำอะไร (Action)

  • เพิ่มเบี้ยยังชีพคนพิการ 3,000 บาท/เดือน (เดิม = 800-1,000 บาท)
  • เพิ่มการจ้างงานคนพิการ 60,000 คน ใน 3 ปี
  • เพิ่มผู้ดูแลคนพิการ 60,000 คน ใน 3 ปี
  • เพิ่มล่ามภาษามือ
  • เพิ่มงบประมาณจัดซื้ออุปกรณ์และเครื่องมือช่วยคนพิการ
  • ส่งเสริมให้มีการจัดตั้งกองทุนสงเคราะห์คนพิการ
  • จัดสรรงบประมาณเงินช่วยเหลือการปรับปรุงบ้านเรือน
  • สนับสนุนทุนการศึกษาของคนพิการ

ผลลัพธ์คืออะไร (Outcome)

  • เบี้ยยังชีพคนพิการ 3,000 บาท/เดือน
  • มีการจ้างงานคนพิการ 60,000 คน
  • มีคนพิการได้รับการดูแล
  • มีอุปกรณ์และกลไกช่วยคนพิการเพิ่มขึ้น

ใครได้ประโยชน์ (Target)

  • คนพิการ

ภายในเมื่อไหร่ (Timeframe)

  • ภายใน 3 ปี

ใช้งบเท่าไหร่ (Budget)

ไม่ระบุ

งบมาจากไหน (Budget Source)

ไม่ระบุ

ไทยสร้างไทย

ปัญหาคืออะไร (Problem)

  • คนแก่ไทยส่วนใหญ่ 'แก่ก่อนรวย' คือมีฐานะยากจน และสุขภาพไม่ดี
  • ประเทศไทยเต็มไปด้วยคนแก่ที่ยากจน และสุขภาพไม่ดี
  • ปัญหาคนในวัยทำงานลดน้อยลงอย่างมีนัยสำคัญ
  • รัฐต้องสูญเสียค่าใช้จ่ายจำนวนมากไปกับการดูแลรักษาพยาบาลผู้สูงวัย

จะทำอะไร (Action)

  • สร้างนโยบายบำนาญประชาชน ให้เป็นสวัสดิการที่รัฐให้กับประชาชนเพื่อเป็นหลักประกันรายได้ของผู้สูงอายุในวัยเกษียณ
  • ผู้สูงอายุที่มีอายุเกิน 60 ปี ที่มีรายได้ไม่พอยังชีพจะได้รับ "บำนาญประชาชน" คนละ 3,000 บาท ต่อเดือน
  • ผู้รับบำนาญ 3,000 บาท ต้องเข้าโปรแกรมสร้างเสริมสุขภาพ ที่ศูนย์สร้างสุขภาพใกล้บ้าน
  • ให้ความรู้ Re-skill, Up-skill ให้ผู้สูงอายุใช้ในการดูแลสุขภาพตัวเอง และใช้ในการทำมาหากิน
  • สร้างสังคมผู้สูงวัยที่มีคุณค่า ไร้ข้อจำกัดในเรื่องวัยทำงาน
  • เปิดโอกาสให้ผู้สูงวัยที่มีสุขภาพที่ดีทุกคนได้มีโอกาสได้ทำงานในงานที่เหมาะสมกับลักษณะความถนัดและประสบการณ์ของตน

ผลลัพธ์คืออะไร (Outcome)

  • ผู้สูงวัยมีรายได้เพียงพอต่อการยังชีพเดือนละ 3,000 วันละ 100 บาท พออยู่ได้อย่างมีศักดิ์ศรี
  • ผู้สูงอายุมีสุขภาพดีกลับมาทำงานได้
  • ลดภาระลูกหลานในการดูแลผู้สูงอายุ

ใครได้ประโยชน์ (Target)

  • ผู้สูงอายุ

ภายในเมื่อไหร่ (Timeframe)

ไม่ระบุ

ใช้งบเท่าไหร่ (Budget)

ไม่ระบุ

งบมาจากไหน (Budget Source)

ไม่ระบุ

ประชาชน

ปัญหาคืออะไร (Problem)

  • ปัญหา "แก่ก่อนรวย": ประเทศไทยมีผู้สูงอายุที่มีรายจ่ายต่ำกว่าเส้นความยากจน (3,078 บาท) กว่า 1 ล้านคน ผู้สูงอายุกว่า ร้อยละ 40 มีเงินออมเฉลี่ยไม่ถึง 50,000 บาท และผู้สูงอายุเพียงประมาณ 2 ล้านคนเท่านั้นที่มีบำเหน็จบำนาญจากการทำงาน ทำให้ผู้สูงอายุส่วนใหญ่ต้องพึ่งพาเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุในการดำรงชีพ
  • เบี้ยยังชีพไม่สอดคล้องกับค่าครองชีพ: เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุยังคงเป็นแบบ ขั้นบันไดตามช่วงอายุ ตั้งแต่เดือนละ 600–1,000 บาท โดยไม่มีการปรับเพิ่มมาตั้งแต่ปี 2556

จะทำอะไร (Action)

  • ออกมติคณะรัฐมนตรีเพื่อปรับอัตราเบี้ยผู้สูงอายุ ตามระเบียบของกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยหลักเกณฑ์การจ่ายเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

ผลลัพธ์คืออะไร (Outcome)

  • เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ เพิ่มเป็น 1,000 บาท ถ้วนหน้าในเดือนตุลาคมปี 2569
  • ขยายเป็น 1,500 บาทต่อเดือน ภายในปี 2573
  • ผู้สูงอายุที่ยากจนที่สุด 5% สุดท้ายของประเทศ พ้นจากเส้นความยากจน
  • ผู้สูงอายุหลุดพ้นจากความยากจนจำนวน 870,000 คน หรือประมาณ 87% ของผู้สูงอายุที่ยากจนทั้งหมดในปัจจุบัน

ใครได้ประโยชน์ (Target)

  • ผู้สูงอายุ
  • ผู้สูงอายุที่ยากจนที่สุด 5% สุดท้ายของประเทศ

ภายในเมื่อไหร่ (Timeframe)

  • ในเดือนตุลาคมปี 2569 (สำหรับเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ เพิ่มเป็น 1,000 บาท ถ้วนหน้า)
  • ภายในปี 2573 (สำหรับเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ ขยายเป็นเป็น 1,500 บาทต่อเดือน)

ใช้งบเท่าไหร่ (Budget)

  • ใช้งบประมาณเพิ่มขึ้นประมาณ 1.72 แสนล้านบาทต่อปี

งบมาจากไหน (Budget Source)

ไม่ระบุ

ประชาชน

ปัญหาคืออะไร (Problem)

  • เบี้ยยังชีพปัจจุบันไม่เพียงพอต่อการดำรงชีพ: คนพิการส่วนใหญ่ได้รับเบี้ยยังชีพ 800–1,000 บาทต่อเดือน ซึ่งไม่สอดคล้องกับค่าครองชีพที่เพิ่มสูงขึ้น
  • ความเปราะบางทางเศรษฐกิจ: ครัวเรือนที่มีคนพิการกว่าร้อยละ 40 อยู่ในกลุ่มครัวเรือนที่ยากจนที่สุด และครัวเรือนที่มีคนพิการมากกว่าร้อยละ 30 มีรายได้ไม่เพียงพอต่อรายจ่าย โดยเฉลี่ยขาดหายไปประมาณ 3,500 บาทต่อเดือน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นรายได้ที่หายไปจากการที่คนพิการขาดโอกาสในการประกอบอาชีพ
  • กระบวนการเข้าถึงสิทธิสร้างภาระ: กระบวนการต่ออายุบัตรคนพิการทุก 8 ปี แม้ในกรณีที่ความพิการเป็นภาวะถาวร สร้างความลำบากอย่างมาก โดยเฉพาะต่อผู้พิการที่ติดบ้านหรือติดเตียง ซึ่งไม่สามารถเดินทางไปต่ออายุได้ ทำให้ถูกตัดสิทธิ์เบี้ยยังชีพโดยไม่จำเป็น
  • ขาดแคลนกายอุปกรณ์ เข้าไม่ถึงการฟื้นฟู: การสำรวจความพิการยังพบว่า มีผู้สูงอายุประมาณ 694,748 คน ที่ยังไม่ได้รับอุปกรณ์ความช่วยเหลือจากรัฐ เช่น เครื่องช่วยฟัง (146,215 คน) ไม้เท้า (129,056 คน) แว่นตาที่ตัดพิเศษ (117,488 คน) รถนั่งคนพิการ (115,363 คน) ขณะเดียวกัน ก็มีคนพิการที่จำเป็นต้องได้รับการฟื้นฟูสมรรถภาพ แต่ไม่ได้รับบริการฟื้นฟูมีมากถึง 384,306 คน โดยมีเหตุผลสำคัญคือ ไม่มีผู้พาไป หรือเดินทางไม่สะดวก และไม่มีเงินจ่ายค่าบริการ

จะทำอะไร (Action)

  • ปรับอัตราเบี้ยคนพิการ: แก้ไขระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยหลักเกณฑ์การจ่ายเงินเบี้ยความพิการให้คนพิการขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
  • ปรับปรุงกระบวนการออกและต่ออายุบัตร: แก้ไขระเบียบคณะกรรมการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการแห่งชาติ เพื่อปรับปรุงหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการยื่นคำขอมีบัตรประจำตัวคนพิการ การออกบัตร และการกําหนดเจ้าหน้าที่ผู้มีอํานาจออกบัตรประจําตัวคนพิการ การกําหนดสิทธิหรือการเปลี่ยนแปลงสิทธิ การขอสละสิทธิของคนพิการ และอายุบัตรของคนพิการ
  • ใช้งบประมาณร่วมกับนโยบายกองทุนผู้พึ่งพิงระยะยาว เพื่อสนับสนุนผู้ดูแล และบริการจำเป็นสำหรับคนพิการ
  • ปรับปรุงกฎระเบียบ กำหนดมาตรฐาน และสร้างฐานข้อมูลสำหรับการจัดการธนาคาร/คลังอุปกรณ์

ผลลัพธ์คืออะไร (Outcome)

  • เพิ่มเบี้ยคนพิการถ้วนหน้า 1,200 บาท/เดือน
  • เพิ่มเบี้ยสำหรับผู้ที่มีปัญหาในการดูแลตัวเองระดับรุนแรง เป็น 2,000 บาทต่อเดือน (ซึ่งจากรายงานปี 2565 มีประมาณ 620,000 คน)
  • ลดการตกหล่น (จากการปรับปรุงกระบวนการออกและต่ออายุบัตรคนพิการ)

ใครได้ประโยชน์ (Target)

  • คนพิการ
  • กลุ่มพิการรุนแรง
  • ครัวเรือนที่มีคนพิการ
  • ผู้พิการที่ติดบ้านหรือติดเตียง
  • ผู้สูงอายุ

ภายในเมื่อไหร่ (Timeframe)

ไม่ระบุ

ใช้งบเท่าไหร่ (Budget)

  • ใช้งบประมาณเพิ่มไม่เกิน 20,000 ล้านบาท/ปี

งบมาจากไหน (Budget Source)

ไม่ระบุ

ประชาชน

ปัญหาคืออะไร (Problem)

  • สังคมไทยเข้าสู่สังคมสูงวัย และโรคไม่ติดต่อเรื้อรังเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
  • ระบบปฐมภูมิยังมีปัญหาที่ต้องเร่งแก้ไขเพื่อยกระดับและฟื้นความเชื่อมั่นจากประชาชน
  • ระบบสุขภาพปฐมภูมินอก กทม. กำลังเผชิญปัญหาหลัก 3 เรื่อง
  • คุณภาพบริการลดลงหลังการถ่ายโอน รพ.สต. ไปยังองค์การบริหารส่วนท้องถิ่น
  • โรงพยาบาลแบกภาระ เกินกำลัง เพราะ ประชาชนลดการใช้บริการ รพ.สต. และหันไปใช้โรงพยาบาลชุมชน (รพช.) มากขึ้น
  • รพ.สต. ขาดแคลนบุคลากร: ขาดกำลังคนถึง 50% รวมถึงบุคลากรสหวิชาชีพ ซึ่งเป็นอุปสรรคต่อการให้บริการตามมาตรฐานและการทำงานเชิงรุก
  • รพ.สต. ขาดงบประมาณ: การจัดสรรงบประมาณเหมาจ่ายรายหัว (จาก CUP) มักทำให้หน่วยบริการปฐมภูมิเสียเปรียบ โดยงบที่เบิกจ่ายให้หน่วยปฐมภูมิในปี 2567 คิดเป็นเพียง 8.99% ของงบบัตรทองทั้งหมด
  • รพ.สต. ขาดทักษะการบริหารจัดการ: การถ่ายโอนองค์ความรู้และบุคลากรจากกระทรวงสาธารณสุขไปยัง อปท. ยังไม่ราบรื่น ทำให้เกิดปัญหาด้านการบริหารจัดการ เช่น การจัดซื้อยา การจัดบริการทันตกรรมและกายภาพบำบัดที่หายไป

จะทำอะไร (Action)

  • ยกระดับหน่วยปฐมภูมิให้เป็น หน่วยบริการหลักด่านแรก ของระบบสุขภาพ
  • เพิ่มแพทย์ประจำ และบรรจุบุคลากรและสหวิชาชีพให้ปฏิบัติการได้ 70-100% ของกรอบอัตรากำลัง
  • เสริม แนวหน้าสุขภาพเฉพาะทาง อีก 100,000 ตำแหน่ง
  • เพิ่มงบพัฒนาโครงสร้างบริการ โดยเฉพาะงาน ป้องกันโรค และการดูแลกลุ่มประชากรสำคัญ
  • วางระบบถ่ายโอน รพ.สต. ให้ครบ 80%
  • กำหนดมาตรฐานบริการที่ชัดเจนและการประเมินคุณภาพรายปี
  • ปรับบทบาทสาธารณสุข สู่ "พี่เลี้ยง" คือ กำหนด KPI ร่วม ระหว่างกระทรวงมหาดไทยและสาธารณสุข โดยเน้นตัวชี้วัดที่เน้นผลลัพธ์ (หรือ Outcome Based) ที่สอดคล้องกับปัจจัยที่กำหนดสุขภาพในพื้นที่
  • ศึกษาการแบ่งงบประมาณในหน่วยบริการคู่สัญญาหลัก (Contracting Unit for Primary Care: CUP) ใหม่ โดยยึดตามภาระงานจริง
  • กำหนด สัดส่วนงบประมาณขั้นต่ำ ที่ต้องส่งตรงถึงหน่วยปฐมภูมิ
  • เปิดเผยสถิติการจัดสรรอย่างโปร่งใส
  • จัดหลักสูตรอบรมทักษะการบริหารงานสาธารณสุขให้ผู้บริหารและบุคลากรของ อปท. และ รพ.สต.
  • สนับสนุนงบจ้างแพทย์ปฏิบัติงานประจำเครือข่าย
  • กำหนดเป้าหมายชั่วโมงการทำงาน แพทย์ ให้ครอบคลุมประชากร (Full-Time Equivalent: FTE) ในสัดส่วน 0.5 ต่อประชากร 10,000 คน (หรือเทียบเท่าแพทย์ปฏิบัติงานประจำสัปดาห์ละ 3 วัน)
  • ให้ รพ.สต. ขนาดใหญ่และขนาดกลางเป็นฐาน รพ.สต.ขนาดเล็กเป็นเครือข่าย
  • กำหนดเส้นทางความก้าวหน้าวิชาชีพของแพทย์ในสังกัดท้องถิ่น
  • แก้กรอบอัตรากำลังของมหาดไทยเพื่อบรรจุแพทย์ในอัตราท้องถิ่นได้
  • แก้ระเบียบค่าตอบแทนและระเบียบเงินบำรุง
  • จัดโครงการผลิตแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัวและแพทย์เพื่อชุมชน
  • อุดหนุนงบประมาณอย่างน้อย 15,000 ล้านบาท/ปี เพื่อเพิ่มกำลังคนให้เต็มกรอบ
  • เพิ่มกำลังคน รพ.สต. ให้เต็ม 70-100% ของกรอบ (เฉลี่ยเพิ่ม 3-5 คน/แห่ง)
  • พัฒนา แนวหน้าสุขภาพเฉพาะทาง 100,000 คน ได้แก่ แม่และเด็ก สุขภาพจิตการฟื้นฟูสมรรถภาพ เพื่อทำงานเชิงรุกส่งเสริมป้องกันดูแลระยะยาว รวมถึง Caregiver มืออาชีพ 70,000 คน สำหรับงาน Long Term Care
  • ลด KPI ที่ไม่จำเป็น และเพิ่มสัดส่วน KPI รวมถึงงบประมาณจาก สปสช. ที่เป็น Outcome Base โดยเฉพาะงานส่งเสริมป้องกันและดูแลโรคเรื้อรัง
  • สนับสนุน งบลงทุน 20,000 ล้านบาท (1-3 ล้านบาท/รพ.สต.) เพื่อจัดหาครุภัณฑ์และอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่เป็นมาตรฐาน เช่น ทันตกรรม กายภาพบำบัด Telemedicine และ Lab ขนาดเล็ก
  • สนับสนุนงบลงทุนเพื่ออัพเกรดซอฟต์แวร์ระบบข้อมูลสุขภาพและบุคลากร IT
  • จัดทำต้นแบบกระบวนงานใหม่ ลดภาระงานที่ไม่จำเป็นโดยเฉพาะงานเอกสาร
  • สนับสนุนการจัดทำแอปพลิเคชันให้ประชาชนมีข้อมูลสุขภาพเพื่อวางแผนดูแลสุขภาพของตนเอง เช่น หมอพร้อม ทางรัฐ ฯลฯ

ผลลัพธ์คืออะไร (Outcome)

  • รพ.สต. เป็นที่พึ่งด่านแรกของชุมชนได้อย่างแท้จริง
  • กำลังคน รพ.สต. เต็ม 70-100% ของกรอบ (เฉลี่ยเพิ่ม 3-5 คน/แห่ง)
  • มีการ พัฒนา แนวหน้าสุขภาพเฉพาะทาง 100,000 คน ได้แก่ แม่และเด็ก สุขภาพจิตการฟื้นฟูสมรรถภาพ
  • มี Caregiver มืออาชีพ 70,000 คน สำหรับงาน Long Term Care
  • บุคลากรและสหวิชาชีพ ปฏิบัติการได้ 70-100% ของกรอบอัตรากำลัง
  • ระบบถ่ายโอน รพ.สต. ครบ 80%
  • มีการ กำหนดมาตรฐานบริการที่ชัดเจนและการประเมินคุณภาพรายปี
  • การถ่ายโอนไม่ทำให้คุณภาพการบริการลดลง
  • มีการ เปิดเผยสถิติการจัดสรร งบประมาณ อย่างโปร่งใส
  • หน่วยบริการด่านหน้ามีศักยภาพเพียงพอ
  • ผู้บริหารและบุคลากรของ อปท. และ รพ.สต. ได้รับการอบรมทักษะบริหารจัดการ เพื่อเตรียมความพร้อม ก่อนการถ่ายโอน
  • ประชาชนได้รับ การดูแลอย่างต่อเนื่อง จากแพทย์ปฏิบัติงานประจำเครือข่าย
  • มี เส้นทางความก้าวหน้าวิชาชีพของแพทย์ในสังกัดท้องถิ่น
  • แพทย์สามารถปฏิบัติงานในโรงพยาบาลระดับสูงได้บางช่วงเวลา เพื่อรักษาและพัฒนาทักษะวิชาชีพ
  • สามารถ บรรจุแพทย์ในอัตราท้องถิ่นได้
  • บุคลากรได้รับผลตอบแทนและสวัสดิการที่เหมาะสม
  • ลด KPI ที่ไม่จำเป็น
  • มีการ เพิ่มสัดส่วน KPI รวมถึงงบประมาณจาก สปสช. ที่เป็น Outcome Base โดยเฉพาะงานส่งเสริมป้องกันและดูแลโรคเรื้อรัง
  • มีการ จัดหาครุภัณฑ์และอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่เป็นมาตรฐาน เช่น ทันตกรรม กายภาพบำบัด Telemedicine และ Lab ขนาดเล็ก
  • ระบบข้อมูลสุขภาพและบุคลากร IT สามารถจัดเก็บและเชื่อมโยงข้อมูลเป็นมาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศ
  • ลดภาระงานที่ไม่จำเป็นโดยเฉพาะงานเอกสาร
  • ประชาชนมีข้อมูลสุขภาพเพื่อวางแผนดูแลสุขภาพของตนเอง

ใครได้ประโยชน์ (Target)

  • ผู้สูงอายุ
  • ผู้ป่วย NCDs
  • ผู้ป่วยติดบ้านติดเตียง
  • แพทย์ในสังกัดท้องถิ่น
  • บุคลากร ทางการแพทย์
  • แม่และเด็ก

ภายในเมื่อไหร่ (Timeframe)

  • วางระบบถ่ายโอน รพ.สต. ให้ครบ 80% ภายใน 4 ปี

ใช้งบเท่าไหร่ (Budget)

  • อย่างน้อย 15,000 ล้านบาท/ปี เพื่อเพิ่มกำลังคนให้เต็มกรอบ
  • งบลงทุน 20,000 ล้านบาท (1-3 ล้านบาท/รพ.สต.) เพื่อจัดหาครุภัณฑ์และอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่เป็นมาตรฐาน

งบมาจากไหน (Budget Source)

  • สปสช. (สำหรับ KPI ที่เป็น Outcome Base)
ประชาชน

ปัญหาคืออะไร (Problem)

  • โจทย์ทางสุขภาพของประเทศไทยในปัจจุบันมีความซับซ้อนมากขึ้น เช่น สังคมสูงวัยและโรคเรื้อรัง ทำให้ อสม. ระบบเดิมไม่สามารถรับมือได้อย่างเต็มที่
  • โครงสร้าง อสม. ปัจจุบันยังขาดความพร้อมต่อการรับมือความท้าทายด้านสุขภาพของคนไทยใน 2 ด้านหลัก
  • ทักษะไม่สอดคล้องกับโจทย์สุขภาพที่ซับซ้อน: อสม. ประมาณร้อยละ 40 อยู่ในวัยผู้สูงอายุ และมีสัดส่วนเกินครึ่งที่สำเร็จการศึกษาระดับประถมศึกษาถึงมัธยมศึกษาตอนต้น ในขณะที่โจทย์สุขภาพชุมชนใหม่ ๆ ต้องการความรู้ ทักษะ และเวลาปฏิบัติงานที่เพิ่มขึ้น เช่น การดูแลพัฒนาการแม่และเด็ก, การส่งเสริมสุขภาพจิต, การฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ป่วยติดเตียง, การป้องกันโรคในกลุ่มแรงงานต่างด้าว, และการรับมือภัยพิบัติสาธารณสุข
  • ความจำเป็นในการสร้างความเป็นมืออาชีพ: เพื่อให้ชุมชนมีกำลังคนที่มีศักยภาพพอในการรับมือกับโจทย์สุขภาพข้างต้น จึงจำเป็นที่ระบบสาธารณสุขต้องปรับรูปแบบการเพิ่มพูนความรู้ ทักษะ รูปแบบการปฏิบัติงาน และระบบค่าตอบแทนที่เป็นมืออาชีพ มีประสิทธิภาพ และเป็นธรรมมากขึ้น

จะทำอะไร (Action)

  • ปรับภารกิจ อสม. ให้โฟกัสงาน 3 ด้านที่ตอบโจทย์ปัญหาสุขภาพในพื้นที่
  • การสร้างเสริมสุขภาพด้วยดิจิทัล: ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลและอุปกรณ์ตรวจวัดสุขภาพในการสร้างเสริมสุขภาพ คัดกรองโรค และเชื่อมต่อบริการการแพทย์ทางไกล (Telemedicine)
  • การสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรค: เน้นการป้องกันโรคติดต่อและโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ตามบริบทของชุมชน
  • การป้องกันและรับมือภัยพิบัติ: เตรียมพร้อมรับมือน้ำท่วม โรคระบาด หรือเหตุฉุกเฉินด้านสาธารณสุขในพื้นที่
  • อสม. ทุกคนจะได้รับการอบรมฟื้นฟูทักษะและประเมินสมรรถนะทุก 3 ปี
  • ยกระดับ "อสม.ขั้นเชี่ยวชาญ": ยกระดับ อสม. จำนวน 100,000 คน ให้เป็น อสม.ขั้นเชี่ยวชาญ หรือแนวหน้าสุขภาพ
  • สร้างเสริมสุขภาพอนามัยแม่และเด็ก: ดูแลเป็นเพื่อนแม่ตั้งแต่ตั้งครรภ์ คลอด จนกระทั่งเด็กอายุ 6 ขวบ
  • สร้างเสริมสุขภาพจิต: เป็น "เพื่อนใจ" สมาชิกในชุมชน, คัดกรองซึมเศร้า
  • สร้างเสริมและสนับสนุนงานฟื้นฟูสมรรถภาพทางการแพทย์: ช่วยนักกายภาพบำบัดดูแลผู้สูงอายุและผู้ป่วยติดเตียง, ปรับสภาพบ้าน, ช่วยเหลือคนพิการ
  • สร้างเสริมสุขภาวะทางเพศ: ให้คำปรึกษาเรื่องท้องไม่พร้อมและป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ในโรงเรียน สถานที่ทำงาน และชุมชน
  • สร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรคในพื้นที่แรงงานเพื่อนบ้าน: ให้คำแนะนำตรวจสุขภาพ/วัคซีน, ช่วยสื่อสารและแปลภาษา, ป้องกันโรคระบาด, แนะนำสิทธิเข้าถึงบริการสุขภาพ
  • จัดตั้งคณะทำงานร่วมระหว่างกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ, กองทุนสุขภาพ และกระทรวงมหาดไทย เพื่อออก ระเบียบรองรับสถานะ ค่าตอบแทน และภารกิจใหม่ ของ อสม. และแนวหน้าสุขภาพ
  • กำหนดมาตรฐานการฝึกอบรมและประเมิน:
  • จัดทำทีมวิทยากรประจำหลักสูตร
  • จัดทำระบบสอบขึ้นทะเบียน อสม.พื้นฐาน และ อสม.เชี่ยวชาญ พร้อมระบบ ต่ออายุทุก 3 ปี เพื่อประกันคุณภาพ
  • ระบบค่าตอบแทนแบบ Pay for Performance:
  • ปรับระบบค่าตอบแทนแนวหน้าสุขภาพให้มีลักษณะ จ่ายตามภาระงานจริง (Pay for Performance) รายได้เฉลี่ย 8,000 - 10,000 บาท/เดือน
  • หน่วยบริการสุขภาพและท้องถิ่นร่วมวัดและประเมินผล
  • ทำสัญญาระหว่างแนวหน้าสุขภาพกับหน่วยบริการสุขภาพปฐมภูมิโดยใช้เงินจากกองทุนสุขภาพท้องถิ่น (กปท.) หรือกองทุนฟื้นฟู
  • มีระเบียบรองรับชัดเจนที่จัดทำขึ้นร่วมกันระหว่างสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) กระทรวงมหาดไทย และกระทรวงสาธารณสุข
  • สร้างระบบสนับสนุนการทำงาน: อสม. และแนวหน้าสุขภาพจะทำงานเชื่อมโยงกับหน่วยบริการปฐมภูมิ มีพี่เลี้ยง คู่มือการทำงาน สวัสดิการประกันความเสี่ยง ระเบียบคุ้มครองทางกฎหมาย ระบบข้อมูลดิจิทัล

ผลลัพธ์คืออะไร (Outcome)

  • อสม. เป็น "แนวหน้าสุขภาพ" ที่มีประสิทธิภาพและมีค่าตอบแทนที่เหมาะสม
  • อสม. ทุกคนได้รับการ อบรมฟื้นฟูทักษะและประเมินสมรรถนะ
  • อสม. ได้รับ ค่าตอบแทนเพิ่มเติมจนมีรายได้เพียงพอ (ประมาณ 8,000 - 10,000 บาท/เดือน)
  • ป้องกันภาวะเปราะบางและพิการในชุมชน
  • ระบบสอบขึ้นทะเบียน อสม. เพื่อประกันคุณภาพ

ใครได้ประโยชน์ (Target)

  • อสม.

ภายในเมื่อไหร่ (Timeframe)

ไม่ระบุ

ใช้งบเท่าไหร่ (Budget)

  • 11,000 ล้านบาทต่อปี
  • เฉพาะงบประมาณฝึกทักษะ 2,300 ล้านบาท
  • เฉพาะงบประมาณค่าตอบแทน 9,700 ล้านบาท/ปี

งบมาจากไหน (Budget Source)

  • การทำสัญญาระหว่างแนวหน้าสุขภาพกับหน่วยบริการสุขภาพปฐมภูมิโดยใช้เงินจากกองทุนสุขภาพท้องถิ่น (กปท.) หรือกองทุนฟื้นฟู
ประชาชน

ปัญหาคืออะไร (Problem)

  • ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่ "สังคมสูงวัยระดับลึก" อย่างรวดเร็ว
  • คาดว่าจำนวนผู้สูงอายุจะเป็นร้อยละ 30 ของประชากรใน 10–20 ปีข้างหน้า
  • การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรนี้ส่งผลให้ความต้องการระบบการดูแลระยะยาว (Long Term Care: LTC) เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
  • ผู้สูงอายุจำนวนมากเข้าสู่ ภาวะพึ่งพิง ทั้งจากโรค NCDs และความเสื่อมของร่างกาย แต่ระบบปัจจุบันยังไม่ครอบคลุมและขาดความยืดหยุ่น
  • ระบบ LTC ในปัจจุบันยังยึดติดกับการมีครอบครัวเป็นผู้ดูแลหลัก ซึ่งไม่สอดคล้องกับความเป็นจริงที่ครอบครัวมีขนาดเล็กลง และผู้สูงอายุจำนวนมากต้องดูแลตัวเองหรือพึ่งพิงคนเพียงคนเดียว
  • บริการที่เข้าถึงได้จริงยัง ต่ำกว่ามาตรฐาน ทั้งในด้านจำนวนครั้งและระยะเวลาที่ควรได้รับการดูแล ขณะที่บริการเฉพาะทางที่จำเป็น (เช่น การทำแผล การใส่สายสวนปัสสาวะ) ยังขาดแคลน
  • งบ LTC ที่จัดสรรเป็นรายหัวปัจจุบัน ตกเดือนละไม่ถึงหนึ่งพันบาท ต่อผู้ป่วย ทำให้ต้องเฉลี่ยจ่ายระหว่างค่าจ้างผู้ดูแลอาสาสมัคร (CG) และค่าวัสดุทางการแพทย์ ส่งผลให้บริการไม่ทั่วถึง
  • ผู้ดูแลอาสาสมัครได้รับค่าตอบแทนต่ำและไม่เพียงพอ ทำให้ไม่สามารถให้บริการได้เต็มประสิทธิภาพ
  • ไม่มีฐานข้อมูลกลางและเจ้าภาพที่ชัดเจน ในการจัดการอุปกรณ์สำหรับผู้ป่วยพึ่งพิง (เช่น เตียงลม เครื่องช่วยหายใจ) ทำให้ประชาชนไม่รู้ช่องทางการขอ และท้องถิ่นไม่สามารถบริหารจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพ

จะทำอะไร (Action)

  • เพิ่มระบบสวัสดิการผู้ป่วยพึ่งพิงระยะยาวที่มีความยืดหยุ่น
  • ให้ผู้ป่วยภาวะพึ่งพิงสามารถ ตัดสินใจเลือกรูปแบบบริการได้เอง โดยมีรูปแบบบริการให้เลือก ดังนี้:
  • บริการที่บ้าน (Home Care): เช่น 16 ชั่วโมง/สัปดาห์
  • บริการที่ศูนย์ (Daycare center): เข้ารับบริการที่ศูนย์ Daycare ที่ อปท., ชุมชน หรือเอกชนจัดตั้ง
  • สถานดูแลระยะยาว (Residential Care): เข้ารับบริการประจำที่สถานดูแลผู้ป่วยพึ่งพิงระยะยาว
  • ให้ผู้ป่วยสามารถขอเปลี่ยนสิทธิในการรับบริการเป็น เงินสนับสนุน สำหรับผู้ดูแลภายในครอบครัวที่ผ่านการฝึกอบรมตามมาตรฐาน
  • เปลี่ยนจากการบริหารงบประมาณแบบเดิมของ สปสช. มาเป็นการให้ผู้ป่วยพึ่งพิง ตัดสินใจเลือกใช้เงินได้เองตามสิทธิ เสมือนเป็นเครดิตที่ผู้ป่วยเลือกการให้บริการที่เหมาะสมกับตัวเองได้ (Patient Vouchers/Credits)
  • กำหนดเพดานงบประมาณที่ผู้ป่วยแต่ละคนจะได้รับสนับสนุน แบ่งตามระดับความพึ่งพิงที่ถูกประเมินและจัด Care Plan
  • กลุ่มผู้ป่วยพึ่งพิงติดบ้าน: ได้รับบริการสูงสุด 8 ชั่วโมง/สัปดาห์ (อัตรา 60 บาท/ชั่วโมง) และอุปกรณ์สูงสุด 1,500 บาท/คน/เดือน
  • กลุ่มผู้ป่วยพึ่งพิงติดเตียง: ได้รับบริการสูงสุด 16 ชั่วโมง/สัปดาห์ (อัตรา 120 บาท/ชั่วโมง) และอุปกรณ์สูงสุด 2,000 บาท/คน/เดือน
  • รัฐบาลจะสมทบงบประมาณในการพัฒนาอุปกรณ์และซ่อมบำรุงอุปกรณ์ของศูนย์และธนาคารฯ ที่ขึ้นทะเบียน โดยได้รับความร่วมมือจาก สถาบันอาชีวศึกษาทั่วประเทศ
  • พัฒนาผู้ดูแลจากอาสาเป็นอาชีพ: จัดระบบการฝึกอบรมผู้ดูแลผู้ป่วยติดบ้าน/ติดเตียง ให้ได้ มาตรฐาน และเป็น ฐานข้อมูลที่เชื่อมโยงกัน
  • พัฒนาระบบธนาคารอุปกรณ์การแพทย์: พัฒนาระบบ ศูนย์หรือธนาคารสำหรับการยืมและคืนอุปกรณ์ สำหรับผู้ป่วยพึ่งพิงระยะยาว โดยสนับสนุนบทบาทขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) และมีระบบข้อมูลการยืม-คืนที่เชื่อมโยงกัน

ผลลัพธ์คืออะไร (Outcome)

  • ลดการพึ่งพิงครอบครัวเพียงอย่างเดียว
  • มีโครงสร้างพื้นฐานด้านการดูแลระยะยาวที่ครอบคลุมทุกพื้นที่
  • ผู้ป่วยภาวะพึ่งพิงสามารถ ตัดสินใจเลือกรูปแบบบริการได้เอง มีรูปแบบบริการให้เลือก ได้แก่ บริการที่บ้าน, บริการที่ศูนย์, สถานดูแลระยะยาว
  • ผู้ป่วยสามารถขอเปลี่ยนสิทธิในการรับบริการเป็น เงินสนับสนุน สำหรับผู้ดูแลภายในครอบครัว
  • ผู้ดูแลจากอาสาเป็นอาชีพ
  • มีงานที่มีคุณภาพและมั่นคง สำหรับผู้ดูแล
  • มีระบบการฝึกอบรมผู้ดูแลผู้ป่วยติดบ้าน/ติดเตียง ที่ได้ มาตรฐาน และเป็น ฐานข้อมูลที่เชื่อมโยงกัน
  • มีระบบ ศูนย์หรือธนาคารสำหรับการยืมและคืนอุปกรณ์ สำหรับผู้ป่วยพึ่งพิงระยะยาว

ใครได้ประโยชน์ (Target)

  • ผู้สูงอายุ
  • ผู้ป่วยระยะยาว (Long Term Care)
  • ผู้ป่วยภาวะพึ่งพิง
  • ผู้ดูแลผู้ป่วยติดบ้าน/ติดเตียง

ภายในเมื่อไหร่ (Timeframe)

ไม่ระบุ

ใช้งบเท่าไหร่ (Budget)

  • คาดว่าต้องใช้งบประมาณ 40,000 ล้านบาท ในปี 2569

งบมาจากไหน (Budget Source)

ไม่ระบุ

ประชาชน

ปัญหาคืออะไร (Problem)

  • ภาคการเกษตรของไทยกำลังเผชิญกับความท้าทายเชิงโครงสร้างครั้งสำคัญ นั่นคือการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์ของประชากรภาคเกษตร
  • แรงงานหนุ่มสาวหลั่งไหลออกจากภาคการผลิต ในขณะที่ผู้ที่ยังคงทำการเกษตรอยู่ก็มีอายุมากขึ้นเรื่อยๆ การทำเกษตรแบบดั้งเดิมที่ใช้แรงงานเข้มข้นจึงไม่ใช่คำตอบอีกต่อไป
  • เครื่องจักรกลการเกษตรหลายชนิดมีราคาแพง เกษตรกรรายย่อยไม่สามารถเข้าถึงได้ หรือซื้อมาแล้วใช้งานไม่คุ้มค่า (Underutilized) ใช้งานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ
  • การขาดแคลนเครื่องจักรและแรงงาน นำไปสู่การแก้ปัญหาที่ผิดวิธี เช่น "การเผา" ตอซังหรือเศษวัสดุทางการเกษตรเพื่อเตรียมพื้นที่เพาะปลูก ซึ่งง่ายและประหยัดกว่าการจ้างแรงงานหรือใช้เครื่องจักรไถกลบ

จะทำอะไร (Action)

  • สนับสนุนเครื่องจักรเพื่อลดการเผา จะถูกผนวกรวมอยู่ใน "นโยบายจัดการดินและปุ๋ย"
  • เกษตรกรจะได้รับการสนับสนุนเบื้องต้นในอัตรา 250 บาทต่อไร่ สำหรับการจัดการแปลงโดยไม่เผา ซึ่งสามารถนำไปใช้จ้างบริการรถไถหรือเครื่องจักรได้
  • รัฐบาลจะจัดเตรียมงบประมาณสำหรับ (ก) การฝึกอบรมทักษะ (ข) สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำพิเศษ (ค) การค้ำประกันสินเชื่อ และ (ง) ระบบการขึ้นทะเบียนผู้ให้บริการ
  • รัฐจะจัดตั้งงบประมาณสำหรับโครงการ "รับหมุนเวียนเครื่องจักร" ที่ใช้งานน้อยในพื้นที่หนึ่ง ไปสู่พื้นที่ที่ขาดแคนหรือมีความเหมาะสมมากกว่า
  • สนับสนุนงบค่าซ่อมบำรุงและฝึกอบรมการใช้งานร่วมกับผู้ให้บริการรุ่นใหม่
  • พิจารณาแก้ไขอัตราภาษีนำเข้าสำหรับชิ้นส่วนอุปกรณ์
  • ลดหย่อนภาษีสำหรับเครื่องจักรประเภทที่ขาดแคน
  • ให้สิทธิลดหย่อนภาษีสำหรับการวิจัยและพัฒนาเครื่องจักรกลการเกษตร
  • จัดสรรงบประมาณส่วนแรก 250 บาท/ไร่ ลงสู่เกษตรกรผ่านโครงการจัดการดิน
  • เปิดรับสมัครเกษตรกรรุ่นใหม่และผู้สนใจ เข้าสู่กระบวนการบ่มเพาะเป็นผู้ให้บริการเครื่องจักรกล
  • ฝึกอบรมเทคนิคการซ่อมและการบริหารจัดการธุรกิจ
  • ผู้ผ่านการอบรมยื่นขอสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำจากสถาบันการเงินของรัฐ (เช่น ธ.ก.ส.) โดยมี บสย. ค้ำประกัน เพื่อจัดหาโดรน รถเกี่ยว หรือเครื่องจักรสมัยใหม่
  • หน่วยงานเกษตรในพื้นที่สำรวจเครื่องจักรเก่าของกลุ่มเกษตรกร ทำทะเบียนประวัติ
  • จัดสรรงบซ่อมแซมเพื่อนำกลับมาให้บริการ หรือโอนย้ายไปยังกลุ่มที่มีความพร้อม
  • ภาครัฐประกาศรายการเครื่องจักรเป้าหมายที่ต้องการส่งเสริมการวิจัย (เช่น รถเก็บผลไม้)
  • กำหนดมาตรการลดหย่อนภาษีสำหรับภาคเอกชนที่ลงทุนวิจัย

ผลลัพธ์คืออะไร (Outcome)

  • ลดต้นทุน
  • แก้ปัญหาสังคมเกษตรสูงวัย
  • หยุดวงจรการเผา
  • เครื่องจักร กลับมาใช้ประโยชน์ได้สูงสุด
  • เครื่องจักร ตรงกับสภาพพื้นที่และความต้องการของเกษตรกรไทย
  • เกิดกำลังซื้อ (Demand) ในการจ้างงานเครื่องจักร
  • ลดต้นทุนค่าบริการเครื่องจักรกลการเกษตรในพื้นที่ดำเนินการลงได้ 10%
  • สร้างผู้ประกอบการที่เป็น "ผู้ให้บริการการเกษตรมืออาชีพ" จำนวน 10,000 คน ทั่วประเทศ
  • เกิดการพัฒนาเครื่องจักรกลการเกษตรต้นแบบใหม่ๆ ที่ตอบโจทย์พืชเศรษฐกิจไทย

ใครได้ประโยชน์ (Target)

  • เกษตรกร

ภายในเมื่อไหร่ (Timeframe)

  • ภายใน 2 ปี

ใช้งบเท่าไหร่ (Budget)

  • 250 บาทต่อไร่ (สำหรับการจัดการแปลงโดยไม่เผา)

งบมาจากไหน (Budget Source)

ไม่ระบุ

ประชาชาติ

ปัญหาคืออะไร (Problem)

ไม่ระบุ

จะทำอะไร (Action)

  • ส่งเสริมให้ประชากร วัยทำงานมีงานทำ
  • พัฒนาทักษะแรงงานและการประกอบอาชีพ
  • จัดระบบแรงงานสัมพันธ์ ตลอดจน ระบบไตรภาคีที่ผู้ทำงานมีสิทธิเลือกผู้แทนของตน
  • จัดระบบประกันสังคม
  • คุ้มครองให้ผู้ทำงานที่มีคุณค่าอย่างเดียวกันได้รับค่าตอบแทน สิทธิประโยชน์ และสวัสดิการที่เป็นธรรมโดยไม่เลือกปฏิบัติ
  • จัดให้มีหรือส่งเสริม การออมเพื่อการดำรงชีพเมื่อพ้นวัยทำงาน
  • ส่งเสริม ตลอดจน คุ้มครองสิทธิแรงงานทุกเพศและวัย รวมทั้งสิทธิในการตั้งสหภาพแรงงานในทุกสาขาอาชีพและการนัดหยุดงาน
  • พัฒนาระบบการจัดการแรงงานข้ามชาติ
  • พัฒนาแรงงานกึ่งทักษะให้เป็นแรงงานที่มีทักษะ
  • ส่งเสริมสนับสนุนแรงงานและผู้ประกอบการในต่างประเทศทั้งด้านการพัฒนาฝีมือแรงงาน การสนับสนุนแหล่งทุน การลดค่าใช้จ่ายและการดูแลสวัสดิภาพที่เหมาะสม
  • ส่งเสริมให้มีการปฏิบัติต่อแรงงานข้ามชาติอย่างมีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ในฐานะที่เป็นส่วนหนึ่งของประชาชาติหรือพลเมืองโลก
  • ส่งเสริมการกระจายโอกาสและความมั่นคงในชีวิต สำหรับผู้ยากไร้และผู้ด้อยโอกาส
  • จัดตั้ง “กองทุนผู้สูงอายุ”
  • ส่งเสริมการใช้เครื่องมือทางศาสนา รวมถึง วัฒนธรรมของแต่ละท้องถิ่นในการทำให้ผู้สูงอายุตระหนักในศักยภาพและคุณค่าของตน
  • ส่งเสริมระบบบำนาญแห่งชาติและสวัสดิการถ้วนหน้า

ผลลัพธ์คืออะไร (Outcome)

  • แรงงานมีสิทธิได้รับหลักประกันความปลอดภัยและสวัสดิภาพในการทำงาน รวมถึง หลักประกันในการดำรงชีพทั้งในระหว่างการทำงานและเมื่อพ้นจากการทำงาน
  • ประชากร วัยทำงานมีงานทำ
  • ผู้ทำงานที่มีคุณค่าอย่างเดียวกันได้รับค่าตอบแทน สิทธิประโยชน์ และสวัสดิการที่เป็นธรรมโดยไม่เลือกปฏิบัติ
  • มีการออมเพื่อการดำรงชีพเมื่อพ้นวัยทำงาน
  • ระบบการจัดการแรงงานข้ามชาติในฐานะที่เป็นทรัพยากรที่มีคุณค่าต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศ ได้รับการ พัฒนา
  • แรงงานและผู้ประกอบการในต่างประเทศ ได้รับการ ส่งเสริมสนับสนุนทั้งด้านการพัฒนาฝีมือแรงงาน การสนับสนุนแหล่งทุน การลดค่าใช้จ่ายและการดูแลสวัสดิภาพที่เหมาะสม
  • มีการปฏิบัติต่อแรงงานข้ามชาติอย่างมีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ในฐานะที่เป็นส่วนหนึ่งของประชาชาติหรือพลเมืองโลก
  • ผู้ยากไร้และผู้ด้อยโอกาส มีโอกาสและความมั่นคงในชีวิต เพิ่มขึ้น
  • ผู้ยากไร้และผู้ด้อยโอกาส มีความรู้และมีกองทุนในการประกอบอาชีพตามความรู้ความสามารถ
  • ผู้ยากไร้และผู้ด้อยโอกาส สามารถช่วยเหลือตัวเองได้และมีคุณภาพชีวิตที่ดี
  • “กองทุนผู้สูงอายุ” สามารถ ดูแลสุขภาพและจิตใจ ตลอดจนทำให้มีพื้นที่สำหรับผู้สูงอายุได้ทำกิจกรรมร่วมกัน
  • ผู้สูงอายุตระหนักในศักยภาพและคุณค่าของตน พึ่งพาตนเองได้ และมีอิสรภาพในการกำหนดชีวิตในแบบของตน
  • สวัสดิการเป็น “สิทธิ” อันพึงมีของประชาชน มิใช่เพียงแค่ “หน้าที่” ของรัฐในการสงเคราะห์คนอนาถา

ใครได้ประโยชน์ (Target)

  • แรงงาน
  • แรงงานข้ามชาติ
  • แรงงานกึ่งทักษะ
  • ผู้ยากไร้และผู้ด้อยโอกาส
  • ผู้สูงอายุ

ภายในเมื่อไหร่ (Timeframe)

ไม่ระบุ

ใช้งบเท่าไหร่ (Budget)

ไม่ระบุ

งบมาจากไหน (Budget Source)

ไม่ระบุ

ประชาธิปัตย์

ปัญหาคืออะไร (Problem)

  • รายได้ไม่พอกับค่าครองชีพ: ผู้สูงอายุจำนวนมากต้องใช้ชีวิตด้วยเบี้ยยังชีพที่ต่ำและไม่สอดคล้องกับค่าใช้จ่ายจริง ทำให้ยังต้องพึ่งพาบุตรหลานหรือก่อหนี้เพื่อการดำรงชีพขั้นพื้นฐาน
  • ระบบเดิมสับสนและไม่แน่นอน: การจ่ายแบบขั้นบันไดตามอายุและความไม่ชัดเจนว่าเป็นสวัสดิการถ้วนหน้าหรือเฉพาะคนจน สร้างความกังวล การตกหล่น และข่าวลวงเกี่ยวกับสิทธิที่ควรได้รับ

จะทำอะไร (Action)

  • ยกระดับเบี้ยผู้สูงอายุให้เป็น สิทธิสวัสดิการถ้วนหน้าที่เรียบง่าย เท่าเทียม และคาดการณ์ได้
  • จ่ายเท่ากันทุกคน: คนไทยอายุ 60 ปีขึ้นไปได้รับ 1,000 บาทต่อเดือนเท่ากัน ยกเลิกระบบขั้นบันได
  • ระบบจ่ายเงินเดียว ลดตกหล่น: โอนผ่านระบบกลาง ผูกเลขประจำตัวประชาชนกับบัญชีธนาคารเพียงช่องทางเดียว
  • สื่อสารชัด ลดข่าวปลอม: ประกาศนโยบายอย่างเป็นทางการและสม่ำเสมอ ให้ข้อมูลเดียวทั่วประเทศ

ผลลัพธ์คืออะไร (Outcome)

  • คนไทยอายุ 60 ปีขึ้นไปได้รับ 1,000 บาทต่อเดือนเท่ากัน
  • รายได้ขั้นต่ำที่มั่นคง: ผู้สูงอายุสามารถวางแผนชีวิตได้ ดำรงชีวิตอย่างมีศักดิ์ศรีและความมั่นคงในระยะยาว
  • ลดความเหลื่อมล้ำและความสับสน
  • ลดตกหล่น
  • ลดข่าวปลอม

ใครได้ประโยชน์ (Target)

  • ผู้สูงอายุ (อายุ 60 ปีขึ้นไป)

ภายในเมื่อไหร่ (Timeframe)

ไม่ระบุ

ใช้งบเท่าไหร่ (Budget)

ไม่ระบุ

งบมาจากไหน (Budget Source)

ไม่ระบุ

ประชาธิปัตย์

ปัญหาคืออะไร (Problem)

  • บ้านไม่ปลอดภัยกับร่างกายที่เปลี่ยนไป: ผู้สูงอายุและผู้พิการจำนวนมากอาศัยอยู่ในบ้านที่ไม่ได้ออกแบบให้เหมาะกับสภาพร่างกาย เช่น มีขั้นบันไดสูง ห้องน้ำลื่น ไม่มีราวจับ ทำให้เกิดอุบัติเหตุซ้ำซาก
  • อุบัติเหตุเล็ก ๆ กลายเป็นภาระใหญ่: การหกล้มในบ้านนำไปสู่การบาดเจ็บรุนแรง การนอนติดเตียง และภาระค่ารักษาพยาบาลระยะยาว ทั้งต่อครอบครัวและระบบสาธารณสุข
  • ครอบครัวรายได้น้อยไม่มีทุนปรับปรุงบ้าน: แม้รู้ว่าบ้านไม่ปลอดภัย แต่ขาดเงินก้อนในการปรับปรุง ทำให้ต้อง “เสี่ยงอยู่ต่อไป” ทุกวัน

จะทำอะไร (Action)

  • ยกระดับความปลอดภัยในบ้านตั้งแต่ต้นทาง เพื่อป้องกันอุบัติเหตุก่อนเกิดค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพ
  • ให้เงินปรับปรุงบ้านโดยตรง: รัฐสนับสนุนเงินทะเบียนบ้านละ 50,000 บาท สำหรับซ่อมและปรับปรุงบ้านให้เหมาะกับผู้สูงอายุและผู้พิการ
  • ปรับบ้านตามความเสี่ยงจริง: ใช้เงินเพื่อทำราวจับ ลดขั้นบันได ปรับปรุงห้องน้ำ และจุดเสี่ยงอื่นในบ้าน
  • กำหนดกลุ่มเป้าหมายชัดเจน: บ้านที่ได้รับสิทธิต้องมีผู้สูงอายุตั้งแต่ 70 ปีขึ้นไปอยู่ในทะเบียนบ้าน

ผลลัพธ์คืออะไร (Outcome)

  • ทะเบียนบ้านละ 50,000 บาท สำหรับซ่อมและปรับปรุงบ้านให้เหมาะกับผู้สูงอายุและผู้พิการ
  • ป้องกันอุบัติเหตุก่อนเกิดค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพ
  • ลดการหกล้มและอุบัติเหตุ
  • ลดภาระค่ารักษาพยาบาลและการดูแลระยะยาวจากอุบัติเหตุที่ป้องกันได้
  • สร้างคุณภาพชีวิตและศักดิ์ศรี: ผู้สูงอายุและผู้พิการสามารถใช้ชีวิตในบ้านของตนเองได้อย่างปลอดภัย มั่นใจ และไม่เป็นภาระลูกหลาน

ใครได้ประโยชน์ (Target)

  • ผู้สูงอายุ (อายุ 70 ปีขึ้นไป)
  • ผู้พิการ

ภายในเมื่อไหร่ (Timeframe)

ไม่ระบุ

ใช้งบเท่าไหร่ (Budget)

ไม่ระบุ

งบมาจากไหน (Budget Source)

ไม่ระบุ

ประชาธิปัตย์

ปัญหาคืออะไร (Problem)

  • รายได้ไม่พอกับค่าครองชีพจริง: ผู้พิการจำนวนมากต้องดำรงชีวิตด้วยเบี้ยยังชีพในระดับต่ำ ขณะที่มีค่าใช้จ่ายจำเป็นสูงกว่าคนทั่วไป ทั้งค่ารักษา อุปกรณ์ช่วยเหลือ และค่าเดินทาง
  • ผู้พิการเด็กและเยาวชนเริ่มต้นชีวิตอย่างเสียเปรียบ: ครอบครัวต้องแบกรับภาระค่าใช้จ่ายตั้งแต่วัยเด็ก ส่งผลต่อโอกาสด้านการศึกษา สุขภาพ และพัฒนาการระยะยาว
  • ขาดการสนับสนุนเพื่อพึ่งพาตนเอง: การเข้าถึงบริการฟื้นฟู อุปกรณ์ช่วยการเคลื่อนไหว และการฝึกอาชีพยังไม่ทั่วถึง ทำให้ผู้พิการจำนวนมากไม่สามารถมีรายได้หรืออาชีพที่มั่นคง

จะทำอะไร (Action)

  • ยกระดับสวัสดิการผู้พิการจาก “การช่วยเหลือขั้นต่ำ” เป็น “การสร้างคุณภาพชีวิตและความสามารถในการพึ่งพาตนเอง”
  • เพิ่มเบี้ยยังชีพผู้พิการเป็นสองเท่า
  • ดูแลผู้พิการเด็กเป็นพิเศษ
  • เพิ่มเบี้ยยังชีพ สำหรับ ผู้พิการอายุต่ำกว่า 18 ปี
  • จัดให้มีบริการฟื้นฟูความพิการ และอุปกรณ์ช่วยการเคลื่อนไหว
  • สนับสนุนโครงการฝึกอบรมเพื่อการมีอาชีพ

ผลลัพธ์คืออะไร (Outcome)

  • เบี้ยยังชีพผู้พิการ จาก 800 บาทต่อเดือนเป็น 1,600 บาท เพื่อให้สอดคล้องกับค่าครองชีพและภาระค่าใช้จ่ายจริง
  • เบี้ยยังชีพผู้พิการอายุต่ำกว่า 18 ปี จาก 1,000 บาทเป็น 2,000 บาทต่อเดือน เพื่อสนับสนุนพัฒนาการตั้งแต่ต้น
  • บริการฟื้นฟูความพิการ และอุปกรณ์ช่วยการเคลื่อนไหว อย่างทั่วถึง ลดอุปสรรคในการใช้ชีวิตประจำวัน
  • ผู้พิการ สามารถทำงาน มีรายได้ และพึ่งพาตนเองได้

ใครได้ประโยชน์ (Target)

  • ผู้พิการ
  • ผู้พิการอายุต่ำกว่า 18 ปี

ภายในเมื่อไหร่ (Timeframe)

ไม่ระบุ

ใช้งบเท่าไหร่ (Budget)

ไม่ระบุ

งบมาจากไหน (Budget Source)

ไม่ระบุ

ประชาธิปัตย์

ปัญหาคืออะไร (Problem)

  • ปัญหาฟันกระทบชีวิตประจำวัน: ผู้สูงอายุจำนวนมากมีปัญหาสุขภาพฟัน ทำให้เคี้ยวอาหารลำบาก เจ็บปวด และส่งผลต่อโภชนาการและสุขภาพโดยรวม
  • รอคิวนาน เข้าถึงบริการยาก: การพบทันตแพทย์ภายใต้สิทธิสวัสดิการสุขภาพต้องรอคิวนาน ทำให้หลายคนเลื่อนหรือยอมไม่รักษา
  • ภาระการเดินทางและเวลา: การไปคลินิกหลายครั้งโดยไม่รู้เวลานัดที่แน่นอนเป็นภาระทั้งต่อผู้สูงอายุและครอบครัว

จะทำอะไร (Action)

  • Fast track ผู้สูงอายุ: กำหนดให้ผู้มีอายุมากกว่า 70 ปีได้รับการจัดคิวพบทันตแพทย์โดยไม่ต้องรอคิวนาน
  • สำรองเวลารักษาเฉพาะ: ให้คลินิกทันตแพทย์สำรองช่วงเวลารักษาในแต่ละสิทธิสวัสดิการสุขภาพไว้สำหรับผู้สูงอายุ
  • กำหนดช่วงเวลาชัดเจน: เช่น กำหนดทุกเช้าวันอังคารเป็นช่วงเวลาสำหรับผู้สูงอายุ เพื่อให้รู้วัน–เวลาล่วงหน้าและวางแผนการเดินทางได้
  • ลดความแออัด เพิ่มคุณภาพการรักษา: การแยกช่วงเวลาช่วยให้การดูแลผู้สูงอายุเป็นไปอย่างเหมาะสม และลดการรอคิวของผู้ป่วยกลุ่มอื่น

ผลลัพธ์คืออะไร (Outcome)

  • ผู้สูงอายุเข้าถึงการรักษาทางทันตกรรมได้รวดเร็วและแน่นอน

ใครได้ประโยชน์ (Target)

  • ผู้สูงอายุ (มากกว่า 70 ปี)

ภายในเมื่อไหร่ (Timeframe)

ไม่ระบุ

ใช้งบเท่าไหร่ (Budget)

ไม่ระบุ

งบมาจากไหน (Budget Source)

ไม่ระบุ

ประชาธิปัตย์

ปัญหาคืออะไร (Problem)

  • ผู้สูงอายุจำนวนมากมีบ้านเป็นของตนเอง แต่ขาดรายได้ประจำ เงินบำนาญหรือเบี้ยยังชีพไม่พอกับค่าครองชีพ ทำให้ต้องใช้ชีวิตอย่างกังวลทั้งที่มีทรัพย์สิน
  • การพึ่งพาลูกหลานทำให้ผู้สูงอายุรู้สึกไม่มั่นคงและสูญเสียศักดิ์ศรี แต่ก็ไม่มีทางเลือกในการแปลงทรัพย์สินให้เป็นรายได้
  • ระบบการเงินในปัจจุบันไม่เปิดทางให้ผู้สูงอายุใช้บ้านสร้างรายได้อย่างเป็นธรรม หลายคนกังวลว่าจะต้องขายบ้าน ออกจากบ้าน หรือเสียสิทธิของทายาท

จะทำอะไร (Action)

  • รัฐรับซื้อบ้านแต่ไม่ไล่ออก: สถาบันการเงินของรัฐรับซื้อบ้านของผู้สูงอายุอายุ 60 ปีขึ้นไป ตามมูลค่าที่คำนวณจากหลักเกณฑ์ที่กำหนด โดยผู้สูงอายุยังอยู่อาศัยในบ้านหลังเดิมได้ตลอดชีวิต
  • เปลี่ยนมูลค่าบ้านเป็นเงินเดือน: รัฐผ่อนจ่ายค่าซื้อบ้านเป็นรายเดือนให้ผู้สูงอายุจนถึงแก่กรรม ทำให้มีรายได้สม่ำเสมอโดยไม่ต้องก่อหนี้
  • คุ้มครองสิทธิทายาท: เมื่อผู้สูงอายุถึงแก่กรรม ทายาทมีสิทธิซื้อทรัพย์สินคืนตามราคาประเมินเดิม เพื่อรักษาทรัพย์สินของครอบครัว
  • เป็นธรรมกรณีเสียชีวิตก่อนครบกำหนด: หากผู้ขายถึงแก่กรรมก่อนครบ 20 ปี และยอดเงินที่ได้รับจริงต่ำกว่ามูลค่าบ้าน ส่วนต่างจะถูกนำไปพิจารณาเป็นส่วนลดในการซื้อคืน
  • มีทางออกหากไม่ซื้อคืน: หากทายาทไม่ประสงค์ซื้อคืน รัฐจะขายทรัพย์สินเพื่อนำเงินไปชำระยอดที่จ่ายไปแล้ว และดำเนินการมูลค่าคงเหลือตามกฎหมายมรดกอย่างชัดเจนและเป็นธรรม

ผลลัพธ์คืออะไร (Outcome)

  • ผู้สูงอายุยังอยู่อาศัยในบ้านหลังเดิมได้
  • มีรายได้สม่ำเสมอโดยไม่ต้องก่อหนี้
  • ทายาทมีสิทธิรักษาทรัพย์สินของครอบครัว

ใครได้ประโยชน์ (Target)

  • ผู้สูงอายุอายุ 60 ปีขึ้นไป
  • ทายาท

ภายในเมื่อไหร่ (Timeframe)

ไม่ระบุ

ใช้งบเท่าไหร่ (Budget)

ไม่ระบุ

งบมาจากไหน (Budget Source)

ไม่ระบุ

เพื่อไทย

ปัญหาคืออะไร (Problem)

  • กรุงเทพฯ มีประชากรผู้สูงอายุถึง 22.88% และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
  • ประเทศไทยมีผู้ที่มีข้อจำกัดมากถึง 2,242,693 คน คิดเป็น 3.39% ของประชากรทั้งประเทศ
  • การออกแบบผลิตภัณฑ์ สภาพแวดล้อม โปรแกรมและบริการในด้านต่างๆ ไม่สามารถตอบสนองทุกคนได้อย่างเท่าเทียม
  • เกิดอุปสรรคในการดำรงชีวิตและการมีส่วนร่วมในสังคม
  • เกิดการเลือกปฏิบัติและความเหลื่อมล้ำทางสังคม

จะทำอะไร (Action)

  • ร่าง พ.ร.บ.การออกแบบที่เป็นการสากล (Universal Design) ไว้เรียบร้อยแล้ว โดยมีแผนระยะการดำเนินการ 3 ช่วงใหญ่ๆ
  • ระยะแรก ผลักดันพ.ร.บ. ให้ผ่านสภา และให้มีการประกาศใช้ พร้อมกับการจัดทำแผนการปรับปรุงการเข้าถึงและการออกแบบเพื่อเป็นแผนยุทธศาสตร์ในการดำเนินนโยบาย
  • ระยะที่สอง เริ่มดำเนินให้มีการปรับปรุงตัวอาคารสถานที่และบริการต่างๆ ของหน่วยงานรัฐ เป็นพื้นที่แรกๆ โดยเริ่มที่พื้นที่กรุงเทพและเมืองใหญ่เป็นพื้นที่นำร่อง ควบคู่ไปกับการให้มาตรการสร้างแรงจูงใจกับองค์กร บริษัท ห้าง ร้าน ต่างๆ พร้อมให้คำแนะนำ เพื่อปรับปรุงพื้นที่ให้ทุกคนเข้าถึงกันอย่างเท่าเทียม
  • ระยะที่สาม ขยายพื้นที่ปรับปรุงไปสู่พื้นที่อื่นๆ ให้ครอบคลุมทั้งประเทศ มีระบบการวัดผลทั้งเรื่องมาตรฐานการออกแบบ พร้อมกับการประเมินตัวชี้วัดให้เป็นไปตามเป้าหมายของกฎหมาย
  • โดยสิ่งที่เราจะต้องปรับปรุงให้มีการออกแบบที่เป็นสากลตามแผน คือ
  1. อาคาร และสิ่งอำนวยความสะดวกสาธารณะ - เช่น โรงมหรสพ หอประชุม โรงแรม สถานศึกษา โรงพยาบาล อาคารราชการ ห้างสรรพสินค้า และอาคารขนาดใหญ่อื่นๆ
  2. ระบบขนส่งและโครงสร้างพื้นฐาน - เช่น ศูนย์การขนส่ง สถานี จุดจอด ยานพาหนะขนส่งสาธารณะ และสถานีบริการโครงสร้างพื้นฐาน
  3. ระบบสารสนเทศและการสื่อสาร - เช่น แพลตฟอร์มดิจิทัล ระบบข้อมูลสาธารณะ บริการออนไลน์ การสื่อสารฉุกเฉิน สื่อการศึกษา การประกาศสาธารณะ และเอกสาร
  • เราจะทำให้ชีวิตของทุกคนสะดวกสบายและมีชีวิตที่ดีมากยิ่งขึ้น ทั้งในเชิงทางกายภาพ ตั้งแต่อาคาร สถานที่สาธารณะ และระบบโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ ไปจนถึงการเข้าถึงข้อมูล การสื่อสารทุกประเภท และการบริการต่างๆ

ผลลัพธ์คืออะไร (Outcome)

  • ทำให้ชีวิตของทุกคนสะดวกสบายและมีชีวิตที่ดีมากยิ่งขึ้น
  • มีกฎหมายส่งเสริมการออกแบบที่เป็นสากล (Universal Design) ที่ช่วยกำหนดกลไกและมาตรการต่างๆ เพื่อส่งเสริม สนับสนุน อย่างเป็นรูปธรรม นำไปสู่การพัฒนาคุณภาพชีวิตของทุกคน ทุกกลุ่ม อย่างเท่าเทียมกัน เพื่อลดความเหลื่อมล้ำในสังคมและเพื่อทำให้กรุงเทพฯ เป็นเมืองที่พัฒนาอย่างยั่งยืนตามหลักสากล

ใครได้ประโยชน์ (Target)

  • ประชาชน
  • ผู้สูงอายุ
  • ผู้ที่มีข้อจำกัดด้านกายภาพ
  • เด็ก
  • สตรีมีครรภ์

ภายในเมื่อไหร่ (Timeframe)

  • ระยะการดำเนินการ 3 ช่วงใหญ่ๆ
  • ระยะแรก ผลักดันพ.ร.บ. ให้ผ่านสภา
  • ระยะที่สอง เริ่มดำเนินให้มีการปรับปรุง
  • ระยะที่สาม ขยายพื้นที่ปรับปรุง

ใช้งบเท่าไหร่ (Budget)

ไม่ระบุ

งบมาจากไหน (Budget Source)

ไม่ระบุ

เพื่อไทย

ปัญหาคืออะไร (Problem)

  • ไทยกำลังเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุเต็มรูปแบบในขณะที่ประชาชนจำนวนมาก ไม่มีเงินออมเพียงพอ
  • มีรายได้ไม่แน่นอนจนไม่สามารถออมแบบก้อนหรือออมจำนวนมากได้
  • คนวัยเกษียณส่วนใหญ่ต้องทำงานต่อหรือพึ่งพาลูกหลานอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
  • นำไปสู่ปัญหาความยากจนในวัยชราและคุณภาพชีวิตที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง
  • ระบบออมเพื่อเกษียณที่มีในปัจจุบัน เข้าถึงยาก ซับซ้อน และไม่จูงใจ
  • การออมเป็นเรื่องไกลตัว และไม่มีแรงจูงใจให้เริ่มออมตั้งแต่อายุยังน้อย
  • ความนิยมซื้อสลากกินแบ่งของคนไทยจำนวนมากกลับไม่ได้สร้างความมั่นคงใด ๆ

จะทำอะไร (Action)

  • พ.ร.บ.กองทุนการออมแห่งชาติ (ฉบับที่ 2) มีกองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.) สำหรับการออกสลากดิจิทัล (ขูด/ซื้อผ่านแอปพลิเคชัน) ราคาต่อใบ 50 บาท (โดยเงิน 50 บาทนี้จะถูกเก็บเป็นเงินออมทั้งหมด)
  • ออกแบบให้ประชาชนสามารถออมได้จริงตามกำลัง
  • ซื้อหวยได้ที่แอปทางรัฐ, แอปลาซาด้า และแอปที่ร่วมโครงการ
  • ออกรางวัลและผลตอบแทน ทุกวันศุกร์ เวลา 17.00 น.
  • ผู้ถูกรางวัลจะได้เงินรางวัลทันทีผ่านพร้อมเพย์ (PromptPay) ส่วนเงินค่าซื้อสลากจะถูกนำเงินส่งเข้าบัญชีเงินออมรายบุคคลกับ กอช. และเมื่อผู้ออมอายุครบ 60 ปี จะคืนเงินทั้งหมดทุกบาท ทุกสตางค์ที่ซื้อสลากมาทั้งชีวิต บวกกับผลตอบแทนจากการลงทุนด้วย
  • กรณีเสียชีวิต เงินทั้งหมดจะถูกส่งคืนทายาท

ผลลัพธ์คืออะไร (Outcome)

  • ประชาชนมีเงินเก็บเมื่อเกษียณอย่างเป็นระบบ ไม่ต้องพึ่งลูกหลานหรือเสี่ยงตกสู่ความยากจนในวัยชรา
  • ประชาชนมีเงินก้อนไปใช้ชีวิตอย่างปลอดภัยทางการเงินมากขึ้น

ใครได้ประโยชน์ (Target)

  • ประชาชน
  • คนวัยเกษียณ
  • ประชาชนสัญชาติไทยที่มีอายุ 15 ปีขึ้นไป

ภายในเมื่อไหร่ (Timeframe)

ไม่ระบุ

ใช้งบเท่าไหร่ (Budget)

ไม่ระบุ

งบมาจากไหน (Budget Source)

ไม่ระบุ

เพื่อไทย

ปัญหาคืออะไร (Problem)

  • ผู้สูงอายุไทยส่วนใหญ่ไม่มีเงินออม หลายคนยังมีหนี้สินส่วนบุคคล หนี้ครัวเรือน
  • หนี้ครัวเรือนไม่สร้างรายได้
  • รายได้จากทำงานน้อยลงเมื่ออายุมาก กลายเป็นภาระเรื้อรัง
  • ผู้สูงอายุมีรายได้หลังวัยเกษียณต่ำหรือไม่แน่นอน บางคนต้องอาศัยบุตร ครอบครัว
  • ผู้สูงอายุโอกาสและกำลังกายลดลงตามอายุ
  • ค่าครองชีพ ค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพผู้สูงอายุสูงขึ้น ทำให้หนี้สินที่เคยพอจ่ายไหวกลายเป็นหนี้เรื้อรัง
  • คนหมดหวังมีคุณภาพชีวิตที่ดีในบั้นปลาย
  • ผู้สูงอายุไม่สามารถหลุดพ้นจากวงจรการชำระหนี้ เต็มไปด้วยความเครียดและขาดการใช้ชีวิตอย่างมีศักดิ์ศรี เพิ่มความเหลื่อมล้ำในสังคม

จะทำอะไร (Action)

  • ล้างหนี้เสียเกิน 1 ปีที่ไม่มีหลักประกันต่ำกว่า 100,000 บาทในสถาบันการเงินรัฐ สำหรับผู้มีอายุ 60 ปีขึ้นไปทุกคน

ผลลัพธ์คืออะไร (Outcome)

  • อัตราหนี้นอกระบบในกลุ่มผู้สูงอายุลดลง
  • ช่วยลดภาระรัฐในระยะยาวด้านสวัสดิการดูแลกลุ่มผู้สูงอายุ
  • สถาบันการเงินของรัฐมีงบดุลดีขึ้น
  • เศรษฐกิจฐานรากมีเงินหมุนเวียนในระบบมากขึ้น

ใครได้ประโยชน์ (Target)

  • ผู้สูงอายุ

ภายในเมื่อไหร่ (Timeframe)

ไม่ระบุ

ใช้งบเท่าไหร่ (Budget)

ไม่ระบุ

งบมาจากไหน (Budget Source)

ไม่ระบุ

เพื่อบ้านเมือง

ปัญหาคืออะไร (Problem)

ไม่ระบุ

จะทำอะไร (Action)

  • ให้ความคุ้มครองชาวไทยกลุ่มชาติพันธุ์ต่าง ๆ
  • ผลักดันให้มีการใช้มาตรการทางกฎหมายในการจัดระบบสวัสดิการประชาชน
  • เสริมสร้างความเข้มแข็งของครอบครัว
  • ส่งเสริมและพัฒนาทรัพยากรมนุษย์

ผลลัพธ์คืออะไร (Outcome)

  • ชาวไทยกลุ่มชาติพันธุ์ต่าง ๆ มีสิทธิดำรงชีวิตในสังคม วัฒนธรรม ประเพณี และวิถีชีวิตดั้งเดิม ตามความสมัครใจได้อย่างสงบสุข ไม่ถูกรบกวนทั้งนี้ เท่าที่ไม่เป็นการขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน หรือเป็นอันตรายต่อความมั่นคงของรัฐ หรือสุขภาพอนามัย
  • ประชาชนมีที่อยู่อาศัยที่ดินทำกินอย่างเหมาะสม
  • ประชาชนมีสุขภาพแข็งแรงและมีจิตใจเข้มแข็ง
  • พลเมืองมีคุณภาพและความสามารถสูงขึ้น
  • เด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ คนพิการ ผู้ยากไร้ และผู้ด้อยโอกาสสามารถดำรงชีวิตได้อย่างมีคุณภาพ

ใครได้ประโยชน์ (Target)

  • ชาวไทยกลุ่มชาติพันธุ์ต่าง ๆ
  • ประชาชน
  • เยาวชน
  • สตรี
  • ผู้สูงอายุ
  • คนพิการ
  • ผู้ยากไร้
  • ผู้ด้อยโอกาส

ภายในเมื่อไหร่ (Timeframe)

ไม่ระบุ

ใช้งบเท่าไหร่ (Budget)

ไม่ระบุ

งบมาจากไหน (Budget Source)

ไม่ระบุ

ภูมิใจไทย

ปัญหาคืออะไร (Problem)

  • เศรษฐกิจไทยหลุดพ้นจากหล่มในไตรมาสสุดท้ายของปี 2568 แล้ว จะไปต่ออย่างไร
  • เศรษฐกิจปากท้อง ของ คนตัวเล็ก ตัวน้อย เป็นปัญหา
  • ผู้สูงวัยยังขาด ทักษะดี, งาน, เงิน, คนดูแล
  • ชุมชนยังไม่สามารถ ผลิตของที่ใช่, ขายของที่ชอบ และยังไม่ ตอบโจทย์ทุกคน
  • การศึกษา ยังไม่ เท่าเทียม, ยังไม่ เรียนฟรีมีจริง, ยังไม่มี เรียนฟรีมีงาน, ยังไม่มีการเรียนฟรี ทุกที่ ทุกเวลา
  • SME ไทยยังขาด ทุน และ ค้ำประกัน ในการ สู้ได้ทุกแวทีเวที
  • ยังขาด การลงทุน
  • ยังไม่มีการส่งเสริม เศรษฐกิจ สีเขียว เพื่อ รักษ์โลก ให้เป็น ทางรอด และทางรวยยั่งยืน
  • AI ยังไม่ ถึงมือ, งานยังไม่ ถึงตัว, เงินยังไม่ ถึงบ้าน
  • การค้าขายยังไม่ ฉลาด, การผลิตยังไม่ อัปเกรด, ยังไม่สามารถ ยึดตลาดโลก
  • รัฐ ยังไม่ ฉับไว, อนุมิติไว, ยังมี กั๊ก

จะทำอะไร (Action)

  • เสนอแนวทางดำเนินนโยบายเศรษฐกิจ จากมาตรการ 10 พลัส
  • แก้เศรษฐกิจปากท้อง
  • เพิ่มการลงทุน
  • รัฐร่วมทุน
  • เติมทุนให้ SME ไทย
  • ค้ำประกันไว้ SME ไทย
  • อัปเกรด การผลิต
  • ยึดตลาดโลก ด้วยพันธมิตร
  • รัฐฉับไว อนุมิติไว ไม่มีกั๊ก

ผลลัพธ์คืออะไร (Outcome)

  • อัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจจะเป็น 3 % พลัส
  • เป็นห้วงเวลาแห่งการพลิกฟื้น Potential Growth
  • เศรษฐกิจไปสู่การเติบโตทั่วถึง มีคุณภาพ และเต็มศักยภาพ
  • ผู้สูงวัยมี ทักษะดี
  • ผู้สูงวัยมี งาน
  • ผู้สูงวัยมี เงิน
  • ผู้สูงวัยมี คนดูแล
  • การศึกษา เท่าเทียม
  • เรียนฟรีมีจริง
  • เรียนฟรีมีงาน
  • เรียนฟรีทุกที่ ทุกเวลา
  • SME ไทย สู้ได้ทุกเวที
  • รักษ์โลก คือทางรอด และทางรวยยั่งยืน
  • AI ถึงมือ
  • งานถึงตัว
  • เงินถึงบ้าน
  • ค้าขายฉลาด
  • ยึดตลาดโลก
  • รัฐฉับไว

ใครได้ประโยชน์ (Target)

  • เศรษฐกิจไทย
  • ผู้สูงวัย
  • ชุมชน
  • ทุกคน
  • SME ไทย
  • พันธมิตร

ภายในเมื่อไหร่ (Timeframe)

ไม่ระบุ

ใช้งบเท่าไหร่ (Budget)

ไม่ระบุ

งบมาจากไหน (Budget Source)

ไม่ระบุ

ภูมิใจไทย

ปัญหาคืออะไร (Problem)

  • สภาพสังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์ หรือ Aged Society ที่ประเทศไทยกำลังประสบอยู่

จะทำอะไร (Action)

  • จ้างงานผู้สูงอายุ นำมาลดหย่อนเป็นค่าใช้จ่ายได้ 2 เท่า สูงสุด 30,000 บาท
  • ผู้สูงอายุที่มีรายได้ไม่เกิน 1.5 ล้านบาทต่อปี ได้รับสิทธิลดหย่อนภาษีสูงสุดร้อยละ 50
  • นำที่ดินรัฐ ที่มีทำเลที่มีศักยภาพ มาเปิดโอกาสให้ภาคเอกชนลงทุนสร้าง “ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุครอบคลุมทั่วประเทศ”
  • รัฐให้การส่งเสริมการลงทุน (BOI) ให้ความช่วยเหลือทางด้านภาษี

ผลลัพธ์คืออะไร (Outcome)

  • ลดหย่อนเป็นค่าใช้จ่ายได้ 2 เท่า สูงสุด 30,000 บาท
  • ผู้สูงอายุที่มีรายได้ไม่เกิน 1.5 ล้านบาทต่อปี ได้รับสิทธิลดหย่อนภาษีสูงสุดร้อยละ 50
  • ค่าใช้จ่ายในการดูแลผู้สูงอายุลดลง
  • สร้างงาน
  • สร้างอาชีพ
  • ส่งเสริมการลงทุน
  • ผู้สูงอายุมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
  • มีรายได้เพิ่มขึ้น
  • มีงานทำเพิ่มขึ้น
  • ยิ้มได้พลัสขึ้น

ใครได้ประโยชน์ (Target)

  • ผู้สูงอายุ
  • ผู้สูงอายุที่มีรายได้ไม่เกิน 1.5 ล้านบาทต่อปี
  • ภาคเอกชน

ภายในเมื่อไหร่ (Timeframe)

ไม่ระบุ

ใช้งบเท่าไหร่ (Budget)

ไม่ระบุ

งบมาจากไหน (Budget Source)

ไม่ระบุ

ภูมิใจไทย

ปัญหาคืออะไร (Problem)

ไม่ระบุ

จะทำอะไร (Action)

  • เสนอโครงการ 1 หมู่บ้าน 1 พยาบาลอาสา
  • มีการจ้างงานจากผู้จบการศึกษาด้าน พยาบาล ผู้ช่วยพยาบาล เทคนิกการแพทย์ เข้ามาอบรมเพิ่มเติม
  • ทำงานเชิงรุก เคาะประตู ทุกหมู่บ้านทั่วประเทศ
  • ช่วยเหลือพี่น้องประชาชน ผู้สูงอายุ และครอบครัวผู้สูงอายุ รวมทั้งสตรีตั้งครรภ์

ผลลัพธ์คืออะไร (Outcome)

  • มีการจ้างงาน จำนวนเกือบ 100,000 อัตรา
  • ผู้ที่ได้รับการจ้างงานมี เงินเดือน 15,000 บาท สัญญาจ้างงาน ขั้นต่ำ 4 ปี
  • พี่น้องประชาชน ผู้สูงอายุ และครอบครัวผู้สูงอายุ รวมทั้งสตรีตั้งครรภ์ ได้รับการช่วยเหลือ

ใครได้ประโยชน์ (Target)

  • ผู้สูงอายุ
  • หญิงตั้งครรภ์
  • ผู้จบการศึกษาด้าน พยาบาล ผู้ช่วยพยาบาล เทคนิกการแพทย์
  • พี่น้องประชาชน
  • ครอบครัวผู้สูงอายุ

ภายในเมื่อไหร่ (Timeframe)

ไม่ระบุ

ใช้งบเท่าไหร่ (Budget)

ไม่ระบุ

งบมาจากไหน (Budget Source)

ไม่ระบุ

รวมไทยสร้างชาติ

ปัญหาคืออะไร (Problem)

ไม่ระบุ

จะทำอะไร (Action)

ไม่ระบุ

ผลลัพธ์คืออะไร (Outcome)

เบี้ยผู้สูงอายุ-ผู้พิการ 1,000 บ. คนจน รับ 2เท่า

ใครได้ประโยชน์ (Target)

ผู้สูงอายุ ผู้พิการ

ภายในเมื่อไหร่ (Timeframe)

ไม่ระบุ

ใช้งบเท่าไหร่ (Budget)

ไม่ระบุ

งบมาจากไหน (Budget Source)

ไม่ระบุ

แชร์หน้านี้เกี่ยวกับโครงการ