ประเด็น

สิทธิเสรีภาพ

มี 11 คำสัญญา จาก

*ฐานข้อมูลมีทั้งหมด 13 พรรค โดยเลือกเฉพาะพรรคที่มีข้อมูลนโยบายในเว็บไซต์ทางการ อ่านเกณฑ์การคัดเลือกพรรคการเมือง

คำชี้แจง

  • ข้อมูลในหน้านี้มาจากข้อความบนเว็บไซต์ทางการของพรรคการเมือง ซึ่งถูกจัดลงตารางตามหัวข้อต่างๆ ด้วยระบบปัญญาประดิษฐ์ (LLM) โดยพยายามคงข้อความตามต้นฉบับให้มากที่สุด
  • หากจำเป็นต้องเพิ่มข้อความเพื่อให้ได้ใจความที่สมบูรณ์ จะถูกแสดงด้วยตัวอักษรสีเทา
  • แม้มีการตรวจสอบโดยทีมงานในระดับหนึ่ง แต่อาจมีความคลาดเคลื่อนเกิดขึ้นได้
  • ผู้ใช้สามารถตรวจสอบเพิ่มเติมกับข้อความต้นฉบับตามลิงก์ด้านล่าง
อ่านที่มาและข้อจำกัดข้อมูล
ประชาชน

ปัญหาคืออะไร (Problem)

  • การสร้างระบอบประชาธิปไตยที่มีความเข้มแข็งและสะท้อนความต้องการของประชาชนได้อย่างแท้จริง ไม่สามารถพึ่งพาแค่การลงคะแนนเสียงในวันเลือกตั้งเท่านั้น
  • ยังขาด ช่องทางที่ส่งเสริมให้ประชาชนมีส่วนร่วมโดยตรงกับสถาบันทางการเมืองต่าง ๆ ได้ตลอดเวลา
  • กฎหมายในปัจจุบันยังไม่ครอบคลุม หลาย ช่องทางที่สามารถอำนวยความสะดวกและเพิ่มช่องทางการมีส่วนร่วมรูปแบบใหม่ๆ
  • กฎหมายในปัจจุบัน ไม่เพิ่มความยืดหยุ่นในการตอบสนองต่อปัญหา
  • อุปสรรคและเงื่อนไขที่กีดกันการจัดตั้งพรรคใหม่ (เช่น จำนวนผู้ร่วมจัดตั้ง ทุนประเดิม)
  • เงื่อนไขที่เพิ่มค่าใช้จ่ายด้านธุรการโดยไม่จำเป็น สำหรับพรรคการเมือง

จะทำอะไร (Action)

  • ยกระดับและขยายช่องทางการมีส่วนร่วมของประชาชนกับสถาบันทางการเมืองต่างๆ
  • อำนวยความสะดวกประชาชนในการเข้าชื่อ
  • กำหนดให้ การเข้าชื่อ ทำได้ผ่าน ช่องทางออนไลน์ในทุกกรณี
  • จัดทำ ช่องทางกลาง สำหรับการเข้าชื่อในกรณีต่าง ๆ
  • ขยายสิทธิการเข้าชื่อที่ถูกรับรองโดยกฎหมาย
  • เพิ่มสิทธิในการเข้าชื่อเสนอร่างแก้ไขพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ
  • เพิ่มสิทธิในการเข้าชื่อเสนอให้ท้องถิ่น จัดประชามติ ในประเด็นที่อยู่ในอำนาจของท้องถิ่น
  • เพิ่มสิทธิในการเข้าชื่อเสนอถอดถอน สส., สว., รัฐมนตรี, ศาลรัฐธรรมนูญ, องค์กรอิสระ และผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองอื่น ๆ
  • เพิ่มสิทธิในการเข้าชื่อเสนอข้อเรียกร้องต่อสภา โดยให้รัฐมนตรีตอบ หรือให้สภาพิจารณาเสนอเป็นญัตติเพื่ออภิปรายในที่ประชุมใหญ่
  • เผยแพร่ข้อมูลการทำงานอย่างเป็นระบบ (Open Data)
  • จัดเก็บและเผยแพร่ข้อมูลการทำงานของสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา (เช่น สถิติการเข้าประชุม, สถิติการลงคะแนน, บทอภิปรายรายบุคคล, สถานะของร่างกฎหมาย ในรูปแบบที่วิเคราะห์ต่อได้)
  • เปิดเผยข้อมูลกระบวนการสรรหาผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ (เช่น ข้อมูลผู้สมัคร และบันทึกการลงมติของคณะกรรมการสรรหา)
  • ถ่ายทอดสดการประชุมคณะกรรมาธิการ (ยกเว้นกรณีจำเป็น)
  • ถ่ายทอดสดการแสดงวิสัยทัศน์ ของผู้สมัครเข้ารับการสรรหาเป็นผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ
  • ลดอุปสรรคและเงื่อนไขที่กีดกันการจัดตั้งพรรคใหม่ (เช่น จำนวนผู้ร่วมจัดตั้ง ทุนประเดิม)
  • ปลดล็อกให้พรรคการเมือง ระดมทุนจากประชาชนและผู้บริจาครายย่อยได้ง่ายขึ้น (เช่น ขายสินค้าออนไลน์ได้, ออกใบเสร็จออนไลน์ได้)
  • ลดเงื่อนไขที่เพิ่มค่าใช้จ่ายด้านธุรการโดยไม่จำเป็น (เช่น การประชุมใหญ่จัดออนไลน์ได้)
  • ทบทวนฐานความผิดและอัตราโทษสำหรับพรรคการเมืองให้เหมาะสมและได้สัดส่วน (เช่น ทบทวนเงื่อนไขการยุบพรรคให้สอดคล้องหลักสากล โดยลงโทษคณะกรรมการบริหารหรือกรรมการรายบุคคลแทนการยุบทั้งพรรค)
  • กำหนดให้มีการประเมินผลกระทบของร่างกฎหมายต่อเด็กและเยาวชน (Child and Youth Impact Assessment - CYIA) ในประเด็นที่เกี่ยวข้อง
  • กำหนดให้มีการประเมินผลกระทบของการจัดสรรงบประมาณต่อคนทุกเพศ (Gender-Responsive Budgeting - GRB)
  • ทบทวนและปรับลดอายุขั้นต่ำในการมีสิทธิทางการเมือง (เช่น อายุขั้นต่ำในการสมัครรับเลือกตั้ง)
  • คุ้มครองความปลอดภัยของคนทุกเพศ จากปัญหาการล่วงละเมิดทางเพศ
  • สร้างกลไกตรวจสอบที่เป็นอิสระ เพื่อคุ้มครองความปลอดภัยของคนทุกเพศ จากปัญหาการล่วงละเมิดทางเพศ
  • ปฏิรูป สภาเด็กและเยาวชน ให้มาจากการเลือกตั้งจากเด็กและเยาวชนในวงกว้าง
  • เพิ่มบทบาทเชิงนโยบายอย่างอิสระ ของสภาเด็กและเยาวชน (เช่น การมีส่วนร่วมในกระบวนการแก้ไขกฎหมาย / การตั้งกระทู้ต่อฝ่ายบริหาร)
  • ปรับปรุงกฎหมายเพื่อให้ท้องถิ่นมีอำนาจในการผลักดันหรือออกระเบียบเพื่อรองรับการจัดทำงบประมาณแบบมีส่วนร่วม (Participatory Budgeting - PB)
  • กำหนดมาตรฐานกลางในการกำกับดูแลการจัดทำ PB ของท้องถิ่นทั่วประเทศ โดยให้เป็นหน้าที่ของคณะกรรมการการกระจายอำนาจฯ (ก.ก.ถ.)
  • สนับสนุนการนำระบบกลางสำหรับการเสนอ-กลั่นกรอง-คัดเลือกโครงการผ่าน ช่องทางออนไลน์ มาใช้
  • ขับเคลื่อนนโยบายนี้ผ่านการแก้ไขและปรับปรุงกลไกทั้งในและนอกสภา
  • ผลักดันร่างแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้องในทุกระดับ (รัฐธรรมนูญและพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ, พ.ร.บ. จัดตั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และ พ.ร.บ. ประชามติ, พ.ร.บ. ส่งเสริมการพัฒนาเด็กและเยาวชนแห่งชาติ, ข้อบังคับการประชุมสภา)
  • ประสานและร่วมมือกับหน่วยงานรัฐเพื่อออกแบบกลไก
  • ให้สำนักนายกรัฐมนตรีเป็นเจ้าภาพในการประสานงานกับหน่วยงานต่าง ๆ
  • ร่วมมือกับสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา และสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล เพื่อปรับปรุงระบบกลางทางกฎหมาย (ระบบรับฟังความเห็นออนไลน์ต่อร่างกฎหมาย)
  • ร่วมมือกับกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น เพื่อจัดทำระบบกลางให้ประชาชนเข้าชื่อเสนอข้อบัญญัติท้องถิ่น สำหรับทุกท้องถิ่นทั่วประเทศ

ผลลัพธ์คืออะไร (Outcome)

  • สร้างระบอบประชาธิปไตยที่มีความเข้มแข็ง สะท้อนความต้องการของประชาชนได้อย่างแท้จริง
  • ประชาชนมี ช่องทางที่ส่งเสริมให้มีส่วนร่วมโดยตรงกับสถาบันทางการเมืองต่าง ๆ ได้ตลอดเวลา
  • อำนวยความสะดวกและเพิ่มช่องทางการมีส่วนร่วมรูปแบบใหม่ๆ
  • ข้อมูลการทำงานของสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา (เช่น สถิติการเข้าประชุม, สถิติการลงคะแนน, บทอภิปรายรายบุคคล, สถานะของร่างกฎหมาย) ในรูปแบบที่วิเคราะห์ต่อได้
  • ข้อมูลกระบวนการสรรหาผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ (เช่น ข้อมูลผู้สมัคร และบันทึกการลงมติของคณะกรรมการสรรหา) ในรูปแบบที่ตรวจสอบได้ง่าย
  • ถ่ายทอดสดการประชุมคณะกรรมาธิการ (ยกเว้นกรณีจำเป็น)
  • ถ่ายทอดสดการแสดงวิสัยทัศน์ ของผู้สมัครเข้ารับการสรรหาเป็นผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ
  • พรรคการเมือง "เกิดง่าย อยู่ได้ ตายยาก"
  • พรรคการเมือง ระดมทุนจากประชาชนและผู้บริจาครายย่อยได้ง่ายขึ้น
  • ลดเงื่อนไขที่เพิ่มค่าใช้จ่ายด้านธุรการโดยไม่จำเป็น (เช่น การประชุมใหญ่จัดออนไลน์ได้)
  • ฐานความผิดและอัตราโทษสำหรับพรรคการเมือง เหมาะสมและได้สัดส่วน
  • สภาเด็กและเยาวชน มาจากการเลือกตั้งจากเด็กและเยาวชนในวงกว้าง
  • สภาเด็กและเยาวชน เพิ่มบทบาทเชิงนโยบายอย่างอิสระ
  • ท้องถิ่นมีอำนาจในการผลักดันหรือออกระเบียบเพื่อรองรับการจัดทำงบประมาณแบบมีส่วนร่วม (Participatory Budgeting - PB)

ใครได้ประโยชน์ (Target)

  • ประชาชน
  • ท้องถิ่น
  • พรรคการเมือง
  • เด็กและเยาวชน

ภายในเมื่อไหร่ (Timeframe)

ไม่ระบุ

ใช้งบเท่าไหร่ (Budget)

ไม่ระบุ

งบมาจากไหน (Budget Source)

ไม่ระบุ

ประชาชน

ปัญหาคืออะไร (Problem)

  • การฟ้องปิดปากคือการใช้กระบวนการทางกฎหมายเป็นเครื่องมือในการสร้างความยุ่งยากและจำกัดสิทธิเสรีภาพของประชาชนที่ออกมาวิพากษ์วิจารณ์หรือตรวจสอบประเด็นที่เกี่ยวข้องกับประโยชน์สาธารณะ
  • สถานการณ์การฟ้องปิดปากมีความรุนแรงมากขึ้น
  • การฟ้องปิดปากทำลายเสรีภาพในการแสดงออก: การฟ้องปิดปาก ไม่ได้มุ่งหวังที่ผลของคดีว่าจะชนะหรือแพ้ แต่ต้องการใช้กระบวนการทางกฎหมายสร้างภาระแก่ผู้ถูกฟ้อง ทั้งภาระค่าใช้จ่ายและความเครียด เพื่อให้ผู้ถูกฟ้องหยุดตรวจสอบประเด็นสาธารณะ ซึ่งปลายทางเป็นการจำกัดเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นของสังคม
  • สังคมตกอยู่ใน "ภาวะหวาดกลัว" (Chilling Effect): เมื่อเห็นตัวอย่างผู้ที่ถูกฟ้อง ประชาชน สื่อมวลชน และนักวิชาการ อาจเลือกที่จะเซ็นเซอร์ตัวเอง และเพิกเฉยต่อการตรวจสอบอำนาจรัฐและภาคธุรกิจที่อาจส่งผลกระทบต่อสังคม
  • การฟ้องปิดปากบั่นทอนหลักการตรวจสอบและถ่วงดุลในระบอบประชาธิปไตย: เมื่อกลไกการตรวจสอบโดยประชาชนถูกปิดกั้น ผู้มีอำนาจหรือผู้มีอิทธิพลก็ลอยนวลพ้นผิดได้ง่ายขึ้น
  • การใช้คดีอาญาคุกคามประชาชน สื่อ และนักกิจกรรมที่วิพากษ์วิจารณ์ตรวจสอบประเด็นที่เป็นประโยชน์ต่อสาธารณะอย่างสุจริต

จะทำอะไร (Action)

ผลักดันชุดร่างกฎหมายป้องกันการฟ้องปิดปาก (Anti-SLAPP) โดยการแก้ไขกฎหมายหลัก 4 ฉบับ:

  1. ประมวลกฎหมายอาญา [มาตรา 1, 326, 329(5), 330, 393]
  • ยกเลิกโทษจำคุก ฐานหมิ่นประมาท (ม.326) และดูหมิ่นซึ่งหน้าหรือด้วยการโฆษณา (ม.393) โดยเปลี่ยนไปใช้โทษ ปรับทางพินัย แทน (หมิ่นประมาทไม่เกิน 10,000 บาท และดูหมิ่นไม่เกิน 5,000 บาท)
  • เพิ่มเหตุยกเว้นความผิด (ม.329(5), ม.330) กรณีแสดงความคิดเห็นหรือข้อความโดยสุจริตเพื่อ ประโยชน์สาธารณะ และอนุญาตให้พิสูจน์ความจริงได้ (เว้นแต่เป็นเรื่องส่วนตัว) โดยมีการ เพิ่มบทนิยาม "การมีส่วนร่วมเพื่อประโยชน์สาธารณะ" ใน ม.1
  1. ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา (ป.วิ.อาญา) (มาตรา 2, 133 จัตวา, 143/1, 161/1, 165/3)
  • หยุดยั้งคดีตั้งแต่เริ่มต้น: สร้างกลไกยุติคดีปิดปากในชั้นศาล (ม.161/1, ม.165/3) โดยให้จำเลยขอให้ศาลยกฟ้องคดีอาญาที่เข้าข่าย SLAPP ได้ภายใน 30 วันนับจากวันที่ศาลรับคำแถลง
  • อำนาจอัยการในการยุติคดี: ให้อำนาจพนักงานอัยการในการยุติคดี (ม.143/1) ที่มีวัตถุประสงค์เพื่อปิดกั้นการมีส่วนร่วมเพื่อประโยชน์สาธารณะ และให้ความคุ้มครองการสั่งคดีโดยสุจริต
  • ป้องกันในชั้นสอบสวน: กำหนดกลไกป้องกันในชั้นสอบสวน (ม.133 จัตวา, ม.2) ให้พนักงานสอบสวนเร่งรวบรวมพยานหลักฐาน และกำหนดข้อสันนิษฐานเกี่ยวกับการร้องทุกข์หรือกล่าวโทษในหลายท้องที่หรือไม่เกี่ยวข้อง
  1. ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (มาตรา 423 วรรคสาม และสี่)
  • ยกเว้นความรับผิดทางแพ่ง (ม.423 วรรคสามและสี่) กรณีการเผยแพร่ข้อมูลโดยไม่รู้ว่าเป็นความเท็จ หากการเผยแพร่นั้นเป็นเรื่อง ประโยชน์สาธารณะ และได้ใช้ความระมัดระวังอย่างเพียงพอตามภาวะ วิสัย และพฤติการณ์แล้ว
  1. ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง (ป.วิ.แพ่ง) (มาตรา 1(15), 24/1, 24/2, 24/3)
  • ให้อำนาจศาลยกฟ้องคดีแพ่งที่เข้าข่าย SLAPP (ม.24/1) โดยจำเลยสามารถยื่นคำร้องได้ภายใน 15 วันนับจากวันที่ได้รับหมายเรียกและสำเนาคำฟ้อง และกำหนดให้ ชะลอกระบวนพิจารณาคดี ทั้งหมดระหว่างการพิจารณาคำร้อง (ม.24/1)
  • ให้อำนาจศาลสั่งให้โจทก์ชดใช้ ค่าใช้จ่ายในการดำเนินคดี และจ่ายค่าสินไหมทดแทนเพื่อการลงโทษ (ม.24/2, ม.24/3) ได้ หากปรากฏความจริงว่าเป็นการฟ้องคดีเพื่อปิดกั้นการมีส่วนร่วมเพื่อประโยชน์สาธารณะ

ผลลัพธ์คืออะไร (Outcome)

  • ป้องกันการใช้คดีอาญาคุกคามประชาชน สื่อ และนักกิจกรรมที่วิพากษ์วิจารณ์ตรวจสอบประเด็นที่เป็นประโยชน์ต่อสาธารณะอย่างสุจริต
  • คุ้มครองสิทธิเสรีภาพในการแสดงออก
  • สร้างพื้นที่ปลอดภัยให้ประชาชนในการตั้งคำถาม ตรวจสอบ วิพากษ์วิจารณ์ หรือแสดงความเห็นในเรื่องที่เกี่ยวกับประโยชน์สาธารณะ

ใครได้ประโยชน์ (Target)

  • ประชาชน
  • นักกิจกรรม
  • ชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบจากโครงการใหญ่
  • สื่อมวลชน
  • นักการเมือง
  • นักวิชาการ

ภายในเมื่อไหร่ (Timeframe)

ไม่ระบุ

ใช้งบเท่าไหร่ (Budget)

ไม่ระบุ

งบมาจากไหน (Budget Source)

ไม่ระบุ

ประชาชน

ปัญหาคืออะไร (Problem)

  • การใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือจำกัดสิทธิ: พ.ร.บ. ชุมนุมสาธารณะ พ.ศ. 2558 ถูกวิพากษ์วิจารณ์ทั้งในประเทศและเวทีโลก ว่าถูกนำมาใช้เพื่อจำกัดการแสดงออกมากกว่าการส่งเสริม โดยมีปัญหาเชิงโครงสร้าง เช่น นิยามผู้จัดการชุมนุมที่ไม่ชัดเจน และขั้นตอนการแจ้งที่ยุ่งยาก
  • ขัดต่อหลักการสากล: การกำหนดพื้นที่ห้ามชุมนุมโดยสิ้นเชิง ทำให้ประชาชนไม่สามารถส่งเสียงให้ถึงผู้มีอำนาจตัดสินใจได้ ซึ่งขัดต่อหลักการที่ว่าการชุมนุมต้องอยู่ในระยะที่ผู้รับสารสามารถ "มองเห็นและได้ยิน" (Sight and Sound)
  • การใช้กำลังที่ไม่สัดส่วน: ปัญหาความโปร่งใสและหลักความรับผิดรับชอบของเจ้าหน้าที่รัฐในการสลายการชุมนุม ตลอดจนการใช้โทษทางอาญาที่รุนแรงเกินกว่าเหตุเพื่อข่มขู่ผู้ใช้สิทธิ

จะทำอะไร (Action)

แก้ไข พ.ร.บ.ชุมนุมสาธารณะ พ.ศ. 2558 ใน 9 ประเด็นสำคัญ ดังนี้:

  1. นิยามผู้จัดการชุมนุม: ปรับนิยาม “ผู้จัดการชุมนุม” ให้แคบลงและรัดกุมขึ้น เพื่อจำกัดความรับผิดทางกฎหมายเฉพาะผู้มีบทบาทในการดูแลการชุมนุมเท่านั้น
  2. การแจ้งชุมนุม: ยกเว้นการแจ้งสำหรับการชุมนุมขนาดเล็กและการชุมนุมโดยพลัน เปิดช่องให้สามารถแจ้งผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ระบบกลางได้ พร้อมยกเลิกการใช้กฎหมายอื่นที่ทับซ้อน ยุ่งยากเกินจำเป็น
  3. พื้นที่ห้ามชุมนุม: ลดรัศมีห้ามชุมนุมตามมาตรา 7 และเปลี่ยนจากการห้ามโดยสิ้นเชิงเป็นการให้อำนาจเจ้าหน้าที่ในการประกาศจำกัดพื้นที่ด้วยเหตุผลที่ชัดเจน เพิ่มสิทธิให้ผู้ชุมนุมโต้แย้งคำสั่งต่อศาลปกครองได้
  4. การดูแลการชุมนุมและการใช้กำลัง: จำกัดการใช้อุปกรณ์ควบคุมฝูงชนที่ไม่เหมาะสม กำหนดให้การใช้กำลังเป็นไปตามหลักชอบด้วยกฎหมาย ความจำเป็นและได้สัดส่วนอย่างเคร่งครัด กำหนดให้เจ้าหน้าที่ต้องผ่านการอบรมและทำรายงานการใช้กำลังเพื่อเปิดเผยต่อสาธารณะ เพื่อความโปร่งใส
  5. การตรวจสอบและถ่วงดุล: เพิ่มบทบัญญัติรับรองเสรีภาพในการชุมนุมและบทบัญญัติรับรองหลักการทดสอบสามขั้น (The Three-Prong Test) อันได้แก่ มีกฎหมายบัญญัติให้อำนาจ มีจุดประสงค์โดยชอบด้วยกฎหมาย มีความจำเป็นในสังคมประชาธิปไตย ที่จะใช้เป็นเครื่องมือในการตรวจสอบเมื่อมีการใช้อำนาจรัฐแทรกแซงเสรีภาพในการชุมนุม
  6. บทกำหนดโทษ: เปลี่ยนจากโทษทางอาญาให้เป็นโทษปรับทางพินัย เพื่อให้เป็นไปตามหลักความได้สัดส่วน แต่ยังคงโทษอาญาเฉพาะกรณีที่จำเป็น ร้ายแรง และเกี่ยวข้องกับความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินเท่านั้น
  7. การคุ้มครองเด็ก: เพิ่มบทบัญญัติรับรองและคุ้มครองสิทธิเด็กในพื้นที่ชุมนุมตามหลักการประโยชน์สูงสุดของเด็ก และกำหนดให้เจ้าพนักงานต้องผ่านการฝึกอบรมการคุ้มครองสิทธิเด็ก
  8. การบังคับใช้กฎหมายพิเศษ: ยกเลิกข้อยกเว้นการบังคับใช้ พ.ร.บ.ชุมนุมสาธารณะฯ ภายใต้สถานการณ์ฉุกเฉินหรือกฎอัยการศึก เพื่อให้ พ.ร.บ.ชุมนุมสาธารณะฯ เป็นกรอบกฎหมายหลักในการคุ้มครองเสรีภาพ เว้นแต่มีข้อกำหนดห้ามโดยชอบด้วยกฎหมายพิเศษนั้นๆ
  9. การคุ้มครองความเป็นส่วนตัวจากการสอดแนมทางเทคโนโลยี: เพิ่มบทบัญญัติรับรองสิทธิความเป็นส่วนตัวและห้ามสอดแนมหรือคุกคามผู้ชุมนุม เว้นแต่มีวัตถุประสงค์โดยชอบด้วยกฎหมายและจำเป็นต่อสังคมประชาธิปไตย

ผลลัพธ์คืออะไร (Outcome)

  • พ.ร.บ.ชุมนุมสาธารณะ เป็นไปตามกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง (International Covenant on Civil and Political Rights - ICCPR) ที่ประเทศไทยเป็นภาคี
  • ประกันสิทธิการชุมนุมโดยสงบคู่ไปกับการรักษาความปลอดภัยสาธารณะ
  • ลดการเผชิญหน้าระหว่างเจ้าหน้าที่และประชาชนและสร้างพื้นที่ปลอดภัย

ใครได้ประโยชน์ (Target)

  • ประชาชน
  • ผู้จัดการชุมนุม
  • ผู้ชุมนุม
  • เด็ก
  • เจ้าหน้าที่รัฐ

ภายในเมื่อไหร่ (Timeframe)

ไม่ระบุ

ใช้งบเท่าไหร่ (Budget)

ไม่ระบุ

งบมาจากไหน (Budget Source)

ไม่ระบุ

ประชาชน

ปัญหาคืออะไร (Problem)

  • ประเทศไทยตกอยู่ภายใต้วงจรความขัดแย้งทางการเมืองที่ยาวนานเกือบสองทศวรรษ
  • มีประชาชนถูกกล่าวหาและดำเนินคดีทางการเมืองนับพันคดี
  • กระบวนการยุติธรรมที่เกี่ยวข้องมีการตีความและบังคับใช้กฎหมายที่แตกต่างหลากหลาย รวมถึงการลงโทษที่หนักและรุนแรงโดยไม่ได้พิจารณาถึง "มูลเหตุจูงใจทางการเมือง"
  • ปัญหาเหล่านี้สั่นคลอนความเชื่อมั่นศรัทธาที่มีต่อกระบวนการยุติธรรมและเป็นอุปสรรคที่ขัดขวางไม่ให้สังคมไทยก้าวพ้นจากปัญหาความขัดแย้งที่ดำเนินมาอย่างต่อเนื่องยาวนานนี้ได้

จะทำอะไร (Action)

ยื่นร่าง พ.ร.บ. นิรโทษกรรมแก่บุคคลซึ่งได้กระทำความผิด อันเนื่องมาจากเหตุการณ์ความขัดแย้งทางการเมือง ที่ให้มีคณะกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดการกระทำความผิดเพื่อนิรโทษกรรม โดยคณะกรรมการดังกล่าวมีสัดส่วนจากสภาผู้แทนราษฎร คณะรัฐมนตรี ศาล และอัยการ โดยให้วินิจฉัยภายใน 60 วันนับตั้งแต่ พ.ร.บ. นี้ใช้บังคับ

ผลลัพธ์คืออะไร (Outcome)

  • คืนสิทธิให้ผู้เห็นต่าง
  • สังคมไทยก้าวพ้นจากปัญหาความขัดแย้งที่ดำเนินมาอย่างต่อเนื่องยาวนานนี้ได้

ใครได้ประโยชน์ (Target)

  • ประชาชนทุกคนที่ถูกดำเนินคดีจากการแสดงออกและแสดงความคิดเห็นทางการเมือง โดยครอบคลุมระยะเวลาตั้งแต่การชุมนุมเมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ ปี 2549 จนถึงปัจจุบัน โดยไม่รวมถึงเจ้าหน้าที่รัฐที่เป็นผู้ปฏิบัติและผู้สั่งการที่ใช้อำนาจเกินสมควรกว่าเหตุ และการทำรัฐประหารยึดอำนาจ

ภายในเมื่อไหร่ (Timeframe)

  • คณะกรรมการ วินิจฉัยภายใน 60 วันนับตั้งแต่ พ.ร.บ. นี้ใช้บังคับ

ใช้งบเท่าไหร่ (Budget)

ไม่ระบุ

งบมาจากไหน (Budget Source)

ไม่ระบุ

ประชาชน

ปัญหาคืออะไร (Problem)

  • การเลือกปฏิบัติเชิงโครงสร้าง
  • ประชาชนบางกลุ่มถูกปฏิเสธโอกาสในการทำงาน
  • ถูกกีดกันจากบริการสาธารณะ
  • ถูกลดทอนศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ในชีวิตประจำวัน
  • กฎหมายกระจัดกระจาย
  • ขาดบรรทัดฐานที่ชัดเจน ยังไม่มีกลไกกลางที่ทำหน้าที่วินิจฉัยอย่างเป็นระบบว่า "การกระทำใดเข้าข่ายการเลือกปฏิบัติ"
  • ขาดมาตรการเยียวยา

จะทำอะไร (Action)

  • เสนอกฎหมายขจัดการเลือกปฏิบัติ
  • จัดตั้ง คณะกรรมการขจัดการเลือกปฏิบัติ เพื่อ วินิจฉัยว่าการกระทำใดที่ถือเป็นการเลือกปฏิบัติ และ เป็นผู้แทนของบุคคลผู้ถูกเลือกปฏิบัติในการดำเนินคดีตามกฎหมาย
  • กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพเป็นหน่วยงานเลขานุการ

ผลลัพธ์คืออะไร (Outcome)

  • คุ้มครองสิทธิให้ครอบคลุมและเป็นระบบ
  • คำวินิจฉัยของคณะกรรมการขจัดการเลือกปฏิบัติมีผลผูกพันตามกฎหมาย

ใครได้ประโยชน์ (Target)

ไม่ระบุ

ภายในเมื่อไหร่ (Timeframe)

ไม่ระบุ

ใช้งบเท่าไหร่ (Budget)

ไม่ระบุ

งบมาจากไหน (Budget Source)

ไม่ระบุ

ประชาชาติ

ปัญหาคืออะไร (Problem)

ไม่ระบุ

จะทำอะไร (Action)

  • จะไม่ปิดกั้นเสรีภาพของสื่อมวลชน
  • จะส่งเสริมการพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศให้ทันสมัย
  • ส่งเสริมภาครัฐให้จัดทำระบบสารสนเทศหรือโปรแกรมคอมพิวเตอร์เพื่อให้บริการประชาชน เช่น โครงข่ายอินเทอร์เน็ตโปรแกรมประยุกต์(Application/Mobile Application)
  • ส่งเสริมให้มีการใช้บริการศูนย์สารสนเทศชุมชนให้เกิดประโยชน์ในการพัฒนาชุมชนในด้านต่าง ๆ เช่น การส่งเสริมการท่องเที่ยวชุมชน การนำเสนอผลิตภัณฑ์ของชุมชนหรือโอทอปการขายผลิตภัณฑ์เกษตรผ่านทางเครือข่ายออนไลน์
  • เสริมความรู้ให้กับประชาชน
  • สร้างบุคลากรด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
  • ให้ภาครัฐเป็นหน่วยงานหลักในการใช้เทคโนโลยีของประเทศ
  • สร้างความร่วมมือกับนานาชาติ

ผลลัพธ์คืออะไร (Outcome)

  • ประชาชนได้แสดงความคิดเห็นตามสิทธิ เสรีภาพของประชาชน
  • ประชาชนสามารถเข้าถึงและใช้บริการภาครัฐผ่านทางเครือข่ายการสื่อสารโทรคมนาคมที่ได้จัดเตรียมไว้ให้
  • มีการใช้บริการศูนย์สารสนเทศชุมชนให้เกิดประโยชน์ในการพัฒนาชุมชนในด้านต่าง ๆ
  • ชุมชนเกิดความมั่นคง มั่งคั่ง
  • ประเทศไทยมีความมั่นคงในด้านทรัพยากรบุคคล โครงสร้างพื้นฐานเทคโนโลยีที่สำคัญ และนวัตกรรมที่แข่งขันได้ในระดับสากล

ใครได้ประโยชน์ (Target)

  • สื่อมวลชน
  • ประชาชน
  • ภาครัฐ
  • ชุมชน

ภายในเมื่อไหร่ (Timeframe)

ไม่ระบุ

ใช้งบเท่าไหร่ (Budget)

ไม่ระบุ

งบมาจากไหน (Budget Source)

ไม่ระบุ

ประชาชาติ

ปัญหาคืออะไร (Problem)

  • ในช่วงทศวรรษเศษที่ผ่านมาประเทศไทยเผชิญกับความขัดแย้งทางการเมืองในลักษณะที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน เนื่องจากความเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจในเขต “ชนบท” ได้ก่อให้เกิดกลุ่มคนที่มีความปรารถนาในชีวิต ตลอดจน จินตนาการทางสังคมและการเมืองแบบใหม่ การกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่นส่งผลให้ประชาชนโดยเฉพาะที่อยู่ใน “ต่างจังหวัด” เกิดความตระหนักว่าการเมืองคือช่องทางในการเข้าถึงทรัพยากรสาธารณะซึ่งเคยกระจุกตัวอยู่ที่ส่วนกลาง
  • ความปรารถนา จินตนาการ ความรู้ ความเข้าใจ และความเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ (ขบวนการเคลื่อนไหวทางสังคม) ขัดกับกับอำนาจ ผลประโยชน์ ระบบคุณค่า ความเชื่อ และอุดมการณ์ของคนบางกลุ่มในสังคม ก่อให้เกิดกระแสต่อต้าน การเผชิญหน้า รวมถึงการใช้กำลังแก้ไขปัญหา ซึ่งส่งผลให้ความขัดแย้งแหลมคมและซับซ้อนยิ่งขึ้น

จะทำอะไร (Action)

  • มีนโยบายคลี่คลายความขัดแย้งทางการเมืองในประเทศอย่างรอบคอบรัดกุม
  • เร่งฟื้นฟูและส่งเสริมขบวนการเคลื่อนไหวทางสังคมหรือ ภาคประชาสังคมให้กลับมามีส่วนร่วมในการแก้ปัญหาของประชาชน ชุมชน สังคม และประเทศในลักษณะที่เป็นการหนุนเสริมการเมืองระบบรัฐสภา
  • สร้างความตระหนักในกลุ่มและองค์กรที่เกี่ยวข้องว่าปัญหาไม่ว่าจะเป็นด้านใดไม่สามารถแยกออกจากปัญหาการเมืองได้จำเป็นจะต้องแก้ปัญหาการเมืองไปด้วยในเวลาเดียวกัน
  • สร้างความรู้ความเข้าใจให้ประชาชนและสังคมเห็นว่าความขัดแย้งเป็นสิ่งปกติของทุกสังคมที่ประกอบด้วยกลุ่มคนที่มีความแตกต่างหลากหลายทางความคิด ความเชื่อ อุดมการณ์ ปัญหา ความต้องการ ความใฝ่ฝัน และผลประโยชน์ ซึ่งสามารถคลี่คลายได้ด้วยระบอบประชาธิปไตยที่เปิดโอกาสให้คนทุกกลุ่มได้เจรจาต่อรองกันอย่างเสมอหน้าและอย่างสันติ รวมไปถึง “สังคมพหุวัฒนธรรม” ที่คนกลุ่มต่างๆ มีความเคารพ อดทน ตลอดจน อดกลั้นต่อความแตกต่างหลากหลายของกันและกันโดยเฉพาะในด้านอุดมการณ์ ทางการเมือง

ผลลัพธ์คืออะไร (Outcome)

  • ความขัดแย้งทางการเมืองคลี่คลาย
  • การกลับมามีส่วนร่วมในการแก้ปัญหาของประชาชน ชุมชน สังคม และประเทศในลักษณะที่เป็นการหนุนเสริมการเมืองระบบรัฐสภา
  • ความขัดแย้ง...สามารถคลี่คลายได้ด้วยระบอบประชาธิปไตย
  • คนทุกกลุ่มได้เจรจาต่อรองกันอย่างเสมอหน้าและอย่างสันติ
  • คนกลุ่มต่างๆ มีความเคารพ อดทน ตลอดจน อดกลั้นต่อความแตกต่างหลากหลายของกันและกันโดยเฉพาะในด้านอุดมการณ์ ทางการเมือง

ใครได้ประโยชน์ (Target)

  • ประชาชนโดยเฉพาะที่อยู่ใน “ต่างจังหวัด”
  • คนทุกกลุ่ม

ภายในเมื่อไหร่ (Timeframe)

ไม่ระบุ

ใช้งบเท่าไหร่ (Budget)

ไม่ระบุ

งบมาจากไหน (Budget Source)

ไม่ระบุ

เพื่อไทย

ปัญหาคืออะไร (Problem)

  • รัฐธรรมนูญขาดความยึดโยงกับประชาชน
  • ความเป็นกลางขององค์กรอิสระและศาลรัฐธรรมนูญถูกตั้งคำถาม
  • ระบบพรรคการเมืองอ่อนแอ
  • การรวมศูนย์อำนาจ
  • บทบาทของกองทัพขยายเกินกรอบประชาธิปไตย ทำภารกิจหลายประการนอกเหนือจากการป้องกันประเทศ
  • การเมืองท้องถิ่นยังถูกกำกับจากส่วนกลางอย่างเข้มข้น

จะทำอะไร (Action)

  • เดินหน้าแก้ไขรัฐธรรมนูญ – เพื่อจัดทำฉบับใหม่โดยประชาชนมีส่วนร่วม
  • ผลักดันให้มีประชามติควบคู่กับการเลือกตั้ง เพื่อให้ประชาชนเป็นผู้ตัดสินใจโดยตรง ว่าประเทศควรมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่ และกำหนดทิศทางด้วยตนเอง
  • ปฏิรูปองค์กรอิสระและศาลรัฐธรรมนูญ ปรับที่มาให้ยึดโยงกับประชาชนมากขึ้น เพิ่มกลไกตรวจสอบการใช้อำนาจ สร้างระบบถ่วงดุลที่สมดุล โปร่งใส และได้รับความเชื่อถือจากสังคม
  • คืนอำนาจให้ประชาชนผ่านกลไกการถอดถอน เปิดทางให้ประชาชนสามารถถอดถอน ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง, ผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ, ผู้ดำรงตำแหน่งระดับสูง, เพื่อยืนยันว่าทุกอำนาจต้องรับผิดชอบต่อประชาชน
  • เสริมความเข้มแข็งของพรรคการเมือง ลดข้อจำกัดในการเป็นสมาชิกพรรค ลดเงื่อนไขการยุบพรรค ให้เหลือเฉพาะกรณีล้มล้างการปกครอง ทำให้พรรคการเมืองเป็นสถาบันทางประชาธิปไตยที่แท้จริง
  • เปลี่ยนทหารเกณฑ์สู่สมัครใจ สร้างกองทัพให้ทันสมัย เพิ่มสวัสดิการ-ทักษะใหม่
  • กระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น ส่งเสริมการเลือกตั้งผู้ว่าราชการจังหวัดในพื้นที่ที่พร้อม เพิ่มงบประมาณและอำนาจให้ท้องถิ่น
  • จัดตั้ง “สำนักงานคณะกรรมการท้องถิ่นแห่งชาติ” เพื่อดูแลท้องถิ่นแทนการรวมศูนย์จากส่วนกลาง

ผลลัพธ์คืออะไร (Outcome)

  • ประชาชนมีส่วนร่วมในการจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่
  • มีรัฐธรรมนูญที่มาจากเจตจำนงของประชาชน และสะท้อนความหลากหลายของสังคมไทย
  • ระบบถ่วงดุลที่สมดุล โปร่งใส และได้รับความเชื่อถือจากสังคม
  • พรรคการเมืองเป็นสถาบันทางประชาธิปไตยที่แท้จริง
  • เพิ่มงบประมาณและอำนาจให้ท้องถิ่น
  • อำนาจอธิปไตยเป็นของประชาชนอย่างแท้จริง ไม่ใช่เพียงการเลือกตั้งเป็นครั้งคราว แต่เป็นระบบการเมืองที่ประชาชนมีส่วนร่วม กำกับ ตรวจสอบ และถอดถอนผู้ใช้อำนาจได้

ใครได้ประโยชน์ (Target)

  • ประชาชน
  • พรรคการเมือง
  • ท้องถิ่น

ภายในเมื่อไหร่ (Timeframe)

ไม่ระบุ

ใช้งบเท่าไหร่ (Budget)

ไม่ระบุ

งบมาจากไหน (Budget Source)

ไม่ระบุ

เพื่อบ้านเมือง

ปัญหาคืออะไร (Problem)

ไม่ระบุ

จะทำอะไร (Action)

  • ส่งเสริมลและสนับสนุนการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ประเทศไทยเป็นราชอาณาจักรอันหนึ่งอันเดียวจะแบ่งแยกไม่ได้
  • การคุ้มครองสิทธิออกเสียง
  • การคุ้มครองเสรีภาพ
  • การคุ้มครองความเสมอภาคของบุคคล
  • ส่งเสริมการมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชนทั้งบุรุษและสตรีทุกกลุ่ม ในการทำหน้าที่เพื่อตอบสนองความต้องการของชุมชน และสังคมภายใต้กรอบของกฎหมายอย่างมีคุณธรรมและความสามารถ ทั้งในระดับท้องถิ่น ภูมิภาค ประเทศและสังคมโลก

ผลลัพธ์คืออะไร (Outcome)

  • ได้รับความคุ้มครองตามรัฐธรรมนูญอย่างเสมอภาคเท่าเทียมกันอย่างทั่วถึง

ใครได้ประโยชน์ (Target)

ไม่ระบุ

ภายในเมื่อไหร่ (Timeframe)

ไม่ระบุ

ใช้งบเท่าไหร่ (Budget)

ไม่ระบุ

งบมาจากไหน (Budget Source)

ไม่ระบุ

เพื่อบ้านเมือง

ปัญหาคืออะไร (Problem)

ไม่ระบุ

จะทำอะไร (Action)

  • ส่งเสริมและสนับสนุน ในหน้าที่ของปวงชนชาวไทยให้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญบัญญัติ
  • (ส่งเสริมและสนับสนุน ในหน้าที่) การพิทักษ์รักษาไว้ซึ่งชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ การปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
  • (ส่งเสริมและสนับสนุน ในหน้าที่) การป้องกันประเทศ
  • (ส่งเสริมและสนับสนุน ในหน้าที่) การพิทักษ์รักษาเกียรติภูมิผลประโยชน์ของชาติและสาธารณสมบัติของแผ่นดิน
  • (ส่งเสริมและสนับสนุน ในหน้าที่) การป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย
  • (ส่งเสริมและสนับสนุน ในหน้าที่) ปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด
  • (ส่งเสริมและสนับสนุน ในหน้าที่) เข้ารับการศึกษาอบรมในการศึกษาภาคบังคับ
  • (ส่งเสริมและสนับสนุน ในหน้าที่) รับราชการทหาร
  • (ส่งเสริมและสนับสนุน ในหน้าที่) เคารพและไม่ละเมิดสิทธิและเสรีภาพของบุคคลอื่น
  • (ส่งเสริมและสนับสนุน ในหน้าที่) ไปใช้สิทธิเลือกตั้งและลงประชามติ
  • (ส่งเสริมและสนับสนุน ในหน้าที่) ร่วมมือและสนับสนุนการอนุรักษ์และคุ้มครองสิ่งแวดล้อมทรัพยากรธรรมชาติ ความหลากหลายทางชีวภาพ และมรดกทางวัฒนธรรม
  • (ส่งเสริมและสนับสนุน ในหน้าที่) การเสียภาษีอากร
  • (ส่งเสริมและสนับสนุน ในหน้าที่) ป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ

ผลลัพธ์คืออะไร (Outcome)

ไม่ระบุ

ใครได้ประโยชน์ (Target)

ไม่ระบุ

ภายในเมื่อไหร่ (Timeframe)

ไม่ระบุ

ใช้งบเท่าไหร่ (Budget)

ไม่ระบุ

งบมาจากไหน (Budget Source)

ไม่ระบุ

เพื่อบ้านเมือง

ปัญหาคืออะไร (Problem)

ไม่ระบุ

จะทำอะไร (Action)

  • ชายและหญิงมีสิทธิเท่าเทียมกัน
  • ส่งเสริมและสนับสนุนการใช้สิทธิและเสรีภาพ: สิทธิและเสรีภาพในชีวิตและร่างกาย การไม่ต้องรับโทษทางอาญาเว้นแต่มีกฎหมายบัญญัติ สิทธิในการขอปล่อยตัวชั่วคราว การไม่ถูกเกณฑ์แรงงาน เสรีภาพในการนับถือศาสนา สิทธิในความเป็นอยู่ส่วนตัว เกียรติยศ ชื่อเสียงและครอบครัว เสรีภาพในเคหสถาน การแสดงความคิดเห็น การพูด การเขียนการพิมพ์ การโฆษณา และการสื่อสารทางอื่นๆ การเสนอข่าวสาร หรือแสดงความคิดเห็น การติดต่อสื่อสาร สิทธิในทรัพย์สินและการสืบมรดก การเวนคืน สิทธิในการไม่ถูกเนรเทศไม่ถูกถอนสัญชาติไทย เสรีภาพในการประกอบอาชีพการรวมกันเป็นสมาคม สหกรณ์ สหภาพ องค์กร ชุมชน หรือหมู่คณะอื่น สิทธิของบุคคลและชุมชนในด้านต่างๆเสรีภาพในการชุมนุมโดยสงบและปราศจากอาวุธ ในการตั้งพรรคการเมือง สิทธิของผู้บริโภค สิทธิการได้รับบริการด้านสาธาณสุข สิทธิของมารดาในช่วงระหว่างก่อนและหลังการคลอด สิทธิของบุคคลซึ่งมีอายุเกินหกสิบปีและไม่มีรายได้เพียงพอแก่การยังชีพ และบุคคลผู้ยากไร้ให้ได้รับความช่วยเหลือที่เหมาะสมจากรัฐ
  • ต่อต้านการใช้สิทธิหรือเสรีภาพที่ล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตย

ผลลัพธ์คืออะไร (Outcome)

  • บุคคลมีสิทธิและเสรีภาพอย่างเท่าเทียมกัน
  • การได้รับความช่วยเหลือที่เหมาะสมจากรัฐ

ใครได้ประโยชน์ (Target)

  • ประชาชน
  • ชุมชน
  • ผู้บริโภค
  • มารดา
  • บุคคลอายุเกินหกสิบปี
  • บุคคลผู้ยากไร้

ภายในเมื่อไหร่ (Timeframe)

ไม่ระบุ

ใช้งบเท่าไหร่ (Budget)

ไม่ระบุ

งบมาจากไหน (Budget Source)

ไม่ระบุ

แชร์หน้านี้เกี่ยวกับโครงการ