ประเด็น

สแกมเมอร์และภัยไซเบอร์

มี 11 คำสัญญา จาก

*ฐานข้อมูลมีทั้งหมด 13 พรรค โดยเลือกเฉพาะพรรคที่มีข้อมูลนโยบายในเว็บไซต์ทางการ อ่านเกณฑ์การคัดเลือกพรรคการเมือง

คำชี้แจง

  • ข้อมูลในหน้านี้มาจากข้อความบนเว็บไซต์ทางการของพรรคการเมือง ซึ่งถูกจัดลงตารางตามหัวข้อต่างๆ ด้วยระบบปัญญาประดิษฐ์ (LLM) โดยพยายามคงข้อความตามต้นฉบับให้มากที่สุด
  • หากจำเป็นต้องเพิ่มข้อความเพื่อให้ได้ใจความที่สมบูรณ์ จะถูกแสดงด้วยตัวอักษรสีเทา
  • แม้มีการตรวจสอบโดยทีมงานในระดับหนึ่ง แต่อาจมีความคลาดเคลื่อนเกิดขึ้นได้
  • ผู้ใช้สามารถตรวจสอบเพิ่มเติมกับข้อความต้นฉบับตามลิงก์ด้านล่าง
  • หลังจาก กกต. เปิดเผยเอกสารนโยบาย (ณ วันที่ 26 ม.ค. 2569) ทีมงานได้อัปเดตข้อมูลงบประมาณและแหล่งที่มาของงบประมาณที่ตรงกันระหว่างเอกสารนโยบายและเว็บไซต์พรรค โดยแสดงด้วยตัวอักษรสีเขียว
อ่านที่มาและข้อจำกัดข้อมูล
ประชาชน

ปัญหาคืออะไร (Problem)

  • ประเทศไทยตกเป็น "เหยื่อ–ทางผ่าน–แหล่งฟอกเงิน" ไปพร้อมกัน: ประเทศไทยเผชิญความเสียหายทางเศรษฐกิจจากแก๊งสแกมเมอร์ปีละนับแสนล้านบาท โดยขบวนการอาชญากรใช้ไทยเป็นทั้งตลาดหลอกลวงเหยื่อ ทางผ่านเงินผิดกฎหมาย และจุดฟอกเงินผ่านระบบธนาคาร สินทรัพย์ดิจิทัล และบริษัทบังหน้า ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อเสถียรภาพทางเศรษฐกิจและความปลอดภัยของประชาชน
  • "สงครามลูกผสม" (Hybrid Warfare) ต่อความมั่นคงชาติ: นี่ไม่ใช่เพียงคดีฉ้อโกงทั่วไป แต่เป็นสงครามที่เครือข่ายทุนสีเทาใช้เทคโนโลยีการเงินสมัยใหม่ การบิดเบือนข้อมูล และการคอร์รัปชันเจ้าหน้าที่รัฐ เข้ากดทับอธิปไตยทางเศรษฐกิจและระบบยุติธรรมของไทย โดยใช้ทรัพยากรเงินและข้อมูลเป็นอาวุธแทนการใช้กำลังทหาร
  • ชายแดนลุ่มน้ำโขงคือ "ศูนย์กลางโรงงานสแกม" ของโลก: พื้นที่ชายแดนไทยและประเทศเพื่อนบ้าน (กัมพูชา เมียนมา ลาว) กลายเป็นฐานปฏิบัติการขนาดใหญ่ที่แก๊งสแกมเมอร์ใช้แรงงานบังคับและการค้ามนุษย์ สร้างรายได้มหาศาลจนมีสัดส่วนสำคัญต่อ GDP ของบางประเทศในภูมิภาค ส่งผลให้เกิดภัยคุกคามข้ามพรมแดนที่ทำลายเสถียรภาพของภูมิภาคโดยตรง
  • ทุนสีเทาแทรกซึมและ "กินรวบรัฐ" (State Capture): เงินผิดกฎหมายถูกนำมาฟอกผ่านการกว้านซื้ออสังหาริมทรัพย์และกิจการต่างๆ ทำลายการแข่งขันที่เสรี และเปิดช่องให้เจ้าหน้าที่รัฐหรือนักการเมืองบางกลุ่ม "ขายอำนาจ" เพื่อคุ้มครองเครือข่ายผิดกฎหมาย จนเกิดปัญหาการกินรวบรัฐที่กลุ่มทุนนอกกฎหมายสามารถกำหนดทิศทางประเทศได้ในระยะยาว
  • ระบบกฎหมายและกลไกบังคับใช้ "ตามไม่ทัน" อาชญากรรม: กฎหมายฟอกเงิน ค้ามนุษย์ และอาชญากรรมคอมพิวเตอร์ ยังไม่รองรับรูปแบบการทำผิดผ่านคริปโตและแพลตฟอร์มออนไลน์ อีกทั้งการยึดอายัดทรัพย์ข้ามแดนมีข้อจำกัดสูง และหน่วยงานรัฐทำงานแบบแยกส่วน ทำให้ขาดประสิทธิภาพในการปราบปรามอย่างจริงจัง

จะทำอะไร (Action)

  • ประกาศให้การปราบปรามแก๊งสแกมเมอร์ การฟอกเงิน และการค้ามนุษย์ เป็นภารกิจเร่งด่วนสูงสุดระดับชาติ
  • ระดมสรรพกำลังจากทุกหน่วยงานมาจัดการปัญหาอย่างจริงจัง
  • ยกระดับการมองปัญหาจากเดิมที่เป็นเพียง "คดีฉ้อโกงออนไลน์รายบุคคล" ให้เป็นการรับมือกับ "องค์กรอาชญากรรมข้ามชาติและเครือข่ายทุนสีเทา" ที่เป็นภัยต่อความมั่นคงในระดับโครงสร้าง
  • กำหนดยุทธศาสตร์ 3 ชั้น เพื่อถอนรากถอนโคนทุนสีเทา
  • ตั้งศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านสแกมแห่งชาติ (National Anti-Scam War Room)
  • บูรณาการการทำงานแบบเรียลไทม์ระหว่าง ตำรวจไซเบอร์, DSI, ปปง., ธปท., ก.ล.ต., กสทช., และอัยการ ร่วมกับหน่วยงานต่างประเทศ
  • บังคับใช้กฎหมาย (พ.ร.ก. ไซเบอร์ฯ มาตรา 8/10) ให้สถาบันการเงิน ผู้ให้บริการเครือข่ายมือถือ ผู้ให้บริการหลักทรัพย์ ที่ไม่ได้ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ของ ธปท., กสทช., ก.ล.ต. ร่วมรับผิดชอบต่อผู้เสียหาย
  • เสริมมาตรการยืนยันตัวตน (KYC) และการตรวจสอบเส้นทางเงิน (AML) ให้เข้มข้น
  • ใช้ระบบ “ตีตรวนบัญชีม้า” (เช่น การระงับสิทธิ์ทำธุรกรรมทุกธนาคาร)
  • ใช้แนวคิด “ยึดทรัพย์ก่อน สอบสวนทีหลัง” ในกรณีที่มีหลักฐานชัดเจน
  • จัดตั้ง กองทุนชดเชยเหยื่อ
  • นำเงินและทรัพย์สินที่ยึดได้จากกลุ่มอาชญากรมาคืนให้แก่ผู้เสียหาย
  • เอาผิดเจ้าหน้าที่รัฐและนักการเมืองที่พัวพันกับทุนสีเทาอย่างเด็ดขาด
  • มีมาตรการคุ้มครอง ผู้แจ้งเบาะแส (Whistleblower) อย่างจริงจัง
  • ตั้งชุดปฏิบัติการร่วมกับประเทศเพื่อนบ้านเพื่อทลายฐานที่มั่นในจุดยุทธศาสตร์ เช่น ปอยเปต, สีหนุวิลล์ และสามเหลี่ยมทองคำ
  • ตั้ง ศูนย์ข่าวกรองอนุภูมิภาคแม่โขง เพื่อแชร์ข้อมูลบัญชีต้องสงสัย เส้นทางเงิน และพิกัดค่ายสแกมแบบทันเหตุการณ์
  • ปรับนโยบายบริหารจัดการชายแดนให้เน้นการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติเป็นลำดับต้นๆ
  • ผลักดัน แผนปฏิบัติการร่วมอาเซียน ด้านอาชญากรรมไซเบอร์และสแกม
  • ตั้งศูนย์ประสานงานกลางเพื่อเชื่อมต่อกับกลุ่มประเทศเทคโนโลยีสูง เช่น สหรัฐฯ, จีน, ญี่ปุ่น และยุโรป
  • จัดตั้ง ชุดสืบสวนร่วม (Joint Investigation Teams - JITs) กับประเทศคู่ค้า
  • ใช้กลไกตรวจจับการฟอกเงินระดับโลก เช่น FATF, FinCEN และ FIU เพื่อติดตามเงินผิดกฎหมายที่ไหลออกนอกประเทศ
  • ผลักดันข้อตกลงในการเฉลี่ยทรัพย์เพื่อนำสินทรัพย์หรือคริปโตที่รัฐบาลต่างประเทศยึดได้ กลับมาคืนให้แก่เหยื่อชาวไทย
  • เร่งแก้ไขและบังคับใช้กฎหมายสำคัญ 4 ฉบับ ได้แก่ พ.ร.บ. ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน, พ.ร.บ. ป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์, พ.ร.บ. ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ และ พ.ร.บ. ส่งผู้ร้ายข้ามแดน
  • ตรากฎหมายคุมการเงินดิจิทัล: ร่าง พ.ร.บ. กำกับบริการการเงินดิจิทัล
  • จัดตั้ง หน่วยอัยการพิเศษ และ แผนกคดีพิเศษในศาล เพื่อพิจารณาคดีฟอกเงินและอาชญากรรมข้ามชาติโดยเฉพาะ
  • สร้างศูนย์สั่งการเชื่อมข้อมูลเรียลไทม์ระหว่าง ตำรวจไซเบอร์, DSI, ปปง., ธปท., ก.ล.ต., กสทช., กระทรวงต่างประเทศ (MFA) และอัยการ
  • ส่งชุดปฏิบัติการลงพื้นที่จังหวัดชายแดนสำคัญเพื่อจบปัญหาการทำงานล่าช้าหรือการโยนเรื่องระหว่างหน่วยงาน
  • ยกระดับเทคโนโลยีปราบอาชญากรรม
  • ใช้เครื่องมือวิเคราะห์ธุรกรรมบล็อกเชน (Blockchain Analytics) เพื่อตามสืบและอายัดคริปโตเคอร์เรนซีที่ถูกโกงไป
  • บังคับให้สถาบันการเงินและผู้ให้บริการสินทรัพย์ดิจิทัล (VASP) รายงานธุรกรรมต้องสงสัยอย่างเข้มงวด
  • ประสานธนาคารและค่ายมือถือ เพิ่มความเข้มงวดในการเปิดบัญชีหรือซิมใหม่
  • ใช้ระบบอายัดและแจ้งเตือนบัญชีต้องสงสัยแบบเกือบเรียลไทม์ เมื่อพบพฤติกรรมเงินไหลออกต่างประเทศผิดปกติ
  • ตั้งทีมเฉพาะกิจช่วยคนไทยที่ถูกหลอกไปทำงานค่ายสแกมในประเทศเพื่อนบ้าน พร้อมสายด่วนติดตามเคสข้ามพรมแดน
  • เอาผิดเจ้าหน้าที่รัฐ–นักการเมืองที่เกี่ยวข้อง
  • ผนึกกำลัง ป.ป.ช., ป.ป.ท. และ ปปง. สืบเส้นทางเงินเอาผิดนักการเมืองและเจ้าหน้าที่รัฐที่พัวพันทุนสีเทา พร้อมคุ้มครองผู้แจ้งเบาะแส (Whistleblower)
  • อัปเกรดกฎหมายให้เท่าทันโลก
  • เพิ่มกฎระเบียบการส่งข้อมูลธุรกรรม (Travel Rule) และขยายคำนิยาม "องค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ" ให้ครอบคลุมการหลอกลวงออนไลน์
  • แก้ไขกฎหมายค้ามนุษย์ให้ระบุความผิดเรื่อง "การบังคับทำสแกม" ไว้อย่างชัดเจน
  • ยึดทรัพย์เชิงรุกเพื่อเยียวยา
  • ตั้งทีมผสม (ปปง. + ตำรวจ + สรรพากร + อัยการ) และเพิ่มช่องทางให้ศาลสั่งยึดทรัพย์ชั่วคราวได้รวดเร็วขึ้นก่อนเงินถูกโยกย้าย
  • นำทรัพย์สินที่ยึดมาได้เข้าสู่ "กองทุนชดเชยเหยื่อ" เพื่อคืนเงินให้ผู้เสียหาย
  • สร้างเครือข่ายความมั่นคงระดับภูมิภาค
  • บริหารจัดการศูนย์ข่าวกรองลุ่มน้ำโขงเพื่อแชร์ข้อมูลเส้นทางเงินและพิกัดค่ายสแกมร่วมกับประเทศเพื่อนบ้าน
  • สร้างภูมิคุ้มกันดิจิทัล
  • ทำแคมเปญ “รู้ทันสแกม” ร่วมกับแพลตฟอร์มเอกชน
  • บรรจุวิชาความฉลาดทางดิจิทัลและการเงิน (Digital & Financial Literacy) ในหลักสูตรการศึกษาและการฝึกอบรมแรงงาน
  • ผลักดันแผนปฏิบัติการอาเซียนและตั้งศูนย์ประสานงานอาชญากรรมไซเบอร์อาเซียนพร้อมฐานข้อมูลอาชญากรร่วมกัน
  • ทำ MOU จัดตั้งชุดสืบสวนร่วม (Joint Investigation Teams) กับประเทศมหาอำนาจด้านเทคโนโลยี ในคดีใหญ่
  • ปฏิรูประบบการเงินและยุติธรรม
  • ตรา พ.ร.บ. บริการการเงินดิจิทัล เพื่อคุมเข้มแพลตฟอร์มการเงินออนไลน์ทุกประเภท
  • พัฒนาระบบ KYC แบบเชื่อมโยงฐานข้อมูลรัฐและธนาคารแบบเรียลไทม์
  • ตั้งแผนกคดีพิเศษในศาลและหน่วยอัยการพิเศษสำหรับคดีฟอกเงิน-สแกม-ค้ามนุษย์ข้ามชาติ
  • ปรับระเบียบการรับรองพยานหลักฐานดิจิทัลให้รวดเร็วขึ้น
  • ตั้ง “คณะกรรมการนโยบายการปราบปรามแก๊งสแกมและอาชญากรรมข้ามชาติ” โดยมีนายกฯ หรือรองนายกฯ ฝ่ายความมั่นคง เป็นประธาน
  • กำหนดให้มีการรายงานความคืบหน้าต่อรัฐสภาสม่ำเสมอ

ผลลัพธ์คืออะไร (Outcome)

  • คืนเงินและทรัพย์สินที่ยึดได้จากกลุ่มอาชญากรให้แก่ผู้เสียหาย
  • นำสินทรัพย์หรือคริปโตที่รัฐบาลต่างประเทศยึดได้ กลับมาคืนให้แก่เหยื่อชาวไทย
  • กฎหมายสำคัญ 4 ฉบับ รองรับการปราบปรามอาชญากรรมยุคใหม่
  • รองรับการใช้พยานหลักฐานอิเล็กทรอนิกส์ในชั้นศาล
  • จบปัญหาการทำงานล่าช้าหรือการโยนเรื่องระหว่างหน่วยงาน
  • อายัดและแจ้งเตือนบัญชีต้องสงสัยแบบเกือบเรียลไทม์
  • ช่วยคนไทยที่ถูกหลอกไปทำงานค่ายสแกมในประเทศเพื่อนบ้าน
  • เอาผิดนักการเมืองและเจ้าหน้าที่รัฐที่พัวพันทุนสีเทา
  • กฎหมายค้ามนุษย์ระบุความผิดเรื่อง "การบังคับทำสแกม" ไว้อย่างชัดเจน
  • การปราบทุนสีเทาเป็นวาระแห่งชาติที่ไม่ขึ้นอยู่กับวาระของรัฐบาลใดรัฐบาลหนึ่ง

ใครได้ประโยชน์ (Target)

  • ประชาชน
  • ผู้เสียหาย
  • ผู้แจ้งเบาะแส (Whistleblower)
  • คนไทยที่ถูกหลอกไปทำงานค่ายสแกมในประเทศเพื่อนบ้าน

ภายในเมื่อไหร่ (Timeframe)

  • ระยะสั้น (ภายใน 1 ปี): “หยุดเลือดไหล – ปิดรูรั่วหลัก”
  • ระยะกลาง (1–3 ปี): “ปรับโครงสร้างกฎหมาย – เครื่องมือรัฐ”
  • ระยะยาว (มากกว่า 3 ปี): “ออกแบบสถาปัตยกรรมความมั่นคงใหม่”

ใช้งบเท่าไหร่ (Budget)

ไม่ระบุ

งบมาจากไหน (Budget Source)

นำทรัพย์สินที่ยึดมาได้เข้าสู่ "กองทุนชดเชยเหยื่อ" เพื่อคืนเงินให้ผู้เสียหาย

ประชาชน

ปัญหาคืออะไร (Problem)

  • วิกฤตในประเทศเมียนมาส่งผลกระทบโดยตรงต่อความมั่นคง เศรษฐกิจ และสิทธิมนุษยชนของประเทศไทย
  • ภัยคุกคามข้ามชาติและเศรษฐกิจสีเทา: พื้นที่ชายแดนถูกครอบงำด้วยระบบ "เงินเร็ว–โตเร็ว" ที่เชื่อมโยงกับการฟอกเงิน อาชญากรรมไซเบอร์ สแกมเมอร์ ยาเสพติด และการค้ามนุษย์ ซึ่งกระทบต่อความมั่นคงของพลเมืองไทยโดยตรง
  • ปัญหาคอร์รัปชันตามแนวชายแดน: การทุจริตของเจ้าหน้าที่รัฐบางส่วนกลายเป็น "คอขวด" ที่เอื้อให้ไทยกลายเป็นทางผ่านและโครงสร้างสนับสนุนเครือข่ายอาชญากรรม
  • วิกฤตด้านมนุษยธรรม: การสู้รบที่ยืดเยื้อสร้างภาระมนุษยธรรมในการดูแลผู้ลี้ภัยและผลักดันให้กลุ่มเปราะบางเข้าสู่วงจรเศรษฐกิจผิดกฎหมายและความรุนแรงมากขึ้น

จะทำอะไร (Action)

  • จัดตั้งสำนักงานผู้แทนพิเศษด้านเมียนมา
  • พัฒนาเครือข่ายความร่วมมือและข่าวกรองกับกลุ่มชาติพันธุ์ เพื่อปราบปรามยาเสพติดและอาชญากรรมข้ามชาติ
  • ใช้ตำแหน่งทางภูมิศาสตร์และยุทธศาสตร์แร่หายาก (Rare Earths) เป็นเครื่องมือเพิ่มอำนาจต่อรองกับมหาอำนาจ
  • ใช้เศรษฐกิจชายแดนและระบบโลจิสติกส์ เป็นเครื่องมือเพิ่มอำนาจต่อรอง
  • ยึดหลัก “ประเทศเมียนมานำโดยคนเมียนมา” (Myanmar-led) โดยไม่เลือกข้างทางการเมือง โดยเน้นความร่วมมือกับทุกฝ่ายเฉพาะในมิติมนุษยธรรม การคุ้มครองพลเรือน และการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติอย่างจริงจัง
  • ไม่ยอมให้ประเทศไทยถูกใช้เป็นฐานกำลังในการต่อสู้ หรือเป็นช่องทางสนับสนุนการฟอกเงินและการละเมิดสิทธิมนุษยชนทุกรูปแบบ
  • ผลักดันการหยุดยิงและเปิดช่องทางความช่วยเหลือทางมนุษยธรรมอย่างปลอดภัย
  • ลงโทษเจ้าหน้าที่รัฐที่เอื้อประโยชน์ธุรกิจสีเทาอย่างเด็ดขาด ทั้งทางวินัยและอาญา พร้อมระบบยึดทรัพย์
  • นำเทคโนโลยีเครื่องสแกน, ภาพถ่ายดาวเทียม และโดรน มาใช้สกัดกั้นการลักลอบขนส่งสิ่งผิดกฎหมาย
  • จัดตั้งระบบรับเรื่องร้องเรียนที่คุ้มครองผู้ให้ข้อมูลและมาตรการหมุนเวียนตัวบุคคลที่ปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งที่เสี่ยงต่อการคอร์รัปชัน
  • ไทยต้องเป็นแกนนำในการริเริ่ม ทำงานร่วมกับอาเซียน
  • ดำเนินนโยบายทวิภาคีเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของไทย

ผลลัพธ์คืออะไร (Outcome)

  • บรรลุ ความมั่นคงและเศรษฐกิจที่ยั่งยืน
  • ทำให้ไทย ไม่เป็นช่องทางของเงิน อาวุธ วัสดุหรือบริการที่เอื้อการทำสงคราม และเครือข่ายฟอกเงินที่เกี่ยวข้องกับการละเมิดสิทธิร้ายแรง
  • ไทยกลับมาเป็นผู้เล่นหลักในเวทีระหว่างประเทศและไม่ตกเป็นเพียงผู้รับผลกระทบจากความขัดแย้ง
  • ตัดวงจรความยากจนที่ผลักดันพลเรือนเข้าสู่เศรษฐกิจผิดกฎหมาย

ใครได้ประโยชน์ (Target)

  • คนเมียนมา
  • ผู้ลี้ภัย
  • กลุ่มเปราะบาง

ภายในเมื่อไหร่ (Timeframe)

ไม่ระบุ

ใช้งบเท่าไหร่ (Budget)

ไม่ระบุ

งบมาจากไหน (Budget Source)

ไม่ระบุ

ประชาชน

ปัญหาคืออะไร (Problem)

  • ภัยคุกคามในปัจจุบันเปลี่ยนแปลงไปสู่รูปแบบ สงครามลูกผสม (Hybrid Warfare) ที่ผสมผสานทั้งอาชญากรรมไซเบอร์ ยาเสพติด และเศรษฐกิจใต้ดิน แต่เครื่องมือทางกฎหมายของรัฐไทยยังคงยึดติดกับบริบทเก่าที่เน้นการให้อำนาจล้นพ้นแก่กองทัพ
  • กฎหมายล้าสมัยขาดการถ่วงดุล: กฎหมายหลักอย่าง พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) กฎอัยการศึก พ.ศ. 2457 ถูกตราขึ้นก่อนระบอบประชาธิปไตย และ พระราชกำหนด (พ.ร.ก.) การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 ให้อำนาจพิเศษแก่เจ้าหน้าที่รัฐโดยขาดการกำกับตรวจสอบที่มีน้ำหนักจากรัฐสภา
  • มีการประกาศกฎอัยการศึกต่อเนื่องในพื้นที่ชายแดนฝั่งเมียนมาและลาว ทั้งที่ไม่มีภาวะสงครามจริง ซึ่งนอกจากจะผิดวัตถุประสงค์แล้ว ยังไม่สามารถจัดการภัยคุกคามรูปแบบใหม่ เช่น ขบวนการต้มตุ๋นออนไลน์ (Scammer) หรือการค้ามนุษย์ได้อย่างตรงจุด
  • กฎหมายเหล่านี้มักถูกใช้เป็นเครื่องมือทางการเมืองเพื่อควบคุมประชาชน ขัดต่อหลักการ รัฐบาลพลเรือนอยู่เหนือกองทัพ (Civilian Control of the Military) ส่งผลให้รัฐมีอำนาจมากขึ้น แต่กลับรับมือภัยคุกคามได้แย่ลง

จะทำอะไร (Action)

  • ยกเครื่องกฎหมายความมั่นคงที่ล้าสมัย
  • ตรากฎหมายที่สภาตรวจสอบได้
  • ยกเครื่องกฎหมายความมั่นคงทั้งระบบ
  • ใช้กฎหมายพิเศษเฉพาะเมื่อจำเป็นจริง ไม่ใช่ใช้แทนการทำงานของรัฐในยามปกติ
  • การประกาศใช้อำนาจพิเศษต้องยึดโยงกับรัฐบาลที่มาจากประชาชน และต้องถูกตรวจสอบโดยฝ่ายนิติบัญญัติ
  • แยกเครื่องมือทางกฎหมายให้ชัดเจนระหว่างสงคราม ภัยพิบัติ และอาชญากรรมข้ามชาติ เพื่อให้เหมาะสมกับลักษณะภัย
  • ยุติกฎอัยการศึกในพื้นที่ไร้การสู้รบ
  • ยกเลิกการประกาศกฎอัยการศึกในพื้นที่ที่ไม่มีภาวะสงครามจริง (เช่น ชายแดนเมียนมาและลาว)
  • เปลี่ยนไปใช้การบังคับใช้กฎหมายปกติ
  • ตราพระราชบัญญัติกฎอัยการศึกฉบับใหม่
  • โอนอำนาจการประกาศจากฝ่ายทหารมาเป็นอำนาจของรัฐบาลพลเรือน
  • จำกัดเงื่อนไขการใช้เฉพาะสภาวะสงครามหรือการสู้รบเท่านั้น
  • วางกรอบการใช้อำนาจให้ชั่วคราวและตรวจสอบได้
  • ตราพระราชบัญญัติการบริหารราชการแผ่นดินในสถานการณ์ฉุกเฉินฉบับใหม่
  • ให้อำนาจการประกาศอยู่ที่รัฐบาลพลเรือน
  • ต้องขอความเห็นชอบจาก รัฐสภา
  • กำหนดให้มีการรายงานผลกระทบและความจำเป็นต่อรัฐสภาสม่ำเสมอ
  • วางหลักประกันคุ้มครองสิทธิประชาชนตามหลัก สัดส่วนและความจำเป็น
  • ปรับกรอบกฎหมายรับมือภัยคุกคามใหม่
  • จัดตั้งคณะทำงานเฉพาะกิจเพื่อยกร่างหรือปรับปรุงกฎหมายให้รองรับภัยคุกคามเฉพาะด้าน เช่น ภัยพิบัติและโรคระบาด, ยาเสพติดและอาชญากรรมข้ามชาติ, อาชญากรรมไซเบอร์และเศรษฐกิจใต้ดิน, ปฏิบัติการแบบ Hybrid Warfare
  • แยกเครื่องมือทางกฎหมายให้เหมาะสมกับลักษณะภัยคุกคาม
  • ใช้เครื่องมือทางกฎหมายพลเรือนแทนกฎหมายทหาร
  • เชื่อมโยงสู่รัฐธรรมนูญใหม่
  • ปรับปรุงนิยามใน รัฐธรรมนูญของ “ความมั่นคง” และ “ภัยคุกคาม” ในรัฐธรรมนูญฉบับใหม่

ผลลัพธ์คืออะไร (Outcome)

  • เพื่อคุ้มครองสิทธิประชาชน
  • พร้อมรับมือกับภัยคุกคามยุคใหม่
  • ไม่ใช้กฎหมายทหารแก้ทุกปัญหา
  • ลดผลกระทบต่อสิทธิประชาชนและการพัฒนาพื้นที่
  • ยืนยันหลักการว่า “ความมั่นคงของรัฐต้องตั้งอยู่บนความมั่นคงของประชาชน และอยู่ภายใต้รัฐบาลพลเรือนที่ตรวจสอบได้”

ใครได้ประโยชน์ (Target)

  • ประชาชน

ภายในเมื่อไหร่ (Timeframe)

ไม่ระบุ

ใช้งบเท่าไหร่ (Budget)

ไม่ระบุ

งบมาจากไหน (Budget Source)

ไม่ระบุ

ประชาธิปัตย์

ปัญหาคืออะไร (Problem)

  • ถูกหลอกจนหมดตัวในเวลาอันสั้น
  • อาชญากรรมออนไลน์พัฒนาเร็ว
  • ใช้เทคโนโลยีและช่องโหว่ของระบบการเงิน ทำให้ประชาชนสูญเงินจำนวนมากโดยตั้งตัวไม่ทัน
  • ระบบป้องกันกระจัดกระจาย ไม่ทันเกม
  • การตรวจจับ การแจ้งเตือน และการอายัดเส้นทางการเงินไม่เชื่อมโยงกันตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทาง
  • เปิดช่องให้เงินถูกโอนออกนอกระบบอย่างรวดเร็ว
  • ผู้เสียหายขาดการเยียวยา
  • เมื่อเกิดความเสียหาย เงินถูกโอนหายหรือฟอกผ่านหลายชั้น ผู้เสียหายแทบไม่มีหลักประกันหรือการช่วยเหลือเบื้องต้น

จะทำอะไร (Action)

แก้ปัญหาสแกมเมอร์แบบครบวงจร ตั้งแต่การป้องกัน ตรวจจับ ตัดเส้นทางเงิน จนถึงการเยียวยา

  • ตรวจจับเชิงรุกด้วย AI Fraud Radar: ใช้ปัญญาประดิษฐ์วิเคราะห์พฤติกรรมทางไซเบอร์และธุรกรรมที่เข้าข่ายหลอกลวง พร้อมเชื่อมระบบแจ้งเตือน Scam Shield Thailand และแอปตรวจสอบเบอร์–บัญชีก่อนโอน เพื่อหยุดความเสียหายตั้งแต่ต้นทาง
  • โปร่งใสเส้นทางเงินดิจิทัล: ออกกฎหมายให้ผู้ให้บริการแลกเปลี่ยนสินทรัพย์ดิจิทัลเปิดเผยข้อมูลผู้ส่ง–ผู้รับทุกธุรกรรม ตรวจสอบเส้นทางการเงินได้จริง เชื่อมการกำกับของ ก.ล.ต. และ ธปท. เพื่อเห็น Ultimate Beneficial Owner (UBO) และภาพรวมการเคลื่อนย้ายเงินระหว่างประเทศ
  • ยกระดับมาตรฐานธุรกรรมเสี่ยงสูง: กำหนดให้ธุรกรรมทองคำ และธุรกรรมที่มีความเสี่ยง ปฏิบัติตามมาตรฐานสากลของ FATF และ FINCEN เพื่อลดช่องฟอกเงินและการหลบเลี่ยงกฎหมาย
  • กำกับการเงินวัด–มูลนิธิ–องค์กรไม่แสวงหากำไร: บังคับเปิดเผยข้อมูลการบริจาค (Donor Due Diligence) งบการเงินสาธารณะ และมีระบบรายงานธุรกรรมน่าสงสัย (STR) พร้อมการตรวจสอบโดยองค์กรอิสระทุกปี
  • กองทุนเยียวยาผู้เสียหายจากสแกมเมอร์: จัดตั้งกองทุนสำรองเงินเพื่อช่วยเหลือผู้เสียหายเบื้องต้น โดยใช้เงินจากการยึดทรัพย์ผู้ต้องหาในคดีสแกมเมอร์ ลดผลกระทบต่อชีวิตและการดำรงชีพของประชาชน

ผลลัพธ์คืออะไร (Outcome)

  • หยุดความเสียหายตั้งแต่ต้นทาง
  • ตรวจสอบเส้นทางการเงินได้จริง
  • เห็น Ultimate Beneficial Owner (UBO) และภาพรวมการเคลื่อนย้ายเงินระหว่างประเทศ
  • ลดช่องฟอกเงินและการหลบเลี่ยงกฎหมาย
  • ลดผลกระทบต่อชีวิตและการดำรงชีพของประชาชน

ใครได้ประโยชน์ (Target)

  • ประชาชน
  • ผู้เสียหาย

ภายในเมื่อไหร่ (Timeframe)

ไม่ระบุ

ใช้งบเท่าไหร่ (Budget)

ระบุในเอกสารที่ส่ง กกต.(ลำดับ 71) ว่า '580 ล้านบาท'

งบมาจากไหน (Budget Source)

  • กองทุนสำรองเงินเพื่อช่วยเหลือผู้เสียหายเบื้องต้น ใช้เงินจากการยึดทรัพย์ผู้ต้องหาในคดีสแกมเมอร์
  • ระบุในเอกสารที่ส่ง กกต.(ลำดับ 71) ว่า 'งบประมาณแผ่นดิน'
ประชาธิปัตย์

ปัญหาคืออะไร (Problem)

  • รัฐตอบสนองภัยคุกคามไม่ทันสถานการณ์จริง: โครงสร้างความมั่นคงของประเทศแยกส่วนตามหน่วยงาน เมื่อเกิดภัยคุกคามซับซ้อน เช่น ภัยพิบัติ อาชญากรรมข้ามชาติ หรือการโจมตีทางไซเบอร์ การสั่งการล่าช้าและขาดเอกภาพ
  • ขาดการประเมินความเสี่ยงเชิงระบบ: ประเทศไม่มีระบบประเมินภัยคุกคามแบบบูรณาการและต่อเนื่อง ทำให้การเตรียมรับมือเป็นลักษณะตั้งรับ ไม่ทันต่อภัยรูปแบบใหม่ที่เปลี่ยนเร็ว
  • พื้นที่ชายแดนเป็นจุดเปราะบาง: ชายแดนถูกมองเป็น “แนวปะทะ” มากกว่าพื้นที่ความร่วมมือ ส่งผลให้เกิดปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติ ความขัดแย้ง และการพัฒนาเศรษฐกิจที่ไม่ยั่งยืน
  • ความรุนแรงในสามจังหวัดชายแดนใต้ยืดเยื้อ: การแก้ปัญหามุ่งด้านความมั่นคงเป็นหลัก ขาดการผลักดันกระบวนการทางการเมืองและสันติภาพอย่างจริงจัง

จะทำอะไร (Action)

  • ปรับโครงสร้างความมั่นคงของประเทศให้ตอบสนองภัยคุกคามสมัยใหม่ได้แบบบูรณาการ สั่งการได้ทันที และป้องกันปัญหาก่อนลุกลาม
  • ตั้งสภาภัยคุกคามและความมั่นคงแห่งชาติ
  • รวมศูนย์สั่งการด้านภัยพิบัติ ความปลอดภัยไซเบอร์ การคุกคามดิจิทัล และอาชญากรรมข้ามชาติ โดยให้มีอำนาจสั่งการทันทีเมื่อมีมติรับรองภัยคุกคาม
  • จัดทำรายงาน National Threat & Risk Assessment
  • จัดตั้ง War Room ระดับชาติที่มีระบบข้อมูลกลางและ Dashboard ด้าน Cyber Intelligence เพื่อสนับสนุนการตัดสินใจที่รวดเร็ว แม่นยำ และแก้ปัญหาได้ทันเหตุการณ์
  • ปรับมุมมองชายแดนจากแนวปะทะเป็น Strategic Buffer สร้างพื้นที่ความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้าน
  • พัฒนาเขตสิ่งแวดล้อมร่วม (Peace Park / Transboundary Protected Area) โครงสร้างพื้นฐานร่วม และเศรษฐกิจสีขาว เพื่อลดอาชญากรรมข้ามชาติและความขัดแย้ง
  • สนับสนุนกระบวนการเจรจาเพื่อยุติความรุนแรง
  • สร้างทางออกทางการเมืองในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ควบคู่กับมาตรการความมั่นคง

ผลลัพธ์คืออะไร (Outcome)

  • ตอบสนองภัยคุกคามสมัยใหม่ได้แบบบูรณาการ สั่งการได้ทันที และป้องกันปัญหาก่อนลุกลาม
  • ลดอาชญากรรมข้ามชาติและความขัดแย้ง
  • ยุติความรุนแรง

ใครได้ประโยชน์ (Target)

  • พื้นที่ชายแดน
  • สามจังหวัดชายแดนภาคใต้

ภายในเมื่อไหร่ (Timeframe)

ไม่ระบุ

ใช้งบเท่าไหร่ (Budget)

ระบุในเอกสารที่ส่ง กกต.(ลำดับ 86) ว่า 'ไม่ใช้เงินงบประมาณ'

งบมาจากไหน (Budget Source)

ระบุในเอกสารที่ส่ง กกต.(ลำดับ 86) ว่า 'ไม่ใช้เงินงบประมาณ'

เพื่อไทย

ปัญหาคืออะไร (Problem)

  • ผลกระทบทั้งทางชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนจากการโดนหลอกลวงทางออนไลน์ หลายรายถึงขั้นหมดตัว เศรษฐกิจของครอบครัวล้มเหลว
  • รายงาน State of Scams in Thailand Report 2025 ระบุว่า ประเทศไทยกำลังเผชิญปัญหาสแกมในระดับรุนแรง กระทบคนทุกวัย ไม่ใช่แค่ผู้ใช้อินเตอร์เน็ตหนักเท่านั้น โดย 72% ของคนไทยเคยถูกสแกมเมอร์ติดต่อ คนไทยหนึ่งคนเจอสแกมเฉลี่ย 172 ครั้งต่อปี หรือเกือบ ทุก 2 วัน
  • แม้ว่ารัฐบาลของพรรคเพื่อไทยได้มีการจัดการเรื่องนี้อย่างจริงจัง ทั้งการตัดน้ำ ตัดไฟ ตัดอินเตอร์เน็ตชายแดน การเข้มงวดเรื่องคนหลบหนีเข้าออกตามช่องทางธรรมชาติ การออก พ.ร.ก. มาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี และการตั้งศูนย์ AOC 1441 ที่เปิดให้ประชาชนร้องเรียน 24 ชม และมีอำนาจระงับธุรกรรมทางการเงินที่ผิดกฏหมาย จนทำให้ความเสียหายลดลงถึง 40% หรือ กว่า 14,500 ล้านบาท/ปี แต่ก็ยังมีสิ่งที่ต้องจัดการต่ออย่างจริงจัง

จะทำอะไร (Action)

  • ให้ไทยเป็นศูนย์กลางปราบสแกมเมอร์ของอาเซียน
  • ปกป้องประชาชน
  • เพิ่มประสิทธิภาพของการบังคับใช้กฏหมาย
  • ตัดตอนเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ
  • สร้างความเชื่อมั่นในระบบเศรษฐกิจออนไลน์
  • ยึด-อายัดทรัพย์ผู้กระทำผิด
  • นำเงินที่ยึด-อายัดมาจากบัญชีม้าและค่าปรับจากคดีหลอกลวงและอาชญากรรมทาง ไซเบอร์มาเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบ
  • เร่งบังคับใช้ พ.ร.ก. มาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี เพื่อให้ ผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ต ธนาคาร และ social media platform มีส่วนร่วมในการรับผิดชอบค่าเสียหายที่เกิดจากการหลอกลวงออนไลน่
  • ควบคุมปริมาณ SIM CARD ที่ไหลเข้าสู่ตลาด ให้สามารถ Track ได้ โดยเฉพาะ Travel SIM ที่ขายตามสนามบิน
  • ให้ระบุตำแหน่ง (Location) ทุกครั้งในการทำธุรกรรมผ่าน Mobile Banking
  • ในกรณีผู้กระทำผิดเป็นชาวต่างชาติ ให้ขึ้นบัญชีดำ ห้ามเข้าประเทศเด็ดขาด และขอหมายแดง Interpol
  • ตั้งศูนย์ประสานไซเบอร์อาเซียนในไทย
  • จัดตั้ง “Regional Cyber Crime Coordination Center” ในประเทศไทย
  • ศูนย์ฯ ทำหน้าที่แลกเปลี่ยนข่าวกรองไซเบอร์กับ INTERPOL – ASEANAPOL
  • ศูนย์ฯ รวบรวมฐานข้อมูลภัยไซเบอร์ (Malware, Scam, Phishing)
  • ศูนย์ฯ วิเคราะห์ภัยแบบเรียลไทม์

ผลลัพธ์คืออะไร (Outcome)

  • หยุดผลกระทบทั้งทางชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนจากการโดนหลอกลวงทางออนไลน์
  • ลดความสูญเสียทางเศรษฐกิจของประชาชนและประเทศ
  • ผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ต ธนาคาร และ social media platform มีส่วนร่วมในการรับผิดชอบค่าเสียหายที่เกิดจากการหลอกลวงออนไลน่
  • SIM CARD สามารถ Track ได้

ใครได้ประโยชน์ (Target)

  • ประชาชน

ภายในเมื่อไหร่ (Timeframe)

ไม่ระบุ

ใช้งบเท่าไหร่ (Budget)

ระบุในเอกสารที่ส่ง กกต.(ลำดับ 33) ว่า '200 ล้านบาท'

งบมาจากไหน (Budget Source)

  • เงินที่ยึด-อายัดมาจากบัญชีม้าและค่าปรับจากคดีหลอกลวงและอาชญากรรมทาง ไซเบอร์

ระบุในเอกสารที่ส่ง กกต.(ลำดับ 33) ว่า 'การบริหารระบบงบประมาณ การจัดเก็บรายได้ และการบริหารระบบภาษี'

เพื่อบ้านเมือง

ปัญหาคืออะไร (Problem)

  • ปัญหาที่มีผลกระทบต่อความมั่นคงภายใน
  • ปัญหาภัยพิบัติสำคัญ
  • ปัญหาแรงงานข้ามชาติ
  • การลักลอบเข้าเมือง
  • การค้ายาเสพติด
  • การรุกล้ำอธิปไตยของชาติ
  • ภัยคุกคามทางไซเบอร์
  • การก่อการร้าย
  • อาชญากรรมข้ามชาติ
  • การแผ่อิทธิพลทางเศรษฐกิจของมหาอำนาจ
  • การย้ายถิ่นของทุนข้ามชาติที่อาจกระทบต่อความมั่นคง

จะทำอะไร (Action)

  • ส่งเสริมและสนับสนุนภาครัฐดำเนินการตามรัฐธรรมนูญและยุทธศาสตร์ชาติ เพื่อ ป้องกัน แก้ไขปัญหา ติดตาม เฝ้าระวัง

ผลลัพธ์คืออะไร (Outcome)

ไม่ระบุ

ใครได้ประโยชน์ (Target)

ไม่ระบุ

ภายในเมื่อไหร่ (Timeframe)

ไม่ระบุ

ใช้งบเท่าไหร่ (Budget)

ไม่ระบุ

งบมาจากไหน (Budget Source)

ไม่ระบุ

ภูมิใจไทย

ปัญหาคืออะไร (Problem)

  • ปัญหาความมั่นคง ตามแนวชายแดน
  • การบุกรุกดินแดน
  • การลักลอบขนสินค้าเกษตร
  • ลักลอบขนยาเสพติด
  • แรงงานเถื่อน
  • ภัยคุกคามทุกรูปแบบ
  • การลักลอบนำของเถื่อนเข้าประเทศ
  • เครือข่ายสแกมเมอร์
  • การพนัน
  • กาสิโน
  • ทุนสีเทา

จะทำอะไร (Action)

  • สร้างกำแพง

ผลลัพธ์คืออะไร (Outcome)

  • ปกป้องประเทศจากภัยคุกคามทุกรูปแบบ
  • ปกป้องอธิปไตย
  • ปกป้องเศรษฐกิจ
  • ปกป้องคุณภาพชีวิตของประชาชน

ใครได้ประโยชน์ (Target)

  • ประชาชน

ภายในเมื่อไหร่ (Timeframe)

ไม่ระบุ

ใช้งบเท่าไหร่ (Budget)

  • ระบุในเอกสารที่ส่ง กกต. (ลำดับ 3) ว่า '866 ล้านบาท'
  • ที่มา: สมช. อนุมัติหลักการให้สร้างรั้ว/กำแพงเมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 2568

งบมาจากไหน (Budget Source)

ระบุในเอกสารที่ส่ง กกต. (ลำดับ 3) ว่า

  • 'งบประมาณรายจ่ายประจำปี'
  • 'งบประมาณความร่วมมือกับภาคเอกชน'
ภูมิใจไทย

ปัญหาคืออะไร (Problem)

  • การทูตไทยยังไม่เป็น การทูตเชิงรุก
  • การทูตไทยยังไม่ ครอบคลุมทุกมิติ
  • อาชญากรรมข้ามชาติ สแกมเมอร์ ค้ามนุษย์ และยาเสพติด (ยังคงเป็นปัญหา)
  • ประเทศไทยยังไม่มี บทบาท ในการทำให้โลกนี้ดีขึ้น
  • ไทยยังไม่มี บทเด่นในเวทีโลก
  • การต่างประเทศยังไม่ โปร่งใส
  • การต่างประเทศยังไม่ ได้รับการสนับสนุนจากประชาชน
  • ประเทศไทยยังไม่ กลับมายืนอยู่แถวหน้าของสังคมโลก อย่างมีเกียรติ มีศักดิ์ศรี
  • ยังไม่มีการ ผลักดันผลประโยชน์ของชาติในทุกมิติ

จะทำอะไร (Action)

  • ทำให้ การทูตไทยเป็นการทูตเชิงรุก
  • ทำให้ การทูตไทย ครอบคลุมทุกมิติ ทั้งเศรษฐกิจ ความมั่นคง การปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ สแกมเมอร์ ค้ามนุษย์ และยาเสพติด
  • มีบทบาท ในการทำให้โลกนี้ดีขึ้น
  • ยืนยันคุณค่าของประเทศไทยในฐานะประเทศประชาธิปไตย
  • ทำให้ ประชาชนมีส่วนร่วมในการรับรู้ทิศทาง การต่างประเทศ
  • ทำให้ การต่างประเทศโปร่งใส
  • ทำให้ การต่างประเทศ ได้รับการสนับสนุนจากประชาชน
  • ผลักดันผลประโยชน์ของชาติในทุกมิติ

ผลลัพธ์คืออะไร (Outcome)

  • ไทยเข้าไปมีบทเด่นในเวทีโลก
  • โลกนี้ดีขึ้น
  • ประชาชนมีส่วนร่วมในการรับรู้ทิศทาง การต่างประเทศ
  • การต่างประเทศโปร่งใส
  • การต่างประเทศ ได้รับการสนับสนุนจากประชาชน
  • ประเทศไทยกลับมายืนอยู่แถวหน้าของสังคมโลก อย่างมีเกียรติ มีศักดิ์ศรี
  • ไทยเป็นไท อย่างแท้จริง บนเวทีโลก

ใครได้ประโยชน์ (Target)

  • ไทย (ประเทศไทย)
  • ประชาชน
  • โลกนี้ (คนทั่วโลก)

ภายในเมื่อไหร่ (Timeframe)

ไม่ระบุ

ใช้งบเท่าไหร่ (Budget)

ไม่ระบุ

งบมาจากไหน (Budget Source)

ไม่ระบุ

รวมไทยสร้างชาติ

ปัญหาคืออะไร (Problem)

สแกมเมอร์

จะทำอะไร (Action)

โทษประหาร

ผลลัพธ์คืออะไร (Outcome)

ไม่ระบุ

ใครได้ประโยชน์ (Target)

ไม่ระบุ

ภายในเมื่อไหร่ (Timeframe)

ไม่ระบุ

ใช้งบเท่าไหร่ (Budget)

ระบุในเอกสารที่ส่ง กกต. (ลำดับ 6) ว่า 'ไม่มีการใช้งบประมาณ'

งบมาจากไหน (Budget Source)

ระบุในเอกสารที่ส่ง กกต. (ลำดับ 6) ว่า 'ไม่มีการใช้งบประมาณ แต่ถ้ามีก็จะใช้จากงบประมาณประจำปี'

รักชาติ

ปัญหาคืออะไร (Problem)

  • ปัญหาความมั่นคงของชาติในศตวรรษที่ 21 ที่ไม่ได้เกิดจากการรุกรานด้วยกำลังทหารแบบเดิมเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากการรุกรานด้วยข้อมูล ข่าวปลอม เครือข่ายอาชญากรรมไซเบอร์ และการทำลายความเชื่อมั่นของสังคมผ่านการปั่นกระแสในโลกออนไลน์จนเกิดความแตกแยก
  • ภัยคุกคามต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจและชีวิตประจำวันของประชาชน ซึ่งในโลกจริงคือแก๊งคอลเซ็นเตอร์ การหลอกโอนเงิน การโจมตีระบบธนาคาร การแฮกบัญชี การปลอมแปลงตัวตน และการหลอกลงทุนออนไลน์
  • สิ่งเหล่านี้สร้างความเสียหายเป็นเงินมหาศาลและทำให้ความเชื่อมั่นต่อระบบเศรษฐกิจดิจิทัลถดถอย เมื่อประชาชนไม่เชื่อว่าระบบออนไลน์ปลอดภัย พฤติกรรมการใช้บริการดิจิทัลจะลดลงโดยอัตโนมัติ ส่งผลให้ทั้ง E-commerce, Fintech และเศรษฐกิจดิจิทัลโดยรวมโตช้าลง กลายเป็นต้นทุนของชาติที่มองไม่เห็น
  • ภัยคุกคามต่อความมั่นคงเชิงสถาบันและความสงบเรียบร้อย ซึ่งเกิดจากสงครามข้อมูลข่าวสาร การบิดเบือนข้อเท็จจริง การปลุกปั่นให้เกิดความเกลียดชัง การทำลายความชอบธรรมของสถาบันหลัก และการทำให้สังคมแตกแยกจนรัฐบริหารไม่ได้
  • เมื่อเงินถูกโอนออกไปแล้ว โอกาสเอาคืนแทบเป็นศูนย์
  • เมื่อข่าวปลอมแพร่ไปแล้ว ความเสียหายต่อความเชื่อมั่นเกิดขึ้นทันที
  • อาชญากรรมไซเบอร์จำนวนมากเกิดจากการหลอกให้เหยื่อกดเอง โอนเอง และให้ข้อมูลเอง
  • หากประชาชนยังไม่รู้เท่าทันกลโกงและกลยุทธ์บิดเบือน
  • ปัญหาจะไม่มีวันจบ หากรัฐไม่สร้างเครือข่ายช่วยเหลือในพื้นที่
  • ถ้าระบบรับแจ้งช้า ประชาชนจะไม่แจ้งและความเสียหายจะขยายตัว
  • ความแตกแยก ลด hate speech และลดการปะทะทางความคิดที่ถูกจุดด้วยข้อมูลบิดเบือน ซึ่งเป็นต้นทุนทางการเมืองที่ประเทศเสียมาอย่างยาวนาน
  • การทำงานด้านข้อมูลข่าวสารอาจถูกตีความว่าเป็นการสอดส่องหรือปิดกั้นความเห็น

จะทำอะไร (Action)

  • ถูกออกแบบมาเพื่อแก้ปัญหาความมั่นคงของชาติ
  • ปกป้องทั้งสถาบันหลัก ความสงบเรียบร้อย และทรัพย์สินของประชาชนบนฐานของความจริง ความปลอดภัย และภูมิคุ้มกันทางความคิด
  • ย้ายจุดศูนย์กลางจากการควบคุม ไปสู่การสร้างเกราะที่ทำให้ประชาชนอยู่รอดในสนามรบข้อมูลข่าวสารได้ด้วยตนเอง และทำให้รัฐมีความสามารถเชิงรุกในการดับไฟก่อนลามเป็นวิกฤต
  • ทำงานกับทั้งเทคโนโลยีและจิตวิทยาสังคมไปพร้อมกัน
  • Active Defense: รัฐต้องป้องกันเชิงรุก ไม่ใช่รอให้เกิดเหตุแล้วค่อยไล่จับ
  • Digital Truth Infrastructure: รัฐต้องมีโครงสร้างพื้นฐานของความจริงที่ตรวจสอบได้และตอบสนองเร็ว โดยสร้างระบบยืนยันข้อเท็จจริงที่น่าเชื่อถือ มีหลักฐาน และทำงานได้ในระดับวินาทีเพื่อหยุดการบิดเบือนก่อนลาม
  • Civic Immunity: นโยบายนี้ต้องลงทุนทั้งในระบบตรวจจับและในระบบการศึกษาเพื่อสร้างพลเมืองไซเบอร์ที่มีวินัยและจริยธรรม
  • Protect หรือ Active Threat Center: เป็นศูนย์ปฏิบัติการภัยคุกคามไซเบอร์ที่ทำงานตลอด 24 ชั่วโมง โดยภารกิจหลักคือ
    • การตรวจจับและปิดกั้นภัยคุกคามที่เกิดขึ้นจริง เช่น เบอร์โทรหลอกลวง ลิงก์ฟิชชิง เว็บไซต์ปลอม แอปปลอม การโจมตีระบบโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ และการทำธุรกรรมผิดปกติที่สัมพันธ์กับบัญชีม้าและเครือข่ายอาชญากรรม
    • ทำงานแบบเครือข่ายร่วมกับเอกชน ไม่ใช่ทำงานแบบราชการแยกส่วน
    • ศูนย์นี้ต้องมีช่องทาง API และข้อตกลงการแลกเปลี่ยนข้อมูลแบบเร่งด่วนกับธนาคาร ผู้ให้บริการโทรคมนาคม และแพลตฟอร์มออนไลน์ เพื่อให้การระงับบัญชีม้า การบล็อกเบอร์ และการตัดเส้นทางการหลอกลวงทำได้ทันที โดยมีมาตรฐานการอนุมัติที่ชัดเจนเพื่อป้องกันการใช้อำนาจเกินขอบเขต
  • Educate หรือ Digital Literacy & Ethical Education: เป็นการสร้างภูมิคุ้มกันเชิงสังคม โดย
    • บรรจุทักษะพลเมืองดิจิทัลและจริยธรรมไซเบอร์เป็นหลักสูตรที่ใช้งานได้จริง
    • เนื้อหาต้องครอบคลุมการตรวจสอบแหล่งข่าว การแยกแยะภาพตัดต่อ การรู้ทันการปั่นกระแส การตั้งค่าความปลอดภัยบัญชี การป้องกันฟิชชิง การไม่ส่งต่อข้อมูลส่วนบุคคล และการรับผิดชอบต่อคำพูดในโลกออนไลน์
    • มีโครงการอาสาสมัครดิจิทัลในชุมชนเพื่อช่วยผู้สูงอายุและกลุ่มเปราะบาง
  • Sanctify หรือ Institutional Synergy & Correct Information: เป็นการสื่อสารข้อเท็จจริงที่ตรวจสอบได้ การอธิบายบริบทอย่างมีเหตุผล และการนำเสนอข้อมูลเชิงประจักษ์ในรูปแบบที่คนรุ่นใหม่เข้าถึงได้จริง เช่น อินโฟกราฟิก สารคดีสั้น คลิปอธิบาย และการทำคอนเทนต์เชิงความรู้ที่ไม่ยัดเยียด แต่ทำให้เข้าใจด้วยหลักฐานและความโปร่งใส
  • เพื่อให้ทั้งสามชั้นทำงานได้จริง โครงสร้างองค์กรต้องไม่เป็นระบบราชการแนวดิ่งแบบเดิม แต่ต้องเป็น Networked Organization ที่มีการแบ่งบทบาทชัดและมีคณะกรรมการกำกับด้านสิทธิและความโปร่งใสควบคู่กันไป
  • โครงสร้างที่เหมาะสมคือ
    • มีคณะกรรมการยุทธศาสตร์ระดับชาติที่รวมหน่วยงานด้านดิจิทัล ความมั่นคง ธนาคาร โทรคมนาคม และตัวแทนภาคประชาชนหรือผู้เชี่ยวชาญด้านสิทธิเสรีภาพ เพื่อกำหนดขอบเขตอำนาจและตรวจสอบการทำงานไม่ให้ล้ำเส้น
    • มีหน่วยปฏิบัติการภัยคุกคามที่ทำงานร่วมกับเอกชนแบบเรียลไทม์
    • มีหน่วยตรวจสอบข้อเท็จจริงและการตอบโต้ข่าวปลอมที่ทำงานเร็ว
    • มีหน่วยพัฒนาทักษะและนวัตกรรมที่ทำหน้าที่ฝึกคนและทดสอบระบบใหม่ใน Sandbox ก่อนนำไปใช้จริง
  • เชื่อมทรัพยากรที่เอกชนมีอยู่แล้วเข้าด้วยกันให้กลายเป็นกำลังป้องกันประเทศ
  • วงเงิน 2,000 ล้านบาทต้องถูกจัดสรรให้สอดคล้องกับธรรมชาติของภัยคุกคาม โดยส่วนที่เป็นเทคโนโลยีตรวจจับและศูนย์ปฏิบัติการต้องมีงบเพียงพอเพื่อให้ทำงานได้จริงตลอดเวลา รวมถึงงบด้านการจ้างผู้เชี่ยวชาญและการจัดหาเครื่องมือวิเคราะห์ภัยคุกคามที่ทันสมัย ส่วนการศึกษาและการสร้างภูมิคุ้มกันต้องมีงบที่ต่อเนื่อง เพราะเป็นงานที่ต้องทำซ้ำและทำยาว ไม่ใช่ทำครั้งเดียวแล้วจบ
  • พัฒนากฎหมายและการบังคับใช้ให้ทันรูปแบบอาชญากรรมใหม่ เช่น การจัดการบัญชีม้า การยึดทรัพย์ การเร่งรัดการปิดเว็บไซต์ปลอม และการสร้างช่องทางรับแจ้งเหตุที่รวดเร็วและคุ้มครองผู้แจ้งอย่างจริงจัง
  • นโยบายนี้ต้องจัดการความเสี่ยงด้านสิทธิเสรีภาพอย่างรอบคอบ โดยสร้างระบบตรวจสอบสามชั้น ได้แก่
    • รายงานความโปร่งใสต่อสาธารณะอย่างสม่ำเสมอ
    • การมีผู้ตรวจการสิทธิทางดิจิทัลที่รับเรื่องร้องเรียน
    • การเปิดเผยหลักเกณฑ์หรืออัลกอริทึมในส่วนที่เปิดได้เพื่อให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบความเป็นธรรม
  • กำหนดขอบเขตการปฏิบัติการให้ชัด เช่น แยกการป้องกันอาชญากรรมไซเบอร์ออกจากการจัดการข้อมูลที่กระทบความมั่นคง และใช้หลักความจำเป็นและได้สัดส่วนในการดำเนินการเสมอ

ผลลัพธ์คืออะไร (Outcome)

  • แก้ปัญหาความมั่นคงของชาติ
  • ปกป้องทั้งสถาบันหลัก ความสงบเรียบร้อย และทรัพย์สินของประชาชนบนฐานของความจริง ความปลอดภัย และภูมิคุ้มกันทางความคิด
  • ประชาชนอยู่รอดในสนามรบข้อมูลข่าวสารได้ด้วยตนเอง
  • รัฐมีความสามารถเชิงรุกในการดับไฟก่อนลามเป็นวิกฤต
  • โอกาสเอาคืนเงินที่ถูกโอนออกไปแล้วแทบจะไม่เป็นศูนย์
  • เมื่อข่าวปลอมแพร่ไปแล้ว ความเสียหายต่อความเชื่อมั่นจะไม่เกิดขึ้นทันที
  • หยุดการบิดเบือนก่อนลาม
  • สังคมมีภูมิคุ้มกันทางความคิดและทักษะการใช้สื่อ
  • พลเมืองไซเบอร์ที่มีวินัยและจริยธรรม
  • การระงับบัญชีม้า การบล็อกเบอร์ และการตัดเส้นทางการหลอกลวงทำได้ทันที
  • ปัญหาอาชญากรรมไซเบอร์ในพื้นที่จะถูกแก้ไขให้จบ
  • การบิดเบือนจะถูกทำให้หมดแรงในเชิงอิทธิพลโดยธรรมชาติ
  • รัฐไม่ต้องแบกทุกอย่างเอง
  • ทรัพยากรที่เอกชนมีอยู่แล้วรวมกันให้กลายเป็นกำลังป้องกันประเทศ
  • ลดความเสียหายจากการฉ้อโกงออนไลน์และการโจมตีระบบ
  • จำนวนคดีที่ป้องกันได้จริง เพิ่มขึ้น
  • Digital Trust เพิ่มขึ้น
  • เศรษฐกิจดิจิทัลโตได้เต็มศักยภาพ
  • การใช้ Mobile Banking การซื้อขายออนไลน์ และบริการดิจิทัลจะขยายตัวทันที
  • เม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
  • ลดความแตกแยก
  • ลด hate speech
  • ลดการปะทะทางความคิดที่ถูกจุดด้วยข้อมูลบิดเบือน
  • รัฐจะได้รายได้ภาษีเพิ่มขึ้นในระยะยาว
  • นโยบายจะไม่ถูกต่อต้านและจะไม่กลายเป็นปัญหาการเมืองหากรัฐวางกลไกตรวจสอบที่น่าเชื่อถือ
  • ความปลอดภัยของประชาชน เพิ่มขึ้น โดยมี
    • จำนวนเหตุฉ้อโกงที่ลดลง
    • มูลค่าความเสียหายที่ลดลง
    • เวลาเฉลี่ยในการระงับบัญชีม้า ลดลง
    • อัตราการกู้คืนทรัพย์สิน เพิ่มขึ้น
  • ภูมิคุ้มกันของสังคม เพิ่มขึ้น โดยมี
    • คะแนนความรู้เท่าทันสื่อของเยาวชนและผู้สูงอายุ เพิ่มขึ้น
    • อัตราการส่งต่อข่าวปลอมที่ลดลง
    • การลดลงของ hate speech
  • ความเชื่อมั่นและความสงบเรียบร้อย เพิ่มขึ้น โดยมี
    • ดัชนีความไว้วางใจต่อสถาบันและรัฐ เพิ่มขึ้น
    • ความตึงเครียดทางสังคมในโลกออนไลน์ ลดลง
    • ความพร้อมของระบบโครงสร้างพื้นฐานสำคัญต่อการโจมตีไซเบอร์ เพิ่มขึ้น
  • สังคมปลอดภัย คนกล้าทำธุรกิจ กล้าลงทุน และกล้าใช้เทคโนโลยี
  • ประเทศจะเดินหน้าได้โดยไม่ต้องแลกด้วยความแตกแยก

ใครได้ประโยชน์ (Target)

  • ประชาชน
  • เหยื่ออาชญากรรมไซเบอร์

ภายในเมื่อไหร่ (Timeframe)

ไม่ระบุ

ใช้งบเท่าไหร่ (Budget)

  • 2,000 ล้านบาท

งบมาจากไหน (Budget Source)

  • การปรับโครงสร้างงบความมั่นคงให้ทันยุค โดยเน้นการ re allocation จากการลงทุนที่ไม่ตอบโจทย์ภัยคุกคามใหม่ไปสู่การลงทุนด้านไซเบอร์
  • กองทุนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
  • ค่าธรรมเนียมจากการกำกับดูแลโทรคมนาคมบางส่วน
แชร์หน้านี้เกี่ยวกับโครงการ