ประเด็น

หนี้สิน

มี 24 คำสัญญา จาก

*ฐานข้อมูลมีทั้งหมด 13 พรรค โดยเลือกเฉพาะพรรคที่มีข้อมูลนโยบายในเว็บไซต์ทางการ อ่านเกณฑ์การคัดเลือกพรรคการเมือง

คำชี้แจง

  • ข้อมูลในหน้านี้มาจากข้อความบนเว็บไซต์ทางการของพรรคการเมือง ซึ่งถูกจัดลงตารางตามหัวข้อต่างๆ ด้วยระบบปัญญาประดิษฐ์ (LLM) โดยพยายามคงข้อความตามต้นฉบับให้มากที่สุด
  • หากจำเป็นต้องเพิ่มข้อความเพื่อให้ได้ใจความที่สมบูรณ์ จะถูกแสดงด้วยตัวอักษรสีเทา
  • แม้มีการตรวจสอบโดยทีมงานในระดับหนึ่ง แต่อาจมีความคลาดเคลื่อนเกิดขึ้นได้
  • ผู้ใช้สามารถตรวจสอบเพิ่มเติมกับข้อความต้นฉบับตามลิงก์ด้านล่าง
  • หลังจาก กกต. เปิดเผยเอกสารนโยบาย (ณ วันที่ 26 ม.ค. 2569) ทีมงานได้อัปเดตข้อมูลงบประมาณและแหล่งที่มาของงบประมาณที่ตรงกันระหว่างเอกสารนโยบายและเว็บไซต์พรรค โดยแสดงด้วยตัวอักษรสีเขียว
อ่านที่มาและข้อจำกัดข้อมูล
ไทยสร้างไทย

ปัญหาคืออะไร (Problem)

  • เด็กไทยหลายล้านคนที่ยากจนต้องกู้เงิน “กองทุนให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา” หรือ “กยศ.”
  • ชีวิตครอบครัวคนตัวเล็กทั้งหลายมีจุดเริ่มต้นชีวิตในวัยทำงานด้วยการเป็นหนี้สินตั้งแต่วัยหนุ่มสาว
  • เด็กไทยต้องใช้เวลาเรียนนานมาก กว่าจะจบก็จะมีอายุประมาณ 22 ปี
  • ความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา

จะทำอะไร (Action)

  • เด็กไทยเรียนฟรีจนจบปริญญาตรี
  • ลดเวลาเรียนในทุกช่วงการศึกษาอย่างน้อย 3 ปี
  • ปฏิวัติการศึกษาเพื่อมุ่งเน้นคุณภาพที่ตรงกับความต้องการของตลาดและโลกสมัยใหม่มากกว่าเน้นที่ใบปริญญา
  • ให้เด็กได้เรียนในวิชาที่เด็กต้องการเรียน
  • ได้เรียนจากผู้มีความรู้และมีความเชี่ยวชาญโดยตรงผ่านการสื่อสารทางไกลด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่
  • ทำการปฏิวัติการใช้งบประมาณด้านการศึกษา
  • ให้อำนาจผู้ปกครองนักเรียนในการเลือกสถานศึกษาด้วยตนเอง
  • ออกคูปองเพื่อซื้ออุปกรณ์การเรียน

ผลลัพธ์คืออะไร (Outcome)

  • เด็กไม่มีความจำเป็นที่ต้องมีการกู้เงิน กยศ. อีกต่อไป
  • เด็กสามารถเรียนจบปริญญาตรีได้ในช่วงอายุ 18 -19 ปี

ใครได้ประโยชน์ (Target)

  • เด็กไทย
  • ผู้ปกครองนักเรียน

ภายในเมื่อไหร่ (Timeframe)

ไม่ระบุ

ใช้งบเท่าไหร่ (Budget)

ระบุในเอกสารที่ส่ง กกต. (ลำดับ 1.2) ว่า '120,000 ล้านบาท'

งบมาจากไหน (Budget Source)

ระบุในเอกสารที่ส่ง กกต. (ลำดับ 1.2) ว่า

  • 'งบประมาณแผ่นดินในส่วนของงบอุดหนุนการศึกษา (เพื่อสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน)'
  • 'ปรับโครงสร้างงบประมาณแผ่นดินประจำปีมาดำเนินการตามนโยบาย'
  • 'งบประมาณจากกองทุนรวมเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา'
ไทยสร้างไทย

ปัญหาคืออะไร (Problem)

  • เกษตรกรยากจน มีหนี้สิน -เกษตรกรไม่มีรายได้ยั่งยืน -การผลิตสินค้าเกษตรไม่สอดคล้องกับอุปสงค์-อุปทาน ขาดแหล่งน้ำสำหรับการเกษตร และอุปโภคบริโภค มีข้อจำกัดการใช้ประโยชน์ที่ดินของรัฐ

จะทำอะไร (Action)

  • สินค้าเกษตรราคาดี - รับซื้อและประกันราคาพืชเศรษฐกิจหลัก
  1. ข้าวหอมมะลิ 20,000 บาท/ตัน
  2. ข้าวหอมจังหวัด 13,000 บาท/ตัน
  3. ข้าวเหนียว 14,000 บาท/ตัน
  4. ข้าวสารขาว 11,000 บาท/ตัน
  5. มันสำปะหลัง 3 บาท/กก.
  6. ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ 8 บาท/กก.
  7. ยางพารา 65 บาท/กก.
  8. ยางก้อนถ้วย 45 บาท/กก.
  9. ปาล์มน้ำมัน 5 บาท/กก.
  10. อ้อยโรงงาน 1,000 บาท/ตัน
  • ปรับโครงสร้างการผลิต
  1. บริหารจัดการพื้นที่เพาะปลูกพืชเกษตร (Zoning)
  2. ปรับระบบการใช้ที่ดินเพื่อผลิตสินค้าเกษตรให้3. สอดคล้องกับอุปสงค์-อุปทาน (Demand – Supply)
  • พัฒนาแหล่งน้ำเพื่อการเกษตรตั้งแต่ระดับหมู่บ้านจนถึงการกักเก็บน้ำตามลำน้ำ
  1. ขุดบ่อน้ำ 1 ล้านบ่อ
  2. ขุดน้ำบาดาล 1 แสนบ่อ
  3. วางระบบผันน้ำ โขง-เลย-ชี-มูล แม่น้ำสายสำคัญอื่น และจาก สปป. ลาว มาเติมในยามที่ขาดน้ำ
  • พัฒนาแหล่งน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภค
  1. พัฒนาแหล่งน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภคอย่างเพียงพอและมีคุณภาพทุกหมู่บ้าน
  • การจัดการที่ดิน
  1. ขจัดข้อจำกัดการใช้ประโยชน์ที่ดินของรัฐเพื่อประโยชน์สูงสุดของเกษตรกร เช่น ที่ดิน สปก. ที่ดิน คทช. ที่ดิน ภบท.5

ผลลัพธ์คืออะไร (Outcome)

  • ยกระดับราคา เพิ่มรายได้ให้เกษตรกร
  • มีแหล่งน้ำสำหรับการเกษตรเพียงพอ
  • เกษตรกรสามารถใช้ประโยชน์จากที่ดินของรัฐได้อย่างเต็มที่

ใครได้ประโยชน์ (Target)

  • เกษตรกร

ภายในเมื่อไหร่ (Timeframe)

ไม่ระบุ

ใช้งบเท่าไหร่ (Budget)

ไม่ระบุ

งบมาจากไหน (Budget Source)

ไม่ระบุ

ไทยสร้างไทย

ปัญหาคืออะไร (Problem)

  • หนี้เสียที่เกิดจากโควิด
  • คนไม่สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุน
  • คนตัวเล็กต้องพึ่งพาหนี้นอกระบบที่ดอกเบี้ยสูง
  • SMEs ไม่สามารถเข้าถึงแหล่งทุน
  • ค่าใช้จ่ายสูงเกินไป
  • ระบบราชการที่มีอำนาจนิยม

จะทำอะไร (Action)

  • กองทุนที่ 1 – กองทุนฟื้นฟูหนี้เสีย
  1. จัดตั้งกองทุนฟื้นฟูหนี้เสียฯ เพื่อช่วยเหลือประชาชนและผู้ประกอบการรายเล็กรายย่อยที่มีหนี้เสีย
  2. กองทุนฯ จะเข้าไปเจรจากับสถาบันการเงินที่เป็นเจ้าหนี้ ช่วยเหลือลูกหนี้ด้วยการชำระดอกเบี้ยผิดนัดให้บางส่วน
  3. ทำการรับซื้อและรับโอนหนี้ รวมทั้งหลักประกัน ที่ค้างชำระอยู่กับสถาบันการเงินมาบริหารที่มูลค่ายุติธรรม
  • มาตรการที่ 1 (พลิกฟื้น – ตั้งหลัก – ปลดล็อค)
  1. ชำระดอกเบี้ยให้ลูกหนี้บางส่วน
  2. เปลี่ยนสถานะลูกหนี้ที่เป็น NPL ให้กลับมาอยู่ในสถานะปกติ
  3. เปลี่ยนจากรหัสบัญชี 021 ไปเป็น รหัสบัญชี 010
  • มาตรการที่ 2 (เดินหน้า – ดันธุรกิจ – ช่วยลูกจ้าง)
  1. พักชำระหนี้ 1 ปี
  2. เติมเงินสินเชื่อเสริมสภาพคล่อง เข้าบัญชีธุรกิจ และบัญชีเงินเดือนของลูกจ้าง
  3. ปรับเปลี่ยนตารางการชำระหนี้ใหม่ ขยายเวลาชำระหนี้ออกไปอย่างน้อย 3 ปี ผ่อนชำระแบบ หน้าต่ำ-หลังสูง
  4. ปรับกระบวนการปล่อยสินเชื่อ
  • กองทุนที่ 2 – กองทุนเครดิตประชาชน

  • จัดตั้งกองทุนเครดิตประชาชน เพื่อช่วยคนตัวเล็กกว่า 10 ล้านคน ล้างหนี้นอกระบบ เป็นสินเชื่อรายย่อยที่ไม่มีหลักประกันดอกเบี้ยต่ำ ไม่เกินร้อยละ 1 ต่อเดือน วงเงินกู้ตั้งแต่ 10,000 บาท จนถึง 100,000 บาท

  • เปลี่ยนกรอบความคิดใหม่ในกระบวนการพิจารณาสินเชื่อ การกำหนดวงเงินสินเชื่อจะใช้ข้อมูลทางเลือก (Alternative Data) ในการพิจารณา- ปล่อยสินเชื่อแทนการใช้เอกสารหลักฐานพิสูจน์รายได้หรือการขอหลักทรัพย์ค้ำประกัน หรือการตรวจสอบประวัติของผู้กู้จากเครดิตบูโร

  • เติมทุน2.1 กองทุนที่ 3 – กองทุนสร้างไทย

  1. แหล่งทุนดอกเบี้ยต่ำ เงื่อนไขผ่อนปรน เพื่อผู้ประกอบการ SMEs ขนาดเล็กที่มีข้อจำกัดเข้าไม่ถึงแหล่งทุนสามารถเข้าถึงแหล่งทุนได้ ซึ่งประกอบด้วย 5 กองทุนย่อย
  • กองทุน SMEs
  1. ตั้งกองทุน SMEs เพื่อให้ SMEs ขนาดเล็กสามารถเข้าถึงแหล่งทุน เพื่อฟื้นธุรกิจจากโควิดและสามารถต่อยอดธุรกิจให้เติบโตต่อไปได้
  • กองทุน Start Up
  1. เพื่อให้คนรุ่นใหม่ที่เก่งมีโอกาสตั้งตัวได้ ให้โอกาสคนรุ่นใหม่ได้มีโอกาสตั้งตัวเป็นเจ้าของธุรกิจด้วยความรู้ความสามารถที่ตนเองเป็นผู้คิดค้นขึ้นมา
  • กองทุนวิสาหกิจชุมชน
  1. เพื่อให้เกษตรกร และลูกหลานได้รวมตัวกันในการประกอบธุรกิจจากผลิตภัณฑ์ในพื้นที่ โดยการแปรรูปเพิ่มมูลค่าของสินค้าเกษตรกร
  • กองทุนการท่องเที่ยว
  1. เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการโรงแรมขนาดเล็ก ร้านอาหาร สถานบันเทิง จนไปถึงร้านนวดสปา ที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19
  • กองทุน Venture Capital (VC)
  1. เป็นแหล่งเงินทุนที่ทำหน้าที่สนับสนุนด้านการเงินให้แก่ธุรกิจ
  2. มุ่งเน้นไปที่ธุรกิจ Startup ที่มีเทคโนโลยีหรือนวัตกรรมที่ก้าวหน้า
  3. สนับสนุนธุรกิจที่ทำงานด้านการวิจัยและพัฒนาเพื่อประโยชน์ของ SMEs โดยส่วนรวม
  4. VC จะเข้าไปร่วมลงทุนในกิจการ ให้คำปรึกษาทางด้านการบริหารกิจการ ไม่มีวัตถุประสงค์ในการเข้าครอบงำกิจการเพื่อยึดเป็นเจ้าของ จะหาจังหวะที่เหมาะสมที่จะถอนตัว (Exit) เพื่อทำกำไรจากเงินลงทุน
  • ลดรายจ่าย3.1 ปรับโครงสร้างพลังงาน
  1. ปรับโครงสร้างค่าน้ำมัน/ค่าแก๊ส กำหนดเพดานค่าการกลั่น ให้เป็นธรรมกับคนไทย ปรับโครงสร้างค่าไฟฟ้า รื้อสัญญาทาส ค่าไฟต้องไม่เกิน 3.50 บาท
  • ลดภาระภาษี
  1. ไม่เก็บภาษีคนตัวเล็กที่มีรายได้สุทธิไม่เกิน 300,000 บาท/ต่อปี หรือรายได้ไม่เกิน 40,000/เดือน
  2. ไม่เก็บภาษีเงินได้นิติบุคคล SMEs เป็นเวลา 3 ปี
  • Solar House
  1. ติด Solar House – เงินกู้ ดอกเบี้ยต่ำ 1% ผ่อนยาว 8 ปี ขายไฟให้รัฐได้ทุกเดือน
  2. ขจัดอุปสรรค
  • พักการอนุมัติ/อนุญาต
  1. พักการอนุมัติ/อนุญาต 1,400 ฉบับ เป็นเวลา 3-5 ปี เพื่อให้คนไทยลุกขึ้นมาทำมาหากินได้ทันที เช่น การขออนุญาต อย.
  • ปฏิรูประบบราชการ
  1. รื้อระบบรัฐราชการและอำนาจนิยม
  2. สร้างระบบให้ประชาชนร้องเรียน มีส่วนร่วมในการตรวจสอบการทำงานของหน่วยงานและเจ้าหน้าที่ของรัฐ
  3. นำเทคโนโลยีมาเป็นเครื่องมือในการให้คะแนนการทำงาน และการบริการประชาชนของเจ้าหน้าที่ ใช้ในการประเมินการให้ความดีความชอบ รวมถึงการลงโทษ

ผลลัพธ์คืออะไร (Outcome)

  • ช่วยให้ประชาชนและผู้ประกอบการรายเล็กรายย่อยที่มีหนี้เสียกลับมาประกอบธุรกิจได้ตามปกติ
  • ช่วยคนตัวเล็กกว่า 10 ล้านคน ล้างหนี้นอกระบบ
  • ดอกเบี้ยต่ำไม่เกินร้อยละ 1 ต่อเดือน
  • ค่าไฟต้องไม่เกิน 3.50 บาท
  • ลดภาษี
  • ทำให้คนไทยลุกขึ้นมาทำมาหากินได้ทันที
  • Startup ที่มีเทคโนโลยีหรือนวัตกรรมได้รับการสนับสนุน
  • คนรุ่นใหม่ที่เก่งมีโอกาสตั้งตัวได้

ใครได้ประโยชน์ (Target)

  • ประชาชน
  • ผู้ประกอบการรายเล็กรายย่อย
  • SMEs

ภายในเมื่อไหร่ (Timeframe)

ไม่ระบุ

ใช้งบเท่าไหร่ (Budget)

ไม่ระบุ

งบมาจากไหน (Budget Source)

ไม่ระบุ

ประชาชน

ปัญหาคืออะไร (Problem)

  • ภาวะสินเชื่อหดตัว: สินเชื่อ SMEs หดตัวต่อเนื่องกว่า 3 ปี โดยล่าสุดลดลงถึง 4% ในขณะที่ธุรกิจขนาดใหญ่กลับเข้าถึงสินเชื่อได้มากขึ้น
  • ความเสี่ยงสูงในสายตาธนาคาร: สถาบันการเงินมักลังเลที่จะปล่อยกู้ให้ SMEs ขนาดเล็กเนื่องจากขาดหลักทรัพย์ค้ำประกันและข้อมูลเครดิตที่เพียงพอ ทำให้ผู้ประกอบการต้องหันไปพึ่งหนี้นอกระบบที่มีดอกเบี้ยสูง

จะทำอะไร (Action)

  • สนับสนุนให้ SMEs เข้าถึงสินเชื่อในระบบได้อย่างสะดวกและเป็นธรรมมากขึ้น
  • เพิ่มอัตราค้ำประกันสินเชื่อ โครงการค้ำประกันสินเชื่อ SMEs (PGS) จาก 15% เป็น 30%
  • ออกมติ ครม. อนุมัติเพิ่มวงเงินงบประมาณสนับสนุนให้ บสย. ค้ำประกันสินเชื่อให้ SMEs โดยแยกอัตราการค้ำประกันตามความเสี่ยง เพื่อให้ SMEs ขนาดเล็กมีโอกาสเข้าถึงสินเชื่อในระบบได้มากขึ้น
  • ปรับปรุงกฎหมาย พ.ร.บ. บสย. ให้ บสย. เข้าถึงข้อมูลจากแหล่งอื่นเพื่อประมวลผลและพัฒนาคะแนนเครดิตตามความเสี่ยงของ SMEs ได้แม่นยำขึ้น และสามารถให้ SMEs รู้ผลค้ำประกันได้ล่วงหน้า ก่อนไปยื่นกู้กับสถาบันการเงิน
  • ปรับปรุง พ.ร.บ. การประกอบธุรกิจข้อมูลเครดิตเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการรายใหม่เข้ามาแข่งขันพัฒนาคะแนนเครดิต สร้างทางเลือกให้ธนาคารใช้ประเมินลูกค้า SMEs ได้ดีขึ้น
  • ทยอยกำหนดให้บริษัทขนาดใหญ่ ใช้ระบบ e-Tax Invoice/Receipt เพื่อจูงใจให้ซื้อสินค้าและบริการจาก SMEs มากขึ้น และเพิ่มการตรวจสอบเครดิตการค้าให้ SMEs ไม่เกิน 45 วันได้จริง

ผลลัพธ์คืออะไร (Outcome)

  • SMEs เข้าถึงแหล่งทุนในระบบ
  • เพิ่มอัตราค้ำประกันสินเชื่อ โครงการค้ำประกันสินเชื่อ SMEs (PGS) จาก 15% เป็น 30% สำหรับกิจการขนาดเล็ก
  • ให้ บสย. ค้ำประกันสินเชื่อได้ทุกความเสี่ยงของ SMEs
  • ใช้ Digital Factoring หรือการใช้ “บิลลูกหนี้การค้า” ค้ำประกันเงินกู้ได้ทันที
  • SMEs รู้ผลค้ำประกันได้ล่วงหน้า
  • ธนาคารประเมินลูกค้า SMEs ได้ดีขึ้น
  • เพิ่มการตรวจสอบเครดิตการค้าให้ SMEs ไม่เกิน 45 วันได้จริง

ใครได้ประโยชน์ (Target)

  • SMEs
  • ธุรกิจขนาดใหญ่
  • ผู้ประกอบการรายใหม่

ภายในเมื่อไหร่ (Timeframe)

ไม่ระบุ

ใช้งบเท่าไหร่ (Budget)

ระบุในเอกสารที่ส่ง กกต.(ลำดับ 14.3) ว่า '45,000 ล้านบาท/ปี'

งบมาจากไหน (Budget Source)

ระบุในเอกสารที่ส่ง กกต.(ลำดับ 14.3) ว่า 'การบริหารงบประมาณแผ่นดินปกติ โดยสำหรับการอุดหนุนดอกเบี้ย และประกันสินเชื่อผ่านธนาคารของรัฐ รัฐบาลจะรับภาระชดเชยค่าใช้จ่ายหรือการสูญเสียรายได้ ทั้งนี้ เป็นไปตามมาตรา ๒๘ แห่งพระราชบัญญัติวินัยการเงินการคลังของรัฐ'

ประชาชน

ปัญหาคืออะไร (Problem)

  • หนี้สินทหารชั้นผู้น้อย
  • เงินเดือนเหลือไม่ถึง 30%: มีจำนวนสูงถึง 53,210 นาย (คิดเป็น 21.24%) หลังหักหนี้เงินกู้สหกรณ์
  • เงินเดือนเหลือต่ำกว่า 9,000 บาท: มีจำนวนมากถึง 81,030 นาย (คิดเป็น 32.35%)
  • ปัญหาหนี้สินที่รุนแรงจนทหาร 1 ใน 3 มีเงินเดือนไม่พอเลี้ยงชีพและดูแลครอบครัว ถือเป็นภัยความมั่นคงที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อขวัญกำลังใจและคุณภาพชีวิต
  • กลุ่มที่เข้าร่วมโครงการพักชำระหนี้ในช่วงโควิด-19 ซึ่งต้องแบกรับภาระดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้นอย่างผิดปกติ
  • การคิดอัตราดอกเบี้ยอาจไม่เป็นธรรม ไม่เป็นไปตาม มาตรา 224/1 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ และไม่สอดคล้องกับหลักเกณฑ์ของ ธนาคารแห่งประเทศไทย เรื่องการคิดดอกเบี้ยผิดนัดชำระหนี้และการตัดชำระหนี้

จะทำอะไร (Action)

  • แก้หนี้ทหาร
  • คุมการหักเงินเดือน
  • ตรวจสอบดอกเบี้ย
  • ปรับโครงสร้างหนี้
  • ประสาน ธนาคารแห่งประเทศไทย ตรวจสอบการคิดดอกเบี้ยของสถาบันการเงินต่อทหารที่พักชำระหนี้ ให้สอดคล้องตามกฎหมายและหลักเกณฑ์ของแบงก์ชาติ
  • มอบหมายให้ กรมการเงินของเหล่าทัพ, กรมพระธรรมนูญ และ คณะกรรมการกำกับการแก้ไขหนี้สินของประชาชน ร่วมกับธนาคารแห่งประเทศไทย หาแนวทางปรับโครงสร้างหนี้ให้ทหารมีแผนชำระหนี้ที่ชัดเจนและกลับมามีชีวิตที่ปลอดหนี้ได้จริง
  • เร่งรัดออกระเบียบการหักเงินเดือนเพื่อชำระหนี้สหกรณ์และสวัสดิการ โดยอ้างอิงมาตรฐานเดียวกับกองทัพอากาศ คือต้องมีเงินเดือนสุทธิคงเหลือไม่น้อยกว่าร้อยละ 30 และไม่น้อยกว่า 9,000 บาท
  • หารือร่วมกับ ผู้บัญชาการทหารบก, ผู้บัญชาการทหารเรือ, ผู้บัญชาการทหารสูงสุด และ ปลัดกระทรวงกลาโหม เพื่อออกระเบียบว่าด้วยการหักเงินเดือนเพื่อชำระเงินให้แก่สวัสดิการภายในและสหกรณ์
  • ประสานงานกับ ธนาคารแห่งประเทศไทย เพื่อตรวจสอบการคิดดอกเบี้ยสถาบันการเงินตามมาตรา 224/1 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
  • มอบหมายให้ กรมการเงิน และ กรมพระธรรมนูญ ของทุกเหล่าทัพ ทำงานร่วมกับ คณะกรรมการกำกับการแก้ไขหนี้สินของประชาชน เพื่อออกแบบโมเดลการปรับโครงสร้างหนี้ที่สอดคล้องกับรายได้จริงของกำลังพล
  • ปรับปรุงแก้ไข มาตรา 42/1 แห่งพระราชบัญญัติสหกรณ์ พ.ศ. 2542 ให้สอดคล้องกับ พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ฉบับที่ 20) พ.ศ. 2557

ผลลัพธ์คืออะไร (Outcome)

  • ดอกเบี้ยเป็นธรรม
  • คุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของทหารผู้น้อย
  • ทหาร กลับมามีเงินเดือนเพียงพอต่อการดำรงชีพ
  • การคิดดอกเบี้ยของสถาบันการเงินต่อทหารที่พักชำระหนี้ สอดคล้องตามกฎหมายและหลักเกณฑ์ของแบงก์ชาติ
  • ทหารมีแผนชำระหนี้ที่ชัดเจนและกลับมามีชีวิตที่ปลอดหนี้ได้จริง
  • สร้างเอกภาพในการดูแลคุณภาพชีวิตกำลังพล
  • ทหารต้องมีเงินเดือนเหลือสุทธิไม่น้อยกว่าร้อยละ 30 และไม่ต่ำกว่า 9,000 บาท
  • การคิดดอกเบี้ยสถาบันการเงิน เป็นไปตาม มาตรา 224/1 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
  • โมเดลการปรับโครงสร้างหนี้ที่สอดคล้องกับรายได้จริงของกำลังพล
  • มาตรา 42/1 แห่งพระราชบัญญัติสหกรณ์ พ.ศ. 2542 สอดคล้องกับ พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ฉบับที่ 20) พ.ศ. 2557
  • สร้างความคุ้มครองที่เป็นธรรมให้แก่ข้าราชการทหารที่เป็นลูกหนี้และผู้ค้ำประกันของสหกรณ์ออมทรัพย์

ใครได้ประโยชน์ (Target)

  • ทหารชั้นผู้น้อย
  • ข้าราชการทหารและลูกจ้างสังกัดกระทรวงกลาโหม
  • ข้าราชการทหารที่เป็นลูกหนี้และผู้ค้ำประกันของสหกรณ์ออมทรัพย์

ภายในเมื่อไหร่ (Timeframe)

  • ทันที สำหรับออกระเบียบและบังคับใช้เกณฑ์เงินเดือนคงเหลือ
  • ระยะสั้น: มาตรการเร่งด่วนเพื่อการดำรงชีพ
  • ระยะกลาง: การปรับโครงสร้างหนี้ที่เป็นธรรม
  • ระยะยาว: การปฏิรูปกฎหมายสหกรณ์

ใช้งบเท่าไหร่ (Budget)

ระบุในเอกสารที่ส่ง กกต.(ลำดับ 8.2) ว่า '665 ล้านบาท/ปี' แต่จำนวนนี้อาจครอบคลุมมากกว่า 1 คำสัญญา

งบมาจากไหน (Budget Source)

ระบุในเอกสารที่ส่ง กกต.(ลำดับ 8.2) ว่า 'การบริหารงบประมาณแผ่นดินปกติ'

ประชาชน

ปัญหาคืออะไร (Problem)

  • หนี้สินเกษตรกรไทยไม่ใช่แค่ปัญหาการเงิน แต่เป็นวิกฤตเรื้อรังที่บั่นทอนขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ
  • เกษตรกรกว่า 63% มีภาระหนี้สิน
  • ยอดหนี้เฉลี่ยต่อครัวเรือนพุ่งสูงถึง 314,087 บาท
  • หนี้โตเร็วกว่ารายได้ถึง 11.8 เท่า
  • มีเพียง 10% ของเกษตรกร ที่จ่ายได้ทั้งเงินต้นและดอกเบี้ย
  • สูงถึง 65% ของเกษตรกร ที่จ่ายได้เพียงดอกเบี้ย ทำให้ติด "กับดักหนี้" กลายเป็นหนี้ข้ามรุ่น
  • อีก 25% ของเกษตรกร ที่ไม่สามารถชำระได้จากรายได้ที่ไม่แน่นอน
  • นโยบายของรัฐที่มักเน้นการพักชำระหนี้ หรือการยืดการชำระหนี้ออกไป โดยไม่ได้ช่วยให้เกษตรกรเข้าใจหรือมีทางเลือกในการปรับโครงสร้างหนี้และ/หรือลดหนี้ลงได้
  • 67% ของเกษตรกรจะไม่สามารถปลดหนี้ได้ก่อนอายุ 70 ปี
  • ภาระหนี้ที่เกินศักยภาพนี้ทำให้เกษตรกรไม่กล้าลงทุนในเทคโนโลยีใหม่ ยึดติดกับการผลิตแบบเดิม มีต้นทุนการเงินสูงกว่าปกติ

จะทำอะไร (Action)

  • ประมวลบัญชีลูกหนี้ผู้สูงอายุ 70 ปีขึ้นไปรายคน จำแนกการปลดและลดหนี้ โดยกลุ่มที่ชำระปกติจนครอบคลุมเงินต้นเดิมแล้ว: ปลดหนี้ทันที และถ่ายโอนการบริหารจัดการทรัพย์สินให้ทายาท กลุ่มที่ชำระปกติแต่ยังไม่ครอบคลุมเงินต้น: ลดหนี้ลงครึ่งหนึ่ง ปรับตารางชำระใหม่ให้จบภายใน 5 ปี และสามารถถ่ายโอนทรัพย์สินให้ทายาทได้ กลุ่มที่มีปัญหาการชำระหนี้: นำมาร่วมโครงการปรับสร้างหนี้
  • ปรับโครงสร้างหนี้สำหรับเกษตรกรที่มีปัญหาหนี้เรื้อรังและหนี้เสีย จัดทำ "แพ็กเกจแก้หนี้" (ซึ่งประกอบด้วย ทางเลือกในการปรับโครงสร้างการผลิตในแต่ละพื้นที่, ทางเลือกในการจัดการน้ำในแต่ละพื้นที่และสำหรับแต่ละพืช, ทางเลือกในการปลูกไม้ยืนต้น ที่เหมาะสมสำหรับแต่ละพื้นที่ และให้ผลตอบแทนมาเป็นระยะๆ)
  • ปรับโครงสร้างการผลิตร่วมกับการปรับโครงสร้างหนี้ การปรับเปลี่ยนการผลิตพืชในพื้นที่ไม่เหมาะสม (เป้าหมาย 1 ล้านไร่ภายใน 4 ปี) ลดหนี้เดิม 20% (ไม่เกิน 100,000 บาท/ราย) พักหนี้ทั้งเงินต้นและดอกเบี้ย สนับสนุนเงินลงทุนปรับปรุงดิน/ระบบน้ำ และทุนหมุนเวียนพืชใหม่ (เกษตรผสมผสาน) ปลอดดอกเบี้ยและปลอดการชำระคืน 3 ปี ให้ประกันภัยพืชผลฟรี
  • การลงทุนในระบบน้ำในไร่นา (ขุดแหล่งน้ำ/ระบบ IoT/โซลาร์เซลล์) เป้าหมาย 1 ล้านไร่ภายใน 4 ปี ลดหนี้เดิม 20% (ไม่เกิน 100,000 บาท/ราย) พักหนี้ทั้งเงินต้นและดอกเบี้ย สนับสนุนทางเทคนิคและเงินทุนสำหรับระบบน้ำใหม่ ปลอดดอกเบี้ยและปลอดการชำระคืน 3 ปี ให้ประกันภัยพืชผลฟรี
  • การปลูกไม้ยืนต้นและไม้เศรษฐกิจ: ลดหนี้ในอัตรา 30,000 บาท/ไร่ (ไม่เกิน 10 ไร่/ราย) สนับสนุนงบดูแล 3,000 บาท/ไร่ในปีแรก และ 1,000 บาท/ไร่ในปีที่ 2-3(โดยมีสัญญาการดูแลระยะยาว) ให้สิทธิในเนื้อไม้ เป็นของเกษตรกรใช้เป็นหลักทรัพย์ได้
  • เพิ่มแรงจูงใจสำหรับเกษตรกรที่ชำระหนี้ดีต่อเนื่อง โดยเลือกรับสิทธิได้ดังนี้: คืนดอกเบี้ย (หรือลดดอกเบี้ย) 10% เพื่อใช้ปรับปรุงการผลิตปีถัดไป หักเงินต้น โดยรัฐสมทบการหักเงินต้นเพิ่มเติม รับคูปองปรับเพิ่มประสิทธิภาพ (แปรรูป/ปุ๋ยแม่นยำ/ฝึกอบรม) สะสมคะแนนเครดิต เพื่อรับส่วนลดดอกเบี้ย 1-2% หากต้องการกู้ขยายกิจการ
  • ติดตามการเปลี่ยนแปลงพื้นที่เกษตรผ่านภาพถ่ายดาวเทียมรายแปลง
  • จัดตั้งศูนย์ติดตามผลระดับจังหวัดเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรอย่างใกล้ชิด
  • ปฏิรูปตัวชี้วัด ธ.ก.ส. ปรับเปลี่ยนจากการเน้น "กำไร" มาเป็นการวัดผลที่ความสำเร็จใน 3 ด้าน

ผลลัพธ์คืออะไร (Outcome)

  • คืนชีวิตใหม่เกษตรกรไทย
  • ภาคเกษตรไทยจะไร้หนี้และยั่งยืน
  • ปลดหนี้ ทันที สำหรับเกษตรกรอายุมากกว่า 70 ปี กลุ่มชำระปกติจนครอบคลุมเงินต้นเดิมแล้ว
  • ลดหนี้ลงครึ่งหนึ่ง สำหรับเกษตรกรอายุมากกว่า 70 ปี กลุ่มที่ชำระปกติแต่ยังไม่ครอบคลุมเงินต้น
  • ลดหนี้เดิม 20% (ไม่เกิน 100,000 บาท/ราย) สำหรับเกษตรกรที่มีปัญหาหนี้เรื้อรังและหนี้เสียที่ปรับเปลี่ยนการผลิตพืชในพื้นที่ไม่เหมาะสม/ลงทุนในระบบน้ำในไร่นาเมื่อเกษตรกรดำเนินการถึงปีที่ 2 (โดยพักหนี้ทั้งเงินต้นและดอกเบี้ยไว้ตั้งแต่ปีแรก)*
  • คืนดอกเบี้ย 10% สำหรับเกษตรกรที่ชำระหนี้ดีต่อเนื่อง
  • ปลอดดอกเบี้ย สำหรับเกษตรกรที่มีปัญหาหนี้เรื้อรังและหนี้เสียที่ลงทุนในระบบน้ำในไร่นา
  • ปลอดการชำระคืน 3 ปี สำหรับเกษตรกรที่มีปัญหาหนี้เรื้อรังและหนี้เสียที่ลงทุนในระบบน้ำในไร่นา
  • ลดหนี้ในอัตรา 30,000 บาท/ไร่ (ไม่เกิน 10 ไร่/ราย) สำหรับเกษตรกรที่มีปัญหาหนี้เรื้อรังและหนี้เสียที่ปลูกไม้ยืนต้นและไม้เศรษฐกิจ
  • สะสมคะแนนเครดิต เพื่อรับส่วนลดดอกเบี้ย 1-2% หากต้องการกู้ขยายกิจการ สำหรับเกษตรกรที่ชำระหนี้ดีต่อเนื่อง
  • การปรับลดและปลดหนี้สินของเกษตรกรผู้สูงอายุ และเกษตรกรทั่วไป เป็นผลสำเร็จ
  • จำนวนเกษตรกรที่เข้าร่วมการปรับโครงสร้างหนี้ และสามารถดำเนินโครงการได้อย่างต่อเนื่อง เพิ่มขึ้น

ใครได้ประโยชน์ (Target)

  • เกษตรกรอายุมากกว่า 70 ปี
  • เกษตรกรที่มีปัญหาหนี้เรื้อรังและหนี้เสีย
  • เกษตรกรที่ชำระหนี้ดีต่อเนื่อง

ภายในเมื่อไหร่ (Timeframe)

  • ปลดหนี้ ทันที สำหรับเกษตรกรอายุมากกว่า 70 ปี กลุ่มชำระปกติจนครอบคลุมเงินต้นเดิมแล้ว
  • ลดหนี้ลงครึ่งหนึ่ง ปรับตารางชำระใหม่ให้จบภายใน 5 ปี สำหรับเกษตรกรอายุมากกว่า 70 ปี กลุ่มชำระปกติแต่ยังไม่ครอบคลุมเงินต้น:
  • ลดหนี้เดิม 20% (ไม่เกิน 100,000 บาท/ราย) เมื่อเกษตรกรดำเนินการถึงปีที่ 2 (โดยพักหนี้ทั้งเงินต้นและดอกเบี้ยไว้ตั้งแต่ปีแรก) สำหรับเกษตรกรที่มีปัญหาหนี้เรื้อรังและหนี้เสียที่ปรับเปลี่ยนการผลิตพืชในพื้นที่ไม่เหมาะสม/ลงทุนในระบบน้ำในไร่นา
  • ปรับเปลี่ยนการผลิตพืชในพื้นที่ไม่เหมาะสมเป้าหมาย 1 ล้านไร่ ภายใน 4 ปี
  • ปลอดดอกเบี้ยและปลอดการชำระคืน 3 ปี พร้อมประกันภัยพืชผลฟรี 3 ปี**สำหรับเกษตรกรที่มีปัญหาหนี้เรื้อรังและหนี้เสียที่ปรับเปลี่ยนการผลิตพืชในพื้นที่ไม่เหมาะสม/ลงทุนในระบบน้ำในไร่นา
  • ลงทุนในระบบน้ำในไร่นาเป้าหมาย 1 ล้านไร่ ภายใน 4 ปี
  • สนับสนุนงบดูแล 3,000 บาท/ไร่ในปีแรก และ 1,000 บาท/ไร่ในปีที่ 2-3(โดยมีสัญญาการดูแลระยะยาว) สำหรับเกษตรกรที่มีปัญหาหนี้เรื้อรังและหนี้เสียที่ปลูกไม้ยืนต้นและไม้เศรษฐกิจ
  • คืนดอกเบี้ย (หรือลดดอกเบี้ย) 10% เพื่อใช้ปรับปรุงการผลิตปีถัดไป สำหรับเกษตรกรที่ชำระหนี้ดีต่อเนื่อง

ใช้งบเท่าไหร่ (Budget)

ระบุในเอกสารที่ส่ง กกต.(ลำดับ 5.3) ว่า '4,000 ล้านบาท/ปี' แต่จำนวนนี้อาจครอบคลุมมากกว่า 1 คำสัญญา

งบมาจากไหน (Budget Source)

ระบุในเอกสารที่ส่ง กกต.(ลำดับ 5.3) ว่า 'การบริหารงบประมาณแผ่นดินปกติ โดยสำหรับการแก้ปัญหาหนี้สินที่อาจส่งผลกระทบต่อธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร รัฐบาลจะรับภาระชดเชยค่าใช้จ่ายหรือการสูญเสียรายได้ ทั้งนี้ เป็นไปตามมาตรา ๒๘ แห่งพระราชบัญญัติวินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ. ๒๕๖๑'

ประชาชน

ปัญหาคืออะไร (Problem)

  • ความเหลื่อมล้ำรุนแรง: เด็กจากครอบครัวที่รวยที่สุด 10% มีโอกาสเรียนต่อปริญญาตรีถึง 71% ในขณะที่เด็กจากครอบครัวที่จนที่สุด 10% มีโอกาสเข้าถึงเพียง 6% เท่านั้น
  • วิกฤตสภาพคล่อง: ปัจจุบัน กยศ. ปล่อยกู้ปีละกว่า 40,000 ล้านบาท แต่ได้รับเงินคืนเพียง 25,000 ล้านบาท ทำให้ต้องพึ่งพางบประมาณแผ่นดินมากขึ้นเรื่อยๆ ภายใต้การบริหารจัดการที่ยังขาดประสิทธิภาพในบางจุด
  • หลักสูตรไม่ตอบโจทย์: มีเพียงครึ่งหนึ่งของหลักสูตรอุดมศึกษาที่สร้างทักษะจำเป็นสำหรับอนาคต ทำให้ผู้กู้ยืม กยศ. จำนวนมากเรียนจบมาแล้วไม่มีงานทำ หรือมีรายได้ไม่เพียงพอจะใช้หนี้

จะทำอะไร (Action)

  • ปฏิรูปและยกระดับบทบาทของ กยศ. เพื่อลดความเหลื่อมล้ำและวางหลักประกันให้เด็กทุกคนมีโอกาสเข้าถึงการศึกษาระดับอุดมศึกษาอย่างเสมอภาค
  • กำหนดบทบาทรัฐต่อการเรียนในระดับอุดมศึกษาให้ชัดเจน
  • กำหนดสัดส่วนรายได้ของ กยศ. ระหว่างการอุดหนุนจากงบประมาณแผ่นดิน กับการบริหารกองทุนโดย กยศ.
  • ส่งเสริมให้ผู้กู้ยืม กยศ. เข้าถึงการศึกษาระดับอุดมศึกษาที่มีคุณภาพโดยการเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับผลลัพธ์ของผู้กู้ยืมที่ผ่านมาในแต่ละหลักสูตร (เช่น อัตราการจ้างงาน รายได้เฉลี่ยหลังเรียนจบ)
  • แนะแนวหรือเพิ่มแรงจูงใจให้ผู้กู้ยืมตัดสินใจเลือกเรียนในหลักสูตรที่มีแนวโน้มจะนำไปสู่การมีงานที่รายได้สูงและมั่นคง
  • ยกเลิกการบังคับกิจกรรมจิตสาธาณะ ที่บังคับเฉพาะกับนักศึกษาที่กู้ยืม กยศ. (เช่น ปลูกต้นไม้ บริจาคเลือด) หรือกิจกรรมอื่นที่ทำให้เกิดการเลือกปฏิบัติระหว่างนักศึกษาที่กู้ กยศ. กับนักศึกษาที่ไม่ได้กู้
  • ปรับปรุงเกณฑ์การใช้คืนหนี้ ยึดหลัก “จ่ายคืนเมื่อจ่ายไหว” (Income-Contingent Loan)
  • ปรับยอดชำระหนี้ให้แปรผันตามรายได้และความสามารถในการชำระหนี้
  • หากรายได้ต่ำกว่าเกณฑ์ที่กำหนด: กำหนดให้ผู้กู้ยืมยังไม่ต้องชำระหนี้ หรือขยายช่วงปลอดหนี้ให้ยาวนานขึ้น
  • หากรายได้สูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนด: กำหนดให้ผู้กู้ยืมชำระหนี้ โดยการคำนวณยอดชำระหนี้ที่คิดเป็น % ของรายได้ที่เกินเกณฑ์
  • ปรับโครงสร้าง-แผน-ยอดชำระหนี้ ให้สอดคล้องกับกลุ่มอาชีพของผู้กู้ยืม
  • ปรับตารางการชำระหนี้ของเกษตรตามฤดูกาลผลิตของพืชผลทางการเกษตรต่างๆ
  • ยกระดับบทบาท กยศ. ในการช่วยหางานและยกระดับทักษะให้กับผู้กู้ยืม ร่วมกับกรมจัดหางาน
  • เชื่อมโยงข้อมูลเกี่ยวกับผู้กู้ยืมที่กำลังจะเรียนจบให้กับผู้จ้าง
  • ลดภาระทางธุรการและลดหย่อนภาษีให้กับบริษัทที่จ้างผู้กู้ยืม กยศ. มาทำงาน
  • ออกแบบเงินกู้ประเภทพิเศษเพื่อนำผู้กู้ยืม กยศ. ที่ยังว่างงานไปยกระดับทักษะในด้านที่มีผู้ประกอบการพร้อมจ้างงานเมื่ออบรมจบ
  • ปรับโครงสร้างการทำงานของ กยศ. เพื่อเพิ่มความเชี่ยวชาญเฉพาะทางและประสิทธิภาพในการทำงาน
  • ทบทวนองค์ประกอบของคณะกรรมการ กยศ. เพื่อเพิ่มผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางและเพิ่มกลไกรับผิดรับชอบทางการเมือง
  • ปลดล็อกความเป็นไปได้ในการจ้างเหมาภาคเอกชน (outsource) ในการดำเนินการงานสนับสนุนบางประเภท (เช่น การติดต่อหาผู้กู้ยืมเพื่อแจ้งเตือนให้ชำระหนี้) ทั้งนี้โดยเปิดให้มีการแข่งขันของเอกชน
  • แก้ไข พ.ร.บ. กยศ. โดยการ เพิ่มสภาพบังคับและประสิทธิภาพในการแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างหน่วยงานรัฐ ปรับปรุงเกณฑ์เรื่องการปลอดหนี้ที่ถูกกำหนดใน พ.ร.บ. และ ทบทวนองค์ประกอบของคณะกรรมการ กยศ.
  • ขับเคลื่อนให้บอร์ด กยศ. ออกหลักเกณฑ์ตาม พ.ร.บ. กยศ.
  • ออกมาตรการส่งเสริมหรือจูงใจให้เกิดการจ้างงานผู้กู้ยืม กยศ.
  • วางแผนงบประมาณในการอุดหนุน กยศ. เพิ่มเติมจากรายรับของ กยศ. จากการชำระหนี้ของผู้กู้ยืม

ผลลัพธ์คืออะไร (Outcome)

  • เพิ่มโอกาสให้กับผู้เรียนในการเข้าถึงการศึกษาระดับอุดมศึกษา
  • เพิ่มขีดความสามารถในการสร้างรายได้และการใช้คืนหนี้ ให้ผู้กู้ยืม
  • ลดความเหลื่อมล้ำ
  • วางหลักประกันให้เด็กทุกคนมีโอกาสเข้าถึงการศึกษาระดับอุดมศึกษาอย่างเสมอภาค
  • ผู้กู้ยืมรายใหม่มีข้อมูลประกอบการตัดสินใจที่รอบด้าน
  • นักศึกษาที่กู้ยืม กยศ. มีเวลาและความยืดหยุ่นในการเลือกทำกิจกรรมนอกห้องเรียน เท่าเทียมกับนักศึกษากลุ่มอื่น
  • เพิ่มประสิทธิภาพในการชำระหนี้
  • เพิ่มความเชี่ยวชาญเฉพาะทางและประสิทธิภาพในการทำงาน ของ กยศ.
  • เพิ่มผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางและเพิ่มกลไกรับผิดรับชอบทางการเมือง ในคณะกรรมการ กยศ.
  • เพิ่มสภาพบังคับและประสิทธิภาพในการแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างหน่วยงานรัฐ
  • กยศ. มีสภาพคล่องเพียงพอในการปล่อยกู้

ใครได้ประโยชน์ (Target)

  • สถานประกอบการ/ ผู้ประกอบการ
  • ผู้กู้ยืม กยศ. / นักศึกษาที่กู้ยืม กยศ.
  • บอร์ด กยศ.

ภายในเมื่อไหร่ (Timeframe)

ไม่ระบุ

ใช้งบเท่าไหร่ (Budget)

ไม่ระบุ

งบมาจากไหน (Budget Source)

  • งบประมาณแผ่นดิน
  • รายรับของ กยศ. จากการชำระหนี้ของผู้กู้ยืม
ประชาชาติ

ปัญหาคืออะไร (Problem)

  • ความยากจนและหนี้สินภาคประชาชน
  • ความยากจนกลุ่มครัวเรือนรากหญ้า
  • ลูกหนี้ที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมหรือไม่อาจช่วยตัวเองได้
  • ผลการประเมินไม่เป็นไปตามวัตถุประสงค์หรือไม่คุ้มค่า ของกองทุนที่ตั้งงบประมาณรายจ่ายประจำปี
  • นักเรียน นักศึกษาที่ขาดแคลนทุนทรัพย์
  • หนี้มีปัญหาหรือหนี้เสีย

จะทำอะไร (Action)

  • ให้ความสำคัญกับแก้ไขปัญหาความยากจนกลุ่มครัวเรือนรากหญ้าด้วยการให้ความรู้ ทักษะ
  • เปิดโอกาสให้สามารถเข้าถึงแหล่งทุน ปัจจัยการผลิตต่างๆ โดยเฉพาะที่ดินทำกิน และตลาด
  • ช่วยเหลือผู้ยากจนข้นแค้นด้วยการสังคมสงเคราะห์ เช่น จัดหาที่พักอาศัย และให้เงินสงเคราะห์รายเดือน
  • ให้ความสำคัญกับการช่วยเหลือและแก้ปัญหาลูกหนี้ที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมหรือไม่อาจช่วยตัวเองได้
  • จัดตั้งสถาบันช่วยเหลือลูกหนี้ เช่น การจัดตั้งธนาคารเพื่อสังคม (Social Bank)
  • ธนาคารเพื่อสังคม ซื้อหนี้เสียและหลักทรัพย์ค้ำประกันหลักทรัพย์ค้ำประกันของลูกหนี้
  • นำลูกหนี้และหลักทรัพย์ค้ำประกัน เข้าสู่กระบวนการช่วยเหลือโดยยึดแนวทาง “ทุกฝ่ายต้องได้ประโยชน์ร่วมกัน”
  • ธนาคารเพื่อสังคม ขายหนี้คืนให้กับลูกหนี้ในราคาเท่าทุน
  • พักชำระหนี้
  • มีมาตรการหรือวิธีการฟื้นฟูอาชีพลูกหนี้ให้มีรายได้เพียงพอในการชำระหนี้คืน
  • จัดให้มีการสอบทานและทบทวนการบริหารจัดการกองทุนที่ตั้งงบประมาณรายจ่ายประจำปีในรูปองค์การมหาชน องค์การของรัฐที่เป็นอิสระ หรือ กองทุนที่เป็นนิติบุคคลอื่น เพื่อการพัฒนาหรือที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาและการพัฒนาคุณภาพชีวิตที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลและบริหารจัดการของกระทรวง ทบวง กรม หรือ หน่วยงานที่เรียกเป็นอย่างอื่น
  • ปฏิรูปและส่งเสริมให้จัดตั้งบรรษัทบริหารจัดการกองทุนเพื่อการพัฒนาแห่งชาติ (National Development and Management Fund/ NDMF)
  • สำหรับ กองทุนให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) จะมีการตั้งกองทุนในลักษณะเดียวกัน
  • ชะลอหรือเจรจาไกล่เกลี่ยให้มีการชำระหนี้แบบผ่อนปรนโดยหลีกเลี่ยงการฟ้องร้องดำเนินคดี
  • ปรับเปลี่ยนรูปแบบการกู้ยืม การเจรจา การปรับโครงสร้างหนี้ ที่เหมาะสม
  • นำมาตรการหรือมาตรฐานสิทธิมนุษยชนมาปฏิบัติ
  • จัดตั้ง “บรรษัทบริหารจัดการกองทุนเพื่อคนรากหญ้า” (Wealth Management Fund for the Grassroots/WMFG) หรือ “บริษัทบริหารจัดการสินทรัพย์แห่งชาติเพื่อคนรากหญ้า” (National Assets Management Company for the Grassroots/NAMCG)
  • บรรษัทบริหารจัดการกองทุนเพื่อคนรากหญ้า หรือ บริษัทบริหารจัดการสินทรัพย์แห่งชาติเพื่อคนรากหญ้า รับซื้อหรือโอนหนี้มีปัญหาหรือหนี้เสียมาบริหารจัดการโดยไม่ทำลายวิธีปฏิบัติของธุรกรรมการกู้ยืมเงิน

ผลลัพธ์คืออะไร (Outcome)

  • ครัวเรือนรากหญ้า สามารถเข้าถึงแหล่งทุน ปัจจัยการผลิตต่างๆ โดยเฉพาะที่ดินทำกิน และตลาด
  • ลูกหนี้จะไม่ถูกฟ้องร้องและจะได้ทรัพย์คืน
  • เจ้าหนี้จะได้รับการชำระหนี้
  • รัฐบาลจะไม่เสียหาย
  • ลูกหนี้ กลับมาเป็นลูกหนี้ปกติ
  • ลูกหนี้ มีรายได้เพียงพอในการชำระหนี้คืน
  • กองทุนที่ตั้งงบประมาณรายจ่ายประจำปี มีผลการประเมินเป็นไปตามวัตถุประสงค์และคุ้มค่า
  • เกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผล ของทุนการศึกษา
  • สร้างความเข็มแข็งให้กับคนรากหญ้า ตลอดจนผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย

ใครได้ประโยชน์ (Target)

  • กลุ่มครัวเรือนรากหญ้า
  • ผู้ยากจนข้นแค้น
  • ลูกหนี้ที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมหรือไม่อาจช่วยตัวเองได้
  • นักเรียน นักศึกษาที่ขาดแคลนทุนทรัพย์

ภายในเมื่อไหร่ (Timeframe)

ไม่ระบุ

ใช้งบเท่าไหร่ (Budget)

ไม่ระบุ

งบมาจากไหน (Budget Source)

ไม่ระบุ

ประชาธิปัตย์

ปัญหาคืออะไร (Problem)

  • หนี้ กยศ. สะสมจากปัญหาเชิงโครงสร้าง: ลูกหนี้จำนวนมากไม่สามารถชำระหนี้ได้ ไม่ใช่เพราะขาดวินัย แต่เพราะระบบการศึกษาไม่เชื่อมโยงกับตลาดงาน ทำให้รายได้ไม่สอดคล้องกับภาระหนี้
  • แรงกดดันจากการบังคับชำระหนี้: การทวงหนี้และมาตรการทางกฎหมายสร้างภาระทางจิตใจ โดยไม่ช่วยแก้ปัญหารายได้หรือทักษะการทำงานของลูกหนี้
  • ทักษะที่เรียนมาไม่ถูกนำไปใช้: ลูกหนี้จำนวนมากมีความรู้และทักษะ แต่ขาดโอกาสนำไปใช้สร้างรายได้หรือประสบการณ์ทำงานจริง

จะทำอะไร (Action)

ปรับระบบชำระหนี้ กยศ. ให้เชื่อมการทำงาน การพัฒนาทักษะ และการลดหนี้ไปพร้อมกัน

  • ชำระหนี้ด้วยการทำงาน: แก้ไขระเบียบ กยศ. เปิดช่องให้ลูกหนี้สมัครใจชำระหนี้ด้วยการทำงานบริการสาธารณะหรือใช้ทักษะวิชาชีพ โดยกำหนดอัตราแลกหนี้ชัดเจน (เช่น ชั่วโมงงานเทียบมูลค่าเงิน) ผูกกับค่าแรงขั้นต่ำหรือวุฒิการศึกษา
  • แพลตฟอร์มจับคู่งาน–ทักษะ: ลูกหนี้ลงทะเบียนผ่านแพลตฟอร์มกลาง เพื่อประเมินสถานะหนี้ ทักษะ และความสนใจ แล้วจับคู่กับหน่วยงานรัฐหรือท้องถิ่นที่เหมาะสม
  • สัญญา 3 ฝ่าย ทำงานจริง: ทำสัญญาระหว่างลูกหนี้–กยศ.–หน่วยงานที่รับเข้าทำงาน มีการบันทึกชั่วโมงทำงานแบบดิจิทัล และประเมินผลงานเป็นระยะ
  • หักลดยอดหนี้ตามผลงาน: หักลบยอดหนี้จากชั่วโมงงานที่ทำจริง พร้อมระบบติดตามความก้าวหน้าอย่างโปร่งใส
  • ต่อยอดสู่การมีงานทำถาวร: ออกเอกสารรับรองประสบการณ์ทำงาน (Certificate) เพื่อใช้สมัครงานประจำ หรือเข้าสู่ระบบชำระหนี้ปกติในเงื่อนไขที่ดีขึ้น

ผลลัพธ์คืออะไร (Outcome)

  • ลดหนี้
  • การมีงานทำถาวร

ใครได้ประโยชน์ (Target)

  • ลูกหนี้ กยศ.

ภายในเมื่อไหร่ (Timeframe)

ไม่ระบุ

ใช้งบเท่าไหร่ (Budget)

ระบุในเอกสารที่ส่ง กกต.(ลำดับ 55) ว่า '2,000 ล้านบาท'

งบมาจากไหน (Budget Source)

ระบุในเอกสารที่ส่ง กกต.(ลำดับ 55) ว่า 'งบประมาณแผ่นดิน'

ประชาธิปัตย์

ปัญหาคืออะไร (Problem)

  • รายได้เกษตรกรไม่มั่นคงและหนี้สะสม: เกษตรกรจำนวนมากมีรายได้ผันผวนตามฤดูกาล ขาดรายได้ประจำระหว่างรอผลผลิต ทำให้ต้องก่อหนี้ต่อเนื่องและขาดความมั่นคงในการดำรงชีพ
  • การปลูกป่าใช้เวลานานแต่ขาดเงินหมุนเวียน: การปลูกไม้ยืนต้นต้องใช้เวลาหลายปีกว่าจะสร้างรายได้จริง แต่เกษตรกรไม่มีรายได้รองรับในช่วงเริ่มต้น ทำให้ไม่สามารถลงทุนปลูกป่าได้อย่างต่อเนื่อง
  • เข้าถึงแหล่งทุนยาก: ระบบการเงินยังไม่เอื้อให้ใช้ทรัพย์สินอย่างไม้ยืนต้นหรือคาร์บอนเครดิตเป็นหลักประกัน ทำให้โอกาสเข้าถึงเงินทุนจำกัด

จะทำอะไร (Action)

  • พันธบัตรป่าไม้ (Forest Bond): จัดให้มีระเบียบให้สถาบันการเงินออกพันธบัตรป่าไม้ ระดมทุนจากนักลงทุนทั่วไป โดยให้เกษตรกรนำพื้นที่การเกษตรมาปลูกไม้ยืนต้น และใช้ไม้ยืนต้นที่ปลูกเป็นสินทรัพย์ค้ำประกัน เพื่อนำเงินจากการขายพันธบัตรมาจ่ายเป็น “เงินเดือน” ให้เกษตรกรดูแลป่า ตั้งเป้าระดมทุนประมาณ 60,000 ล้านบาท สร้างรายได้ให้ราว 500,000 ครัวเรือน
  • ธนาคารเพื่อการปลูกป่า: จัดตั้งธนาคารเฉพาะกิจสนับสนุนด้านการเงินแก่เกษตรกรผู้ปลูกป่า จ่ายการอุดหนุนล่วงหน้าก่อนตัดไม้จำหน่าย เป็นระยะเวลา 10 ปี เพื่อให้มีรายได้ต่อเนื่องระหว่างปลูก
  • กองทุนป่าไม้แห่งชาติ: จัดตั้งกองทุนเพื่อสนับสนุนเงินทุนปลูกไม้ยืนต้น ส่งเสริมอุตสาหกรรมป่าไม้ และสนับสนุนการนำคาร์บอนเครดิตจากการปลูกป่าไปจำหน่าย เพิ่มช่องทางรายได้และการเข้าถึงแหล่งทุน
  • เปลี่ยนทรัพยากรธรรมชาติเป็นรายได้ยั่งยืน: ใช้กลไกการเงินควบคู่การอนุรักษ์ เพื่อให้เกษตรกรมีรายได้ประจำ ลดหนี้ และเพิ่มพื้นที่ป่าในระยะยาว

ผลลัพธ์คืออะไร (Outcome)

  • เปลี่ยนการปลูกป่าให้เป็น “รายได้ประจำ” ของเกษตรกร
  • สร้างรายได้ให้เกษตรกรราว 500,000 ครัวเรือน
  • เพิ่มพื้นที่ป่า
  • เพิ่มรายได้ระยะยาวของประเทศ

ใครได้ประโยชน์ (Target)

  • เกษตรกร

ภายในเมื่อไหร่ (Timeframe)

ไม่ระบุ

ใช้งบเท่าไหร่ (Budget)

ระบุในเอกสารที่ส่ง กกต.(ลำดับ 9) ว่า '1,000 ล้านบาท'

งบมาจากไหน (Budget Source)

  • ระดมทุนจากนักลงทุนทั่วไป (สำหรับพันธบัตรป่าไม้)

ระบุในเอกสารที่ส่ง กกต.(ลำดับ 9) ว่า 'งบประมาณแผ่นดิน'

ประชาธิปัตย์

ปัญหาคืออะไร (Problem)

  • เกษตรกรติดกับดักหนี้เรื้อรัง: การพักหนี้แบบเดิมช่วยเพียงชั่วคราว ดอกเบี้ยยังเดิน เงินที่จ่ายไม่ตัดเงินต้น ทำให้หนี้ไม่หายและกลายเป็นหนี้เสียในที่สุด
  • เสี่ยงสูญเสียที่ดินทำกิน: หนี้เสียจำนวนมากนำไปสู่การยึดที่ดินและการขายทอดตลาด ที่ดินทำกินตกไปอยู่กับกลุ่มทุน เกษตรกรสูญเสียฐานชีวิตและอาชีพ
  • รายได้ไม่พอใช้หนี้: โครงสร้างการผลิตเดิมพึ่งพาพืชราคาผันผวน เกษตรกรไม่มีรายได้เพิ่มเพียงพอที่จะหลุดพ้นจากหนี้ ส่งต่อความยากจนไปสู่ลูกหลาน

จะทำอะไร (Action)

  • เปลี่ยน การพักหนี้ เป็น การซื้อหนี้คืน
  • หยุดวงจรหนี้ด้วยการ “ซื้อหนี้คืน” ควบคู่การฟื้นฟูอาชีพ
  • เปลี่ยนเจ้าหนี้เป็นกองทุนฟื้นฟูฯ (กฟก.)
  • รัฐจัดสรรงบผ่าน กฟก. เพื่อเข้าซื้อหนี้เสีย (NPL) และทรัพย์สินที่ถูกยึด (NPA) ของเกษตรกรสมาชิกจาก ธ.ก.ส. สหกรณ์ และสถาบันการเงินของรัฐ ในราคาที่มีส่วนลด (Haircut)
  • หยุดคิดดอกเบี้ย ตัดเงินต้นจริง
  • คิดดอกเบี้ยในอัตราต่ำพิเศษ
  • ออกแบบการชำระหนี้แบบยืดหยุ่นตามฤดูกาลเก็บเกี่ยว (Tailor-made Repayment)
  • โอนที่ดินค้ำประกันมาอยู่ในการดูแลของ กฟก.
  • ป้องกันการขายทอดตลาด ที่ดิน
  • โอนกรรมสิทธิ์คืน ที่ดิน
  • จัดทำแผนฟื้นฟูการผลิต
  • ปรับวิธีผลิตสู่เกษตรมูลค่าสูง
  • ปรับวิธีผลิตสู่ เกษตรผสมผสาน
  • ปรับวิธีผลิตสู่ เกษตรแม่นยำ
  • ปรับวิธีผลิตสู่ ตลาดนำการผลิต
  • จัดตั้งสินเชื่อดอกเบี้ย 0% เพื่อเป็นทุนปัจจัยการผลิตใหม่ (เช่น เมล็ดพันธุ์ ระบบน้ำ และเทคโนโลยี)

ผลลัพธ์คืออะไร (Outcome)

  • หยุดวงจรหนี้อย่างยั่งยืน
  • เพื่อให้ เกษตรกรตั้งหลักได้อย่างมีศักดิ์ศรี
  • ดอกเบี้ย คิดในอัตราพิเศษต่ำมาก
  • รักษาที่ดินทำกิน
  • ที่ดิน รักษาเป็นมรดกของครอบครัว
  • เพิ่มรายได้
  • ลดภาระงบประมาณรัฐระยะยาว
  • ลดหนี้ออกจากระบบอย่างถาวร

ใครได้ประโยชน์ (Target)

  • เกษตรกร

ภายในเมื่อไหร่ (Timeframe)

ไม่ระบุ

ใช้งบเท่าไหร่ (Budget)

  • งบ ที่จัดสรรผ่าน กฟก. เพื่อเข้าซื้อหนี้เสีย (NPL) และทรัพย์สินที่ถูกยึด (NPA)

ระบุในเอกสารที่ส่ง กกต.(ลำดับ 29) ว่า '80,000 ล้านบาท'

งบมาจากไหน (Budget Source)

ระบุในเอกสารที่ส่ง กกต.(ลำดับ 29) ว่า 'งบประมาณแผ่นดิน'

ประชาธิปัตย์

ปัญหาคืออะไร (Problem)

  • หนี้ครัวเรือนสะสม ดอกเบี้ยสูง: กลุ่มเปราะบางจำนวนมากติดอยู่ในวงจรหนี้ ดอกเบี้ยกินเงินต้น ทำให้ไม่สามารถตั้งหลักทางการเงินได้
  • เข้าถึงสินเชื่อในระบบยาก: ระบบพิจารณาสินเชื่อแบบเดิมอิงประวัติหนี้ ทำให้คนทำงานนอกระบบ เกษตรกร และรายได้น้อย ถูกผลักไปพึ่งเจ้าหนี้นอกระบบ
  • ความยากจนส่งต่อรุ่นต่อรุ่น: ภาระหนี้ทำให้ครอบครัวไม่มีเงินลงทุนด้านการศึกษา สุขภาพ และโอกาสของลูกหลาน

จะทำอะไร (Action)

  • พักชำระหนี้ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐและกลุ่มเปราะบาง ไม่คิดดอกเบี้ยระหว่างพักหนี้ เงินที่รัฐจ่ายแทนให้นำไปหักเงินต้น เป็นเวลา 3 ปี
  • ปฏิรูประบบอนุมัติสินเชื่อเป็น Credit Scoring
  • ใช้นวัตกรรมข้อมูลแทนประวัติหนี้เดิม วิเคราะห์จากพฤติกรรมทางเศรษฐกิจ รายได้ การจ่ายค่าสาธารณูปโภค ภาษี และการใช้จ่ายผ่านแอป
  • นำข้อมูลบริบทพื้นที่และกลุ่มอาชีพมาใช้คำนวณดอกเบี้ย
  • แก้กฎหมายให้ บสย. ค้ำประกันเงินกู้จากสถาบันการเงินที่ไม่ใช่ธนาคาร
  • เปิดทางให้มีสถาบันการเงินและผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ

ผลลัพธ์คืออะไร (Outcome)

  • ลดหนี้ครัวเรือน
  • ลดดอกเบี้ยนอกระบบ
  • ลดส่งต่อความยากจนให้ลูกหลาน
  • ผู้ขอสินเชื่อในชุมชนเดียวกันเข้าถึงอัตราดอกเบี้ยเดียวกับกลุ่มอาชีพนั้น
  • ลูกหนี้สามารถย้ายหนี้ไปยังแหล่งที่ดอกเบี้ยต่ำกว่าได้ โดยไม่ส่งเสริมระบบ Buy Now Pay Later

ใครได้ประโยชน์ (Target)

  • กลุ่มเปราะบาง
  • คนทำงานนอกระบบ
  • เกษตรกร
  • รายได้น้อย
  • ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ
  • กิจการรายย่อย
  • ลูกหนี้

ภายในเมื่อไหร่ (Timeframe)

ไม่ระบุ

ใช้งบเท่าไหร่ (Budget)

ระบุในเอกสารที่ส่ง กกต.(ลำดับ 28) ว่า '22,500 ล้านบาท'

งบมาจากไหน (Budget Source)

ระบุในเอกสารที่ส่ง กกต.(ลำดับ 28) ว่า งบประมาณแผ่นดิน'

เพื่อไทย

ปัญหาคืออะไร (Problem)

  • ข้อมูลภาคเกษตรกระจัดกระจายและเข้าถึงยาก
  • เกษตรกรปลูกพืชเดิมๆโดยไม่ได้คำนึงถึงราคาตลาด demand-supply
  • ประสิทธิภาพการผลิตยังต่ำ เพราะเกษตรไทยยังไม่เข้าสู่ “เกษตรแม่นยำ–เกษตรอัจฉริยะ”
  • เมื่อเจออุปสรรคจากความแปรปรวนของสภาพภูมิอากาศ (น้ำท่วม–ภัยแล้ง) ยิ่งทำให้ล้มเหลวในการเพาะปลูก จนเป็นหนี้เพิ่ม
  • เกษตรกรรายย่อยเข้าถึงสินเชื่อยาก จึงท้าทายด้านความยั่งยืนและขีดความสามารถในการแข่งขันของเกษตรกรไทย

จะทำอะไร (Action)

  • สร้างแพลตฟอร์มข้อมูลสมัยใหม่ (Modernized Data Platform) เพื่อบูรณาการข้อมูลภาคเกษตรจากหน่วยงานภาครัฐและเอกชน
  • พัฒนาและนำไปใช้ 3 ระบบ AI หลัก ได้แก่ ระบบวางแผนและพยากรณ์การเพาะปลูก (Crop Planning and Forecasting), ระบบประเมินผลผลิตและสภาพอากาศ (Weather and Yield Assessment), ระบบตรวจจับและแจ้งเตือนความผิดปกติของราคาสินค้าเกษตร (Market Price Anomaly Detection and Alerts)
  • สร้าง AI Knowledge Chat เป็นแชตบอทหรือระบบคำปรึกษาอัจฉริยะด้วย AI เพื่อให้เกษตรกรเข้าถึงข้อมูล ผ่านการสนทนาได้อย่างสะดวก เช่น ปลูกพืชอะไร ที่ไหน เมื่อไหร่ (คำนวณจากสภาพดิน, พยากรอากาศ, และความต้องการตลาด), ดูแลอย่างไร ใส่ปุ๋ยอะไร, สามารถรับการช่วยเหลือจากภาครัฐและเอกชนอะไรได้บ้าง
  • รัฐสนับสนุนให้เกษตรกรรายย่อยซื้ออุปกรณ์โดรนเพื่อการเกษตร โดยรัฐจ่าย 60% เกษตรกรจ่าย 40% ทำให้เกิดอาชีพใหม่ๆ เช่น ศูนย์ซ่อมอุปกรณ์ บริการฉีดพ่น เป็นต้น
  • Community smart farm 1 ชุมชน 1 smart farm รัฐจัดหาเครื่องมือ smart farm ให้ทุกชุมชนในราคาถูก และรับซื้อผลผลิตจาก smart farm ทุกแห่ง

ผลลัพธ์คืออะไร (Outcome)

  • เกษตรกรมีรายได้มั่นคง
  • ลดการสูญเสียผลผลิตและต้นทุน
  • การคาดการณ์แม่นยำจากระบบ AI
  • เข้าถึงระบบสินเชื่อเกษตรได้ง่ายขึ้น
  • เกษตรกรรายย่อยซื้ออุปกรณ์โดรนเพื่อการเกษตรได้ง่ายขึ้น
  • เกิดอาชีพใหม่ๆ เช่น ศูนย์ซ่อมอุปกรณ์ บริการฉีดพ่น

ใครได้ประโยชน์ (Target)

  • เกษตรกรรายย่อยและเกษตรกรรุ่นใหม่
  • กลุ่มสตาร์ทอัพด้านเกษตร
  • สหกรณ์การเกษตรและกลุ่มธุรกิจเกษตรแปรรูป

ภายในเมื่อไหร่ (Timeframe)

ไม่ระบุ

ใช้งบเท่าไหร่ (Budget)

ระบุในเอกสารที่ส่ง กกต.(ลำดับ 50) ว่า '1,000 ล้านบาท'

งบมาจากไหน (Budget Source)

ระบุในเอกสารที่ส่ง กกต.(ลำดับ 50) ว่า 'การบริหารระบบงบประมาณ การจัดเก็บรายได้ และการบริหารระบบภาษี'

เพื่อไทย

ปัญหาคืออะไร (Problem)

  • หนี้นอกระบบในประเทศไทยวันนี้เป็นปัญหาเรื้อรังที่ซับซ้อนและส่งผลกระทบรุนแรงทั้งในระดับครัวเรือนและระดับเศรษฐกิจมหภาค
  • ดอกเบี้ยโหดมาก เจ้าหนี้คิดดอกเบี้ยสูงผิดกฎหมาย เช่น ร้อยละ 20 ต่อรอบชำระ หรืออาจมากกว่า ทำให้หนี้พอกเร็วและจ่ายไม่หมด จนต้องกู้ใหม่มาโปะหนี้เก่า กลายเป็นวงจรหนี้ที่ไม่มีทางออก
  • สัญญาไม่เป็นธรรม เงื่อนไขกู้เงินเอาเปรียบลูกหนี้ และแทบไม่มีการคุ้มครองทางกฎหมาย การทวงหนี้แบบรุนแรง ลูกหนี้ถูกข่มขู่ คุกคาม หรือใช้ความรุนแรง สร้างความทุกข์และความกลัว ลูกหนี้บางรายถึงขึ้นตัดสินใจจบชีวิตตัวเอง
  • ประชาชนที่มีรายได้ต่ำเข้าไม่ถึงสินเชื่อในระบบ รายได้ไม่แน่นอน ไม่มีหลักประกัน หรือมีประวัติเครดิตไม่ดี ทำให้ต้องหันไปพึ่งหนี้นอกระบบ ยิ่งส่งผลกระทบเป็นวงกว้างต่อสังคมและเศรษฐกิจ คุณภาพชีวิตแย่ลง ไม่มีโอกาสสร้างความมั่นคงทางการเงิน และฉุดรั้งเศรษฐกิจประเทศ

จะทำอะไร (Action)

  • สถาบันการเงินรัฐปล่อยกู้ดอกเบี้ยต่ำเพื่อปิดหนี้นอกระบบ รายละ 50,000 บาท

ผลลัพธ์คืออะไร (Outcome)

  • ยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน
  • สร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจ
  • ลดความเหลื่อมล้ำในสังคมอย่างยั่งยืน

ใครได้ประโยชน์ (Target)

  • ประชาชน
  • เกษตรกรผู้ยากจน
  • ลูกหนี้นอกระบบ

ภายในเมื่อไหร่ (Timeframe)

ไม่ระบุ

ใช้งบเท่าไหร่ (Budget)

ระบุในเอกสารที่ส่ง กกต.(ลำดับ 15) ว่า '6,000 ล้านบาท'

งบมาจากไหน (Budget Source)

ระบุในเอกสารที่ส่ง กกต.(ลำดับ 15) ว่า 'การบริหารระบบงบประมาณ มาตรการกึ่งการคลัง การจัดเก็บรายได้ และการบริหารระบบภาษี'

เพื่อไทย

ปัญหาคืออะไร (Problem)

  • เกษตรกรไทยยังคงติดอยู่ในวงจรต้นทุนปุ๋ย เมล็ดพันธุ์และปัจจัยการผลิตที่พุ่งสูงตามตลาดโลก
  • ไทยต้องนำเข้าเกือบทั้งหมด
  • การไม่มีระบบปุ๋ยสั่งตัด
  • การจัดการน้ำที่ไม่ดีทำให้เกษตรกรใช้ปุ๋ยแบบเดิมๆ เกินจำเป็น ส่งผลให้ดินเสื่อม ผลผลิตลดลง
  • ภัยแล้ง–น้ำท่วมทำให้รายได้ไม่มั่นคง
  • ผลผลิตได้ราคาต่ำเพราะคุณภาพไม่มาตรฐาน
  • เกิดหนี้สะสมเรื้อรัง

จะทำอะไร (Action)

  • ประกันกำไรให้เกษตรกรปลูก (ข้าว, มันสำปะหลัง, ยาง, ข้าวโพด)ขั้นต่ำ 30%
  • รัฐแจกคูปองดิจิทัลผ่าน “บัตรเกษตรกร” สำหรับซื้อปุ๋ยไม่เกิน 250 กก./ราย เมล็ดพันธุ์-กล้าพันธุ์ไม่เกิน 150 กก./ราย
  • ปูนปรับสภาพดินราคาถูก จากร้านที่ร่วมโครงการเพื่อลดการรั่วไหล เพราะมีระบบตรวจสอบราคาแบบเรียลไทม์
  • ตรวจดินรายแปลงแนะนำสูตรปุ๋ยที่เหมาะสม เพื่อลดต้นทุนเกินจริง

ผลลัพธ์คืออะไร (Outcome)

  • เกษตรกรไม่ขาดทุน
  • ราคาที่ควรจะเป็นคือ 7,800 บาท/ตัน
  • รัฐโอนส่วนต่างให้ 800 บาท เข้าบัญชีเกษตรกรโดยตรง

ใครได้ประโยชน์ (Target)

  • เกษตรกร

ภายในเมื่อไหร่ (Timeframe)

  • ประกันกำไรให้เกษตรกรปลูก ทันที ใน ปีแรก

ใช้งบเท่าไหร่ (Budget)

ระบุในเอกสารที่ส่ง กกต.(ลำดับ 18) ว่า '10,000 ล้านบาท/ปี'

งบมาจากไหน (Budget Source)

ระบุในเอกสารที่ส่ง กกต.(ลำดับ 18) ว่า 'การบริหารระบบงบประมาณ มาตรการกึ่งการคลัง การจัดเก็บรายได้ และการบริหารระบบภาษี'

เพื่อไทย

ปัญหาคืออะไร (Problem)

  • ผู้สูงอายุไทยส่วนใหญ่ไม่มีเงินออม หลายคนยังมีหนี้สินส่วนบุคคล หนี้ครัวเรือน
  • หนี้ครัวเรือนไม่สร้างรายได้
  • รายได้จากทำงานน้อยลงเมื่ออายุมาก กลายเป็นภาระเรื้อรัง
  • ผู้สูงอายุมีรายได้หลังวัยเกษียณต่ำหรือไม่แน่นอน บางคนต้องอาศัยบุตร ครอบครัว
  • ผู้สูงอายุโอกาสและกำลังกายลดลงตามอายุ
  • ค่าครองชีพ ค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพผู้สูงอายุสูงขึ้น ทำให้หนี้สินที่เคยพอจ่ายไหวกลายเป็นหนี้เรื้อรัง
  • คนหมดหวังมีคุณภาพชีวิตที่ดีในบั้นปลาย
  • ผู้สูงอายุไม่สามารถหลุดพ้นจากวงจรการชำระหนี้ เต็มไปด้วยความเครียดและขาดการใช้ชีวิตอย่างมีศักดิ์ศรี เพิ่มความเหลื่อมล้ำในสังคม

จะทำอะไร (Action)

  • ล้างหนี้เสียเกิน 1 ปีที่ไม่มีหลักประกันต่ำกว่า 100,000 บาทในสถาบันการเงินรัฐ สำหรับผู้มีอายุ 60 ปีขึ้นไปทุกคน

ผลลัพธ์คืออะไร (Outcome)

  • อัตราหนี้นอกระบบในกลุ่มผู้สูงอายุลดลง
  • ช่วยลดภาระรัฐในระยะยาวด้านสวัสดิการดูแลกลุ่มผู้สูงอายุ
  • สถาบันการเงินของรัฐมีงบดุลดีขึ้น
  • เศรษฐกิจฐานรากมีเงินหมุนเวียนในระบบมากขึ้น

ใครได้ประโยชน์ (Target)

  • ผู้สูงอายุ

ภายในเมื่อไหร่ (Timeframe)

ไม่ระบุ

ใช้งบเท่าไหร่ (Budget)

ระบุในเอกสารที่ส่ง กกต.(ลำดับ 12) ว่า '4,000 ล้านบาท'

งบมาจากไหน (Budget Source)

ระบุในเอกสารที่ส่ง กกต.(ลำดับ 12) ว่า 'การบริหารระบบงบประมาณ มาตรการกึ่งการคลัง การจัดเก็บรายได้ และการบริหารระบบภาษี'

เพื่อไทย

ปัญหาคืออะไร (Problem)

  • ครัวเรือนไทย ณ เดือนกันยายน 2568 มีสัดส่วนหนี้ครัวเรือนไทยต่อ GDP อยู่ที่ 86.3% โดยมีหนี้สินเฉลี่ยที่ 740,597 บาท/ครัวเรือน โดยแบ่งสัดส่วนหนี้คือ หนี้ในระบบ 65% (ผ่อนชำระเฉลี่ย 20,330 บาท/เดือน) และหนี้นอกระบบ 35% (ผ่อนชำระเฉลี่ย 8,023 บาท/เดือน)
  • สาเหตุที่ก่อให้เกิดปัญหานี้สินเพิ่มขึ้น ได้แก่ ค่าใช้จ่ายฉุกเฉินไม่คาดคิด 12.3%, ภาระทางครอบครัว 10.7%, รายได้ไม่พอรายจ่าย 9.8%, ค่าครองชีพสูงขึ้น 9.5%, ใช้บัตรเครดิตมากขึ้น 9.4%

จะทำอะไร (Action)

  • สร้างแรงจูงใจให้ประชาชนที่มีหนี้สินในระบบผ่อนชำระตรงเวลา
  • ผ่อนดี 1 ปี ฟรี 1 งวด โดยประชาชนที่มีบัญชีธนาคารของรัฐ และมียอดหนี้ต่ำกว่า 100,000 เมื่อผ่อนตรงตามกำหนด จะฟรีค่าผ่อน 1 งวด (ไม่เกิน 5,000 บาท)

ผลลัพธ์คืออะไร (Outcome)

  • ลดความเสี่ยงการเกิดหนี้เสีย NPL ของระบบธนาคาร
  • ลดภาระดอกเบี้ยของประชาชน
  • เพิ่มสภาพคล่องของครัวเรือนรายได้น้อยถึงปานกลาง

ใครได้ประโยชน์ (Target)

  • ประชาชนที่มีหนี้สินในระบบ
  • ประชาชนที่มีบัญชีธนาคารของรัฐ
  • ครัวเรือนรายได้น้อยถึงปานกลาง

ภายในเมื่อไหร่ (Timeframe)

ไม่ระบุ

ใช้งบเท่าไหร่ (Budget)

ระบุในเอกสารที่ส่ง กกต.(ลำดับ 14) ว่า '30,000 ล้านบาท'

งบมาจากไหน (Budget Source)

ระบุในเอกสารที่ส่ง กกต.(ลำดับ 14) ว่า 'การบริหารระบบงบประมาณ มาตรการกึ่งการคลัง การจัดเก็บรายได้ และการบริหารระบบภาษี'

เพื่อไทย

ปัญหาคืออะไร (Problem)

  • วิกฤตหนี้เรื้อรัง
  • รายได้ที่ลดลง
  • ต้นทุนการผลิตสูงขึ้น
  • สภาพอากาศแปรปรวน
  • โครงสร้างตลาดไม่เป็นธรรม
  • หนี้เสียเพิ่มขึ้น
  • ความเปราะบางทางเศรษฐกิจรุนแรงขึ้น ส่งผลกระทบต่อครอบครัว ชุมชน และความมั่นคงเศรษฐกิจทั้งประเทศ

จะทำอะไร (Action)

  • พักเงินต้นและดอกเบี้ย 3 ปี วงเงินไม่เกิน 500,000 บาท (เฉพาะสถาบันการเงินรัฐ)

ผลลัพธ์คืออะไร (Outcome)

  • ฟื้นความสามารถในการผลิตของเกษตรกร
  • ลดภาระหนี้
  • เพิ่มโอกาสให้เกษตรกรสามารถลงทุนในปัจจัยการผลิต
  • เสริมความมั่นคงของเศรษฐกิจฐานราก
  • ลดภาระการพึ่งพาหนี้นอกระบบ
  • เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการหนี้ในภาคเกษตรกร
  • ป้องกันการสูญเสียที่ดินทำกิน
  • ลดความเสี่ยงจากการถูกยึดทรัพย์สินและที่ดินทำกิน

ใครได้ประโยชน์ (Target)

  • เกษตรกร

ภายในเมื่อไหร่ (Timeframe)

ไม่ระบุ

ใช้งบเท่าไหร่ (Budget)

ระบุในเอกสารที่ส่ง กกต.(ลำดับ 13) ว่า '1,500 ล้านบาท/ปี'

งบมาจากไหน (Budget Source)

ระบุในเอกสารที่ส่ง กกต.(ลำดับ 13) ว่า 'การบริหารระบบงบประมาณ มาตรการกึ่งการคลัง การจัดเก็บรายได้ และการบริหารระบบภาษี'

เพื่อไทย

ปัญหาคืออะไร (Problem)

  • ปัญหาหนี้สินของประชาชน เป็นปัญหาเรื้อรังที่ทำให้ประเทศติดหล่ม
  • ประชาชนขาดโอกาสในการมีคุณภาพชีวิตที่ดีและขาดโอกาสในการพัฒนาศักยภาพส่วนตัว
  • หนี้เสียที่สะสมยาวนาน ทำให้ประชาชนติดอยู่ในวงจรหนี้
  • ไม่สามารถทำงาน–ประกอบอาชีพได้เต็มศักยภาพ
  • ภาระหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ทำให้เศรษฐกิจครัวเรือนเปราะบาง เสี่ยงต่อปัญหาทางสังคมและเศรษฐกิจในวงกว้าง
  • โอกาสฟื้นตัวของผู้ประกอบการรายย่อยและแรงงานวัยทำงานลดลง ทำให้ประเทศสูญเสียกำลังการผลิต
  • สถาบันการเงินมีข้อจำกัด จึงไม่สามารถลดต้น–ยกดอกเบี้ย เพื่อช่วยลูกหนี้ได้มากพอ

จะทำอะไร (Action)

  • ประชาชนที่มีหนี้เสียไม่มีหลักประกันต่ำกว่า 200,000 บาท ค้างชำระเกิน 1 ปี จ่ายหนี้ 10% ของยอดหนี้เพื่อปิดหนี้
  • มาตรการเฉพาะกิจครั้งเดียวเพื่อนำมาปรับโครงสร้างหนี้แบบผ่อนปรนเพื่อให้ลูกหนี้กลับมาจ่ายชำระหนี้ได้

ผลลัพธ์คืออะไร (Outcome)

  • ฟื้นฟูความสามารถในการประกอบอาชีพ
  • ลดความเครียดและลดความเสี่ยงเศรษฐกิจของครอบครัว
  • เพิ่มโอกาสฟื้นตัวของลูกหนี้
  • บรรเทาปัญหาหนี้ครัวเรือนให้ต่ำลง

ใครได้ประโยชน์ (Target)

  • ประชาชน
  • ผู้ประกอบการ SME

ภายในเมื่อไหร่ (Timeframe)

ไม่ระบุ

ใช้งบเท่าไหร่ (Budget)

ระบุในเอกสารที่ส่ง กกต.(ลำดับ 11) ว่า 'ไม่ใช้งบประมาณ แต่ใช้การบริหารและลดเงินนำส่งกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน (FIDF)'

งบมาจากไหน (Budget Source)

ระบุในเอกสารที่ส่ง กกต.(ลำดับ 11) ว่า 'การบริหารและลดเงินนำส่งกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน (FIDF)'

รวมไทยสร้างชาติ

ปัญหาคืออะไร (Problem)

ไม่ระบุ

จะทำอะไร (Action)

กองทุนฉุกเฉิน 50,000 ลบ. แก้ปัญหาชีวิตยามฉุกเฉิน

ผลลัพธ์คืออะไร (Outcome)

ไม่ต้องกู้นอกระบบ

ใครได้ประโยชน์ (Target)

ไม่ระบุ

ภายในเมื่อไหร่ (Timeframe)

ไม่ระบุ

ใช้งบเท่าไหร่ (Budget)

ระบุในเอกสารที่ส่ง กกต. (ลำดับ 17) ว่า '50,000 ล้านบาท เป็นเงินกู้ 50,000 บาทต่อ 1 คน ไม่มีดอกเบี้ย ผ่อนเดือนละ 500 บาท 100 เดือน'

งบมาจากไหน (Budget Source)

ระบุในเอกสารที่ส่ง กกต. (ลำดับ 17) ว่า

  • 'งบประมาณประจำปีที่เพิ่มมากขึ้นจากงบปกติ 50,000 ล้านบาท'
  • 'ซึ่งจะเป็นลักษณะการให้เงินในรูปแบบเงินกู้ฉุกเฉินสำหรับผู้ประสบปัญหาเศรษฐกิจหรือสังคม โดยจะให้กู้ฉุกเฉินคนละ 50,000 บาท'
  • 'จะสามารถมีสิทธิกู้ได้ถึง 1,000,000 คน'
รวมไทยสร้างชาติ

ปัญหาคืออะไร (Problem)

ไม่ระบุ

จะทำอะไร (Action)

ไม่ระบุ

ผลลัพธ์คืออะไร (Outcome)

ไม่ระบุ

ใครได้ประโยชน์ (Target)

ไม่ระบุ

ภายในเมื่อไหร่ (Timeframe)

ไม่ระบุ

ใช้งบเท่าไหร่ (Budget)

ระบุในเอกสารที่ส่ง กกต. (ลำดับ 21) ว่า 'ไม่มีการใช้งบประมาณ แต่เป็นการออกกฎหมายที่เป็นธรรมให้กับประชาชน เพื่อให้ได้รับโอกาสจากการได้รับเครดิตทันทีเมื่อจ่ายหนี้จบ'

งบมาจากไหน (Budget Source)

ระบุในเอกสารที่ส่ง กกต. (ลำดับ 21) ว่า 'ไม่มีการใช้งบประมาณ แต่ถ้ามีก็จะใช้จากงบประมาณประจำปี'

รวมไทยสร้างชาติ

ปัญหาคืออะไร (Problem)

วิธีคิดดอกเบี้ย บัตรเครดิต บ้าน-รถ ไม่เป็นธรรม

จะทำอะไร (Action)

รื้อสินเชื่อ วิธีคิดดอกเบี้ย บัตรเครดิต บ้าน-รถ

ผลลัพธ์คืออะไร (Outcome)

ไม่ระบุ

ใครได้ประโยชน์ (Target)

ไม่ระบุ

ภายในเมื่อไหร่ (Timeframe)

ไม่ระบุ

ใช้งบเท่าไหร่ (Budget)

  • ระบุในเอกสารที่ส่ง กกต.(ลำดับ 20) (ชื่อนโยบาย 'ผ่อนบ้านราคาเป็นธรรม ผ่อน 10-30 ปี ด้วยดอกเบี้ยประมาณร้อยละ 3 ต่อปี โดยระยะสั้นทำผ่านการออกโปรดัคส์นำร่องของธนาคารรัฐ และระยะยาวเปลี่ยนจากดอกเบี้ยลอยตัวตาม MRR ที่คิดตามความเสี่ยงธุรกิจมาเป็นดอกเบี้ยต่ำคงที่ระยะยาวอย่างในหลายประเทศ') ว่า 'ไม่มีการใช้งบประมาณเพราะเป็นการมอบนโยบายทางการเงินกับสถาบันการเงินรัฐ ให้ลองปรับรูปแบบการออกโปรดัคส์สินเชื่อ ส่วนในระยะยาวนั้นจะเป็นเพื่อออกตราสารหนี้ MBS การส่งเสริมให้สร้างตลาดรองสินเชื่อผู้อยู่อาศัย SMC โดย'
  • ระบุในเอกสารที่ส่ง กกต.(ลำดับ 22) (ชื่อนโยบาย 'การรื้อระบบดอกเบี้ยบัตรเครดิตที่ ที่คิดดอกเบี้ยบัตรเครดิตที่ไม่เป็นธรรม นำยอดเงินที่เหลือมาคำนวณดอกเบี้ยไม่ใช่นำเงินต้นมาคำนวณหายอดดอกเบี้ยบัตรเครดิต') ว่า 'ไม่มีการใช้งบประมาณ แต่เป็นการออกกฎหมายที่เป็นธรรมให้กับประชาชน เพื่อควบคุมไม่ให้ทุนการเงินเอาเปรียบประชาชนที่ใช้บริการบัตรเครดิต'

งบมาจากไหน (Budget Source)

ระบุในเอกสารที่ส่ง กกต.(ลำดับ 20) (ชื่อนโยบาย 'ผ่อนบ้านราคาเป็นธรรม ผ่อน 10-30 ปี ด้วยดอกเบี้ยประมาณร้อยละ 3 ต่อปี โดยระยะสั้นทำผ่านการออกโปรดัคส์นำร่องของธนาคารรัฐ และระยะยาวเปลี่ยนจากดอกเบี้ยลอยตัวตาม MRR ที่คิดตามความเสี่ยงธุรกิจมาเป็นดอกเบี้ยต่ำคงที่ระยะยาวอย่างในหลายประเทศ') ว่า 'ไม่มีการใช้งบประมาณ แต่ถ้ามีก็จะใช้จากงบประมาณประจำปี จะเริ่มนำร่องด้วยการออกโปรดัคส์ดอกเบี้ยคงที่ 3% ระยะยาว ผ่อนนานสุดถึง 30 ปี ในสัดส่วนร้อยละ 10 ของพอร์ตสินเชื่อบ้านของธนาคารรัฐสำหรับบ้านที่ราคาไม่เกิน 3 ล้านบาท'

  • ระบุในเอกสารที่ส่ง กกต.(ลำดับ 22) (ชื่อนโยบาย 'การรื้อระบบดอกเบี้ยบัตรเครดิตที่ ที่คิดดอกเบี้ยบัตรเครดิตที่ไม่เป็นธรรม นำยอดเงินที่เหลือมาคำนวณดอกเบี้ยไม่ใช่นำเงินต้นมาคำนวณหายอดดอกเบี้ยบัตรเครดิต') ว่า 'ไม่มีการใช้งบประมาณ แต่ถ้ามีก็จะใช้จากงบประมาณประจำปี'
รวมไทยสร้างชาติ

ปัญหาคืออะไร (Problem)

ไม่ระบุ

จะทำอะไร (Action)

ไม่ระบุ

ผลลัพธ์คืออะไร (Outcome)

ใช้หนี้ กยศ. ด้วยงานราชการ

ใครได้ประโยชน์ (Target)

นักเรียน/นักศึกษา

ภายในเมื่อไหร่ (Timeframe)

ไม่ระบุ

ใช้งบเท่าไหร่ (Budget)

ระบุในเอกสารที่ส่ง กกต. (ลำดับ 16) ว่า '33,720 ล้านบาท แบ่งเป็น 15,000 ล้านบาทเพิ่มเติม ให้ทุกคนกู้ยืมเรียนแต่ละปีและจ้างงาน 18,720 ล้านบาท (330,000 คน*12,000บ)'

งบมาจากไหน (Budget Source)

ระบุในเอกสารที่ส่ง กกต. (ลำดับ 16) ว่า 'งบประมาณรายจ่ายประจำปี เงินเพิ่มเติมกู้ยืมเรียน และการจ่ายเงินเดือน เพื่อจ้างงานผู้ช่วยงานภาครัฐ 130,000 ตำแหน่ง'

รักชาติ

ปัญหาคืออะไร (Problem)

  • โจทย์แท้จริงของคนไทยไม่ใช่รายได้ต่ำ แต่คือ Fixed Cost สูง
  • รายจ่ายจำเป็นเฉลี่ย ~9,000 บาท/เดือน (ไฟ–น้ำ–เน็ต–เดินทาง) เป็น “ภาษีเงียบ” ที่รัฐไม่เคยเข้าไปต่อรองแทนประชาชน
  • ทำให้การแจกเงินสด ไหลกลับ ไปยังทุนสาธารณูปโภคและแพลตฟอร์มในไม่กี่วัน
  • หนี้ครัวเรือน 86.8% ต่อ GDP สะท้อน “สภาพคล่องหาย”
  • ปัญหาของระบบสวัสดิการเดิมคือ “สวัสดิการที่รอรับ”
  • สำหรับกลุ่มผู้มีรายได้น้อย/บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ:
    • รายได้ต่ำ + Fixed Cost สูง
    • สภาพคล่องหายทุกเดือน
    • เสี่ยงหนี้นอกระบบ
  • สำหรับแรงงานรายวัน / นอกระบบ:
    • รายได้ไม่สม่ำเสมอ
    • ค่าเดินทาง–อุปกรณ์สูง
    • เข้าไม่ถึงเครดิต
  • สำหรับแรงงานเงินเดือน (รายได้น้อย–กลาง):
    • รายได้คงที่ แต่ Fixed Cost กินสัดส่วนสูง
    • เงินไม่พอออม
    • เสี่ยงหนี้บัตรเครดิต
  • สำหรับนักเรียน / นักศึกษา / บัณฑิตใหม่:
    • ไม่มีรายได้ แต่มีต้นทุนการเรียน
    • เริ่มชีวิตด้วยหนี้
    • ทักษะไม่ตรงตลาด
  • สำหรับแรงงานในระบบภาษี (รายได้กลาง–สูง):
    • จ่ายภาษี แต่ได้สวัสดิการไม่คุ้ม
    • เงินออม–ลงทุนไม่เป็นระบบ
  • สำหรับผู้ประกอบการ / SME / ฟรีแลนซ์ขั้นสูง:
    • เงินหมุนเวียนตึง
    • ต้นทุนการเงินสูง
    • เสี่ยงตลาดโลก

จะทำอะไร (Action)

  • เปลี่ยน KPI ของรัฐจาก: รายได้ก่อนหักค่าใช้จ่าย / จำนวนเงินแจก เป็น: รายได้สุทธิหลังหักต้นทุนชีวิต (Net Disposable Income)
  • ใช้เครดิตสาธารณะ เป็น เครื่องมือกดต้นทุนชีวิต
  • แก้หนี้ครัวเรือนโดยไม่เติมหนี้ใหม่
  • ให้บัตรประชาชน Max เพิ่มสภาพคล่อง โดยไม่สร้างหนี้ และ ไม่แจกเงินสด
  • รัฐจ่ายตรงให้ผู้ให้บริการตามโควตาเครดิต สำหรับสิทธิพื้นฐาน
  • มอบสิทธิลดรายจ่ายคงที่แบบจ่ายตรง
  • มอบสิทธิยกระดับชีวิต
  • หน่วยคะแนนมาตรฐาน: Development Credit Unit (DCU)1 DCU
  • ให้ 1 DCU = สิทธิ Top-up มูลค่า 50–100 บาท/เดือน
  • อนุญาตให้ DCU แปลงเป็น: โควตาฟรีเพิ่ม, ส่วนลด, สิทธิปลดล็อกบริการรัฐ
  • ให้คะแนน DCU จากพฤติกรรมการพัฒนาตนเอง เช่น:
    • ตรวจสุขภาพประจำปี: +10 DCU
    • เข้ารับการดูแลโรคเรื้อรังต่อเนื่อง ≥ 6 เดือน: +15 DCU
    • โปรแกรมสุขภาพจิต/เลิกบุหรี่: +10 DCU
    • อบรมอาชีพ ≤20 ชม.: +10 DCU
    • อบรม 21–60 ชม.: +20 DCU
    • AI / Coding / E-commerce / ช่างอาชีพ: +25 DCU
    • สอบผ่านมาตรฐานฝีมือ: +20 DCU
    • จ่ายค่าน้ำไฟตรงเวลา ≥ 6 เดือน: +10 DCU
    • ใช้ e-Receipt / e-Tax: +10 DCU
    • เข้าร่วมโครงการจัดการหนี้: +15 DCU
    • ออมต่อเนื่อง ≥ 12 เดือน: +15 DCU พิเศษ
    • ลงทุน SME ไทย / พลังงานชุมชน: +20 DCU
  • ใช้ DCU + ประวัติการใช้สิทธิชั้น 1–2 เพื่อค้ำประกันไมโครเครดิต
  • ให้รัฐค้ำประกัน “บางส่วน” สำหรับการลงทุนในต่างประเทศ
  • เขียนให้เป็น มาตรากฎหมายล่วงหน้า เพื่อกันการตีความผิด
  • แยก 4 ระบบออกจากกันเด็ดขาด เพื่อกันการรวมศูนย์อำนาจแบบ Social Credit: ระบบสิทธิพลเมือง, ระบบกฎหมายและความมั่นคง, ระบบ DCU (สิทธิส่งเสริม), ระบบเอกชน/ตลาด
  • กำหนดให้ DCU ทุกการใช้งานต้องเป็น Explicit Consent
  • กำหนดให้ประชาชนมีสิทธิปฏิเสธการใช้ DCU
  • กำหนดให้เก็บเฉพาะ “เหตุการณ์” ไม่เก็บ “พฤติกรรมชีวิต”
  • กำหนดให้ DCU แปลงเป็น Token
  • กำหนดให้ DCU เป็น Opt-in
  • กำหนดให้ สูตรคำนวณ DCU: เปิดเผยต่อสาธารณะ แก้ไขได้เฉพาะโดยกฎหมาย/มติสภา
  • กำหนดให้ น้ำหนักคะแนน: ต้องผ่านการรับฟังความคิดเห็น ทบทวนเป็นรอบ
  • ตั้ง “คณะกรรมการกำกับ DCU อิสระ” แยกจากฝ่ายบริหาร
  • มอบอำนาจให้คณะกรรมการฯ ตรวจสอบการใช้งาน DCU, สั่งระงับระบบบางส่วน, เปิดเผยรายงานสาธารณะประจำปี
  • กำหนดให้งบ “เท่าเดิม” (ประมาณ 2.6 แสนล้าน/ปี) แต่เปลี่ยนวิธีใช้: ย้ายงบจาก “วงเงินซื้อสินค้า/เดินทางแบบกระจาย” ไปเป็น “จ่ายตรง Fixed Cost” มากขึ้น, ใช้ส่วนหนึ่งเป็น Top-up จากพฤติกรรม (Skill/Health) เฉพาะคนที่ทำจริง
  • เพิ่มงบ “เฉพาะส่วน Fixed Cost Crusher” ให้ถึงเป้าประชาชนเหลือ 1,500–2,000/เดือน
  • สำหรับการแลก DCU เพิ่ม ค่าไฟฟ้า:
    • 5 DCU → +30 หน่วย
    • 10 DCU → +60 หน่วย
    • 20 DCU → +100 หน่วย
  • สำหรับการแลก DCU อินเทอร์เน็ตและโทรศัพท์พื้นฐาน:
    • 5 DCU → เพิ่มเป็น 30 Mbps
    • 10 DCU → 50 Mbps
    • 15 DCU → 100 Mbps (เฉพาะผู้เรียน/ทำงานออนไลน์)
  • สำหรับการแลก DCU ค่าเดินทางสาธารณะ:
    • 5 DCU → +10 เที่ยว
    • 10 DCU → +25 เที่ยว
  • สำหรับการแลก DCU ตรวจสุขภาพเชิงลึก:
    • 10 DCU สำหรับ ตรวจเลือด/ไขมัน/น้ำตาลเชิงลึก
    • 20 DCU สำหรับ ตรวจสุขภาพแรงงาน/ออฟฟิศซินโดรม
  • สำหรับการแลก DCU สุขภาพจิตและฟื้นฟูแรงงาน:
    • 10 DCU สำหรับ ปรึกษานักจิตวิทยา 1 ครั้ง
    • 20 DCU สำหรับ โปรแกรมดูแลต่อเนื่อง 3–5 ครั้ง
  • สำหรับการแลก DCU Voucher เครื่องมือทำมาหากิน:
    • 20 DCU → Voucher 3,000 บาท
    • 40 DCU → Voucher 7,000 บาท
    • 60 DCU → Voucher 12,000 บาท
  • สำหรับการแลก DCU ซอฟต์แวร์และแพลตฟอร์มทำงาน:
    • 5 DCU: ใช้เครื่องมือออกแบบ/บัญชี/AI ฟรี 1 เดือน
    • 10 DCU: ฟรี 3 เดือน
  • สำหรับการแลก DCU ลดดอกเบี้ยไมโครเครดิต: ทุก 10 DCU → ลดดอกเบี้ย 0.5% ต่อปี
  • สำหรับการแลก DCU ลดค่าธรรมเนียมการเงิน:
    • 5 DCU: ฟรีค่าธรรมเนียมโอน/ชำระ
    • 10 DCU: ฟรีค่าธรรมเนียมรายเดือนบัญชีธุรกิจรายย่อย
  • สำหรับ Matching Fund การออม: ออม 1,000 บาท/เดือน ใช้ 10 DCU: รัฐสมทบ 200 บาท, ใช้ 20 DCU: รัฐสมทบ 500 บาท
  • สำหรับการแลก DCU ลงทุน SME / ชุมชน:
    • 20 DCU: สิทธิลงทุนกองทุน SME ไทยขั้นต่ำต่ำ
    • 30 DCU: รับผลตอบแทนภาษีพิเศษ
  • สำหรับการแลก DCU รายได้ต่างประเทศ:
    • 10 DCU: ลดค่าธรรมเนียมโอนเงิน 1–2%
    • 20 DCU: บริการบัญชีหลายสกุลเงินฟรี
  • สำหรับการแลก DCU ลงทุนต่างประเทศ:
    • รัฐค้ำประกันบางส่วน (ไม่เกิน 30%)
    • ลงทุนผ่านกองทุน/โครงการที่รัฐรับรอง

ผลลัพธ์คืออะไร (Outcome)

  • ทำให้ รายได้สุทธิหลังหักต้นทุนชีวิต (Net Disposable Income) เป็น KPI ของรัฐ
  • แก้หนี้ครัวเรือนโดยไม่เติมหนี้ใหม่
  • เพิ่มสภาพคล่อง โดยไม่สร้างหนี้ และ ไม่แจกเงินสด
  • ในชั้นที่ 1 Fixed Cost Crusher Credit จะทำให้เกิดผลลัพธ์เชิงโครงสร้างดังนี้:
    • ค่าไฟฟ้าฟรี 120–150 หน่วย/เดือน มูลค่า ~450–600 บาท
    • ค่าน้ำประปาฟรีตามโควตาครัวเรือน~100–150 บาท
    • อินเทอร์เน็ตพื้นฐาน 10–20 Mbps~300–400 บาท
    • ค่าเดินทางสาธารณะ (พื้นที่เมือง) โควตาเที่ยว/เดือน~300–500 บาท
    • เงินเหลือในกระเป๋าทันที: 1,500–2,000 บาท/เดือน
    • ลดแรงกดดันก่อหนี้ระยะสั้น
    • ไม่มีการรั่วไหลไปใช้ผิดวัตถุประสงค์
  • ในชั้นที่ 2 Skill-Based Top-up Credit จะทำให้เกิดผลลัพธ์ดังนี้:
    • เพิ่มมูลค่าสิทธิ
    • DCU ไม่สะสมเป็นเงินสด แต่แปลงเป็น: โควตาฟรีเพิ่ม, ส่วนลด, สิทธิปลดล็อกบริการรัฐ
    • เพดาน DCU: 60–80 DCU/ปี
    • ไม่อนุญาต “ปั๊มคะแนน”
    • คะแนนหมดอายุหากไม่ใช้งาน (เพื่อกระตุ้นการใช้จริง)
  • ในชั้นที่ 3 Opportunity & Investment Credit จะทำให้เกิดผลลัพธ์ดังนี้:
    • วงเงินค้ำ = 5,000 + (DCU × 300)
    • สัดส่วนค้ำ = 30% + (DCU ÷ 200)
    • ตัวอย่าง: มี 40 DCU รัฐค้ำ ~50% ทำให้กู้ได้ ~34,000 บาท
    • ยกระดับรายได้–ลงทุน–เชื่อมโลก
    • ลดความเสี่ยงเชิงกติกา
  • DCU ไม่ได้วัดว่าใครเป็นคนดี แต่รัฐเลือกให้รางวัลกับพฤติกรรมที่ลดต้นทุนสังคมและเพิ่มศักยภาพประเทศ
  • DCU ไม่มีคะแนนติดลบ ไม่มีการหักคะแนนย้อนหลัง
  • ไม่ทำอะไร = ไม่ได้เพิ่ม แต่ ไม่เสีย คะแนน
  • ไม่เคยมีสถานะ “คะแนนต่ำ = ถูกลงโทษ”
  • ไม่สามารถใช้ DCU เพื่อควบคุมพฤติกรรม
  • DCU เป็นเพียง “สิทธิพิเศษเสริม” (Optional Benefit)
  • ระบบสิทธิพลเมือง: ห้ามเชื่อมกับ DCU โดยเด็ดขาด
  • ระบบกฎหมายและความมั่นคง: เข้าถึง DCU ไม่ได้
  • ระบบ DCU (สิทธิส่งเสริม): เป็นระบบ “สมัครใจ”
  • ระบบเอกชน/ตลาด: ห้ามเห็นคะแนน DCU ดิบ, เห็นได้แค่ “สิทธิที่รัฐอนุญาตให้ใช้”
  • ไม่ยินยอม = ไม่ได้สิทธิพิเศษ แต่ไม่เสียสิทธิใด ๆ
  • ผู้ให้สิทธิ: เห็นแค่ว่า “ใช้ได้ ใช้ไม่ได้” ไม่เห็นเหตุผลเชิงพฤติกรรม
  • ธนาคาร: เห็นว่า “รัฐค้ำ 40%” ไม่เห็นว่าคนนี้ได้คะแนนจากอะไร
  • ไม่เข้าร่วม DCU: ยังได้สิทธิพื้นฐาน Fixed Cost Crusher, ยังได้สวัสดิการตามกฎหมาย, ไม่มีสถานะ “คนนอกระบบ DCU = เสียโอกาสชีวิต”
  • ผลลัพธ์รวมต่อ “เงินเหลือจริง”:
    • ค่าไฟ–น้ำ–เน็ต ประหยัด/เดือน: 800–1,200 บาท
    • เดินทาง ประหยัด/เดือน: 300–600 บาท
    • สุขภาพ ประหยัด/เดือน: 200–400 บาท
    • ดอกเบี้ย/ค่าธรรมเนียม ประหยัด/เดือน: 100–300 บาท
    • รวม 1,500–2,500 บาท/เดือน
    • เทียบเท่าการ “เพิ่มรายได้” ปีละ 18,000–30,000 บาท โดยไม่ต้องแจกเงินสด และไม่เพิ่มหนี้
  • สำหรับกลุ่มผู้มีรายได้น้อย/บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ: เงินเหลือเพิ่ม 2,000–2,500 บาท/เดือน, ไม่ต้องก่อหนี้ใหม่, ค่อย ๆ ไต่ขึ้นสู่แรงงานรายได้ประจำ
  • สำหรับแรงงานรายวัน / นอกระบบ: ลดต้นทุนทำงาน 1,500–2,000 บาท/เดือน, เพิ่มรายได้จากเครื่องมือ, เข้าสู่เครดิตในระบบโดยไม่ใช้คนค้ำ
  • สำหรับแรงงานเงินเดือน (รายได้น้อย–กลาง): เงินออมเพิ่ม 2,000–4,000 บาท/เดือน, ลดหนี้บริโภค, ขยับรายได้ใน 1–2 ปี
  • สำหรับนักเรียน / นักศึกษา / บัณฑิตใหม่: ลดค่าใช้จ่ายเรียน 1,000–2,000 บาท/เดือน, ได้งานเร็วขึ้น, ไม่เริ่มชีวิตด้วยหนี้เสีย
  • สำหรับแรงงานในระบบภาษี (รายได้กลาง–สูง): ภาษี “คุ้มค่า”, เงินไหลกลับเศรษฐกิจไทย, สร้างฐานนักลงทุนรายย่อย
  • สำหรับผู้ประกอบการ / SME / ฟรีแลนซ์ขั้นสูง: ธุรกิจโตโดยไม่พึ่งทุนใหญ่, เงินไทยออกไปสร้างรายได้แล้วกลับประเทศ, เกิด Thai Capital Abroad
  • ผลลัพธ์ของอินเทอร์เน็ตและโทรศัพท์พื้นฐาน: ลดรายจ่ายครัวเรือน เพิ่มศักยภาพหารายได้ทันที
  • ผลลัพธ์ของการลดดอกเบี้ยไมโครเครดิต: ประหยัด ~800 บาท/ปี
  • ผลลัพธ์ของซอฟต์แวร์และแพลตฟอร์มทำงาน: เพิ่มรายได้ผู้ใช้ได้หลายเท่า
  • เพดานค่าไฟฟ้า: ไม่เกิน 250 หน่วย/เดือน/ครัวเรือน
  • เพดาน Matching Fund: ไม่เกิน 6,000 บาท/ปี/คน
  • วงเงินที่เป็นไปได้สำหรับการลงทุนต่างประเทศ: 50,000 – 200,000 บาท/ราย (เริ่มต้น)

ใครได้ประโยชน์ (Target)

  • ประชาชน

ภายในเมื่อไหร่ (Timeframe)

ไม่ระบุ

ใช้งบเท่าไหร่ (Budget)

ระบุในเอกสารที่ส่ง กกต. (ลำดับ 11) ว่า '95,000 ล้านบาท'

งบมาจากไหน (Budget Source)

  • รัฐ จากการจ่ายตรงให้ผู้ให้บริการ
  • รัฐ สำหรับการค้ำประกัน

ระบุในเอกสารที่ส่ง กกต. (ลำดับ 11) ว่า 'การบริหารระบบงบประมาณและการบริหารระบบภาษี'

แชร์หน้านี้เกี่ยวกับโครงการ